• ท่านคมสรณ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : dr.khom@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-04
  • จำนวนเรื่อง : 802
  • จำนวนผู้ชม : 1646254
  • ส่ง msg :
  • โหวต 606 คน
โดยพระธรรมทูตอินเดีย
ข่าวสาร,งานชีวิต, ศาสนกิจพระธรรมทูตอินเดีย รู้เรื่องอินเดียเพื่อรู้เรื่องชีวิต
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/mylifeandwork
วันอังคาร ที่ 23 เมษายน 2556
Posted by ท่านคมสรณ์ , ผู้อ่าน : 1695 , 08:34:36 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน ni_gul , หนึ่งมิตรชิดใกล้ โหวตเรื่องนี้

           ขอเชิญตามนักการทูต สอท.นิวเดลีไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุที่เพิ่งถูกพบและเก็บรักษาไว้ที่ัรัฐคุชรัฐ - อินเดีย

พระบรมสารีริกธาตุที่เมืองวาโดดารา

                                                        มีด้วยหรือ? ไปอยู่ที่นั่นได้ยังไง? ฉงน?

 
“พระบรมสารีริกธาตุ” ที่มหาวิทยาลัยมหาราชาสยาชิเรา เมืองวาโดดารา

หลังจากอิ่มอาหารมังสวิรัติรสเลิศที่บริษัทเพชร SRK คณะของเราก็ออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังเมืองวาโดดารา (Vadodara) ย้อนขึ้นไปทิศเหนือตามทางหลวงหมายเลข 8 (National Highway 8 หรือ NH8) ซึ่งเป็นทางหลวงแผ่นดินสายหลักเส้นหนึ่ง เริ่มที่กรุงนิวเดลี เข้ารัฐราชสถาน ผ่านเมืองชัยปุระ เข้ารัฐคุชราต ผ่านเมืองคานธีนคร วาโดดารา สุราต แล้วเข้ารัฐมหาราษฎระ 
สิ้นสุดปลายทางที่เมืองมุมไบ นครหลวงทางเศรษฐกิจของอินเดีย

ด้วยความที่ NH8 เชื่อมเมืองหลวงกับเมืองเศรษฐกิจสำคัญ ทางหลวงเส้นนี้จึงเป็นเส้นทางที่ดีที่สุดเส้นหนึ่งของประเทศ ราดยางอย่างดี มี 4-6 ช่องทางจราจรแล้วแต่ช่วง ดังนั้น การเดินทางจากเมืองสุราตไปยังวาโดดารา ระยะทางประมาณ 150 กิโลเมตร จึงใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น ... เร็วแล้วตามมาตรฐานของที่นี่ ถ้าไปทางเหนือของอินเดีย ระยะทางเท่านี้จะใช้เวลาเพิ่มอีกเท่าตัวคือ 5 ชั่วโมง เพราะสภาพถนนที่ย่ำแย่กว่า แคบกว่า และพลุกพล่านไร้ระเบียบกว่าทางใต้ โดยเฉพาะเส้นทางเยือนสังเวชนียสถานต่างๆ

 
ทางหลวง NH8 ช่วงก่อนออกจากเมืองสุราต เรี่ยมเร้เรไร มี 6 ช่องทางจราจร

นึกภาพนะครับจากนิวเดลีไปดูตาชมาฮาล ห่างกัน 200 กิโล ใช้เวลาเดินทาง 4-5 ชั่วโมงบนไฮเวย์ 
แต่ตอนนี้มี “ทางยกระดับ” จากนิวเดลีถึงเมืองอัคราแล้ว กำลังจะเปิดให้ใช้ในเร็ววันนี้ จะร่นระยะเวลาเดินทางเหลือเพียง 
2 ชั่วโมง โดยเสียค่าผ่านทางไป-กลับราวๆ 640 รูปีครับ ไปสำรวจเส้นทางเมื่อไหร่ จะมาเล่าสู่กันฟังแน่นอน

แต่ก่อนเมืองวาโดดารามีหลายชื่อเช่น “บาโรดา” (Baroda) “องกฏะกะ” (Ankottaka) และองกฏ (Ankot) เป็นต้น ก่อนที่จะมาเป็นชื่อในปัจจุบันซึ่งสันนิษฐานว่ามีที่มาจากภาษาสันสกฤตแปลว่า ใจกลางป่าไทร ... ไม่แปลกใจเพราะเห็นต้นไทรอยู่เต็มเมืองเลยครับ... ตั้งอยู่ริมแม่น้ำวิศวามิตรี (Vishvamitri) อ๊ะๆๆ ชื่อนี้คุ้นอีกแล้วใช่มั้ย? ครับ .. ชื่อของฤาษีวิศวามิตรนั่นเอง เพราะตำนานว่ากันว่าพระฤาษีเคยอยู่แถวนี้มาก่อนนั่นเอง

วาโดดารามีประชากร 1.6 ล้านคนอาศัยอยู่ร่วมกันในเมืองที่พื้นที่ 100 ตร.กม. ... แออัดยัดเยียดพอสมควรที่ 1.6 หมื่นคนต่อ 1 ตร.กม. ... เป็นเมืองแรกๆ ของอินเดียที่มีเส้นทางรถไฟมาถึงตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2404 (สมัยรัชกาลที่ 4) และยังมีถนนไฮเวย์สำคัญเช่น NH8 ผ่านด้วย จึงเป็นเมืองสำคัญเมืองหนึ่งของรัฐคุชราต มีสถาบันการศึกษาที่สำคัญหลายแห่ง รวมทั้งมหาวิทยาลัยที่เรากำลังจะไปเยือนด้วย

 
ซ้าย – หลังคาโดม สัญลักษณ์อันโดดเด่นของคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาราชาสยาชิเรา 
ขวา – คณาจารย์ให้การต้อนรับคณะของเราที่หน้าอาคารภาควิชาโบราณคดีและประวัติศาสตร์โบราณ

สถาบันการศึกษาดังกล่าวคือ มหาวิทยาลัยมหาราชาสยาชิเรา (Maharaja Sayajirao University หรือ MSU) แรกเริ่มก่อตั้งเป็นวิทยาลัยวิทยาศาสตร์แห่งบาโรดา (Baroda College of Science) เมื่อ พ.ศ.2424 (สมัยรัชกาลที่ 5) แล้วยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยเมื่อ พ.ศ. 2492 นี้เอง ปัจจุบันมี 13 คณะวิชา มีหอในสำหรับนักศึกษา 17 แห่ง มีนักศึกษากว่า 1 แสนคน ติดอันดับท็อปเท็นของอินเดียด้วย มีชื่อเสียงด้านชมรมไอเซ็ค (AIESEC – Association Internationale des Étudiants en Sciences Économiques et Commerciales) ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในหมู่ผู้ที่เรียนด้านเศรษฐศาสตร์ทั่วโลก ... ไม่เบาเลยนะครับ .... ที่หมายของเราคือภาควิชาโบราณคดีและประวัติศาสตร์โบราณ คณะอักษรศาสตร์ ... มีคนบอกเจ้านายผมว่ามีพระธาตุเก็บรักษาอยู่ที่คณะนี้ เราจึงตามไปดู!

เมื่อคณะของเราไปถึง ศาสตราจารย์ เค. กฤษณัน หัวหน้าภาควิชาฯ และคณะอาจารย์ รอต้อนรับ แล้วก็นำชมพิพิธภัณฑ์ของภาควิชา ซึ่งนิทรรศการและโบราณวัตถุส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับอารยธรรมลุ่มน้ำสินธุ แต่ที่ผมสนใจเป็นพิเศษคือบอร์ดคำบรรยายการขุดค้นพบ “พระบรมสารีริกธาตุ” จากซากสถูปใหญ่ที่เมืองเทวนิโมริ (Devnimori) ทางเหนือของรัฐคุชราต 
โดยนักโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้เมื่อ พ.ศ. 2506

 
แผนที่แสดงสถานที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาในรัฐคุชราต 
จะสังเกตเห็นรูปผอบทางขวามือบน ที่ตั้ง่ของเมืองเทวนิโมริ

ในการขุดพบครั้งนั้น นักโบราณคดีขุดเจาะซากสถูปใหญ่ที่เมืองเทวนิโมริ พบผอบ 2 ใบ ใบแรกถูกฝังอยู่ใต้ดินชั้นล่างของสถูป มีลักษณะเป็นหินเจาะตรงกลางและมีฝาปิด แต่ไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ จึงไม่ได้ใช้บรรจุสิ่งใด ต่อมาพบผอบใบที่สองอยู่ช่วงกลางของสถูป มีการก่อหินล้อมไว้อย่างดี ผอบมีลักษณะทรงกลมมีฝาปิดใบ ทำจากหินแปรสีเขียว (chlorite schist) มีอักษรพราหมีจารึกไว้รอบผอบรอบข้าง บนฝาปิดและใต้ผอบ เปิดผอบออกมาพบอัฐิบรรจุอยู่ภายใน ... รีบเลยครับ รีบเอาไปเก็บรักษาที่ภาควิชาโดยไม่ชักช้า .... ครับ ต้องพิสูจน์กันก่อนว่าที่พบนั้นเป็นอัฐิของใคร แล้วพุทธศาสนามาถึงแถวๆ นี้ได้ยังไงกันล่ะ?

 
ซ้าย – แผนที่แสดงเส้นทางการเผยแผ่ของพุทธศาสนาในอินเดีย 
ขวา - ภาพแสดงขั้นตอนการบรรจุพระธาตุลงในผอบ

พลิกตำราจนตาเขพอหาคำตอบได้ว่า เมื่อพระพุทธองค์เสด็จดับขันธ์ปรินิพพานแล้ว พระญาติทั้งปวงได้ประชุมกันแบ่งพระบรมสารีริกธาตุเป็น 8 ส่วนไปบรรจุตามสถูปเจดีย์ตามเมืองต่างๆ ตำราแขกบอกว่าพระเจ้าอโศกมหาราชได้ทรงแบ่งพระบรมสารีริกธาตุและพระอัฐิต่างๆ เสียใหม่เพื่ออัญเชิญไปประดิษฐานตามวัดพุทธต่างๆ กว่า 8 หมื่นแห่ง ในเวลาต่อมากษัตริย์เมืองเทวนิมอริได้รับส่วนแบ่งมาด้วยเหมือนกัน จึงได้สร้างสถูปเพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุไว้ ณ ที่แห่งนี้ เมื่อราว พ.ศ.700-800 โน่นครับ

นักวิชาการโบราณคดีได้ช่วยกันอ่านจารึกพบว่าแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นถ้อยคำคาถาจากปฏิจจสมุปบาท (หลักธรรมว่าด้วยการเกิดขึ้นพร้อมแห่งธรรมทั้งหลายเพราะอาศัยกัน การที่สิ่งทั้งหลายอาศัยกันจึงเกิดมีขึ้น เช่น ทุกข์เกิดขึ้นเพราะมีปัจจัย 12 เรื่องเกิดขึ้นสืบ ๆ เนื่องกันมาตามลำดับ) อันเป็นหลักธรรมหัวข้อหนึ่งของพุทธศาสนา ซึ่งพระพุทธองค์เคยทรงเทศนาระหว่างประทับอยู่ที่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี

 
ซ้าย - ลักษณะของผอบเมื่อได้ทำขัดเกลาทำความสะอาดแล้ว เป็นอย่างที่เห็นในภาพครับ 
ขวา – ผอบจำลอง ตั้งบนฐานที่แสดงจารึกอักษรพราหมีที่ขยายให้ใหญ่ขึ้นเพื่อให้เห็นชัดเจน

ส่วนที่สองบอกความเป็นมาของสถูป ... ตรงนี้แหละครับสำคัญ ... ความรู้หางอึ่งสมองลุยถั่วของผมอ่านจากภาษาอังกฤษที่เค้าแปลมาสรุปในส่วนที่สองได้ว่า สถูปนี้สร้างในสมัยของพระเจ้ารุทราเสน (Rudrasena) แห่งราชวงศ์กธิกะ (Kathika) โดยการกำกับดูแลของพระสงฆ์ 2 รูปได้แก่ พระอัคนีพรหม (Agnivarmma) และพระสุทรสนะ (Sudarsana) ที่ใกล้ๆ กับเมืองกรมันฏิกะ (Karmantika) และปสันฏิกะ (Pasantika) สำหรับผอบนั้นสร้างถวายเป็นที่ประดิษฐานของ “ทศพลสรีระ” (Dashabalasharira) โดยพระเจ้าวรหะ โอรสของพระเจ้าเสนะ มีพระภิกษุมหาเสนะเป็นผู้จัดเตรียมผอบเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และยังมีคำจารึกพระนามอื่นของพระพุทธเจ้าได้แก่ “ศากยภิกษุอวตาร” (Sakyabhikshukavatr) อีกด้วย

ตรงนี้แหละครับที่นักโบราณคดีที่แปลถอดความสันนิษฐานว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า เพราะคำว่า “ทศพล” และ “ศากยภิกษุอวตาร” ล้วนหมายถึงพระพุทธเจ้าทั้งสิ้น อาจารย์กฤษณันได้นำพวกเราไปยังห้องทำงาน แล้วเปิดตู้เซฟนำผอบอันจริง และขวดแก้วที่ทางภาควิชาจัดหามาบรรจุพระบรมสารีริกธาตุออกมาให้พวกเราได้ชื่นชมและกราบสักการะกันที่โต๊ะทำงานของท่านนั่นเอง ก่อนที่จะเก็บกลับไปรักษาในตู้เซฟตามเดิม

ท่านทูตเห็นว่า “พระบรมสารีริกธาตุ” ไม่ควรถูกเก็บรักษาไว้ในตู้เซฟเช่นนั้น จึงจิบการัมไจจับเข่าคุยกับอาจารย์ว่าจะหาทางสนับสนุนให้จัดสถานที่ประดิษฐานให้เหมาะสมภายในพิพิธภัณฑ์ภาควิชาฯ เพื่อชาวพุทธจะได้มาสักการะบูชากันตามควรต่อไป ซึ่งทางภาควิชาฯ ก็ยิ้มรับด้วยความยินดี ทีนี้ต่างฝ่ายต่างก็มีการบ้านไปทำละครับ คงใช้เวลาอีกพอสมควรล่ะ คืบหน้าอย่างไร จะเรียนให้ท่านได้อ่านต่อไปในอนาคต ถ้าการนี้สำเร็จลุล่วงช่วงที่ผมยังคงประจำการอยู่ที่อินเดียนี่นะครับ

 
ผอบอันจริง กับขวดแก้วที่ประดิษฐาน “พระบรมสารีริกธาตุ” 
(ก้อนกลมทางขวาบนภายในขวดแก้ว มีผ้าก๊อซรองไว้เพื่อดูดความชื้น)

แต่จนถึงวันนี้ ผมยังคงสงสัยเหลือเกินว่า (1) ทำไมจึงไม่แจ้งให้กรมสำรวจโบราณคดี อันเป็นหน่วยงานของรัฐบาล ร่วมตรวจสอบว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธองค์จริงแท้หรือไม่ หรือทางภาควิชาเกรงว่าจะต้องมอบให้เป็นสมบัติของแผ่นดิน ดังเช่นองค์ที่ประดิษฐานอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติที่กรุงนิวเดลี? (ผมถามแล้วล่ะ แต่คำตอบที่ได้รับ ไม่กระจ่างเลย) (2) เป็นพระอัฐิส่วนใดของพระพุทธองค์ และ (3) ทำไมชาวพุทธทั่วไปจึงยังไม่ทราบข่าวว่ามีประดิษฐานอยู่ที่นี่เท่าที่ควร?

ตรงนี้ยังไม่มีคำตอบ หากมีท่านผู้รู้ท่านใดจะเล่าแจ้งให้ความรู้แก่ผมและท่านผู้อ่านท่านอื่นได้กระจ่างก็จักเป็นบุญกุศลแก่ทุกท่านยิ่งครับ

ขอแถมท้ายนิดนึงว่าเมื่อไม่กี่ปีก่อน มีการขุดพบร่องรอยของวัดพุทธที่เมืองวัธนคร (Vadnagar) ตอนเหนือของรัฐคุชราตอันเป็นเมืองบ้านเกิดของคุณนเรนทรา โมดิ (Narendra Modi) มุขมนตรีรัฐคุชราต 3 สมัยซ้อน ทำให้คุณนเรนทราปิ๊งไอเดียว่าจะส่งเสริมให้รัฐคุชราตเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนาอีกแห่งหนึ่งของอินเดีย เพราะมีร่องรอยของพุทธศาสนาอยู่หลายแห่งมิใช่น้อย ... เรียกว่ามีสังเวชนียสถานทางตะวันออก ก็จะต้องมีเที่ยววัด ไหว้พระธาตุทางทิศตะวันตกด้วย

ไหว้พระกันแล้ว คราวหน้า จะพาท่านไปมุดภูเขาชมเขื่อนนะครับ ... สัญญา!

 

กิตินัย นุตกุล 
16 สิงหาคม 2555 

thaiemb.india@gmail.com

 บอกต่อศรัทธาด้วยความปีติ

ท่านคมสรณ์ - พระธรรมทูตไทยในอินเดีย

วันดี ๒๓๔๕๖

 


เรื่องที่มีผู้อ่านสูงสุด จาก NationTV


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
หนึ่งมิตรชิดใกล้ วันที่ : 29/04/2013 เวลา : 05.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/skylove
นิราศรักหน้าถ้ำ : ร่ายโคลงร่ำเมรัยอาลัยรัก / กลุ่มเขียนข้าว 

เป็นเรื่องราวที่ควรศึกษาเป็นอย่างยิ่ง สาธุครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 23/04/2013 เวลา : 08.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  

อนูโมทนาสาธุบุญความรู้ที่บอกต่อค่ะท่าน น่าไปกราบนมัสการยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นของจริงหรือไม่ แต่ดินแดนแห่งพุทธภูมินั่นยิ่งน่าศรัทธาอยู่แล้ว ถ้ามีโอกาสคงได้แวะไปนมัสการค่ะท่าน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

บทคาถาพาหุง..ทำนองอินเดียแท้

เพราะมาก..อยากให้ฟัง..น้อมรับพลังแห่งชัยชนะที่ไม่กลับมาแพ้อีก

View All
<< เมษายน 2013 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


พระเขียนบล๊อกแบบไหนที่โยมอยากเข้ามาอ่าน ?
เรื่องการเมืองแต่แทรกคำสอนเพื่อให้นักการเมืองได้เข้าถึงธรรม
5 คน
ตลกขำขันแต่มีคติธรรมนำปฏิบัติได้
15 คน
เนื้อหาที่อ่านง่ายคมชัดได้คติไม่ต้องอธิบายขยายความ
30 คน
วิเคราะห์ข่าวสารบ้านเมืองหน้าหนังสือพิมพ์รายวันกับคำสอนดำเนินชีวิต
7 คน
เน้นแก่นสาร แก่นแท้ของธรรมะจริง ๆ เพื่อให้ผู้อ่านเข้าถึงสัจจะธรรมได้จริง
89 คน

  โหวต 146 คน