• ท่านคมสรณ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : dr.khom@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-04
  • จำนวนเรื่อง : 824
  • จำนวนผู้ชม : 2022093
  • ส่ง msg :
  • โหวต 606 คน
โดยพระธรรมทูตอินเดีย
ข่าวสาร,งานชีวิต, ศาสนกิจพระธรรมทูตอินเดีย รู้เรื่องอินเดียเพื่อรู้เรื่องชีวิต
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/mylifeandwork
วันพุธ ที่ 1 ธันวาคม 2553
Posted by ท่านคมสรณ์ , ผู้อ่าน : 1704 , 22:01:00 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน มาโนช โหวตเรื่องนี้

ชีวิตคือการเดินทาง...ตามพุทธโองการว่า จรถ ภิกขเว จาริกํ...

ออกพรรษาวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๓  ได้เดินทางจากนครสาวัตถี มาเพื่อบรรยายคณะผู้แสวงบุญจากประเทศไทย จำนวน ๕๖ ท่าน โดยบริษัทมาลิบู ทัวร์จำกัดที่ได้นิมนต์ให้มาบรรยายที่กุสินารา

วันที่ ๒๕ ตุลาคม พาพระลูกวัด ๒ รูปที่ป่วยมารักษา ณ โรงพยาบาลเมืองโครักปุร์ รูปหนึ่งป่วยเกี่ยวกับหูและอีกรูปหนึ่งป่วยเกี่ยวกับจมูก หมออินเดียให้ยามาทาน ๑๕ วัน จากนั้นก็นัดมาหาหมอใหม่

วันที่  ๒  พฤศจิกายน รับคณะทีมแพทย์จากประเทศไทยทีมแรกเป็นปีที่สอง โดยกรมการแพทย์กระทรวงสาธารณสุข ที่สนามบินเมืองพาราณสี เป็นความโชคดีของชาวพุทธไทยในช่วงนี้ที่ทางผู้ใหญ่ในบ้านเมืองได้เห็นความจำเป็นและความสำคัญในการมาไหว้พระแสวงบุญในอินเดีย อดีตรมต.สาธารณสุข นายวิทยา แก้วภารดัย ได้จัดส่งทีมแพทย์เป็นปีแรก มีอธิบดีกรมการแพทย์ นายเรวัติและรองอธิบดี นายแพทย์บุญเรือง เรืองไตรวรรัตน์ ช่วยดำเนินการจนงานสำเร็จเป็นปีที่สอง พอดีก็พาพระที่ป่วยมาหาหมอไทยทีสถานพยาบาลกุสินาราคลินิก รูปหนึ่งมีอาการหนักคงต้องวางแผนส่งกลับไปผ่าตัดรักษาที่เมืองไทย

วันที่ ๕  พฤศจิกายน มาช่วยงานกฐินพระราชทานวัดไทยกุสินารา     มีคณะอดีตรมต.ต่างประเทศ นายเตช บุนนาค พร้อมคณะอัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทาน มาทอดถวาย ณ วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ –สาธารณรัฐอินเดีย รวมยอดกฐินเป็นปัจจัยส่งเสริมงานพระพุทธศาสนาจำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท

วันที่  ๗ พ.ย. นำคณะผู้แสวงบุญไปสักการะ ณ ที่ลุมพินี  ระยะทาง ๑๗๐ ก.ม. เดินทาง ๗ ช.ม.รวมแวะที่รับประทานอาหารพุทธวิหาร  พุทธวิหารเป็นสถานที่ซึ่งจัดสร้างในสาขาวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ มีห้องน้ำ ที่แวะรับประทานอาหาร ห้องพยาบาล และที่พักสำรองในกรณีที่ชาวพุทธผู้แสวงบุญเข้าด่านอินเดียไม่ได้หากประเทศเนปาลมีปัญหาปิดด่าน เพราะมักกจะเจอปัญหาอยู่เป็นประจำที่ด่านโสเนารี ซึ่งเป็นด่านเข้าออกการไปไหว้พระ ณ ลุมพินีวันแดนประสูติของพระพุทธองค์

วันที่ ๑๐ พ.ย. รับกฐินพระราชทาน อัญเชิญมาโดย บริษัทการบินไทย จำกัดมหาชน มียอดกฐินอันเป็นปัจจัยบริวารสนับสนุนการสร้างวัดไทยเชตวันมหาวิหาร รวมจำนวน ๒,๗๐๐,๐๐๐(สองล้านเจ็ดแสนบาทถ้วน)

วันที่ ๑๑  พ.ย. นำคณะกฐินเดินทางมายังวัดไทยกุสินารา กุสินารานคร กุสินารา

วันที่ ๑๒  พ.ย. ในฐานะผู้อำนวยการสถานพยาบาลกุสินารา รับมอบรถพยาบาลเพื่อดูแลผู้ป่วยและผู้แสวงบุญชาวไทย โดยคุณเอนก จงเสถียร และคณะ ราคารถและอุปกรณ์ช่วยชีวิต รวมราคา ๑๓๐,๐๐๐ บาท

วันที่ ๑๒  พ.ย. บ่ายออกเดินทางไปพุทธคยา พร้อมเจ้าคุณพระราชรัตนรังษี เพื่อเตรียมงานรับเสด็จพระบรมฯ เสด็จ พร้อมด้วยหม่อมศรีรัศม์ พระองค์ภา พระองค์ทีปังกร รัศมีโชติ  นับเป็นเกียรติประวัติแก่พุทธบริษัทชาวไทย ที่สมเด็จพระบรม ฯ เสด็จครั้งนี้เป็นเที่ยวบินมหากุศล จักเป็นปฏิปทาให้ชาวพุทธทั่วโลกได้เป็นแบบอย่างอันดีงาม ในการดำเนินตามรอยบาทพระศาสดาสู่แผ่นดินพุทธภูมิในฐานะทรงเป็นมงกุฎราชกุมารผู้ทรงพระราชศรัทธาต่อบวรพระพุทธศาสนา

วันที่ ๑๓  พ.ย. รับเสด็จสมเด็จพระบรม ฯ ที่พุทธคยา  ทำหน้าที่ประสานภารกิจกับเจ้าหน้าที่การบินไทย สถานทูตไทย เสร็จแล้วออกเดินทางบ่ายสี่โมงเช่ารถ Toyota Innova จากพุทธคยา-กุสินารา  

วันที่ ๑๔  พ.ย. เช้าตีสามเดินทางถึงกุสินารา จำวัด ๒ ช.ม. ตื่น มาหกโมงเช้า ออกเดินทางไปสาวัตถี ถึงสาวัตถีเวลา ๑๑.๕๐ น. รวมการเดินทางประมาณ ๗๐๐ ก.ม ใช้เวลา ๑๘ ช.ม. บนเส้นทางแสนขรุขระ ชนิดหลับไม่ลงเพราะรถกระโดด กระแทกตลอดเส้นทางมาจำวัดได้ก็ตอนที่ถึงกุสินาราแล้ว

วันที่ ๑๔  พ.ย. ฉันเพลเสร็จแล้ว ได้นำคณะแจกผ้าห่มจำนวน ๓๐๐ ชุด โดยคณะศรัทธากฐินเอเอสทีวี ที่มาทอดกฐินถวายร่วมสร้างวัดอุโบสถ ณ วัดไทยสิริราชคฤห์ เมืองราชคฤห์อินเดียแล้วเดินทางพร้อมคณะโดยรถทัวร์ ไปอัคระ- ทัชมาฮาล ถึง เวลาตีสามของวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน

วันที่ ๑๕ เช้าไปชมสิ่งมหัศจรรย์ของโลก แต่เป็นสิ่งสงสัยในใจว่า อนุสรณ์แห่งความรักอันยิ่งใหญ่ แต่กลับรู้สึกว่าไม่ใช่รักที่ยิ่งใหญ่อะไรเลยเป็นเพียงแค่เพื่อคนรักคนเดียวเท่านั้น การใช้แรงงาน การสั่งฆ่านายช่างผู้ออกแบบด้วยเหตุผลเพียงแค่ไม่ต้องการให้สร้างสิ่งเช่นนี้ในที่ไหนอีก ครั้งนี้ไม่ได้เข้าไปด้านในเพราะมาสามหนแล้วจึงปล่อยให้ญาติโยมที่ใฝ่ฝันหาอนุสรณ์สถานแห่งความรักอันยิ่งใหญ่นี้ให้ไปสัมผัสด้วยประสบการณ์ตนเองจักได้หายสงสัยทราบว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกได้อย่างไร

วันที่ ๑๖ ออกจากอัคระ-สู่นิวเดลี ระยะทาง ๒๐๐ ก.ม.ปกติวิ่งประมาณ ๔ ช.ม.แต่ระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุ รถทัวร์คณะที่นั่งมาด้วยชนกับรถ Tractor ที่วิ่งสวนทางผิดเลนมา เป็นเหตุให้รถ Tractor พลิกคว่ำ ทับคนขับ..แต่มีปาฏิหาริย์คือ คนขับไม่ตาย ไม่บาดเจ็บเลย  แต่สิ่งที่เป็นเหตุแห่งความวุ่นวายคือความไม่มีคุณธรรมของคนบ้านเมืองนี้ จะทำโทษ ประชาทัณฑ์คนขับอย่างเดียว.....ทั้ง ๆ ที่คนขับพอเกิดเหตุได้หยุดรถและลงไปเรียกคนให้มาช่วยยกรถที่พลิกคว่ำทับคนขับ พวกเราโชคดีเหลือเกินที่ไม่ได้เกิดมาเป็นคนแถวนี้ ถ้าเช่นนั้นคงลำบากลำเค็ญกันน่าดู  ทำให้เสียเวลากว่าสามชั่วโมงบ่ายเดินทางสู่เดลีต่อแวะชมพิพิธภันฑสถานแห่งชาตินครนิวเดลี มีสิ่งน่าชม น่าดูมากกว่าแสนชิ้น พิเศษสุดสำหรับชาวพุทธคือ มีพระบรมสารีริกธาตุขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้แสดงไวให้ชาวพุทธได้มาสักการะบูชาได้ทุกเมื่อไม่เสียค่าเข้าชมแต่เสียค่ากล้องถ่ายภาพ ๓๐๐ รูปีหากประสงค์จักถ่ายภาพ ถ้าไม่ถ่ายก็เข้าชมฟรีได้ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๗.๐๐ น.

เที่ยงคืนถึงสนามบิน IGI  International India  เป็นสนามบินแห่งใหม่ ใหญ่อันดับสามของโลก ระหว่างรอยู่นั้นคณะได้ทิ้งขนมขาชาไว้ เจ้าหน้าที่ตรวจวัตถุระเบิด มาตรวจนึกว่าจะเป็นการก่อการร้ายภายในสนามบินก็เกิดความวุ่นวายนิดหน่อยเพราะเจ้าหน้าที่ต้องการเจ้าของ แต่เจ้าของเข้าไปข้างในแล้วเลยต้องทำหน้าที่เคลียร์ช่วย เรื่องก็เป็นอันจบไปด้วยดี

วันที่๑๗  ถึงกรุงเทพ ฯ เวลา เกือบหนึ่งโมงเช้า บนเครื่องบิน เป็นครั้งแรกที่ไม่ได้จำวัดแต่หลับสนิทบนเครื่องบินเพราะว่าจำบนเครื่อง เนื่องด้วยโยมหน่อยแห่งบริษัทกาแฟตุ๊ก ๆ ถวายตั๋วชั้นธุรกิจเลยพอหลับได้สบายหน่อย เออ...เพิ่งรู้ว่าที่จ่ายแพงกว่าดีอย่างนี้นี่เอง...ถ้าถูกแต่ยอมทนก็คงเป็นเพราะเงินตัวนี่ก็คงยอม นี่เป็นคงเพราะเป็นพระของดีและแพงก็ไม่ปฏิเสธก็เพราะศรัทธาของโยม....เข้ามูลนิธิวัดไทยกุสินารา แล้วจำวัดต่อถึงเลยเพล เพราะนึกว่าเป็นเวลาอินเดียอยู่เลยต้องอดเพลไปอีกมื้อ ด้วยเวลา ๑๑ โมงเช้าอินเดียเป็นเวลาเที่ยงครึ่งของประเทศไทยแล้ว

วันที่ ๑๘  ช่วงเช้าออกเดินทางไป จ.บุรีรัมย์เพื่อเตรียมความพร้อมในงานทอดกฐินตามโครงการสู่มาตุภูมิ โดยคุณซัตวิน สัจจเทพ ส่งรถพร้อมคนขับมาบริการถวายความสะดวกในการเดินทางสู่ บุรีรัมย์ ระหว่างทางแวะเยี่ยมน้องสาวและหลาน ๆ ที่จ.สระบุรี ถึงวัดบ้านกลันทา สี่ทุ่มกว่า

วันที่ ๑๙ เช้ามาประชุมชาวบ้านแบ่งงาน ตามหน้าที่ เตรียมรับงานกฐินปีนี้ ยิ่งใหญ่เพราะจะมีมาร่วมงานประมาณกว่าสองร้อยคน ไปเยี่ยมนายก อบต.หนองตาไก้ แล้วไปกราบหลวงปู่เกลี้ยงจากบุรีรัมย์-ศรีษะเกษ ระยะทางสองร้อยกว่ากิโล แต่ไปไม่ทันหลวงปู่รอไม่ไหวเลยเข้าจำวัดก่อน  จึงจอระรี ไป จ.อุบล อ.พิมูลมังสาหาร

วันที่ ๒๐ ไปร่วมงานทอดกฐินสามัคคี ที่วัดหนองแคใต้ พร้อมคณะโยมหน่อย ซึ่งเจ้าอาวาสเพิ่งแจ้งมาไม่มีเจ้าภาพมาทอดได้ร่วมถวายช่วยงาน ๕,๐๐๐ บาท ยอดกฐินสองแสนสามหมื่นกว่า จากนั้นไปเยี่ยมบ้านไร้ใต้ บ้าน อ.พิมูลดร.พระมหาวิเชียร วชรวํโส เจ้าอาวาสวัดไทยสิริราชคฤห์  แต่ไปพบท่านโดยบังเอิญที่บ้านเพราะเพิ่งกลับจากอินเดียมาถึงบ้านเมื่อคืนนี้พอดี ทุกอย่างเป็นไปโดยไมได้นัดหมาย เขาเรียกจริงว่าความบังเอิญที่ไม่บังเอิญจริง ๆ บ่ายเดินทางต่อ ระยะทาง ๑๑๒ ก.ม อุบล-ยโสธร แวะชมพระธาตุกล่องข้าวน้อยฆ่าแม่ ที่ลูกคนดีกลายเป็นลูกทรพี เพราะความหิน และไปกราบพระธาตุ อานนท์ วัดมหาธาตุ จ.ยโสธร  อีกทั้งไม่ลืมที่จะไปกราบอัฎฐิธาตุหลวงปู่พวง ที่วัดพระศรีฯ

วันที่ ๒๑ รับคณะกฐินจากกรุงเทพ ฯ นำโดย อ.สมพงษ์ รัตนสุมาวงศ์  ฉันเช้าเสร็จไปกราบหลวงปู่สรวง วัดศรีฐานในแล้วเดินทางต่อเส้นทางยโสธร – สตึก- บุรีรัมย์ กะว่าจะทันฉันเพลพอดี แต่รถวิ่งอีกเส้นทางจึงทำให้เสียเวลา  จอดปั้มน้ำมัน คุณน้ำใจ จินตชาติ นำอาหารเพลมาถวายบนรถ

ได้ประกอบพิธีทอดกฐินเป็นปีที่ ๑๑ มีคณะโยมอาจารย์สมพงษ์ รัตนสุมาวงศ์ จำนวน ๑๙๐ ท่าน รวมยอดปัจจัยบริวารกฐิน ๑,๐๐๐,๐๐๐(หนึ่งล้านบาท) มีโต๊ะหมู่ ๙ หนึ่งชุดราคา ๑๖๐,๐๐๐ บาทเป็นบริวารอีกด้วย พร้อมผ้าห่มจำนวน ๒๐๐ ผืน, อุปกรณ์การเรียน ชุดนักเรียนอีกเป็นจำนวนมากสนับสนุนโรงเรียนบ้านกลันทาวิทยา โรงเรียนที่ผู้เขียนจบประถมศึกษาปีที่ ๖ เสร็จพิธีแล้วเดินทางกลับกรุงเทพ ฯ ถึงกรุงเทพ ฯ เวลาห้าทุ่มเศษ

วันที่ ๒๒ พ.ย. ได้รับโทรศัพท์จากคุณครูปาริฉัตร ครูที่สอนผู้เขียนมาตั้งแต่เป็นนักเรียนชั้นปฐมศึกษา ป. ๑- ๖ ว่าขอให้ช่วยสนับสนุนคอมพิวเตอร์ในการเรียนการสอนที่โรงเรียนบ้านท้องเรือ ต.กลันทา ซึ่งเป็นโรงเรียนที่คุณครูสอนอยู่ ก็รับปากว่าจะช่วยนึกว่าไม่กี่เครื่องแต่คุณครูขอจำนวน ๑๐ เครื่อง เลยช่วยตามกำลังตัวเองก่อน ๓ เครื่อง ๆ ละ ๑๕๐๐๐ บาท เป็นเงิน ๔๕,๐๐๐ บาท ส่วนที่เหลือจักได้บอกบุญให้ญาติโยมมาร่วมด้วยช่วยกันอีก ท่านใดประสงค์จักร่วมบริจาคเพื่อการนี้ก็ยินดีและที่ ร.ร.บ้านกลันทา ก็ขออุปถัมภ์การต่อห้องเรียนต้องใช้งบประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ บาท รับว่าจะดำเนินการให้เสร็จเช่นเดียวกัน

บ่าย ๔ โมงไปที่สถานีโทรทัศน์ช่อง ๓  ร่วมงานแถลงข่าวการสร้างวัดไทยเชตวันมหาวิหาร สาธารณรัฐอินเดียมีคุณประวิตร มาลีนนท์ ร่วมสนับสนุนโครงการ  มีพระราชรัตนรังษี  ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ดร.วิษณุ เครืองาม.คุณปรีชา เลาหพงษ์ชนะและท่านทูตธวัธชัย ทวีศรี ร่วมแถลงข่าว นับว่างานสร้างวัดไทยเชตวันมหาวิหารได้เริ่มแล้วอย่างเป็นทางการงานหนักอีกมากยังรออยู่...หวังว่า ระยะเวลา จากนี้ไปอีก ๕ ปีคงได้เห็นวัดไทยเชตวันมหิวิหารเกิดเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาสมศรัทธาของทุกท่านอย่างแน่นอน

วันที่ ๒๓ พ.ย.  มีคณะญาติโยมที่มาไหว้พระกับคุณแม่สรญา ชวาลดิฐ แห่ง บ. S.B Furniture  นิมนต์ไปฉันเพลที่ ร.ร.อิมโพเรี่ยม และคณะได้ศรัทธาร่วมซื้อที่ดินสร้างวัดไทยเชตวันมหาวิหาร  บ่ายเข้าไปวัดอมรทายิการามหรือวัดใหม่ยายมอญ ในฐานะผู้ช่วยเจ้าอาวาส ได้ไปบูรณะกฎิสงฆ์ที่พักทาสีและทำห้องน้ำใหม่ใช้งบประมาณทำบุญไป ๓๔,๐๐๐ บาทและมอบปัจจัยให้พระเลขา ฯ ช่วยดูแลเรื่องจ่ายค่าทำความสะอาดของวัดตลอดทั้งปี ถามว่าปัจจัยนี้ได้มาจากไหนก็ได้มาจากศรัทธาที่ญาติโยมคนไทยถวายให้ใช้ส่วนตัวนั่นแหละ เพราะคิดว่าญาติโยมถวายมาก็รับไว้แต่รับด้วยคิดว่าจะต้องรีบให้เพียงแค่เป็นทางผ่านให้เท่านั้นปัจจัยเหล่านี้เป็นของร้อนหากเก็บสะสมไว้นาน ๆ เพราะอยู่อินเดียในแต่ละวันก็มีแต่ยื่นอยู่ในฐานะเป็นผู้ให้อยู่เสมอและมีความสุขใจเบาใจที่ได้ให้ นาน ๆ มาเมืองไทยมือที่รับจึงไม่ค่อยถนัดนัก แต่ก็รับด้วยใจที่คิดว่าจะต้องให้นั่นเอง ตั้งใจเป็นการส่วนตัวว่า จะพยายามให้มากที่สุดเท่าที่จะมีให้...เป็นการพยายามตั้งใจเอาชนะความตระหนี่ในใจตัวเองให้ได้ เพราะเวลารับครั้งใด ตัวตระหนี่มักจะปรากฏขึ้นเสมอ ต้องรีบขจัดมิฉะนั้นแล้วคงหมักหมมจนเน่าในไปด้วยความโลภเป็นแน่

วันที่ ๒๔  พ.ย.ว่าจะเดินทางวันนี้แต่ตั๋วได้เป็นวันพรุ้งนี้เลยมีเวลาเตรียมจัดกระเป๋าเดินทางกลับอินเดียปรากฎว่าขามามีแค่กระเป๋าเล็ก ๆ ใบเดียวเพราะตอนมาก็ไม่ได้ขนอะไรมาและคิดว่าจะไม่ได้ขนอะไรไปอีก จึงให้ลูกศิษย์ไปซื้อกระเป๋าใบใหม่มาเพื่อใส่ข้าวของเตรียมไปอินเดีย ส่วนใหญ่ก็เป็นของฝากและเครื่องกันหนาวสำหรับพระสงฆ์เพราะกลับไปนี้ก็เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวแล้วที่อินเดีย ตอนเย็นคุณพฤติ บุปผาคัมและเพื่อน ๆ ได้นำปัจจัยถวายเพื่อซื้อรถอันเป็นพาหนะในการเดินทางที่อินเดีย เพราะได้เห็นความลำบากในการเดินทางที่อินเดีย ด้วยเคยไปอินเดียเห็นประโยชน์และอานิสงส์ของการเดินทางที่จำเป็นต้องมีรถ เออมีรถประจำตำแหน่งก็คราวนี้แหละคุณโยม ตั้งแต่สิบสองขวบบวชมาถึงสี่สิบปียี่สิบหกกาลพรรษากาลบารมีก็เพิ่งจะเกิดให้เห็นก็คราวนี้แล แต่ว่าค่าน้ำมัน ค่าคนขับ ค่าซ่อมบำรุงก็ไปหาต่อข้างหน้าก็แล้วกันนะพระคุณท่าน

วันที่ ๒๕ พ.ย. มาถึงสนามบินประมาณสิบโมงเช้า วันนี้การบินไทยเที่ยวบินจากสุวรรณภูมิ ไปคยา พาราณสีเต็มมาก ต้องลุ้นที่นั่งมาหลายวันกว่าจะได้ที่นั่ง การบินไทยนี้ก็แปลกชอบเต็มในวันที่จะเดินทางตลอดเลย มัวแต่รอฝากน้ำหนักกับคณะที่เดินทาง จนลืมว่าต้องฉันเพลก่อนขึ้นเครื่องกว่าจะเรียบร้อยก็ได้เวลาขึ้นเครื่องแล้ววันนี้ก็อดเพลตามเคย อุตส่าห์บอกลูกศิษย์ให้หยิบขนมปังใส่ย่ามให้ด้วยสักสองสามชิ้นเผื่อได้ไปนั่งฉันบนเครื่องแต่กว่าจะได้นั่งก็เลยเวลาเพลไปอีกเป็นอันว่าอดอีกแล้วหนึ่งมื้อ แต่ไม่เป็นไรหรอกเพราะว่ากระเพาะเจรจากันพอรู้เรื่องว่าวันนี้อดอีกนะรอพรุ้งนี้เช้าค่อยว่ากันใหม่ เดินทางถึงพาราณสีเวลาบ่ายสี่โมง เจอกับเที่ยวบินเหมาลำจากเมกกะ...ชาวมุสลิมไปเมกกะมา..เต็มสนามบินพาราณสีเลย เห็นแล้วตกใจเมืองของฮินดูทำไมมีมุสลิมเต็มสนามบินไปได้ละ กว่าจะพ้นสนามบินได้ก็ใช้เวลานานโขพอประมาณเพราะคนเยอะและต่างคนก็ต่างหากระเป๋าของตนเอง ทั้งไทยพุทธมุสลิมแขกอินเดีย ทุกคนมีจิตจดจ่ออยู่ที่กระเป๋าตัวเอง พอออกสนามบินได้ก็เช่ารถ TATA รุ่น indico จากพาราณสี – กุสินารา ในราคา ก.ม.ละ ๗ รูปี การเช่ารถอินเดียนิยมคิดราคากันเป็นกิโลเมตร คิดทั้งไปและกลับรวม ๖๓๐ กม ก็สี่พันกว่ารูปีทิปคนขับอีกสองร้อย ถึงกุสินาราเที่ยงคืนพอดี ระยะทางสามร้อยกว่ากิโลวิ่งแปดชั่วโมงเป็นอย่างเร็ว พอจำวัดแล้วก็หลับสนิท...ตื่นเช้ามาก็สามโมงกว่า เลยเวลาฉันเช้าอีกแต่ยังพอทันอาหารเพลขอเล่าถึงตรงนี้ก่อน

วันที่ ๒๗ ติดเรื่องการเพิ่มโหลดการใช้ไฟฟ้า เพราะกำลังที่ใช้ช่วงหลังมาเพิ่มเป็นอันมากจาก 60 KWA เป็น 80 Kwa, และก็มีเรื่องที่ต้องสะสางมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่โรงพยาบาล,เรื่องงานมูลนิธิ เรื่องคนงานจะขอขึ้นค่าแรก,เรื่องการประสานส่งพระธรรมวิทยากรบรรยายแก่คณะผู้แสวงบุญที่ขอมาเดือนนี้มีกว่า ๗๐ คันรถบัส และเรื่องอื่น ๆ อีกมากเป็นงานที่ค้างมาช่วงไม่อยู่ที่กุสินารากลับเมืองไทย

วันที่ ๓๐ พ.ย. เตรียมส่งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ไปออกหน่วยที่ลุมพินีวัน ประเทศเนปาลและงานสาธยายพระไตรปิฏกนานาชาติ ณ พุทธคยา ลุมพีนิวันที่ ๔-๕ ธ.ค., พุทธคยาวันที่ ๔-๘ ธ.ค. โดยทางมูลนิธิมายาโคตมี ได้ประสานขอมาและมีชาวพุทธนานาชาติจักมาร่วมกันสาธยายพระไตรปิฏกที่พุทธคยา ท่านที่ประสงค์มาร่วมงานก็เชิญได้ตามวันและเวลาดังกล่าว

วันที่ ๑ พ.ย. ดำเนินการเอกสารการจดทะเบียนรถพยาบาล ฝากงานนี้ไว้ตั้งแต่ก่อนกลับประเทศไทย ให้ผู้่ช่วยคนอินเดีย แต่ว่าสั่งแล้วก็ต้องตาม การตามงานกับคนอินเดียนี้ไม่ใช่ว่า..ตามแล้วจะได้งานเลยต้องตามแล้วตามอีกเพราะเขาจะตอบเราว่า ทุกอย่างไม่มีปัญหาเลย...แต่ระวังเรานั่นแลจะเจอปัญหาเพราะปัญหาไม่มีสำหรับเขาเลย..ดังนั้นอย่าประมาทในการสั่งงานและการตามงาน ต้องเห็นด้วยตาจึงจำวางใจได้

 ช่วงหน้าจะมาเล่าต่อ ช่วงนี้ ขอเอวัง..เจริญพร

ท่านคมสรัญญ์/อินเดีย

๑ ธันวาคม ๒๕๕๓




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
มาโนช วันที่ : 12/01/2011 เวลา : 03.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/manote2499
เสียงกู่ร้องจากสายลมบนถนนโบราณ

คนที่บ้านได้ไปไหว้ช่วง19-28พย.53 พระวิทยากร พระมหาวิกรเมศษ์ หลังจากที่ติดตามอ่านที่พระอาจารย์ได้โพสต์เรื่องราวที่น่าสนใจไว้ โดยเฉพาะเรื่องคุณลำเพย

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
สายบุญ วันที่ : 02/12/2010 เวลา : 20.07 น.

โอ้โฮ้ พระอาจารย์ สุดยอดดดดดดด
ขอโมทนาบุญ ในทุก ๆ บุญของพระอาจารย์ด้วยคะ
และก็โมทนาบุญกับทุก ๆ คนที่ร่วมทำบุญกับพระอาจารย์ด้วยคะ
เอ้! ปกติเคยได้ยินตอนไปอินเดีย มักจะพูดว่า
."เรื่องฉัน เรื่องเล็ก เรื่องไม่ได้ฉันเรื่องใหญ่"
คราวนี้ทำไม ไม่ได้ฉันหลายเวลาจัง
กราบนมัสการ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
คมสรัญญี วันที่ : 02/12/2010 เวลา : 18.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mylifeandwork

โยมมือรอง...
การต่อสู้กับความตระหนี่เป็นเรื่องยากยิ่ง หากไม่เคยให้เลยจิตใจจะเต็มด้วยความโลภ ความเสียดาย ความตระหนี่จะยิ่งทวีคูณ..สุดท้ายชีวิตก็จะยุ่งวุ่นวายเพราะมีมากเกินที่จะรักษาไว้ได้..และก็ต้องละสิ่งทั้งปวงไปอยู่ดี..ขอเจริญพรในเจตนาแห่งการเสียสละ..ละความตระหนี่ได้เป็นกุศลยิ่งนัก..เจริญพร

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
คมสรัญญี วันที่ : 02/12/2010 เวลา : 17.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mylifeandwork

ขออนุโมทนาโยมต้อย...ขณะที่เขียนเรื่องนี้รถติดอยู่บนถนนเส้นท่างโครักปุร์ - สาวัตถี เลยใช้เวลาที่รถจอดนิ่ง ๆ อยู่กับที่สองชั่วโมงไม่ขยับไปไหนเลย เขียนเรื่องนี้ขึ้นบล๊อก..ออกเดินทางจากกุสินารา บ่ายสี่โมง มาถึงสาวัตถีตีหนึ่งครึ่ง...อินเดียนี่เป็นอะไรที่สุด ๆ เรื่องการเดินทาง ปัญหารถติดก็ไม่เพราะอะไรมาก เพียงแค่การขับรถไม่เป็นระเบียบอยากแซงซ้ายแซงขวา..ก็ไป..พอแซงกันไปเจอรถสวนมาก็นั่งมองหน้ากันดับเครื่องรอกันอย่างนั้นแหละ..ไม่มีจิตสำนึกเลยว่าคนอื่นเขาจะติดขัดอย่างไร..เล่าเรื่องนี้ก็เพราะจะให้เห็นว่า..เกิดเป็นคนไทยนะดีขนาดไหนแล้วละโยมแม้จะมีปัญหากันบ้างแต่ก็ยังพอไหว หากใครได้มาเห็นอินเดียแล้วจักมีความภาคภูมิใจในฐานะที่เป็นคนไทยจริง ๆ เลย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
มือรอง วันที่ : 02/12/2010 เวลา : 11.09 น.

กราบนมัสการพระคุณเจ้า
และขอกราบอนุโมทนาบุญกับพระคุณเจ้า
ในทุก ๆ บุญนะเจ้าคะ สาธุ...สาธุ...สาธุ
และขออนุโมทนากับประโยคนี้คะ
...เป็นการพยายามตั้งใจเอาชนะความตระหนี่ในใจตัวเองให้ได้ เพราะเวลารับครั้งใด ตัวตระหนี่มักจะปรากฏขึ้นเสมอ ต้องรีบขจัดมิฉะนั้นแล้วคงหมักหมมจนเน่าในเป็นแน่
...เพราะตัวโยมเองก็คอยขจัดอยู่ทุกๆ วันเจ้าคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
พลาญชัย วันที่ : 02/12/2010 เวลา : 08.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chulaluck

หลวงพี่เดินทางตลอด ไม่ได้ขึ้นมาทางขอนแก่นเลยนะคะ..

อากาศเย็น หวังว่าหลวงพี่คงมีแรงมารายงานข่าวต่อคะ..

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

บทคาถาพาหุง..ทำนองอินเดียแท้

เพราะมาก..อยากให้ฟัง..น้อมรับพลังแห่งชัยชนะที่ไม่กลับมาแพ้อีก

View All
<< ธันวาคม 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]


พระเขียนบล๊อกแบบไหนที่โยมอยากเข้ามาอ่าน ?
เรื่องการเมืองแต่แทรกคำสอนเพื่อให้นักการเมืองได้เข้าถึงธรรม
5 คน
ตลกขำขันแต่มีคติธรรมนำปฏิบัติได้
16 คน
เนื้อหาที่อ่านง่ายคมชัดได้คติไม่ต้องอธิบายขยายความ
31 คน
วิเคราะห์ข่าวสารบ้านเมืองหน้าหนังสือพิมพ์รายวันกับคำสอนดำเนินชีวิต
7 คน
เน้นแก่นสาร แก่นแท้ของธรรมะจริง ๆ เพื่อให้ผู้อ่านเข้าถึงสัจจะธรรมได้จริง
93 คน

  โหวต 152 คน