• TatiyaDang
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tatiyaw@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2018-12-03
  • จำนวนเรื่อง : 56
  • จำนวนผู้ชม : 21911
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4 คน
บอกเล่าเรื่องราวด้วยเสียงดนตรี
วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤษภาคม 2562
Posted by TatiyaDang , ผู้อ่าน : 348 , 20:16:47 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ความโน้มถ่วง (gravity) เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ทุกสิ่งที่มีมวล (mass) หรือพลังงาน (energy) ถูกนำมารวมกัน ทุกวันนี้ปรากฏการณ์ความโน้มถ่วงอธิบายโดยทฤษฎีสองทฤษฎีคือ กฎความโน้มถ่วงสากลของนิวตัน (Newton’s law of universal gravitation) และทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของไอน์สไตน์ (Einstein's general relativity)

 

Florence + The Machine - No Light, No Light

 

 

storyjumper.com

 

Newton's law of universal gravitation

wikipedia.org

F        แรงดึงดูดระหว่างมวล
G       ค่าคงที่ความโน้มถ่วงสากล
m1    มวลของวัตถุที่ 1
m2   มวลของวัตถุที่ 2
r        ระยะห่างระหว่างวัตถุที่ 1 กับวัตถุที่ 2

เราทราบกันเป็นอย่างดีว่า ไอแซต นิวตัน เป็นผู้ค้นพบแรงโน้มถ่วง (gravitational force) จากการที่ผลแอปเปิลตกใส่ศีรษะของเขา กฎความโน้มถ่วงสากลของนิวตัน (Newton's law of universal gravitation) ที่นิวตันประกาศในปี 1687 ระบุว่า ทุกๆจุดมวลจะดึงดูดทุกๆจุดมวลอื่นในจักรวาล ด้วยแรงดึงดูดระหว่างมวล (F) ที่มีขนาดเป็นสัดส่วนโดยตรงกับผลคูณของมวลทั้งสอง (m1 x m2) และเป็นสัดส่วนผกผันกับค่ากำลังสองของระยะห่างระหว่างกัน (r2) นี่คือกฎฟิสิกส์ทั่วไปที่ได้จากการสังเกตการณ์ของไอแซก นิวตัน

 

Newton's law of universal gravitation and solar system

การหล่นของผลแอปเปิลทำให้เกิดคำถามอยู่ในใจของนิวตันว่า ทำไมดวงจันทร์จึงโคจรรอบโลกอยู่ได้ หรือดาวเคราะห์จึงโคจรรอบดวงอาทิตย์อยู่ได้ ทำไมจึงไม่หลุดออกไปจากวงโคจร แสดงว่าต้องมีแรงอย่างใดอย่างหนึ่งดึงเอาไว้ตลอดเวลา ซึ่งน่าจะเป็นแรงเดียวกับแรงโน้มถ่วงของโลกที่ทำให้ผลแอปเปิลหล่น

 

slideplayer.com

นิวตันจึงนำกฎความโน้มถ่วงสากล (Newton's law of universal gravitation) มาอธิบายถึงผลของความโน้มถ่วงที่มีต่อระบบสุริยะ คือ ความโน้มถ่วงมีผลต่อทุกสิ่งที่มีมวลในจักรวาล วัตถุทั้งหลายในจักรวาลจะออกแรงดึงดูดซึ่งกันและกัน และความแข็งแรงของแรงดึงดูดระหว่างวัตถุสองชนิดขึ้นกับ"มวลของวัตถุ" และ "ระยะห่างระหว่างวัตถุทั้งสอง" ยกตัวอย่างเช่น โลกมีแรงดึงเราให้อยู่บนโลกที่แข็งแกร่งกว่าแรงของดาวพฤหัสซึ่งอยู่ห่างไกลจากตัวเรามาก ถึงแม้นว่าดาวพฤหัสจะมีมวลมากกว่าโลกถึง 1,300 เท่า แรงนี้ยังมีผลกระทบมากมายต่อระบบสุริยะทั้งหมดเช่นกัน

 

slideplayer.com

ความโน้มถ่วงมีผลต่อระบบสุริยะคือ วงโคจรของดาวเคราะห์ ดวงอาทิตย์ใหญ่กว่าโลกถึง 1,300,000 เท่า ดังนั้นมวลของมันจึงมีแรงดึงโน้มถ่วงสูงมากที่สุด เมื่อดาวเคราะห์พยายามผ่านดวงอาทิตย์ด้วยความเร็วสูง ทั้งดวงอาทิตย์และดาวเคราะห์ต่างออกแรงดึงดูดระหว่างกัน ดวงอาทิตย์ซึ่งมีมวลมากกว่าและมีความโน้มถ่วงมากกว่าจึงสามารถดึงดาวเคราะห์ต่างๆเข้าหามัน เป็นผลให้ดาวเคราะห์โคจรรอบดวงอาทิตย์ ปรากฎการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้ที่ทำให้ดวงจันทร์โคจรรอบโลก

 

 

Rudimental - Sun Comes Up ft. James Arthur

 

 

นิวตันยังแสดงให้เห็นว่ากฎความโน้มถ่วงสากลของตัวเองสอดคล้องกับกฎการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ของเคปเลอร์ (Kepler's laws of planetary motion) ที่ตั้งโดยโยฮันเนส เคปเลอร์ (Johannes Kepler) นักคณิตศาสตร์และนักดาราศาสตร์ชาวเยอรมัน (1571-1630) จากการสังเกตุการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ 

 

patrisseriegoblog.wordpress.com

 

Kepler’s First Law:

astro.wsu.edu

ในสมัยก่อนนักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ปักใจเชื่อว่า วงโคจรของดาวเคราะห์เป็นรูปวงกลมที่สมบูรณ์ หลังจากที่กาลิเลโอพิสูจน์ว่าระบบดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะ จนกระทั่งเคปเลอร์ระบุในข้อที่หนึ่งว่า ดาวเคราะห์โคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรี และยังกล่าวว่าดวงอาทิตย์ไม่ได้อยู่ที่ศูนย์กลางของวงโคจร แต่อยู่ที่จุดโฟกัสจุดหนึ่ง  

"ผู้เขียนขอนำสิ่งที่นิวตันอธิบายกฎการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ข้อแรกของเคปเลอร์ ไปไว้ในตอนท้ายของเรื่อง เพราะผู้เขียนกล่าวถึงส่วนนี้ค่อนข้างมาก"

 

Kepler’s Second Law (equal areas swept-out in equal times)

 

patrisseriegoblog.wordpress.com

 

ในขณะที่ดาวเคราะห์โคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นรูปวงรี เส้นสมมุติที่เชื่อมระหว่างดาวเคราะห์กับดวงอาทิตย์กวาดพื้นที่เท่าๆกันในเวลาที่เท่ากัน 

พื้นที่สีเขียว C-D-Sun = พื้นที่สีเขียว A-B-Sun

เวลาที่ดาวเคราะห์เคลื่อนที่จาก A ถึง B  =  เวลาที่ใช้ในการเคลื่อนที่จาก C ถึง D

slideplayer.com

จากกฎข้อนี้ เคปเลอร์ได้ล้มทฤษฎีดาราศาสตร์อริสโตเติลที่ว่า ดาวเคราะห์เคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่ สิ่งที่เคปเลอร์ค้นพบคือ ความเร็วในวงโคจรของดาวเคราะห์มิใช่ค่าคงที่  ดาวเคราะห์เคลื่อนที่เร็วขึ้นเมื่อเข้าใกล้ดวงอาทิตย์  และเคลื่อนที่ช้าลงเมื่อออกห่างจากดวงอาทิตย์ 

"นิวตันได้อธิบายว่า เพราะแรงดึงดูดระหว่างดวงอาทิตย์กับดาวเคราะห์จะมีมากขึ้นเมื่ออยู่ใกล้กัน และเนื่องจากมวลไม่ได้เปลี่ยน ในขณะที่ระยะทางสั้นลง ส่งผลให้ความเร็วมากขึ้น"

 

 

Kepler’s Third Law

กฎข้อนี้กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างเวลาที่ดาวเคราะห์ใช้ในการโคจรรอบดวงอาทิตย์ กับระยะห่างระหว่างดาวเคราะห์กับดวงอาทิตย์

ยกกำลังสองของระยะเวลาในการโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ (P2) เป็นสัดส่วนโดยตรงกับ กำลังสามของ "ครึ่งหนึ่งของความยาววงรีของวงโคจร " (a3)

กฎข้อที่สามของเคปเลอร์ชี้ว่า มีการเคลื่อนที่ช้าลง (หรือใช้เวลามากขึ้น) เมื่อระยะทางเพิ่มขึ้น

"เมื่อนำกฎความโน้มถ่วงสากลของนิวตัน (Newton's law of universal gravitation) กับกฎข้อที่ 1 และ 3 ของกฎการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ของเคปเลอร์ (Kepler's laws of planetary motion) มารวมกัน สามารถสรุปได้ว่า แรงที่ยึดดาวเคราะห์ให้อยู่ในวงโคจรของมัน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความเร็วของการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์อย่างต่อเนื่อง ทำให้ดาวเคราะห์โคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นรูปวงรี โดยแรงดึงดูดนี้เป็นสัดส่วนโดยตรงกับผลคูณของมวลดวงอาทิตย์และมวลดาวเคราะห์ และเป็นสัดส่วนผกผันกับค่ากำลังสองของระยะทางระหว่างดวงอาทิตย์กับดาวเคราะห์ "

 

Nick Jonas - Close ft. Tove Lo

 

กฎการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ของเคปเลอร์ (Kepler's laws of planetary motion) ได้มาจากการสังเกตุการณ์ แต่เคปเลอร์ไม่รู้ว่าอะไรทำให้ดาวเคราะห์เคลื่อนที่เช่นนั้น 80 ปีต่อมา ไอแซต นิวตันเป็นผู้มาอธิบาย

แต่ก่อนมีความเชื่อกันว่า มีกฏทางฟิสิกส์ชุดหนึ่งที่ใช้กับโลก และอีกชุดหนึ่งใช้กับดาวฤกษ์ (stars) ดวงจันทร์ (moon) และดาวเคราะห์ (planets) แต่นิวตันตระหนักว่ามีกฎทางฟิสิกส์เพียงหนึ่งชุดที่ใช้งานได้ทุกที่ทั้งบนโลกและจักรวาล แรงที่ทำให้แอปเปิลร่วงหล่นก็น่าจะเป็นแรงแบบเดียวกันกับที่ทำให้ดวงจันทร์โคจรรอบโลก และดาวเคราะห์โคจรรอบดวงอาทิตย์

 

Martin Jensen - Solo Dance

 

superstarfloraluk.com

จากที่ได้กล่าวมาแล้ว นิวตันใช้กฎความโน้มถ่วงสากล (Newton's law of universal gravitation) มาอธิบายว่า ที่ดาวเคราะห์โคจรรอบดวงอาทิตย์ เป็นเพราะดวงอาทิตย์มีมวลมากกว่าและมีความโน้มถ่วงมากกว่าจึงสามารถดึงดาวเคราะห์ต่างๆเข้าหามัน ปรากฎการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้ที่ทำให้ดวงจันทร์โคจรรอบโลก

นอกจากนี้นิวตันยังอธิบายถึงสาเหตุที่วงโคจรของดาวเคราะห์เป็นรูปวงรี ว่าเป็นผลมาจากปัจจัย 2 ตัว คือ ความเฉื่อย (inertia) และ ความโน้มถ่วง (gravity)

จากกฎการเคลื่อนที่ข้อแรกของนิวตัน (Newton's first laws of motion) ความเฉื่อย คือ คุณสมบัติของวัตถุที่พยายามรักษาสภาพการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่ หรือในกรณีที่วัตถุหยุดนิ่ง ก็จะหยุดนิ่งอยู่อย่างนั้น เว้นแต่จะมีแรงภายนอกมากระทำ

ความโน้มถ่วง (gravity) และความเฉื่อย (inertia) ทำงานร่วมกันเพื่อให้ดาวเคราะห์อยู่ในวงโคจร  แรงโน้มถ่วง (gravitational force) ขึ้นอยู่กับมวลและระยะห่างระหว่างดวงอาทิตย์และดาวเคราะห์ แรงโน้มถ่วงดึงดาวเคราะห์ไปทางดวงอาทิตย์เนื่องจากดวงอาทิตย์มีมวลมากที่สุด ในขณะเดียวกัน ความเฉื่อยก็พยายามทำให้ดาวเคราะห์เคลื่อนที่เป็นเส้นตรงด้วยความเร็วคงที่ balance ระหว่าง inertia และ gravity ทำให้วงโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์เป็นรูปวงรี และความเร็วในการโคจรไม่คงที่

 

slideplayer.com

นอกจากจะอธิบายกฎข้อแรกของเคปเลอร์ ถึงสาเหตุที่ดาวเคราะห์โคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรีแล้ว นิวตันยังได้ขยายกฎข้อนี้อีก โดยนิวตันพบว่า เส้นทางการโคจรของวัตถุในอวกาศไม่ใช่เป็นแต่รูปวงรี สมการของนิวตันให้วงโคจรที่เป็นไปได้อีกหลายแบบ ดังนี้

Bound orbits (Closed orbits)  มีสองแบบคือ แบบวงกลม (circular orbit) และ วงรี (elliptical orbit)

Unbound orbits (Open orbits) ความเร็วของวัตถุในอวกาศมากกว่าความเร็วหลุดพ้น (escape velocity) วัตถุจะเคลื่อนที่ใกล้ดวงอาทิตย์เพียงครั้งเดียว และไม่กลับมาอีก เส้นทางโคจรแบบนี้มีสองแบบคือ แบบพาลาโบลา (parabolic orbit) หรือ ไฮเปอร์โบลา (hyperbolic orbit) ซึ่งแบบหลังนี้เคลื่อนที่คล้ายเส้นตรง

ดาวหาง (comets) ส่วนใหญ่จะโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็น elliptical orbit แต่มีดาวหางบางดวงจะมีเส้นทางการโคจรเป็นแบบ parabolic orbit และ hyperbolic orbit ในกรณีนี้ดาวหางจะโคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น 

 

slideplayer.com

 

Katy Perry - Rise

 

สำหรับโลกนั้น นิวตันได้แสดงตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า วัตถุต้องมีความเร็วเริ่มต้นอย่างไร ถึงจะทำให้วัตถุนั้นเคลื่อนที่เป็นวงโคจรรอบโลก

 

sciencedocbox.com 

Wikipedia.com

จากกฎลูกกระสุนปืนใหญ่ของนิวตัน (Newton's cannonball) เป็นการทดลองทางความคิดที่นิวตันใช้ตั้งสมมติฐานว่า แรงโน้มถ่วงนั้นใช้ได้ทั่วไปทุกที่ทั้งบนโลกและจักรวาล

ในการทดลองนี้ นิวตันนึกภาพปืนใหญ่ตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูงมาก เมื่อยิงกระสูนปืนใหญ่ออกไป  หากไม่มีแรงโน้มถ่วง มันจะเคลื่อนที่เป็นเส้นตรงออกไปจากโลก ในทิศทางที่มันถูกยิงออกไป

แต่ถ้ามีแรงโน้มถ่วงกระทำต่อลูกกระสุนปืนใหญ่ กระสุนจะเคลื่อนที่ไปตามเส้นทางต่างๆ ขึ้นอยู่กับความเร็วเริ่มต้นของลูกกระสูน (initial velocity: V)

(A และ B) ถ้าความเร็วเริ่มต้นต่ำ มันจะตกลงกลับมาบนผิวโลก

 

(C) ถ้าความเร็วเริ่มต้นเท่ากับความเร็วโคจร มันจะเคลื่อนที่รอบโลกเป็นวงโคจรวงกลม (circular orbit) ลักษณะแบบเดียวกับที่ดวงจันทร์เคลื่อนที่รอบโลกเป็นวงโคจรเกือบวงกลม

Circular orbit   =  V(initial) =  V(circular)

หมายเหตุ: ความเร็วโคจร (orbital velocity) ได้แก่ ความเร็วที่ดาวเทียมใช้ (V(circular)) เพื่อใช้อยู่ในวงโคจรของโลก ทำให้เส้นทางการเคลื่อนที่ของดาวเทียมเป็นไปตามผิวโค้งของโลกเป็นรูปวงกลม

slideplayer.com

 

(D) ถ้าความเร็วเริ่มต้นสูงกว่าความเร็วโคจร แต่ไม่สูงพอที่จะหลุดไปจากโลก (ต่ำกว่าความเร็วหลุดพ้น) มันจะยังคงเคลื่อนที่ไปรอบโลกตามวงโคจรรูปวงรี (elliptical orbit)

Elliptical orbit  =  V(circular) <  V(initial) < V(escape)

 

(E) ถ้าอัตราเร็วสูงมาก มันจะหลุดไปจากโลก

  V(inital)  >  V(escape)

หมายเหตุ: ความเร็วหลุดพ้น (escape velocity) คือ ความเร็วน้อยที่สุดที่จะพาวัตถุไปได้ไกลจนพ้นจากอิทธิพลของแรงโน้มถ่วงของโลก ถ้าต้องการส่งยานอวกาศออกไปสู่อวกาศ เพื่อที่จะเอาชนะสนามโน้มถ่วงของโลก ยานอวกาศลำนั้นต้องเคลื่อนที่ด้วยความเร็วมากกว่าความเร็วหลุดพ้น โดยความเร็วหลุดพ้นมีค่าประมาณ 11 กม./วินาที หรือ 40,000 กม./ชม.

 

slideplayer.com 

 

ขอเผยแพร่แนวคิด "แม่น้ำเจ้าพระยา หนทางแก้ปัญหาภัยแล้งในภาคอีสาน"   

เจ้าพระยา เพื่อนข้า ข้าอยากพาเจ้าไปแผ่นดินอีสาน#1   

เจ้าพระยา เพื่อนข้า ข้าอยากพาเจ้าไปแผ่นดินอีสาน#2   

สติแตก เพราะอ่านเจอโครงการเก่าแต่ชื่อใหม่

"TAP" Water for Life โครงการลำเลียงน้ำจืดผ่านทางท่อยาว 8,800 กม.ในแอฟริกา

 

 

สามารถอ่าน "ทฤษฎีบิกแบง กำเนิดจักรวาล" ตอนต่างๆ ตามลิงค์ดังต่อไปนี้

#1 Singularity, Inflation, Big Bang Problems

#2 Matter-Antimatter

#3 Big Bang Nucleosynthesis, Recombination

#4 CMB Discovery, CMB Temperature

#5 CMB Anisotropy

#6 Newton's Law of Universal Gravitation

#7 Einstein's Theory of General Relativity

#8 Einstein's Prediction : Gravitational Lensing

#9 Einstein's Prediction : Gravitational Redshift

#10 Einstein's Prediction: Precession of Mercury

#11 Einstein's Prediction: Gravitational Waves (1)

#12 Einstein's Prediction: Gravitational Waves (2)

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
TatiyaDang วันที่ : 09/05/2019 เวลา : 20.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musictellstory

เนื่องจากในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา มีภาระกิจต่างๆเข้ามามาก ทำให้ไม่ค่อยมีเวลามานั่งเขียน blog ตอนนี้ภาระกิจต่างๆหมดสิ้นลงแล้ว ทำให้ผู้เขียนกลับมามีเวลาเต็มที่ให้กับการเขียน

เนื่องจากรังสีพื้นหลังของจักรวาล (Cosmic Microwave Background: CMB) ให้ข้อมูลเกี่ยวกับจักรวาลยุคต้นมาก จึงมีหลายตอนเกี่ยวกับ CMB ก่อนที่จะพูดถีง CMB Polarization ซึ่งเกี่ยวพันกับคลื่นความโน้มถ่วง (gravitational waves) ที่เกิดขึ้นจากการกำเนิดของจักรวาล และการมีอยู่ของคลื่นนี้ถูกคาดการณ์ครั้งแรกจากทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของไอนสไตน์ จึงจำเป็นที่จะต้องพูดถึงเรื่องนี้ในตอนที่ 7

จึงมีความจำเป็นที่จะต้องพูดถึง "กฎความโน้มถ่วงสากลของนิวตัน" โดยได้อธิบายความโน้มถ่วง (gravity) ว่าเป็น "แรง" ซึ่งแตกต่างจากการอธิบายความโน้มถ่วงของไอน์สไตน์ในทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2019 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]