• TatiyaDang
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tatiyaw@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2018-12-03
  • จำนวนเรื่อง : 56
  • จำนวนผู้ชม : 21876
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4 คน
บอกเล่าเรื่องราวด้วยเสียงดนตรี
วันพุธ ที่ 26 ธันวาคม 2561
Posted by TatiyaDang , ผู้อ่าน : 2017 , 03:32:45 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สุรศักดิ์ โหวตเรื่องนี้

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจต่อประเทศอินโดนีเซีย หลังคลื่นยักษ์สึนามิซัดถล่มแนวชายฝั่งบริเวณช่องแคบซุนดา ของประเทศอินโดนีเซีย เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม 2561 จนทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคนและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ส่วนสาเหตุการเกิดคลื่นสึนามิครั้งนี้มาจากภูเขาไฟ (Volcano) “อนัก กรากะตัวซึ่งตั้งอยู่บริเวณช่องแคบซุนดา ระหว่างเกาะสุมาตราและเกาะชวา ซึ่งได้พ่นเถ้าถ่านและลาวาออกมาเป็นระยะๆเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว และได้มีการระเบิดของภูเขาไฟก่อนการเกิดภัยพิบัติ เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดแผ่นดินเคลื่อนตัวถล่มใต้ทะเล (Undersea Landslides) ซึ่งก่อให้เกิดคลื่นสึนามิที่มีความสูง 3 เมตร  

ณ วันนี้ คือ วันที่ 26 ธันวาคม 2561 ยังมีการระเบิดของภูเขาไฟกรากะตัว ทำให้เกิดความกลัวว่าจะมีคลื่นสึนามิเกิดขึ้นอีก

 

 

 cnn.com   แผนที่แสดงสถานที่เกิดเหตุคลื่นสึนามิถล่มชายฝั่งอินโดนีเซีย 

Sam Taylor-Offord ผู้ชำนาญด้านแผ่นดินไหว (Seismologist) ของ GNS Science กล่าวว่า จากภาพถ่ายดาวเทียม European Space Agency's Sentinel-1และจากข้อมูลด้านอื่นที่มีอยู่ พบว่าการระเบิดของภูเขาไฟกรากะตัว ทำให้บริเวณกว้างใหญ่ทางด้านใต้ของภูเขาไฟได้ถล่มลงมาสู่ทะเล กลายเป็นแผ่นดินเคลื่อนตัวถล่มใต้ทะเล (Undersea Landslides) ซึ่งเป็นทฤษฎีของการเกิดคลื่นสึนามิครั้งนี้

วีดิโอของสำนักข่าว The Guardian แสดงการระเบิดของภูเขาไฟกรากะตัว ก่อนการเกิดคลื่นสึนามิ

 

 

Jackie Caplan-Auerbach นักธรณีฟิสิกส์ ของมหาวิทยาลัย Western Washington ได้บอกกับ The Verge (เว็บไซต์ข่าวสารด้านเทคโนโลยี) ว่าการเกิดคลื่นสึนามิครั้งนี้ไม่มีสัญญานเตือนออกมา เนื่องจากแผ่นดินเคลื่อนตัวถล่มใต้ทะเล (Undersea Landslides) ไม่ได้ก่อให้เกิดการสั่นสะเทือนของแผ่นดินมากพอที่มนุษย์จะรู้สึกได้ และไม่มีปรากฏการณ์น้ำทะเลลดจากชายฝั่ง ขณะนี้นักธรณีวิทยา (Geologist) และนักธรณีฟิสิกส์ (Geophysicist) กำลังศึกษาเพิ่มเติมถึงการเกิดคลื่นสึนามิที่อินโดนีเซียครั้งนี้และกำลังหาข้อมูลเพิ่มเติมว่า ได้มีการวัดบันทึกคลื่นแผ่นดินไหว (Seismic wave) ในบริเวณนี้หรือบริเวณใกล้เคียงหรือไม่

 

 

nytimes.com 

คลื่นสึนามิที่มีสาเหตุเนื่องจากแผ่นดินเคลื่อนตัวถล่มใต้ทะเล (Undersea Landslides) นั้น จะมักเกิดขึ้นกินอาณาบริเวณเล็กๆ  เกิดขึ้นไม่บ่อยและรุนแรงเท่าคลื่นสึนามิที่มีสาเหตุมาจากการเกิดแผ่นดินไหว (Earthquakes) ซึ่งส่งผลให้เกิดคลื่นสึนามิไปทั่วทั้งคาบสมุทร เหมือนเช่นที่เคยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ปีพ.ศ 2547 ช่วงเทศกาลวันคริสต์มาสเช่นเดียวกับครั้งนี้ ซึ่งครั้งนั้นมีสาเหตุมาจากการเกิดแผ่นดินไหว (Earthquakes) บริเวณมหาสมุทรอินเดีย คร่าชีวิตผู้คนไปถึง 226,000 คนใน 14 ประเทศรวมทั้งประเทศไทย 

การศึกษาถึงการเกิดคลื่นสึนามิที่มีสาเหตุเนื่องจากแผ่นดินเคลื่อนตัวถล่มใต้ทะเล (Undersea Landslides) ที่เกิดขึ้นที่ประเทศอินโดนีเซียครั้งนี้ มีความสำคัญและท้าทายต่อนักวิทยาศาสตร์มาก เพราะธรรมชาติไม่ได้ส่งสัญญานเตือนออกมาในระดับที่มนุษย์จะรับรู้ได้ สักวันหนึ่งหวังว่าเราจะมีเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพที่จะตรวจจับสัญญานเตือนได้ จะได้หาวิธีการป้องกันการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน 

สำหรับคลื่นสึนามิที่มีสาเหตุเนื่องจากแผ่นดินเคลื่อนตัวถล่มใต้ทะเล (Undersea Landslides) เคยเกิดขึ้นที่ประเทศปาปัวนิวกินี ในปีพ.ศ 2531 ครั้งนั้นคร่าชีวิตผู้คนไป 2,200 คน

 

 

 รูปแสดงคลื่นสึนามิที่เกิดขึ้นที่ประเทศปาปัวกินี ปี 2531 คลื่นสึนามิมีความยาว 35 กม. กว้าง 15 กม. จาก Drgeorgepc.com 

แต่ปรากฏว่าคลื่นสึนามิที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลกที่ถูกบันทึก ไม่ได้มีสาเหตุมาจากแผ่นดินไหว แต่กลับมีสาเหตุมาจากการเคลื่อนตัวถล่มของมวลหิน (Rockslide ซึ่งเป็น Landslide ชนิดหนึ่ง) ซึ่งเกิดขึ้นที่รัฐอลาสกา อเมริกา ในปี พ.ศ 2501 ซึ่งครั้งนั้นก่อให้เกิดคลื่นสึนามิขนาดใหญ่ที่มีความสูงถึง 1,720 ฟุต หรือ 524 เมตร ต้นเหตุมาจากการเกิดแผ่นดินไหวที่บริเวณรอยเลื่อน Fairweather (Fairweather Fault)  ซึ่งไปกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนตัวถล่มของมวลหินปริมาณมหาศาลลงไปในอ่าว Lituya ของอลาสกา การที่น้ำถูกแทนที่อย่างกระทันหัน ส่งผลให้เกิดคลื่นสึนามิขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Megatsunami แต่ไม่ได้ทำลายชีวิตผู้คนเพราะไม่มีผู้อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น แต่ก็ได้ทำลายล้างพืชพันธุ์หลายล้านต้นบริเวณอ่าว Lituya ไป 

 

 

  ภาพเมื่อ 60 ปีที่แล้ว บริเวณชายฝั่งอ่าว Lituya ของอลาสกา หลังคลื่นยักษ์สึนามิซัดถล่ม จาก earthquake.alaska.edu  

สำหรับแผ่นดินไหว (Earthquakes) นั้นเกิดจากการสั่นสะเทือนของพื้นดิน อันเนื่องมาจากการปลดปล่อยพลังงานเพื่อลดความเครียดที่สะสมไว้ภายในโลกออกมาเพื่อปรับสมดุลของเปลือกโลกให้คงที่ 

สาเหตุหลักของการเกิดแผ่นดินไหว มาจากการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก (Plate Tectonics) การเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกชนกันมีผลทำให้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง และหากเกิดในมหาสมุทรอาจทำให้เกิดคลื่นสึนามิได้ 

 

 

 

 ภาพแสดง Plate tectonics ของโลก จาก serc.carleton.edu 

จากการศึกษาทางธรณีวิทยาพบว่า แนวรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกที่มักก่อให้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงแห่งหนึ่ง อยู่ในบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกที่เรียกว่า วงแหวนไฟ (Ring of Fire) แผ่นดินไหวประมาณร้อยละ 90 ของแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นทั่วโลกและกว่าร้อยละ 80 ของแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ เกิดขึ้นในบริเวณวงแหวนไฟ ซึ่งมีลักษณะเป็นเส้นเกือกม้า ความยาวรวมประมาณ 40,000 กิโลเมตร และวางตัวตามแนวร่องสมุทร แนวภูเขาไฟและบริเวณขอบแผ่นเปลือกโลก โดยมีภูเขาไฟที่ตั้งอยู่ภายในวงแหวนไฟทั้งหมด 452 ลูก และเป็นพื้นที่ที่มีภูเขาไฟคุกกรุ่นอยู่กว่าร้อยละ 75 ของภูเขาไฟคุกรุ่นทั้งโลก วงแหวนไฟประกอบด้วย แนวของภูเขาไฟในคาบสมุทรคัมชัตคาของประเทศรัสเซีย หมู่เกาะญี่ปุ่น หมู่เกาะฟิลิปปินส์ และหมู่เกาะของประเทศอินโดนีเซียซึ่งอยู่ทางตะวันตกของมหาสมุทร ส่วนด้านตะวันออก มีแนวของภูเขาไฟบริเวณชายฝั่งตะวันตกของทวีปอเมริกาเหนือและทวีปอเมริกาใต้ 

 

 ภาพแสดงบริเวณสีแดงที่เรียก The Ring of Fire จาก scoop.asia  

แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่ยังไม่สามารถพยากรณ์ได้อย่างแม่นยำ ทั้งเวลา สถานที่ และความรุนแรงของแผ่นดินไหวที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ แม้ว่าในปัจจุบันจะมีเทคโนโลยี เครื่องมือตรวจวัดที่ทันสมัย 

 

 Sebastian Ingrosso, Tommy Trash, John Martin - Reload

 

 Google และมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดใช้ AI ในการทำนายตำแหน่งของแผ่นดินไหว

  techcircle.vccircle.com

การเกิดแผ่นดินไหวมักเกิดขึ้นในลักษณะลำดับ (Sequence) ในระยะแรกของการเกิดแผ่นดินไหวจะมีความรุนแรงที่เรียกว่า  แผ่นดินไหวหลัก (mainshock) หลังการเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่มักตามด้วยแผ่นดินไหวขนาดเล็กที่เรียกว่า อาฟเตอร์ช็อก (aftershocks) มาเป็นระลอกๆ ซึ่งอาจกินเวลาเป็นเดือนหรือมากกว่า ในหลายเหตุการณ์ที่ aftershocks ส่งผลกระทบต่อการพยายามเข้าฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ปัจจุบันนี้นักชำนาญวิชาแผ่นดินไหว (seismologist) สามารถทำนายขนาดและเวลาของการเกิด aftershocks ได้ แต่ยังไม่สามารถทำนายตำแหน่งของ aftershocks ได้

 

 

greatlakesledger.com 

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและ Google ได้คิดค้นวิธีการทำนายตำแหน่งหรือสถานที่ที่อาจเกิด aftershocks ได้หลังการเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่แล้ว โดยการใช้ AI ประเภทโครงข่ายประสาท (Neural Network) ที่ได้รับการฝึกฝนมา นักวิจัยได้ทำการป้อนข้อมูลการเกิดแผ่นดินไหวที่เคยเกิดขึ้นในอดีตของ mainshock-aftershock จำนวน 131,000 คู่ ให้กับโครงข่ายประสาท ผลปรากฏว่าโครงข่ายประสาทสามารถคาดการณ์ตำแหน่งของการเกิด mainshock-aftershock ได้อย่างแม่นยำมากกว่า 30,000 คู่ ซึ่งวิธีการทำนายจาก AI นี้มีความแม่นยำกว่าโมเดลอื่นๆที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน 

 

 smart2zero.com

อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์ Gregory Beroza ทางด้านธรณีฟิสิกส์ มหาวิทยาลัย Stanford ตั้งข้อสงสัยถึงความถูกต้องของการวิจัยนี้ เพราะการวิจัยนี้โฟกัสอยู่ที่การเกิดแผ่นดินไหวแบบเดียว คือแผ่นดินไหวที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงความเครียดแบบคงที่ (Static Stress Changes) ซึ่งจริงๆแล้วควรพิจารณาแผ่นดินไหวที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงความเครียดแบบไดนามิก (Dynamic Stress Changes) ด้วย 

การวิจัยนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นยังไม่สามารถนำไปใช้ได้จริง ยังจะต้องทำการวิจัยทดลองกันต่อไปอีก แต่ Google หวังว่าการใช้ AI มาทำนายการเกิด aftershocks จะช่วยในการปรับใช้กับสถานการณ์ฉุกเฉินและแจ้งแผนการอพยพสำหรับพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิด aftershocks 

หมายเหตุ : โครงข่ายประสาทเทียม (Artificial Neural Network, ANN) หรือมักเรียกสั้นๆว่า Neural Network คือ การสร้างคอมพิวเตอร์จำลองวิธีการทำงานของสมองมนุษย์ ให้ AI รู้จักคิด จดจำ และวิเคราะห์ในแนวเดียวกับโครงข่ายประสาทของมนุษย์ พูดง่ายๆก็คือ เป็นการฝึกให้ AI เรียนรู้ที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยการป้อนข้อมูลจำนวนมหาศาลให้ 

 

Imagine Dragons - Whatever It Takes

 พี่ท่านร้องเพลง เล่นดนตรี กันอย่างมันในอารมณ์ น้ำท่วมบ้านก็ไม่สน

 

Google ใช้ AI ทำนายการเกิดอุทกภัยและแจ้งเตือนประชาชนในอินเดีย

  

 Techmodan.blogspot.com

อุทกภัย (Flood) เป็นภัยพิบัติธรรมชาติที่เกิดขึ้นทั่วโลก องค์การสหประชาชาติ (UN) พบว่าอุทกภัยคิดเป็นสัดส่วนถึงครึ่งหนึ่งของภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มีการบันทึกไว้ และในทุกๆปีมีประชากรจำนวน 250 ล้านคนทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และรวมทั้งความเสียหายทางทรัพย์สินคิดเป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ การทำนายการเกิดอุทกภัย จะช่วยให้ประชาชนและหน่วยงานภาครัฐ มีเวลาในการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น ทำให้ลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน 

เป็นเวลาหลายปีแล้วที่ Google ให้บริการ Google Public Alerts บนมือถือ android เพื่อเตือนผู้ใช้ถึงสถานการณ์ฉุกเฉินจากภัยธรรมชาติ ซึ่งเป็นการส่งต่อข้อมูลการแจ้งเตือนจากหน่วยงานภาครัฐ เช่น National Weather Service และจาก Geological Survey (USGS)  

แต่ปัจจุบันนี้ Google สามารถให้ข้อมูลการพยากรณ์การเกิดภัยธรรมชาติแก่ผู้ใช้ได้เองแล้ว โดย Google ได้พัฒนา AI เข้าช่วยในการทำนายการเกิดอุทกภัยในบริการ Google Public Alerts บนมือถือ ด้วยเทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูลและจำลองภาพสถานการณ์ที่สามารถทำนายตำแหน่ง ช่วงเวลา และความรุนแรงของอุทกภัยได้อย่างแม่นยำ 

 

 

 Techkurrent.com

Google ให้ AI สร้างแบบจำลองการพยากรณ์อุทกภัย  AI จะทำการวิเคราะห์ข้อมูลเหตุการณ์น้ำท่วมในอดีต ข้อมูลระดับน้ำในแม่น้ำ ภูมิประเทศ และระดับความสูง จากนั้นจะสร้างแผนที่ออกมา และจำลองการทำงานหลายแสนครั้งสำหรับแต่ละสถานที่

ผลที่ได้ออกมาจะเป็นโมเดลการพยากรณ์การเกิดอุทกภัยที่มีความแม่นยำขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่บอกว่าจะเกิดอุทกภัยขึ้นที่ไหน เมื่อไร ยังสามารถบอกถึงความรุนแรงของอุทกภัยที่จะเกิดขึ้นด้วย ซึ่งก็จะทำให้ผู้ใช้งานได้ทราบล่วงหน้าและเตรียมตัวได้ทันท่วงที  

Google ได้เผยแพร่วีดิโอเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2518 ที่แสดงการนำ AI มาช่วยในการพยากรณ์การเกิดอุทกภัยในอินเดีย Google ทำวีดิโอนี้ออกมาดีมากๆ ตั้งแต่นาทีที่ 3.0 จะแสดงแบบจำลองที่ใช้ AI เข้าช่วย น่าสนใจและน่าดูทีเดียว  

 

 

โดย Google ได้ร่วมมือกับคณะกรรมการกลางด้านน้ำของอินเดีย (Central Water Commission of India, CWC) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ ทดลองใช้ระบบการเตือนอุทกภัยนี้เมื่อกลางปี 2018 ในพื้นที่เมืองปัฏนา ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐพิหาร ในประเทศอินเดียเพราะในจำนวนเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นทั่วโลก กว่า 20% เกิดขึ้นในอินเดีย ในอนาคต Google จะขยายการให้บริการนี้ไปยังพื้นที่ต่างๆทั่วโลก

สำหรับรัฐพิหารของอินเดีย ได้เคยเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อช่วงเดือนกันยายน 2560 ซึ่งครั้งนั้นคร่าชีวิตผู้คนไปถึง 500 กว่าคน และมีผู้ได้รับผลกระทบมากกว่า 17 ล้านคน

 

ขอเผยแพร่แนวคิด "แม่น้ำเจ้าพระยา หนทางแก้ปัญหาภัยแล้งในภาคอีสาน"    

เจ้าพระยา เพื่อนข้า ข้าอยากพาเจ้าไปแผ่นดินอีสาน#1    

เจ้าพระยา เพื่อนข้า ข้าอยากพาเจ้าไปแผ่นดินอีสาน#2    

สติแตก เพราะอ่านเจอโครงการเก่าแต่ชื่อใหม่

"TAP" Water for Life โครงการลำเลียงน้ำจืดผ่านทางท่อยาว 8,800 กม.ในแอฟริกา

 

 

สามารถอ่านตอนต่างๆของเรื่องนี้ได้ตามลิงค์ต่อไปนี้

จริงหรือไม่ที่ Google กำลังสร้าง AI ให้กลายเป็น Skynet#18 Final

จริงหรือไม่ที่ Google กำลังสร้าง AI ให้กลายเป็น Skynet#17 AI cheated

จริงหรือไม่ที่ Google กำลังสร้าง AI ให้กลายเป็น Skynet#16 Exoplanets

จริงหรือไม่ที่ Google กำลังสร้าง AI ให้กลายเป็น Skynet#15 Genome/Mutation

จริงหรือไม่ที่ Google กำลังสร้าง AI ให้กลายเป็น Skynet#14 AI creates AI

จริงหรือไม่ที่ Google กำลังสร้าง AI ให้กลายเป็น Skynet#13 Music and Art

จริงหรือไม่ที่ Google กำลังสร้าง AI ให้กลายเป็น Skynet#12 AI dreams

จริงหรือไม่ที่ Google กำลังสร้าง AI ให้กลายเป็น Skynet#11 AI gets aggressive

จริงหรือไม่ที่ Google กำลังสร้าง AI ให้กลายเป็น Skynet#10 AlphaGo

จริงหรือไม่ที่ Google กำลังสร้าง AI ให้กลายเป็น Skynet#9 Air pollution

จริงหรือไม่ที่ Google กำลังสร้าง AI ให้กลายเป็น Skynet#8 Deforestation

จริงหรือไม่ที่ Google กำลังสร้าง AI ให้กลายเป็น Skynet#7 Climate change

จริงหรือไม่ที่ Google กำลังสร้าง AI ให้กลายเป็น Skynet#6 Fishing/wildlife

จริงหรือไม่ที่ Google กำลังสร้าง AI ให้กลายเป็น Skynet#5 AI Agriculture

จริงหรือไม่ที่ Google กำลังสร้าง AI ให้กลายเป็น Skynet#4 Natural disasters

จริงหรือไม่ที่ Google กำลังสร้าง AI ให้กลายเป็น Skynet#3 Mobile applications

จริงหรือไม่ที่ Google กำลังสร้าง AI ให้กลายเป็น Skynet#2 Self-driving car

จริงหรือไม่ที่ Google กำลังสร้าง AI ให้กลายเป็น Skynet#1 Health care

 

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
TatiyaDang วันที่ : 30/12/2018 เวลา : 20.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musictellstory

ขอบคุณค่ะอาจารย์สำหรับ comment สำหรับรัฐบาลอินโดนีเซียตอนนี้โดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เพราะระบบตรวจจับและเตือนภัยคลื่นสึนามิทั่วประเทศส่วนใหญ่ไม่ทำงานมาตั้งแต่ปี 2012

ความคิดเห็นที่ 1 TatiyaDang ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สุรศักดิ์ วันที่ : 26/12/2018 เวลา : 22.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "5  พฤติกรรม ถ้าคุณทำเป็นนิสัย ชีวิตยืนยาวขึ้นแน่ !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

การเกิดสึนามิในคร้้งนี้ ที่อินโดนีเซีย
ไม่ได้มีการส่งสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า
แต่อย่างใด จึงทำให้ไม่ได้ทันตั้งตัวกัน
เกิดการสูญเสียไปเป็นจำนวนหลายร้อยคน
นับว่าไม่น้อยทีเดียว

โลกจึงต้องศึกษาเรียนรู้การเกิดสึนามิ
ในครั้งนี้ให้มาก เพราะไม่เหมือนครั้งก่อนๆ
ที่เกิดสึนามิขึ้น เพื่อหาทางแจ้งเตือนภัยภิบัติ
ล่วงหน้าให้ได้ เพื่อลดการสูญเสียลงไปให้มาก

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2018 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]