• มีนา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : white4linen@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2010-11-04
  • จำนวนเรื่อง : 1
  • จำนวนผู้ชม : 27815
  • จำนวนผู้โหวต : 3
  • ส่ง msg :
  • โหวต 3 คน
<< ธันวาคม 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 28 ธันวาคม 2553
Posted by มีนา , ผู้อ่าน : 20473 , 23:02:07 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน

เมื่อวานนี้ เพิ่งจะเห็นข่าวจากทีวีไทยช่องหนึ่งเสนอข่าวเรื่องคนขับรถเมล์ที่พอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน ถูกจับเพราะอ่าน Kindle ขณะขับรถ ก็เลยนึกอยากจะเขียนถึงเจ้า Kindle นี่ขึ้นมาบ้างค่ะ

หากพูดถึง Kindle เชื่อว่าหลายๆ คนคงจะงงว่ามันคืออะไร แต่ถ้าบอกว่ามันคือ “เครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์” หรือ e-book reader/e-book device หลายคนก็คงจะคุ้นเคยมากขึ้นจากข่าวสารไอทีทางสื่อต่างๆ

 

จริงๆ กว่าที่จะรู้ว่าเจ้า Amazon Kindle ตัวนี้คืออะไร ก็ทำเอางงอยู่เป็นนานเหมือนกัน ทั้งที่เห็นผ่านตาอยู่บ่อยครั้งในเว็บไซต์ของอเมซอน  เลยเริ่มต้นหารายละเอียดดูว่ามันคืออะไร เหมาะกับการใช้งานแบบไหน แล้วก็เกิดความรู้สึกสนใจในผลิตภัณฑ์ตัวนี้ขึ้นมาทันที

E-book Reader นั้นมีผู้ผลิตมากมายหลายยี่ห้อ ในวิกิพีเดียเองก็เปรียบเทียบคุณสมบัติของแต่ละยี่ห้อแต่ละรุ่นให้ดูจนตาลายอยู่เหมือนกัน แต่สรุปว่าโดยส่วนตัวแล้วดิฉันสนใจเจ้า Kindle นี่มากกว่า

Kindle เวอร์ชั่นล่าสุดที่วางตลาดอยู่นี้ ถือเป็นรุ่นที่ 3 แล้ว มี 3 แบบให้เลือก คือ

 

พอได้ศึกษาหาข้อดีข้อเสียแล้วก็รู้สึกสนใจมากจนคิดว่าน่าจะเหมาะกับตัวเอง เพียงแต่ว่ารุ่นไหนจะสนองตอบความต้องการในการใช้งานของตัวเองมากที่สุด แล้วก็มาลงตัวที่ Kindle 3G + Wi-Fi ขนาด 6”  โดยคุณสมบัติหลักของเจ้าตัว Kindle 3 รุ่น 3G + Wi-Fi มีดังนี้

  • จอหมึกอิเล็กทรอนิกส์ (E-Ink) ที่มีค่าคอนทราสต์สูง ช่วยถนอมสายตาและประหยัดไฟ

  • สามารถอ่านได้แม้ในขณะแดดจ้า เนื่องจากไม่มีการสะท้อนแสง

  • ตัวหนังสือคมชัดขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ

  • ขนาดบางและเบา น้ำหนักเพียง 247 กรัม

  • แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานจากการชาร์จไฟแต่ละครั้งนาน 1 เดือน (กรณีปิดไวเลส, ถ้าเปิดจะใช้ได้นาน 10 วัน)

  • ฟรีไวเลส 3G โดยไม่ต้องจ่ายรายเดือน

  • ไว-ไฟบิวท์อิน

  • จัดเก็บหนังสือได้มากถึง 3,500 เล่ม

  • ดาวน์โหลดหนังสือได้จากทุกที่ทุกเวลาภายใน 1 นาที

  • ไม่ต้องกลัวข้อมูลหนังสือเล่มใดหาย เนื่องจากอเมซอนจะเก็บข้อมูลนี้ไว้ให้

  • ฟรี 3G การใช้งานเว็บ

  • สามารถทำไฮไลท์, สร้างโน้ตในหนังสือ รวมเรียกดูศัพท์จาก oxford dictionary

  • ลิงค์กับ social media อย่าง twitter และ facebook ได้

ราคาเครื่องพร้อมปกหนัง $189+34.99 =$223.99 ค่าขนส่งโดย DHL $26.98 + Import Fees Deposit $67.64 รวมเบ็ดเสร็จก็ตก $318.61 คูณอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันประมาณ 30 บาท คำนวณเป็นเงินไทยรวมค่าขนส่งบวกภาษีแล้วก็ตกประมาณ 9 พันกว่าบาท ณ เดือนตุลาคม 2553 (เฉพาะราคาเครื่องอยู่ที่ 5 พันกว่าบาท) คงไม่ผิดนักหากจะมองว่าในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับการใช้ชีวิตประจำวันของเรา ประกอบกับค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นอย่างมาก การตัดสินใจซื้อ Kindle 3 ถือเป็น Knowledge Investment หรือการลงทุนทางปัญญาที่น่าจะคุ้มค่าพอสมควร

หลังจากทำรายการสั่งซื้อในวันที่ 20 ต.ค. 53 ระบบแจ้งว่าจะทำการส่งของในวันที่ 27 ต.ค. - 3 พ.ย. 53 และสินค้าจะส่งถึงผู้รับที่เมืองไทยระหว่างวันที่ 2-9 พ.ย. 53 อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมของมีอยู่ใน stock แต่รอทำการส่งหลายวันจัง เท่าที่ดูรีวิวในบางเว็บบอร์ดเห็นบอกว่าจะได้รับสินค้าหลังจากทำรายการสั่งซื้อเพียง 4 วันเท่านั้น อย่างไรก็ตาม อีกสองวันทางอเมซอนก็มีเมล์แจ้งเปลี่ยนแปลงวันส่งให้เร็วขึ้นเป็นภายในวันที่ 22-25 ต.ค. และสินค้าจะส่งถึงมือผู้รับในระหว่างวันที่ 28-29 ต.ค. แต่กว่าทางอเมซอนจะเริ่มส่งสินค้าให้ได้จริงก็เป็นวันสุดท้ายหรือวันที่ 25 ต.ค.  โดยช่วงที่สินค้าถูกส่งออกแล้วเราสามารถติดตามการขนส่งได้ทั้งจากอเมซอนเองและทางผู้รับขนส่งอย่าง DHL ด้วยนะคะ

หลังจากรอคอย รอลุ้น.... เจ้า Kindle ก็มาถึงมือในสภาพดี ไม่มีความเสียหายใดๆ จากการขนส่ง มาดูการบรรจุของเขาเลยดีกว่าค่ะ

ก่อนแกะกล่อง

เปิดมาเจอซองพลาสติกอัดอากาศกันกระแทก

บรรจุแยกกล่อง kindle และปกหนัง

ฉลากบ่งบอกว่าผลิตภัณฑ์รุ่นนี้ประกอบที่ประเทศจีน

มีข้อความบอกให้ดึงเปิดตรงนี้ (ด้านล่างกล่อง)

Kindle สีขาวสวยวางรอในชั้นแรกของกล่อง

ต่อมาเป็นคำแนะนำเบื้องต้น

ชั้นล่างสุดเป็นสาย USB พร้อมปลั๊กแบบอินเตอร์เนชั่นแนล
บางคนที่เคยสั่งเข้ามาแล้ว บอกว่าของที่ส่งมาไทยไม่มีปลั๊กให้
จริงๆ แล้วน่าจะเป็นความคลาดเคลื่อนของคำว่า
international plug มากกว่า
เพราะปลั๊กที่ได้มา ใช้ไฟ
AC 100-240 V. ซึ่งสามารถใช้ได้ครอบคลุมทุกประเทศอยู่แล้ว

กล่องที่สองเป็นปกหนังสีน้ำตาลส้ม

ด้านในปกมีพลาสติกหรือขอเกี่ยวกับตัว Kindle


 

ด้านหน้าแบบเต็มๆ

ด้านหลังจะมีลำโพงอยู่ข้างบนทั้งสองข้าง

ลองใส่ปกดู ขอเกี่ยวแน่นหนาดี ไม่มีตกแน่

หุ้มปกแล้วลองถือดูว่าถนัดมือแค่ไหน

ด้านล่างของตัวเครื่อง มีปุ่มปรับเสียง, ช่องเสียบหูฟัง MP3
พอร์ต
USB และปุ่มเปิดปิดเครื่อง

เทียบความบางกับ HTC Hero สมาร์ทโฟนที่ใช้อยู่

เริ่มแรกก็ทดลองใช้หลังจากชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็ม 2.15 ชั่วโมง (ระหว่างชาร์จแบตสามารถใช้งานได้ปกติ) พอเปิดเครื่องขึ้นมา หน้าจอแรกก็จะเป็นข้อความต้อนรับจากอเมซอน แล้วก็มีคู่มือการใช้งานในรูปแบบอีบุ๊คที่สามารถเปิดอ่านได้ทันที

หน้าแรกของ Kindle

ดาวน์โหลดฟรีอีบุ๊คมาบ้างแล้ว หน้าต่างขวามือเป็นเมนูของหน้าแรก
ถ้าปิดสัญญาณไวเลส แบตเตอรี่จะใช้งานได้ 1 เดือน แต่ถ้าเปิดตลอดแบตจะใช้งานได้ 10 วัน

ถ้าไม่มีสัญญาณ wi-fi
เครื่องจะรับค่าเป็น
3G หรือ Edge หรือ GPRS ในพื้นที่ที่มีสัญญาณถึง (built-in)
จึงออนไลน์ได้ตลอดโดยไม่เสียค่าต่อเน็ตแต่อย่างใด

เมนูการตั้งค่า รวมถึงการลงทะเบียนเครื่อง Kindle ด้วย

ตัวหนังสือจากไฟล์ที่เป็น text ไม่ใช่ pdf จะปรับการตั้งค่าได้ 6 อย่าง
ปรับขนาดตัวอักษรได้ถึง 8 ขนาด
Text-to-Speech หรืออ่านออกเสียงได้
โหมดนี้น่าสนใจตรงที่สามารถปรับเสียงให้เร็วขึ้นหรือช้าลงได้ 3 ระดับ
เลือกเสียงอ่านเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงก็ได้ และจะเปลี่ยนหน้าให้เองอัตโนมัติเมื่ออ่านจบหน้า

ไฟล์ประเภท pdf ตัวหนังสืออาจจะเล็กไปนิด ถ้าไม่ได้ผลิตสำหรับอ่านกับเครื่อง

โหมด pdf สามารถปรับเปลี่ยนได้เพียง 3 อย่าง

หาก pdf ที่มีตัวหนังสือขนาดเล็ก ควรปรับเปลี่ยนให้อ่านในแนวขวาง
เนื่องจากหากอ่านในแนวตั้งแล้วปรับขยายขึ้นเป็น 150%
ตัวหนังสือจะเกินบรรทัดและต้องปรับเลื่อนซ้ายขวาเพื่ออ่านจนจบบรรทัด

คุณสมบัติพิเศษคือมี oxford dictionary

อธิบายศัพท์เวลาเลื่อนเคอร์เซอร์ไปยังคำที่ต้องการดูคำแปล

สำหรับปกหนังแบบมีไฟในตัวเหมาะสำหรับหนอนหนังสือที่รักการอ่านในยามค่ำคืน
ไฟจะทำงานเมื่อเปิดเครื่อง หากไม่ได้นำ
kindle มาเกี่ยวกับขอของปกหนัง ไฟก็จะไม่ทำงาน  

รุ่นนี้มี 2 สีให้เลือก ขาวและกราไฟต์

ภาพสำหรับพักหน้าจอ จะเปลี่ยนไปแต่ละครั้ง ส่วนมากจะเป็นภาพของนักเขียนหนังสือ

เหมือนมีแกลลอรี่เล็กๆ ในเครื่องเวลาเปิด-ปิดแต่ละครั้ง

ตอนนี้ใช้เครื่องไปได้ระยะหนึ่ง ดิฉันชอบคุณสมบัติเด่นๆ อย่างเช่นน้ำหนักที่เบามาก (ไม่ใส่ปก) ทำให้ไม่รู้สึกเมื่อยมือ ซึ่งดีกว่าการถือหนังสืออ่านแน่ และชอบการส่งไฟล์เอกสารอื่นๆ ที่เป็นภาษาไทยจาก microsoft word หรือไฟล์สกุล .doc ให้อเมซอน convert เข้าเครื่องของเราแล้วหลังจากนั้นเวลาอ่านก็จะสามารถปรับขนาดตัวอักษรใหญ่เล็กได้ตามต้องการ 8 ขนาด โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด เว้นแต่ว่ารับไฟล์ในขณะที่ไม่มีสัญญาณ wi-fi ก็จะมีค่าใช้จ่ายในการจัดส่ง ...ส่วนข้อจำกัดของการแปลงไฟล์ก็มีอยู่บ้างเล็กน้อยในเรื่องของสระบนและการตัดคำของภาษาไทย

โดยส่วนตัวแล้ว แรงจูงใจอย่างหนึ่งที่ทำให้ตัดสินใจเลือกเป็นเจ้าของ Kindle ตัวนี้ ก็เพราะเชื่อว่านี่จะเป็นการเพิ่มค่าเฉลี่ยจำนวนบรรทัดในการอ่านหนังสือของตัวเองให้มากขึ้น เรียกว่า you can read anywhere and anytime หรือสามารถอ่านหนังสือได้จากทุกที่ทุกเวลา แต่ปัญหาคือมันจะช่วยเพิ่มได้แค่ไหน เพราะ Kindle ก็มีข้อจำกัดในเรื่องของหนังสือภาษาไทยที่จำหน่ายหรือดาวน์โหลดในอเมซอน ถึงแม้ว่าจะมีอีบุ๊คภาษาไทยให้ดาวน์โหลดเป็นจำนวนไม่น้อย แต่ส่วนใหญ่จะเป็นไฟล์ pdf หรืออ่านด้วยบางโปรแกรมซึ่งไม่สามารถใช้กับ Kindle ได้ จึงอาจจะมีปัญหาบ้างกับการแปลงไฟล์มาอ่านใน Kindle 

จากต้นฉบับไฟล์ word ตัวอักษร Tahoma size 10

ตัวอักษรขนาด 1 และ 2 ไม่ค่อยแตกต่างกันนัก

ตัวอักษรขนาด 3 และ 4 เริ่มเห็นความแตกต่าง

ตัวอักษรขนาด 5 และ 6 แตกต่างชัดเจนขึ้น

ตัวอักษรขนาด 7 และ 8 ค่อนข้างใหญ่เกินสำหรับการอ่านภาษาไทย

สุดท้าย... ดิฉันมักจะได้รับคำถามจากเพื่อนฝูงหรือคนรู้จักหลังจากได้เป็นเจ้าของ Kindle ตัวนี้แล้ว ซึ่งคำถามยอดฮิตเลยก็คือ  iPad,  หรือ Tablet ยี่ห้อต่างๆ น่าจะดีกว่าเจ้า Kindle นี่รึเปล่า จริงๆ ต้องบอกว่าเอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้เลยในเรื่องวัตถุประสงค์ของการใช้งาน

ดังนั้น คนที่สนใจจึงต้องตั้งคำถามกับตัวเองก่อนว่าต้องการอะไร วัตถุประสงค์ในการใช้งานหลักคืออะไร หากต้องการเครื่องเพื่ออ่านหนังสือ E-book เป็นหลัก Kindle 3 ย่อมเป็นทางเลือกที่ดี ด้วยเหตุผลหลายๆ อย่าง เช่น น้ำหนักที่เบาเพียงสองขีดกว่า ความสบายตาในการอ่าน Text เล่น Social media และเว็บต่างๆ ได้แต่เป็นขาวดำ (ยังอยู่ในช่วงทดลอง หรือ experimental ของอเมซอน) นอกจากนั้น Kindle ยังเหมาะที่จะพกพาติดกระเป๋าทิ้งไว้นานๆ มีเวลาว่างเมื่อไหร่ก็หยิบเครื่องมาเปิดอ่านหนังสือหรือเอกสารโดยไม่ต้องกังวลว่าแบตเตอรี่หมด อย่างช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ดิฉันไม่มีโอกาสได้หยิบจับเจ้า Kindle ขึ้นมาอ่านหนังสือเลย พอลองเอามาเช็คดูปรากฏว่าแบตเตอรี่ยังไม่ขยับหรือพร่องไปสักนิด ส่วนคนที่ต้องการ All-in-one  เข้าเว็บเป็นหลัก นานๆ จะอ่านหนังสือบ้าง แน่นอนว่า iPad หรือ Tablet ย่อมจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมและตอบโจทย์ได้ดีกว่าอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะชอบแบบใด เลือกแบบไหน ก็หวังว่าเราจะใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ให้คุ้มค่าและสมประโยชน์ของมันได้มากที่สุด 

 

ลิงค์ที่น่าสนใจ

 

Words of Forest : Tea Time Relaxing & Spa Music


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13
มีนา วันที่ : 29/12/2010 เวลา : 13.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mena
 ทุกก้าวย่างของชีวิตคือการเดินทาง ทุกเส้นทางบอกเรื่องราว

(0)
คุณ chronomist --> สำหรับเมืองไทยราคาคงไม่ลงมามากเท่าไหร่
kindle รุ่นนี้เห็นว่าขายดี ปีนี้ทะลุไปที่ 8 ล้านเครื่อง
แซงหน้ายอดขายหนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์ เล่มล่าสุดไปแล้วค่ะ

คุณลูกเสือหมายเลข9 --> น่าสนใจจริงๆ ค่ะ โดยเฉพาะคนชอบอ่าน

คุณจั๊กเด๋ --> สั่งซื้อสินค้าไม่โดนชาร์จนะคะ
เว้นแต่ตอนที่ส่งไฟล์ให้อเมซอนแปลงเป็น text แล้วรับด้วย 3G
อันนี้เขามี delivery fee หรือค่าส่งประมาณ 2 เหรียญค่ะ แต่ถ้าเรารับด้วยไวไฟ ไม่เสียค่าใช้จ่ายเลย
ส่งไฟล์ให้แปลงหลายสิบไฟล์แล้วค่ะ

ข้อจำกัดของ kindle ที่เป็นปัญหาสำหรับคนไทยคือเรื่องนี้ล่ะค่ะ ไม่มีหนังสือภาษาไทยในอเมซอนให้ดาวน์โหลด แต่คิดอีกที ก็ดีในแง่ของการฝึกภาษาหรือเพิ่มศัพท์วันละหน่อยนะคะ

คุณ Janni_Lee --> คิดว่าการอ่านหนังสือจากตัว Kindle ได้เปรียบในเรื่องของแบตเตอรี่และความสบายตามากกว่าเรื่องอื่นค่ะ
ดูจากการที่คนขับรถเมล์อ่านในขณะขับรถได้นี่ ถือว่าไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 12
มีนา วันที่ : 29/12/2010 เวลา : 12.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mena
 ทุกก้าวย่างของชีวิตคือการเดินทาง ทุกเส้นทางบอกเรื่องราว

(0)
คุณศักดิ์ศิริ --> แสดงภาพความอยากได้ชัดเจนมากเลยค่ะ

คุณจ่าจินต์ --> ขอบคุณสำหรับโหวตทุกครั้งเลยนะคะจ่าจินต์ โชคดีปีใหม่ ให้มีชัย ตลอดปี ตลอดไปเช่นกันค่ะ

คุณ hayyana --> ตัวเครื่องไม่มี backlight ต้องอาศัยจากตัว Cover รุ่นมี backlight อย่างเดียวเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 11
Janni_Lee วันที่ : 29/12/2010 เวลา : 10.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mylifeanddogs
Hope, Love, and Joyfulness... It is here on earth and has four legs !

(0)
เขียนได้แจ่มแจ้งเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ
เคยอยากได้อยู่เหมือนกันค่ะ
แต่เกรงจะไม่คุ้ม เลยได้แต่ download kindle สำหรับ ใช้บน blackberry แทน สะดวกพกพา
และสายตายังพออ่านจอเล็กออก
ความคิดเห็นที่ 10
จั๊กเด๋ วันที่ : 29/12/2010 เวลา : 10.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarkde
หากความทรงจำกลับมาเยือน.. ขอเลือกจดจำสิ่งดีๆ..ที่งดงาม..

(0)
ผมก็ชอบนะคับ Kindle ออกแบบมาได้ขนาดเหมาะมือ แถมตัวหนังสือค่อนข้างเหมือนอ่านจากในหนังสือมาก แถมอ่านกลางแดดก็ได้ แต่ที่ผมชอบ คือแบบ 3 G + Wifi ซึ่งสามารถใช้ 3G ได้ฟรี แต่จะโดนชาร์ตตอนซื้อสินค้าอันนี้มะทราบ

ผมสองจิตสองใจ เพราะเป็นโรคจิตอย่างหนึ่ง ติดกลิ่นหอมกระดาษและไอหมึก อีกอย่าง Kindle ส่วนใหญ่ยังหนักเป็หนังสือภาษาต่างประเทศ แต่ผมคิดว่ากว่าจะอ่านได้หมดเล่ม ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3 เดือน เปิด Dict ตามตลอด ผมรอให้มีหนังสือภาษาไทยเข้ามาอยู่ในระบบนี้ให้มากหน่อยก็ดีครับ แล้วค่อยตัดสินใจอีกที่ ..... ตอนนี้ ขออ่านหนังสือเล่มใหญ่ๆๆ ไปพลางๆก่อนนะคับ
ความคิดเห็นที่ 9
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 29/12/2010 เวลา : 09.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

(0)
น่าสนใจมากครับ
ความคิดเห็นที่ 8
chronomist วันที่ : 29/12/2010 เวลา : 09.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prompzy

(0)
สักพักราคาเครื่องคงลงมาอีก
น่าจะกระจายได้กว้างขึ้น

สวัสดีปีใหม่ 2554
ความคิดเห็นที่ 7
hayyana วันที่ : 29/12/2010 เวลา : 01.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

(0)
เยี่ยมครับ ถ้าเอามาอ่านเป็นหลัก
เสียนิดไม่มี backlight ครับ
อย่างผมเจอสถานการณ์ที่ต้องอ่านบนรถมืดๆบ่อยๆ
ความคิดเห็นที่ 6
จ่าจินต์ วันที่ : 29/12/2010 เวลา : 00.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

(0)
โหวต..2
ขออวยพร..มีชัย
มีโชค..ปีใหม่
2554
ด้วยเทอญ..
ความคิดเห็นที่ 5
ศักดิ์ศิริ วันที่ : 29/12/2010 เวลา : 00.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saksiri2498
โอ...ค่ำคืนครั้งนั้น พระพุทธองค์...ทรงตรัสรู้อริยสัจจ์ ๔

(0)

อยากได้น่ะ ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 4
มีนา วันที่ : 28/12/2010 เวลา : 23.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mena
 ทุกก้าวย่างของชีวิตคือการเดินทาง ทุกเส้นทางบอกเรื่องราว

(0)
คุณปุ๊กปิ๊กชอบอ่านหนังสือน่าจะชอบ

นอนอ่านสบาย เบามือดีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 3
pukpik วันที่ : 28/12/2010 เวลา : 23.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pukpik
Love is not measured by how you feel.. but , how you make the other person feel..

(0)
ชอบจังเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 2
มีนา วันที่ : 28/12/2010 เวลา : 23.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mena
 ทุกก้าวย่างของชีวิตคือการเดินทาง ทุกเส้นทางบอกเรื่องราว

(0)
สวัสดีค่ะ คุณสุ่ย

ลูกหลานสมัยนี้ กำลังก้าวเข้าสู่เจนเนอเรชั่น tablet แล้วค่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
feng_shui วันที่ : 28/12/2010 เวลา : 23.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

(0)
น่าสนใจจังค่ะ

เดี๋ยวจะก้าวไม่ทันลูกหลาน ฮา
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน