• Jusminey
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : monliga.may@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2018-11-27
  • จำนวนเรื่อง : 42
  • จำนวนผู้ชม : 12224
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1 คน
myblogger
ข่าวสารอัพเดรตใหม่
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/myblogger
วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน 2562
Posted by Jusminey , ผู้อ่าน : 637 , 14:17:55 น.  
หมวด : รถยนต์

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หลาย ๆ คนอาจจะยังงงและสับสนโดยเฉพาะเจ้าของรถคันใหม่ที่พึ่งซื้อรถคันแรกว่าระหว่าง พ.ร.บ. รถยนต์ และ ประกัน รถยนต์ ว่าสองอย่างนี้มันคืออันเดียวกันไหม วันนี้จะมาให้ความกระจ่างว่าคือสิ่งเดียวกันหรือไม่ มีความจำเป็นมากขนาดไหนสำหรับเจ้าของรถยนต์

 

พ.ร.บ. รถยนต์คืออะไร

พ.ร.บ. รถยนต์ มีชื่อเต็มว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 เป็นประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับตามกฎหมาย ซึ่งตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ได้บัญญัติไว้เลยว่า ให้เจ้าของรถยนต์ทุกคันที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกต้องทำ พ.ร.บ.ก่อนจึงจะต่อทะเบียนรถได้ พ.ร.บ. รถยนต์นี้ออกมาเพื่อให้ความคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถทุกกรณี โดยไม่คำนึงว่าผู้ที่ได้รับความเสียหายหรือได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุจากรถนั้นจะเป็นตัวการทำให้เกิดอุบัติเหตุนั้นหรือไม่ คุ้มครองทุกคนไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร บุคคลภายนอกที่ได้รับผลกระทบ คนเดินเท้า แต่จะคุ้มครองเฉพาะค่ารักษาพยาบาลเท่านั้น ไม่ได้คุ้มครองถึงความเสียหายในตัวรถ ค่าซ่อมต่าง ๆ

พรบรถยนต์ ราคาจะขึ้นอยู่กับประเภทของรถที่จดทะเบียน และลักษณะของการใช้รถ แต่เป็นอัตราคงที่ บริษัทจะคิดค่า พรบรถยนต์ ราคา ที่นอกเหนือไปจากที่นายทะเบียนกำหนดไม่ได้ ซึ่งสามารถตรวจสอบว่ารถยนต์ที่เราขับมีอัตราเบี้ย พรบรถยนต์ ราคา เท่าไหร่นั้นได้จาก พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535หรือจากกรมการขนส่งทางบก หรือบริษัทประกันภัยได้ ซึ่งถ้าเป็นรถยนต์นั่งไม่เกิน 7 คน พรบรถยนต์ ราคา 600บาท ต่อปี/คัน

 

ความคุ้มครองจาก พ.ร.บ. รถยนต์

พ.ร.บ.ภาคบังคับนี้ให้ความคุ้มครองแบ่งเป็น 2 ในกรณีดังต่อไปนี้

ความคุ้มครองที่เป็นค่าเสียหายเบื้องต้น โดยไม่รอพิสูจน์ว่าใครเป็นฝ่ายผิดหรือฝ่ายถูก บริษัทรับประกันวินาศภัยต้องจ่ายสินไหมให้ทันทีภายใน 7 วันหลังจากได้รับเอกสารที่ยื่นคำร้อง

-     จ่ายค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการรักษาตามความจำเป็น ไม่เกิน 30,000 บาท/คน ในกรณีบาดเจ็บ

-     จ่ายค่าชดเชยเบื้องต้น กรณีได้รับความเสียหายต่อร่างกายจนทุพพลภาพหรือสูญเสียอวัยวะอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้คือ ตาบอด, หูหนวก, เป็นใบ้หรือเสียความสามารถในการพูดหรือลิ้นขาด, สูญเสียอวัยวะสืบพันธุ์, เสียแขน ขา มือ เท้า นิ้ว, เสียอวัยวะอื่นใด, จิตพิการติดตัว, ทุพพลภาพอย่างถาวร ไม่เกิน 35,000 บาท/คน

-     กรณีบาดเจ็บและมาทุพพลภาพจะจ่ายค่าชดเชยรวมกันแล้วไม่เกิน 65,000 บาท/คน

-     ค่าปลงศพและค่าจัดการเกี่ยวกับการจัดการศพ ในกรณีเสียชีวิต 35,000 บาท/คน

-     กรณีเสียชีวิตภายหลังการรักษาพยาบาลรวมกันแล้วไม่เกิน 200,000 บาท/คน

 

ความคุ้มครองที่เป็นค่าสินไหมทดแทน เงินชดเชยส่วนนี้จะได้รับหลังจากมีการพิสูจน์กันแล้วว่าใครผิด ใครถูก และฝ่ายที่ถูกเท่านั้นถึงจะได้รับเงินค่าชดเชยส่วนนี้

  • ค่ารักษาพยาบาล ตามที่เบิกจ่ายจริงหรือไม่เกิน 80,000 บาท
  • เงินชดเชยในกรณีสุญเสียอวัยวะคือ ตาบอด, หูหนวก, เป็นใบ้หรือเสียความสามารถในการพูดหรือลิ้นขาด, สูญเสียอวัยวะสืบพันธุ์, เสียแขน ขา มือ เท้า นิ้ว, เสียอวัยวะอื่นใด, จิตพิการติดตัว, ทุพพลภาพอย่างถาวร 200,000 – 300,000 บาท
  • เงินชดเชยกรณีที่เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร 300,000 บาท
  • ค่าชดเชยการรักษาตัวกรณีเป็นผู้ป่วยในวันละ 200 บาท ไม่เกิน 20 วัน รวม 4,000 บาท

 

ประกัน รถยนต์ คืออะไร

ประกัน รถยนต์เป็นประกันภัยภาคสมัครใจที่เรารู้จักกันในชื่อ ประกัน ชั้น 1 ประกัน รถยนต์ 2 ประกันชั้น 2+ ประกันชั้น 3 เมื่อเป็นประกันภัยภาคสมัครใจ เจ้าของรถยนต์จะทำหรือไม่ทำก็ได้ ซึ่งหากจะให้แนะนำ ขอแนะนำให้ทำเป็นดีที่สุด เพราะความคุ้มครองจากประกันภัยภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. นั้นคุ้มครองแต่เพียงค่ารักษาพยาบาลต่อคนที่บาดเจ็บ ไม่ได้คุ้มครองหรือรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถด้วย เมื่อเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยว ชน กัน จนมีผู้บาดเจ็บ รถยนต์ที่ขับก็คงมีความเสียหายเกิดขึ้นแน่นอนส่วนจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่ความรุนแรงของการชนไป มาดูแผนประกันภัยที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังถือว่าเป็นที่สนใจของเจ้าของรถมาตลอดนั้นคือ ประกัน ชั้น 1 ประกัน รถยนต์ 2 มาดูว่าความคุ้มครองจะต่างกันอย่างไรบ้าง

 

ประกัน ชั้น 1

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 หรือแบบประกันแผน 1 นั้นให้ความคุ้มครองที่เกี่ยวกับรถในทุกกรณีไม่ว่าจะเป็นความเสียหายที่เกิดจากการชนทั้งที่มีคู่กรณีและแบบไม่มีคู่กรณีเช่น ขับรถขนกำแพง ชนเสาไฟ เป็นต้น ความเสียหายที่เกิดจากภัยธรรมชาติเช่น แผ่นดินไหว ฟ้าผ่า น้ำท่วม ไฟไหม้ รวมทั้งการถูกโจรกรรมหรือรถยนต์สูญหายด้วย ให้ความคุ้มครองต่อบุคคลภายนอกไม่ว่าจะเป็นความเสียหายที่เกิดต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และเงินประกันตัวผู้ขับขี่กรณีตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาซึ่งเกิดขึ้นเพราะอุบัติเหตุนั้น ถือเป็นความคุ้มครองครอบคลุมในทุกส่วน

 

ประกัน รถยนต์ 2

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 หรือแบบประกันแผน 2 คุ้มครองความเสียหายที่เกิดกับรถกรณีชน สูญหาย และไฟไหม้ ความคุ้มครองต่อบุคคลภายนอกไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน ชีวิตหรือร่างกาย ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และเงินประกันตัวผู้ขับขี่กรณีตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา ความคุ้มครองต่างจากประกันชั้น 1 คือชั้น 2 ไม่จ่ายค่าซ่อมให้กับรถที่เอาประกันในกรณีเกิดการชน แต่จ่ายค่าซ่อมให้คู่กรณี และไม่คุ้มครองถึงกรณีที่รถเกิดความเสียหายจากการถูกน้ำท่วม แต่ปัจจุบัน มีประกันรถยนต์แบบ 2+ และ 3+ ให้เลือกด้วย ซึ่งจะคุ้มครองค่าซ่อมรถของผู้เอาประกันด้วย ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีมากให้กับผู้ใช้รถยนต์ เพราะไม่ต้องแบกภาระค่าซ่อมรถของตนเอง

 

พรบ.รถยนต์ ต่างกันกับ ประกัน รถยนต์ อย่างไร

ในชีวิตคนเราคงไม่มีใครอยากให้เกิดอุบัติเหตุในขณะขับรถ แต่บางครั้งเราก็ป้องกันไม่ได้ ดังนั้นการหาทางเยียวยาและช่วยเหลือความเสียหายที่เกิดขึ้นหลังจากเกิดอุบัติเหตุจึงเป็นสิ่งที่เราควรเตรียมรับมือไว้ นั่นก็คือการมีทั้ง พรบ. และประกันภัยรถยนต์ไว้เป็นสิ่งที่อุ่นใจที่สุดในการขับรถ

จากข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นแล้วว่า พรบ.รถยนต์นั้นต่างกับประกันภัยรถยนต์คือ พ.ร.บ. รถยนต์นั้นเป็นการประกันภัยภาคบังคับที่เน้นคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชยกรณีบาดเจ็บ ทุพพลภาพและเสียชีวิต ไม่คุ้มครองถึงความเสียหายที่เกิดกับรถ ส่วนประกันภัยรถยนต์คือการประกันภัยภาคสมัครใจเน้นให้ความคุ้มครองทั้งรถและทั้งคน ส่วนจะคุ้มครองครอบคลุมขนาดไหนขึ้นอยู่กับแผนประกันที่เลือกซื้อ หากท่านต้องการรู้ว่าเบี้ยประกันสำหรับรถยนต์ของท่านมีอัตราเท่าไหร่ ก็สามารถโทร 02 821 5791 สายด่วนลูกค้าสัมพันธ์ของ DirectAsia เพื่อเช็คเบี้ยประกัน หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.directasia.co.th/





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2019 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            



[ Add to my favorite ] [ X ]