• TatiyaDang
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tatiyaw@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2018-12-03
  • จำนวนเรื่อง : 43
  • จำนวนผู้ชม : 17493
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4 คน
บอกเล่าเรื่องราวด้วยเสียงดนตรี
วันจันทร์ ที่ 27 พฤษภาคม 2562
Posted by TatiyaDang , ผู้อ่าน : 179 , 19:51:18 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน นายยั้งคิด โหวตเรื่องนี้

ระบบดาว (Star system หรือ Stellar system)

en.wikipedia.org

ระบบดาวเดี่ยว (Single-star system) เป็นระบบดาวที่มีดาวฤกษ์เพียงดวงเดียว เช่น ระบบสุริยะของเราเป็นระบบดาวเดี่ยวที่มีดาวฤกษ์ (star) หนึ่งดวงกับดาวเคราะห์ (planets) 8 ดวงโคจรอยู่รอบๆ การวิจัยชี้ว่าระบบดาวในกาแล็กซีทางช้างเผือกเป็นระบบดาวเดี่ยวมากกว่าระบบดาวคู่ และระบบดาวเดี่ยวเอื้อต่อการเกิดดาวเคราะห์มากกว่าระบบดาวคู่

 

express.co.uk

ระบบดาวคู่ (Binary star) คือระบบดาวที่มีดาวฤกษ์ 2 ดวง โคจรไปรอบๆ ดาวแต่ละดวงถือว่าเป็นดาวเพื่อนของอีกดวงหนึ่ง

 

reddit.com

ระบบดาวหลายดวง (Multiple star system) คือระบบที่ประกอบด้วยดาวฤกษ์มากกว่า 2 ดวง ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วยดาวฤกษ์ 3 ดวง

 

James Morrison - I Won't Let You Go

 

มีคำถามสำคัญที่เชื่อว่าทุกคนมีคำถามนี้อยู่ในใจเมื่อมองท้องฟ้ายามค่ำคืนว่า มีสิ่งมีชีวิตอื่นนอกโลกหรือระบบสุริยะของเราหรือไม่ มนุษย์มีความหวังจะค้นพบสิ่งมีชีวิตอื่นบนดาวเคราะห์ที่มีความคล้ายคลึงกับโลกหรือไม่ ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะขององค์การนาซ่า

 

ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ (Exoplanets)

Exoplanets หมายถึงดาวเคราะห์ที่อยู่นอกระบบสุริยะ จากข้อมูลขององค์การนาซ่า ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2019 มีการยืนยันการค้นพบ exoplanets แล้ว 4,058 ดวง ในระบบดาวฤกษ์ 3,033 ระบบ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นระบบดาวฤกษ์ที่มีดาวเคราะห์บริวารหนึ่งดวง ที่เหลือเป็นระบบดาวฤกษ์ที่มีดาวเคราะห์บริวารมากกว่าหนึ่งดวง

สำหรับ exoplanets ที่องค์การนาซ่าค้นพบมี 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้

Gas Giants ดาวเคราะห์แก๊สยักษ์ : เป็นดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ที่มิได้มีองค์ประกอบของหินหรือสสารแข็ง ดาวเคราะห์ประเภทนี้ประกอบด้วยไฮโดรเจนและฮีเลียมเป็นส่วนใหญ่ (90%)  ซึ่งเป็นองค์ประกอบพื้นฐานเดียวกับดาวฤกษ์ สำหรับ gas giants ของระบบสุริยะคือ ดาวพฤหัสบดี (Jupiter) และดาวเสาร์ (Saturn)

Ice Giants ดาวเคราะห์น้ำแข็งยักษ์ : เป็นดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ซึ่งประกอบไปด้วยองค์ประกอบที่หนักกว่าไฮโดรเจนและฮีเลียม เช่น ออกซิเจน, คาร์บอนไนโตรเจน และกำมะถัน มีไฮโดรเจนและฮีเลียมเพียง 20% ในระบบสุริยะมี ice giants อยู่ 2 ดวงคือ ดาวยูเรนัส (Uranus) และดาวเนปจูน (Neptune)

Super-Earths คือ ดาวเคราะห์คล้ายโลกที่มีมวลมากกว่าโลก อยู่ระหว่าง 1-10 เท่าของมวลโลก หรือมีมวลอยู่ระหว่างโลกกับดาวเนปจูน สำหรับระบบสุริยะของเราไม่มี super-Earths

 

en.wikipedia.org

technovisitors.com

ความพยายามค้นหา exoplanets มุ่งความสนใจไปที่ "การค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก" นักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจเป็นพิเศษกับดาวเคราะห์ที่โคจรอยู่ในเขตพื้นที่ๆเอื้อต่อการอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต “Habitable zone" กล่าวคือ เป็นพื้นที่โดยรอบดาวฤกษ์ ที่ซึ่งบนพื้นผิวของดาวเคราะห์มีน้ำในสภาวะของเหลว อันเป็นกุญแจสำคัญต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต  ถ้าใกล้กว่านี้ก็จะร้อนมากไป ห่างไปกว่านี้ก็จะหนาวเย็น สำหรับระบบสุริยะของเรา ดาวเคราะห์ที่อยู่ใน habitable zone คือ โลกและดาวอังคาร

หมายเหตุ: อุณหภูมิที่น้ำจะอยู่ในสถานะของเหลว คือช่วง 273 K - 373 K (ประมาณ 0 - 100 องศาเซลเซียส)

 

Katy Perry - E.T. (Official) ft. Kanye West

 

NASA's Kepler Mission and K2 Mission

nasa.gov

ภาพวาดของกาแล็กซี่ทางช้างเผือก แสดงพื้นที่สำรวจของกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Kepler ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่สำรวจของ Kepler mission (2009-2013) และ K2 mission (2014-2018)

องค์การนาซ่าได้เริ่มภารกิจ "Kepler mission" โดยส่งกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ (Kepler space telescope) ขึ้นไปประจำการอยู่ในอวกาศตั้งแต่ปี 2009 สำรวจพื้นที่ของกาแล็กซี่ทางช้างเผือก (Milky Way Galaxy) ในบริเวณใกล้กับระบบสุริยะ เพื่อค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่มีขนาดใกล้เคียงกับโลก ในหรือใกล้เขตพื้นที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต (earth-size, habitable zone exoplanets) โดยใช้เทคนิค Transit method ในการค้นหา exoplanets

หลังจาก 4 ปีของการค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ Kepler mission สิ้นสุดในเดือนพฤษภาคม 2013 เนื่องจากเกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิค ต่อมาในปี 2014 องค์การนาซ่าได้ขยายภารกิจในการค้นหา exoplanets ซึ่งภารกิจส่วนขยายนี้เรียกว่า "K2 mission" โดยกล้องเคปเลอร์ขยายพื้นที่การสำรวจไกลออกไปจากระบบสุริยะ โดยมีทิศทางเข้าหาใจกลางกาแล็กซี่ทางช้างเผือก และเปลี่ยนมาใช้เทคนิค "Gravitational microlensing" ในการค้นหา exoplanets

เมื่อเดือนตุลาคม 2018 องค์การนาซ่าได้ประกาศยุติภารกิจของกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ หลังจาก 9 ปีที่รวบรวมข้อมูลทำให้รู้ว่ากาแล็กซี่ทางช้างเผือกของเราเต็มไปด้วยดาวเคราะห์มากกว่าดวงฤกษ์

 

Imagine Dragons - Bad Liar

 

Kepler Mission - Transit Method

มีหลายวิธีที่นักวิทยาศาสตร์ใช้ในการค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ (exoplanets) ส่วนมากใช้วิธี "Transit method" เป็นการตรวจวัดการหรี่ลงของแสงเมื่อดาวเคราะห์มีการเคลื่อนที่ผ่านหน้าดาวฤกษ์ ซึ่ง Kepler ก็ใช้วิธีนี้ในการค้นหา exoplanets

ก่อนอื่นเรามาดูกันว่าข้อมูลที่ได้จากกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Kepler ถูกนำมาใช้ในการหา exoplanets ได้อย่างไร พล็อตข้างล่างแสดงเส้นกราฟแสงที่บันทึกข้อมูลการลดลงหรือการเพิ่มขึ้นของความสว่างของดาวฤกษ์ ซึ่งเป็นค่าที่ได้จากเครื่องวัดความเข้มแสง "photometer" ของ Kepler

เมื่อดาวเคราะห์ (ดวงเล็กกลางภาพ) เคลื่อนที่ผ่านด้านหน้าของดาวฤกษ์ มันจะบดบังแสงบางส่วนของดาวฤกษ์ชั่วขณะหนึ่ง จึงเป็นสาเหตุให้ค่าความสว่างของแสงที่วัดได้ลดน้อยลง และเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ทำให้ได้กราฟแสงเป็นรูป U-shape

เหตุการณ์ที่ดาวเคราะห์เคลื่อนตัวผ่านด้านหน้าของดาวฤกษ์ เรียกว่า "a transit" ดังนั้นวิธีการตรวจจับดาวเคราะห์แบบนี้ จึงถูกเรียกว่า "Transit method"

 

Space.com


อย่างไรก็ตาม ยังมีปรากฏการณ์ดาราศาสตร์อื่นๆ ที่สามารถทำให้ค่าความสว่างของดาวลดต่ำลงได้ ได้แก่ ระบบดาวคู่ (binary star systems), จุดดาวประกาย (starspots), การที่รังสีคอสมิก (cosmic ray) ชนกับเครื่องมือ photometer ของ Kepler และเสียงรบกวนจากอุปกรณ์

หมายเหตุ:  ดาวฤกษ์จะมีวัฎจักรของการเกิดจุดขึ้น เรียกว่า “จุดดาวประกาย (starspot)” บริเวณจุดนี้มีอุณหภูมิต่ำกว่าบริเวณรอบๆ ทำให้พื้นที่ผิวของดาวฤกษ์ปรากฎเป็นจุดสีคล้ำกว่าบริเวณอื่น

 


ai.googleblog.com

เส้นกราฟแรกเกิดจากระบบดาวคู่ (binary star system) กราฟแสงเป็นรูปตัว V บ่งชี้ว่ามีดาวฤกษ์ขนาดค่อนข้างใหญ่เคลื่อนที่ผ่านด้านหน้าของดาวฤกษ์ ที่ Kepler กำลังสำรวจอยู่ ทำให้ค่าความสว่างของดาวลดต่ำลง

เส้นกราฟที่สองเกิดจากระบบดาวคู่ (binary star system) เช่นกัน แสดงตำแหน่งที่ความสว่างของแสงลดลง แสดงว่าในระบบดาวคู่ มีดาวดวงหนึ่งที่สว่าง และอีกดวงเป็นดาวหรี่ (dim star) เส้น dip ของกราฟเกิดจากการที่มีดาวหรี่เคลื่อนที่ผ่านหน้าดาวฤกษ์ที่สว่างกว่า

เส้นกราฟที่สาม เป็นตัวอย่างหนึ่งของเส้นกราฟที่เกิดจากสาเหตุอื่น ไม่ได้เกิดจากดวงดาว

 

K2 mission - Gravitational Microlensing Method

K2 mission เป็นภารกิจสำรวจหา exoplanets ในพื้นที่ที่เข้าใกล้ใจกลางกาแล็กซี่ทางช้างเผือก เพื่อค้นหาระบบดาวที่อยู่ไกลโพ้นจากระบบสุริยะ

เทคนิคที่ได้รับความนิยมในการค้นหา exoplanets คือ มุ่งค้นหาดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้ดาวฤกษ์ของมัน แต่ดาวเคราะห์ที่อาจมีอยู่ในพื้นที่ด้านนอกของระบบดาวฤกษ์นั้นๆ รวมทั้งดาวเคราะห์ที่โคจรเร่ร่อนระหว่างระบบดาวฤกษ์ ยังไม่ได้ถูกสำรวจ

ในการค้นหา exoplanets ที่อยู่ในระยะไกลจากดาวฤกษ์ของมัน และ exoplanets ที่โคจรเร่ร่อนระหว่างระบบดาวฤกษ์ นักวิทยาศาสตร์ใช้วิธีที่เรียก "Gravitational microlensing method" โดยอาศัยปรากฏการณ์ไมโครเลนส์ของความโน้มถ่วง ซึ่งสามารถใช้ในการตรวจจับวัตถุที่มีขนาดมวลเท่าดาวเคราะห์ไปจนถึงมวลขนาดดาวฤกษ์ได้

 

nasa.org

เมื่อดาวเคราะห์เคลื่อนตัวผ่านหน้าดาวฤกษ์ที่อยู่ไกลโพ้น อิทธิพลของสนามความโน้มถ่วงรอบดาวเคราะห์ที่ทำตัวเป็นไมโครเลนส์ของความโน้มถ่วง (gravitational microlens) ทำให้เส้นทางเดินแสงที่มาจากดาวฤกษ์เกิดการเบี่ยงเบน และในบางกรณีก็ส่งผลให้วัตถุพื้นหลัง ในกรณีนี้คือดาวฤกษ์สว่างขึ้นเล็กน้อยเมื่อดาวเคราะห์เลื่อนตัวผ่านด้านหน้า (แสดงโดยเส้นกราฟแสงในรูปเล็ก) ซึ่งการเปลี่ยนแปลงความสว่างของแสงนี้บ่งชี้การมีอยู่ของดาวเคราะห์ ปรากฎการณ์ gravitational microlensing ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ ที่อยู่ไกลและมืดเกินไปในการตรวจจับด้วยวิธีอื่น

 

Coldplay - Talk

 

ในการค้นหาดาวเคราะห์จากข้อมูลที่ได้จากกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Kepler นักวิทยาศาสตร์ใช้ software อัตโนมัติในการประมวลผลข้อมูลเช่น Kepler data processing pipeline เพื่อตรวจจับสัญญาณที่อาจมีสาเหตุมาจากดาวเคราะห์ จากนั้นทำการตัดสินใจด้วยตัวเองว่า แต่ละสัญญาณเป็นดาวเคราะห์หรือสาเหตุอื่น นักวิทยาศาสตร์จะต้อง cut-off สัญาณรบกวนหรือ noise ลง แต่ถึงจะ cut off สัญญาณรบกวนออกแล้ว จำนวนสัญญาณที่จะต้องทำการวิเคราะห์ยังมาก จากสัญญาณมากกว่า 30,000 สัญญาณ มีเพียง 2,500 สัญญาณที่ได้รับการยืนยันชัดเจนแล้วว่าเป็นดาวเคราะห์จริงๆ นักวิทยาศาสตร์ยังสงสัยอยู่ว่า ในสัญญาณที่ถูก cutoff นั้น อาจจะเป็นสัญญาณของดาวเคราะห์จริงบางจำนวนก็ได้ที่พลาดไป มันเป็นไปได้ที่จะมีดาวเคราะห์คล้ายโลกซึ่งมีขนาดเล็กและโคจรรอบดาวฤกษ์อาจซ่อนตัวอยู่ ซึ่งพลาดจากการตรวจจับด้วยวิธีแบบดั้งเดิม

Signal to Noise Ratio (SNR) คือ อัตราส่วนระหว่างสัญญาณภาพกับสัญญาณรบกวน ถ้าอัตรา SNR เท่ากับ 2 : 1 หมายความว่า สัญญาณของแสงมากกว่าสัญญาณรบกวน 2 เท่า นั่นคือ ยิ่งค่า SNR สูงเท่าไร ยิ่งมีโอกาสสูงที่จะเป็นสัญญาณที่มาจากการมีอยู่ของดาวเคราะห์

สำหรับการถ่ายภาพทางดาราศาสตร์นั้น ดูเหมือนสัญญาณรบกวนหรือ noise จะมาคู่กัน คือ สัญญาณรบกวนที่เกิดขึ้นในภาพ จะทำให้เห็นความไม่สม่ำเสมอของความสว่างและสี นักวิทยาศาสตร์จึงต้องมีความเข้าใจถึงสาเหตุของการเกิด noise และหาวิธีป้องกันและลด noise หรือสัญญาณรบกวน

 

Discovering Exoplanets with Google Artificial Intelligence

tek-think.com

เมื่อเดือนธันวาคม 2017 องค์การนาซ่า (NASA) ได้ประกาศการค้นพบครั้งแรกของดาวฤกษ์ที่มีดาวเคราะห์ 8 ดวงคล้ายระบบสุริยะของเรา "Kepler-90" พร้อมทั้งกล่าวถึงการค้นพบดาวเคราะห์ดวงที่แปด "Kepler-90i" โดยใช้ Deep Learning จากความร่วมมือของ Google

ที่ผ่านมา Google Brain Team ใช้ Deep Learning ในการวิเคราะห์ข้อมูลหลายหลากชนิด ตั้งแต่จีโนมมนุษย์ไปจนถึงข้อมูลตรรกะทางคณิตศาสตร์ Google Brain Team ได้ร่วมมือกับ Andrew Vanderburg จากมหาวิทยาลัยเท็กซัส ออสติน พัฒนาโครงข่ายประสาทเทียม (neural network) เพื่อช่วยในการค้นหาการตรวจจับดาวเคราะห์จาก weak signals “low SNR” ที่ได้จาก Kepler

 

ai.googleblog.com

โครงข่ายประสาทเทียมที่ถูกใช้ในงานวิจัยนี้ เป็นแบบ convolutional neural network (CNN) สาเหตุที่ CNN ถูกเลือกเพราะมันประสบความสำเร็จอย่างมากในปัญหาที่เกี่ยวกับโครงสร้างเชิงพื้นที่ เช่น การสร้างเสียงและการจำแนกภาพ

ในการฝึกฝน CNN เพื่อค้นหาดาวเคราะห์ นักวิจัยป้อนภาพเส้นกราฟแสงอันเดียวกันในสองมุมมองให้ CNN คือ global view มุมมองกว้าง เพื่อให้โมเดลพิจารณาสัญญาณทั้งหมดบนเส้นกราฟแสง กับ local view มุมมองแคบที่ซูมเข้าไป เพื่อให้โมเดลได้พิจารณารูปร่างของสัญญาณที่ตรวจพบได้อย่างละเอียด (เช่น แยกความแตกต่างของสัญญาณรูปตัว U จากสัญญาณรูปตัว V)  จากภาพสัญญาณรูปตัว V บ่งบอกถึง binary star ส่วนสัญญาณรูปตัว U บ่งบอกถึง exoplanet

ในการทดสอบประสิทธิภาพของ CNN ในการค้นหาดาวเคราะห์ดวงใหม่จากข้อมูลที่ได้จากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ Google Brain Team เริ่มต้นด้วยข้อมูลของระบบดาวฤกษ์จำนวน 670 ระบบ ซึ่งทราบแน่นอนแล้วว่าเป็นระบบดาวฤกษ์ที่มีดาวเคราะห์บริวารหลายดวง และทีมวิจัยเชื่อว่าอาจมีดาวเคราะห์ที่ยังไม่ได้ตรวจพบ และที่สำคัญการค้นหาดาวเคราะห์ครั้งนี้เป็นการค้นหาจาก weak signals “low SNR”

 

ai.googleblog.com

รูปแสดงการค้นพบดาวเคราะห์ Kepler-90i และ Kepler-80g จากกราฟแสงรูป U-shape ที่ neural network ตรวจจับได้จากข้อมูลของ Kepler

ในการทดสอบนั้น CNN มีความแม่นยำถึง 96% และเมื่อนำไปใช้กับข้อมูลจริงของ Kepler มันสามารถค้นพบดาวเคราะห์ใหม่ 2 ดวง คือ Kepler-90i ดาวเคราะห์ดวงที่แปดในระบบดาว Kepler-90 และ Kepler-80g ดาวเคราะห์ดวงที่หกในระบบดาว Kepler-80

สิ่งที่สำคัญที่สุดของการค้นพบครั้งนี้ คือ การค้นพบดาวเคราะห์ Kepler-90i ทำให้สรุปได้ว่าระบบดาว Kepler-90 มีดาวเคราะห์บริวารทั้งหมด 8 ดวง ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่เจอระบบดาวฤกษ์ที่มีดาวเคราะห์เท่าระบบสุริยะของเรา

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยของ Google Brain Team กล่าวว่า "งานของเราที่นี่ยังไม่เสร็จ เราค้นหาเฉพาะระบบดาวฤกษ์เพียงแค่ 670 ระบบ จาก 200,000 ระบบที่ Kepler ตรวจจับได้ ใครจะรู้ว่าเราอาจพบอะไรเมื่อเราเปลี่ยนเทคนิคของเราไปเป็นชุดข้อมูลทั้งหมด แต่ก่อนอื่นเราต้องทำการปรับปรุงบางอย่างของโมเดล  โมเดลของเรายังไม่ดีเท่าที่จะปฏิเสธดาวคู่ (binary star) และผลบวกปลอม ๆ เราทำงานอย่างหนักเพื่อปรับปรุงโมเดลของเรา และตอนนี้มันได้แสดงให้เห็นแล้วว่า เราสามารถใช้ AI ช่วยในการค้นหา exoplanets ได้ และเราหวังว่าคนอื่นจะทำเช่นเดียวกัน!"

 

ระบบดาว Kepler-90 (Kepler-90 system) 

Jpl.nasa.gov

ขนาดของดาวเคราะห์ทั้งแปดในระบบดาว Kepler-90 โดยเปรียบเทียบกับระบบสุริยะ

ระบบดาวเคปเลอร์-90 (Kepler-90 system) อยู่ห่างจากโลกประมาณ 2,545 ปีแสง เป็นระบบดาวฤกษ์ที่คล้ายกับระบบสุริยะของเรา คือ มีดาวเคราะห์บริวาร 8 ดวงเท่ากับระบบสุริยะ และมีรูปแบบของระบบดาวที่คล้ายกันคือ มีดาวเคราะห์ขนาดเล็กโคจรใกล้ดาวฤกษ์ และดาวเคราะห์ขนาดใหญ่อยู่ไกลออกไป ในระบบสุริยะจักรวาลของเรา รูปแบบนี้เป็นหลักฐานบ่งชี้ว่า ดาวเคราะห์ชั้นนอกก่อตัวขึ้นในส่วนที่เย็นกว่าของระบบสุริยะ ที่ซึ่งน้ำแข็ง (water ice) สามารถแข็งตัวและจับกันเป็นก้อน เพื่อสร้างดาวเคราะห์ที่ใหญ่กว่า

เนื่องจากดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ (exoplanets) ที่ค้นพบนั้นมีความแตกต่างจากดาวเคราะห์ในระบบสุริยะโดยสิ้นเชิง ทำให้นักดาราศาสตร์ไม่สามารถใช้ทฤษฎีการก่อตัวของดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ ไปใช้อธิบายการก่อตัวของ exoplanets ได้  แต่สำหรับรูปแบบของดาวเคราะห์ที่โคจรรอบดาวฤกษ์ Kepler-90 ที่เหมือนกันกับระบบสุริยะ ทำให้เชื่อว่าระบบดาว Kepler-90 มีกระบวนการก่อตัวแบบเดียวกันกับระบบสุริยะ

 

nasa.gov


ดาวเคปเลอร์-90 (Kepler-90) เป็นดาวฤกษ์คล้ายดวงอาทิตย์ แต่วงโคจรของดาวเคราะห์บริวารทั้งแปดของมันถูกบีบลงในระยะทางที่เท่ากับระยะทางจากโลกถึงดวงอาทิตย์ดังรูปข้างบน ดาวเคราะห์ชั้นในมีวงโคจรที่แน่นมากและโคจรใกล้ดาวฤกษ์อย่างมาก เช่น ดาวเคราะห์ Kepler-90i โคจรรอบตัวเองกินเวลาเพียง 14.4 วัน หรือ 1 ปีของมันเท่ากับ 14.4 วัน เมื่อเปรียบเทียบกับวงโคจรของดาวพุธคือ 88 วัน และอุณหภูมิพื้นผิวของดาวเคราะห์ Kepler-90i เท่ากับ 427 องศาเซลเซียส  จากการพิจารณาขององค์การนาซ่า ระบุว่าดาวเคราะห์ของระบบดาว Kepler-90 ร้อนเกินไปที่จะมีสิ่งมีชีวิตอยู่

 

 

The Weeknd - I Feel It Coming ft. Daft Punk

 

 

nasa.gov

รูปนี้เป็นข้อมูล ณ เดือนธันวาคม 2017 ของนาซ่า แสดงจำนวนของระบบดาวฤกษ์ที่มีดาวเคราะห์บริวาร หนึ่ง, สอง, สาม ไปจนถึง แปดดวง คือ ระบบสุริยะของเรากับระบบดาวเคปเลอร์-90

แต่ละจุดแทนดาวเคราะห์ที่ได้รับการยืนยันแล้ว พบว่าระบบดาวฤกษ์ส่วนใหญ่ (มากกว่า 2,000 ระบบ) เป็นแบบ one-planet system คือมีดาวเคราะห์บริวารเพียงดวงเดียว และมีส่วนน้อยที่เป็นแบบ multi-planet system คือมีดาวเคราะห์บริวารจำนวนมาก

 

nasa.gov

รูปนี้เป็นข้อมูล ณ เดือนธันวาคม 2017 ของนาซ่า แสดงดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ (exoplanets) ที่ถูกตรวจพบ มี exoplanets มากกว่า 2,500 ดวงที่ถูกตรวจพบโดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Kepler (จุดสีเหลือง) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นดาวเคราะห์ขนาดเล็ก ที่มีขนาดอยู่ระหว่างขนาดของโลกและขนาดของดาวเนปจูน (Earth-sized planets & super-Earths)

สำหรับ exoplanets ที่ถูกค้นพบโดยปฏิบัติอื่นก่อนภารกิจ Kepler โดยมากเป็นดาวเคราะห์แก๊สยักษ์ (gas giants) และ ดาวเคราะห์น้ำแข็งยักษ์ (ice giants) เนื่องจากตรวจพบได้ง่ายจากขนาดของมัน

 

nasa.gov

รูปนี้เป็นข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2017 ของนาซ่า แสดงประเภทของดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ (exoplanets) ที่ถูกค้นพบ จะเห็นว่าส่วนใหญ่ของดาวเคราะห์ที่ถูกค้นพบโดย Kepler เป็นดาวเคราะห์ที่มีขนาดใกล้เคียงกับโลก (Earth-sized planets) และดาวเคราะห์ที่มีขนาดใหญ่กว่าโลก (super-Earths) ซึ่งมีศักยภาพที่จะเป็น rocky planets หรือ terrestrial planets ข้อมูลนี้บ่งบอกว่ามีดาวเคราะห์ขนาดเล็กแบบนี้อยู่ทั่วไปในกาแล็กซี่ทางช้างเผือก

หมายเหตุ: Rocky planets หรือ Terrestrial planets เป็นดาวเคราะห์ขนาดเล็กที่มีองค์ประกอบหลักเป็นหินและโลหะ ในระบบสุริยะ terrestrial planets เป็นดาวเคราะห์ในวงโคจรชั้นในใกล้ดวงอาทิตย์ ได้แก่ โลก ดาวพุธ (Mercury) ดาวศุกร์ (Venus) และดาวอังคาร (Mar)

สำหรับข้อมูลล่าสุด ณ เดือนพฤษภาคม 2019 มีการยืนยันการค้นพบ exoplanets แล้ว 4,058 ดวงในระบบดาวฤกษ์ 3,033 ระบบ ในจำนวนนี้เป็นระบบดาวฤกษ์ที่มีดาวเคราะห์บริวารหนึ่งดวง (one-planet system) จำนวน 2,375 ระบบ และเป็นระบบดาวฤกษ์ที่มีดาวเคราะห์บริวารมากกว่าหนึ่งดวง (multi-planet system) จำนวน 658 ระบบ

 

สามารถอ่านตอนต่างๆของเรื่องนี้ได้ตามลิงค์ต่อไปนี้

จริงหรือไม่ที่ Google กำลังสร้าง AI ให้กลายเป็น Skynet#18 Final

จริงหรือไม่ที่ Google กำลังสร้าง AI ให้กลายเป็น Skynet#17 AI cheated

จริงหรือไม่ที่ Google กำลังสร้าง AI ให้กลายเป็น Skynet#16 Exoplanets

จริงหรือไม่ที่ Google กำลังสร้าง AI ให้กลายเป็น Skynet#15 Genome/Mutation

จริงหรือไม่ที่ Google กำลังสร้าง AI ให้กลายเป็น Skynet#14 AI creates AI

จริงหรือไม่ที่ Google กำลังสร้าง AI ให้กลายเป็น Skynet#13 Music and Art

จริงหรือไม่ที่ Google กำลังสร้าง AI ให้กลายเป็น Skynet#12 AI dreams

จริงหรือไม่ที่ Google กำลังสร้าง AI ให้กลายเป็น Skynet#11 AI gets aggressive

จริงหรือไม่ที่ Google กำลังสร้าง AI ให้กลายเป็น Skynet#10 AlphaGo

จริงหรือไม่ที่ Google กำลังสร้าง AI ให้กลายเป็น Skynet#9 Air pollution

จริงหรือไม่ที่ Google กำลังสร้าง AI ให้กลายเป็น Skynet#8 Deforestation

จริงหรือไม่ที่ Google กำลังสร้าง AI ให้กลายเป็น Skynet#7 Climate change

จริงหรือไม่ที่ Google กำลังสร้าง AI ให้กลายเป็น Skynet#6 Fishing/wildlife

จริงหรือไม่ที่ Google กำลังสร้าง AI ให้กลายเป็น Skynet#5 AI Agriculture

จริงหรือไม่ที่ Google กำลังสร้าง AI ให้กลายเป็น Skynet#4 Natural disasters

จริงหรือไม่ที่ Google กำลังสร้าง AI ให้กลายเป็น Skynet#3 Mobile applications

จริงหรือไม่ที่ Google กำลังสร้าง AI ให้กลายเป็น Skynet#2 Self-driving car

จริงหรือไม่ที่ Google กำลังสร้าง AI ให้กลายเป็น Skynet#1 Health care

 

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2019 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]