• เดินต่อไป
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mailmyhome@zoho.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-10
  • จำนวนเรื่อง : 36
  • จำนวนผู้ชม : 76579
  • ส่ง msg :
  • โหวต 21 คน
ประสบการณ์ สิ่งที่ผ่านพบ บันทึกส่วนตัว ความคิดเห็น
งานอดิเรก ธรรมมะ จิตใจ สุขภาพจิต คอมพิวเตอร์
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/myhome
วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม 2552
Posted by เดินต่อไป , ผู้อ่าน : 2410 , 23:26:10 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ทราบข่าว
เมื่อช่วงวันหยุดยาวเข้าพรรษาที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสได้ไปปฏิบัติธรรม ณ สถาบันพิโมกข์มุข ที่เชียงใหม่ โดยได้รับทราบข่าวว่ามี พระวิปัสสนาจารย์จากประเทศพม่า มาจำพรรษาที่นั่นสามเดือน ด้วยความเมตตาแจ้งข่าวนี้ จาก ศ.เกียรติคุณ นพ.จำลอง ดิษยวณิช



ผมใช้เวลาตัดสินใจไม่นาน เพราะได้ห่างการไปปฏิบัติธรรมเข้ม มานานแล้ว จึงพยายามจัดการเรื่องเวลา แลกเวรต่างๆ ให้ได้เวลาประมาณเกือบหนึ่งสัปดาห์เต็ม

โชคดีที่มีรถทัวร์ จากที่ตัวจังหวัด ไปถึงเชียงใหม่โดยตรง สะดวกมาก เพราะขึ้นรถใกล้บ้าน ผมเลือกเดินทางในเที่ยวเวลากลางคืน นอนบนรถทัวร์ เพื่อให้ถึงที่หมายตอนเช้า แล้วจะได้เริ่มปฏิบัติเลย

ระยะทาง มากกว่าเจ็ดร้อยกิโลเมตร ก็ถึงเชียงใหม่ในตอนเช้า ได้เข้าไปพบพระอาจารย์ Sayadow Tsuzana รับกรรมฐาน แล้วเริ่มปฏิบัติทันที ในวันแรกนี้ มีอาการเพลียค่อนข้างมาก เนื่องจากเมื่อคืนนอนบนรถทัวร์ หลับได้ไม่เต็มที่ ทำให้การนั่งกรรมฐาน จะมีอาการง่วงหลับเสียเป็นส่วนมาก

ทีมจากประเทศพม่า
คณะที่มาร่วมจัดวิปัสนากรรมฐานในครั้งนี้ เป็นคณะที่มาจาก Panditaram Forest Meditation Center ประเทศสหภาพพม่า ประกอบด้วยวิปัสสนาจารย์ Sayadow Tsuzana และแม่ชีชาวพม่าอีกประมาณ 4-5 คน มาพร้อมทีมทำอาหารชาวพม่า ผมก็เลยได้มีโอกาส รับประทานอาหาร โดยฝีมือแม่ครัวชาวพม่าทุกวัน



การปฏิบัติธรรมที่นี่ ใช้แนวทางในการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน ตามแบบอย่างของชาวพม่า ที่มีแนวทางมาจากวิปัสสนาจารย์รุ่นเก่าต้นสายมหาสี สะยาดอ เรื่อยมาจนถึงท่าน Sayadow U Panditabhivamsa ที่ได้ก่อตั้งสำนักวิปัสสนากรรมฐาน Panditarama ที่เมืองย่างกุ้ง โดยใช้โปรแกรมที่คล้ายกับที่จัดอยู่เดิม

กิจกรรมในการปฏิบัติ
เริ่มต้นด้วยการตื่นนอนตี สี่ ใช้เวลาครึ่งชั่วโมงปฏิบัติภารกิจให้เสร็จก่อนที่ตีสี่ครึ่ง แล้วจึงมารวมตัวกันที่ห้องโถง (Dhamma Hall) เริ่มปฏิบัติด้วยการนั่งกรรมฐาน และการเดินจงกรม

การนั่งกรรมฐาน ก็จะใช้เวลาครั้งละ 1 ชั่วโมง สลับกันการเดินจงกรมอีก 1 ชั่วโมง หลังจากนั้น ก่อนรับประทานอาหารเช้า ก็จะมีการสวดแผ่เมตตากรณียเมตตสูตรก่อน แล้วจึงเข้าแถวเดินไปรับประทานอาหาร

เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้ว ก็จะกลับไปที่พักเพื่อทำความสะอาดที่พัก และทำกิจส่วนตัว ก่อนที่จะมารวมตัวกันใหม่ตอนประมาณแปดโมงครึ่ง และปฏิบัตินั่ง และเดินครั้งละ 1 ชั่วโมงสลับไปเรื่อยๆ จน 11 โมงก็จะเป็นเวลารับประทานอาหารกลางวัน

อาหารสองมื้อ
ผู้มาปฏิบัติจะรับศีลแปด ดังนั้นจึงรับประทานอาหารเพียงสองมื้อเท่านั้น หลังจากมื้อกลางวันนี้แล้ว ก็จะงดรับประทานอาหาร มีเพียงดื่มน้ำเปล่าเท่านั้น หรือน้ำปานะ เวลาดื่มประมาณ 5 โมงเย็น

หลังจาก นั้น ก็จะเป็นเวลาอาบน้ำ พอ 6 โมงเย็น ก็จะเป็นเวลาปฏิบัติในช่วงรอบค่ำอีกรอบหนึ่ง จนถึงสามทุ่ม โดยการนั่ง สลับกับเดินจงกรม ประมาณเกือบสามทุ่ม ก็จะมีการสวดมนต์ แผ่เมตตาอีกครั้ง

เข้านอน

ประมาณสามทุ่ม เป็นเวลาเข้านอน ก็จะเข้านอนด้วยสติ กำหนดจิตอยู่กับการเคลื่อนไหวของหน้าท้องในขณะที่กำลังนอน จนกว่าจะหลับไป และตื่นขึ้นมาวันใหม่ พร้อมด้วยสติอีกเช่นกัน เป็นการฝึกให้มีสติให้นานที่สุด ต่อเนื่องมากที่สุด ตลอดทั้งวันทั้งคืน



ที่นอนที่นี่ ก็เป็นที่นอนบางๆ ปูผ้าคลุมไว้ มีหมอนเล็กๆ และผ้าห่มอีกผืน ผมไม่รู้สึกว่ามียุงมารบกวนเลย นอกจากนี้ ยังงดพูดจากัน ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้มีความฟุ้งซ่านมาก หรืออาจจะผิดศีลที่เกี่ยวข้องกับวาจา

สำหรับ ผู้ที่สนใจจะปฏิบัติ ผมแนะนำว่าควรจะมีเวลาสักประมาณสัก 1 สัปดาห์ขึ้นไป เพราะถ้าแค่สองสามวัน คงจะยังปรับตัวไม่ทันเสร็จ ก็เลิกไปเสียก่อนแล้ว น่าเสียดายครับ

ในสองสามวันแรกๆ นั้น สำหรับผู้ที่ไม่เคยได้ฝึก หรือไม่ค่อยได้ฝึกปฏิบัติ จะต้องเผชิญกับอาการปวดในเวลานั่งกรรมฐาน หรือแม้แต่การเดินก็ดี ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาหนึ่ง ถึงจะผ่านพ้นไปได้ และเมื่อเข้าที่แล้ว การปฏิบัติจึงจะเริ่มเห็นผล

อาจารย์อยู่ใกล้ตัว
และเมื่อปฎิบัติไประยะหนึ่งแล้ว ก็ควรจะได้รับการสอบอารมณ์กับท่านอาจารย์ด้วย ผมโชคดีครั้งนี้ พระอาจารย์อยู่ใกล้ๆ จึงได้มีโอกาส ไปสอบอารมณ์ และสอบถามผลการปฏิบัติ รวมทั้งข้อสงสัยอื่นๆ ได้บ่อยๆ

เนื่องจากเป็นการฝึกปฎิบัติกับพระอาจารย์จากพม่า โชคดีที่พระอาจารย์ สื่อสารเป็นภาษาอังกฤษได้ ทำให้สามารถถ่ายทอดข้อความถึงกันและกันได้ตามสมควร

ตลอดการปฏิบัติ เราใช้การสื่อสาร โดยพูดภาษาอังกฤษกัน นอกจากคนไทยแล้ว ผู้ที่เข้าร่วมปฏิบัติกรรมฐานนี้ ยังมีชาวต่างชาติอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น พระภิกษุชาวเยอรมัน ครูชาวเบลเยี่ยม หรือคนเวียตนาม เป็นต้น

สิ่งที่ได้รับ
ทุกครั้งที่ผมไปปฎิบัติธรรม ผมมักจะได้อะไรใหม่ๆ กลับมาเสมอ ครั้งนี้ก็เช่นกัน

1. ผมได้เรียนรู้ว่า วิธีการทำวิปัสสนานี้ เป็นแนวทางทางวิทยาศาสตร์อย่างแท้จริง โดยเน้นเรื่อง "การสังเกต" ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่เราได้เล่าเรียนกันมาตั้งแต่เด็กๆ

เรา จะสังเกต กาย ของเรา (กายานุปัสนาสติปัฎฐาน) เช่นการเดินจงกรม เราจะสังเกต อย่างละเอียดมากๆ ในแต่ละวินาทีของการเคลื่อนไหว การยก การย่าง การเหยียบ เราจะสังเกตท้องของเรา การพองขึ้น การยุบตัวลง ความตึง ความหย่อน อย่างละเอียด

2. เมื่อจิตเราตั้งมั่นดีแล้ว การสังเกตกายอย่างละเอียด เราจะ "เห็น" ธรรมชาติที่แท้จริงปรากฏขึ้น หลังจากที่ผมได้ตั้งจิตให้มั่นคง เฝ้าสังเกต สภาวะลักษณะต่างๆ ที่ปรากฏกับจิต ความกระจ่างเกี่ยวกับคุณสมบัติของธาตุต่างๆ ทั้งสี่ อันได้แก่ ดิน น้ำ ไฟ ลม เป็นที่ประจักษ์ชัดอย่างแจ่มแจ้ง โดยปรากฎเป็นสภาวะธรรม เป็นตัวปรมัตถ์ เป็นการปรากฎที่ไม่ได้เกี่ยวกับภาษา หรือบัญญัติ

3. เมื่อความเข้าใจเกี่ยวกับธาตุทั้งสี่ แจ่มชัดสำหรับตัวผม สิ่งที่ได้รับถัดมา คือความชัดเจนของ "นาม" และ "รูป" เพราะธาตุทั้งสี่นั้น คือรูป ในฐานะที่เป็น มหาภูตรูปนั่นเอง ส่วนนามนั้น คือธาตุรู้ที่เกิดขึ้น หรือวิญญาณธาตุ ภาวะแห่งรูปนาม ชัดเจนมาก ตลอดการปฎิบัติ

4. หลังจากได้สอบอารมณ์กับพระอาจารย์ ทำให้มีการสังเกตเพิ่มเติม โดยท่านอาจารย์บอกว่า ในทุกขณะที่เราปฏิบัตินั้น มีความตั้งใจ ท่านอาจารย์ใช้คำว่า "intention" หรือตอนที่เราปฏิบัติ มีการกำหนดต้นจิต เพื่อให้เห็นความตั้งใจได้ชัดขึ้นนั่นเอง

ตัวความตั้งใจ หรือ intention ก่อให้เกิดการเคลื่อนไหว ทำให้เห็นความต่อเนื่องของ เหตุและผล เหตุคือความตั้งใจ ซึ่งก็หมายถึงจิต หรือนามนั่นเอง ผลก็คือรูป คือการเคลื่อนไหว เช่นการเดิน การกลับตัว เป็นต้น

เราอาจจะกล่าวได้ว่า นาม เป็นปัจจัยให้เกิดรูป หรือรูปเป็นปัจจัยให้เกิดนาม นามรูป อาศัยซึ่งกันและกัน

5. ในการเคลื่อนไหวร่างกายนั้น ถ้าสังเกตให้ละเอียด จะเห็นการเปลี่ยนแปลงทุกขณะการเคลื่อนไหว รูปที่ปรากฏขึ้นมา เปลี่ยนแปลงไปตลอด จะเห็นการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป หรือที่เรียกว่า อุปาทะ ฐีติ ภังคะ ซึ่งเป็นลักษณะของไตรลักษณ์

6. การปฏิบัติครั้งนี้ เป็นการฝึกตามแนว มหาสติปัฎฐานสี่ โดยอยู่ในหมวด กายานุปัสสนา ธาตุมนสิการบรรพ คือพิจารณาโดยความเป็นธาตุสี่

ลากลับ
ฝึกปฏิบัติอยู่ระยะเวลาหนึ่ง เมื่อสมควรแก่เวลาแล้ว (เพราะลางานมานานๆ ไม่ได้) ก็ต้องถึงเวลากลับไปทำภารกิจอันมากมายต่อไป

เมื่อไปลาพระอาจารย์ ท่านก็ได้พูดให้กำลังใจผมอยู่หลายประโยค ทำให้เกิดปิติ ทราบว่าสิ่งเหล่านี้ เป็นเรื่องเฉพาะตน แต่ก็อดไม่ได้ที่อยากจะเชิญชวนผู้ที่สนใจ นานๆ ทีจะได้ปฎิบัติเข้มสักครั้ง แม้ใครที่คิดว่า อาจจะไม่ได้อะไรกลับไป อย่างน้อย ก็คิดว่า ได้เข้าค่ายดูแลสุขภาพในช่วงระยะเวลาหนึ่งก็ย่อมได้





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
กอบธรรม วันที่ : 02/11/2009 เวลา : 21.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/anakkumlangbai
ก่อนเกิดใครเป็นเรา? ...เมื่อเกิดแล้วเราเป็นใคร? ...ใครที่ว่าไม่นานก็ฝังบ้าง เผาบ้าง ..ไม่เชื่อให้ญาติคอยสังเกตุไว้ได้เลย.

สวัสดีครับ อย่าลืมมองดูพระจันทร์ด้วยนะครับ เขาลือกันว่าพระจันทร์คืนนี้สวย.

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
น้ำใส วันที่ : 30/10/2009 เวลา : 14.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chayada
 

เคยบวชชีพราหมณ์ที่วัดพระขาว สระบุรี 1 เดือนค่ะ กิจวัตรก็คล้ายๆกันอย่างนี้ เพียงแต่ชีทั้งหลายมีภาระเพิ่มอีกอย่า่งคือต้องคอยเตรียมภัตตาหารให้ภิกษุสงฆ์ค่ะ

คนเราเวลาเกิดความทุกข์ก็ต้องหาเส้นทางแห่งการหลุดจากทุกข์และการไปในเส้นทางนั้นก็เป็นอีกเส้นทางหนึ่งในหลายทาง

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
เปียแก้ว วันที่ : 27/10/2009 เวลา : 19.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krupia


สวัสดีค่ะคุณเดินต่อไป..
ขอบคุณที่ไปเยือนนะคะ....ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ
ยินดีด้วยที่เข้าสู่แดนธรรม
ครูเปียแก้วเคยไปปฏิบัติธรรมาแล้วค่ะที่ยุวพุทธิกสมาคมแถวบางแคค่ะ...7 คืน กับ 8 วัน
ดีมากๆค่ะ....ได้อะไรดีๆกับชีวิตมากมาย

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
มะอึก วันที่ : 25/10/2009 เวลา : 19.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

http://www.oknation.net/blog/nity/2009/10/25/entry-2
คลิปนายกย้อนหลังครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 24/10/2009 เวลา : 14.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....

อนุโมทนาสาธุค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
เลดี้ราเชล วันที่ : 26/09/2009 เวลา : 00.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ladyrachel

อนุโมทนาบุญคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ปรมัตถ์ วันที่ : 24/07/2009 เวลา : 17.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kamolphan
ปรมัตถ์ ครับ

ขอบคุณที่มาเยี่ยม

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ปรมัตถ์ วันที่ : 24/07/2009 เวลา : 11.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kamolphan
ปรมัตถ์ ครับ


ดีมากเลยค่ะสนับสนุนในกิจกรรมนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คนโสด วันที่ : 22/07/2009 เวลา : 18.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/penguin

มาร่วมอนุโมทนาบุญด้วยคนคะ อยากไปปฏิบัติธรรมมั้งคะแต่ไม่เคยทำ เลยไม่กล้ากลัวเห็นในสิ่งที่ไม่อยากเห็นงะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2009 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]