• ท่านคมสรณ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : dr.khom@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-04
  • จำนวนเรื่อง : 814
  • จำนวนผู้ชม : 1719233
  • ส่ง msg :
  • โหวต 606 คน
โดยพระธรรมทูตอินเดีย
ข่าวสาร,งานชีวิต, ศาสนกิจพระธรรมทูตอินเดีย รู้เรื่องอินเดียเพื่อรู้เรื่องชีวิต
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/mylifeandwork
วันพฤหัสบดี ที่ 3 ตุลาคม 2556
Posted by ท่านคมสรณ์ , ผู้อ่าน : 4302 , 19:35:27 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สมชัย โหวตเรื่องนี้

             ช่วงนี้มีคลิปเกี่ยวกับผู้หญิงใจชั่ว ๓ นาง รุมเหยียบลูกสุนัขตัวน้อย ๆ กำลังงน่ารักไร้เดียงสา จนเสียชีวิตคาเท้าอย่างน่าเวทนาสงสาร สัตว์โลกสุนัขตัวน้อยตัวนั้นยิ่งนัก แล้วก็เป็นเรื่องเป็นราวเป็นข่าวกันทั่วโลกแชร์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมทางโลกโชเชียลมีเดีย  ผู้ที่ได้เห็นคลิปอันโหดร้ายของมนุษย์ที่มีต่อสัตว์เดรัจฉานให้เกิดอาการแห่งความสลดหดหู่ถึงความโหดร้ายจิตใจของมนุษย์ชั้นต่ำสตรีทั้งสามนางนั้น ต่างก็ด่า สาปแช่ง ตามอารมณ์ที่ทราบข่าวนั่น ๆ กันไป ถ้าจะว่ากันตามอารมณ์ของมนุุษย์แล้วจะเรียกหาความยุติธรรมอยากให้คนทำชั่วเช่นนั่นได้รับผลการลงโทษ ให้ทันตาเห็นในปัจจุบันชาตินั่นแหละถึงจะสาสมต่อกรรมนั้น

             ความจริงเรื่องกฏแห่งกรรม การส่งผลของกรรมนั้น ส่วนของกรรมชั่วที่พวกเธอได้ทำลงไปนั้น  แน่นอนว่าย่อมส่งผลตามกฎแห่งกรรม กฎแห่งกรรมย่อมให้ความยุติธรรมแน่นอนโดยไม่ต้องสงสัย บางเรื่อง บางสิ่งบางอย่าง เราอาจสงสัยว่า บางคนอยู่ดี ๆ ทำไมต้องมีอันเป็นไป อย่างไม่น่าจะเป็นไปได้แทบไม่น่าเป็นไปได้ อาจมีข้องสงสัยอีกมากมายเกิดขึ้่นในใจของเหล่าปุถุชนทั้งหลาย แต่สิ่งที่เป็นคำตอบก็คือการส่งผลของกรรมนั่นเอง ลองมาดูผลแห่งกรรมชั่วที่ผู้หญิงสามคนนั้น ได้กระทำต่อสุนัข เปรียบเทียบก้บตัวอย่างเรื่องอันเคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต โดยสตรีนางหนึ่งจับสุนัขถ่วงน้ำจนเสียชีวิตว่ากรรมที่ส่งผลสมเหตุสมผลหรือไม่ เพื่อจักนำมาเทียบเคียงผลแห่งกรรมที่จะส่งผลแก่ผู้ทำกรรมชั่วนั้น เพื่อผู้มีปัญญาทั้่งหลายจักได้ไตร่ตรองพิจารณา เพื่อจักได้ระมัดระวังไม่พลาดเผลอทำกรรมชั่วทั้งหลายแม้จะเป็นกรรมชั่วเพียงน้อยนิดก็ไม่สมควรกระทำอย่างยิ่ง

             มีเรื่องเล่าในสมัยพุทธกาลว่า  เมื่อภิกษุพวกหนึ่ง  โดยสารเรือไปเพื่อต้องการจะเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ นครสาว้ัตถี  ในขณะนั้นเรือได้หยุดนิ่งเฉยในกลางมหาสมุทร  ขณะที่เรือวิ่ง ๆ ไป แล้วมันก็หยุด  (ถ้าเป็นสมัยนี้ก็ต้องดูว่า น้ำมันเชื้อเพลิงหมดหรือไม่ หรือเป็นเพราะเหตุใด  แต่ว่าสมัยนั้นเป็นสมัยเรือใบ  ลมก็มี ใบก็กาง แต่ว่าเรือหยุด)

             บรรดามนุษย์ทั้งหลายคือชาวเรือจึงพากันคิดว่า  คนกาลกิณีจะพึงมีในเรือนี้  ในสมัยนั้นเขาคิดกันแบบนี้ ถ้าอะไรมันไม่ดีเกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัย  แสดงว่ามีนาลกิณีเกิดขึ้น  ต่างคนต่างทำสลากแจกกัน  ให้คนทุกคนจับสลาก สลากนั้นเป็นสลากเสี่ยงทาย  เมื่อทุกคนจับกันแล้ว  ภรรยาของนายเรือตั้งอยู่ในปฐมวัย (แสดงว่าเป็นหญิงสาว  นายเรือมีภรรยาสาว  กำลังน่ารักเห็นจะเป็นเด็กสาวรุ่น ๆ )  เมื่อสลากถึงแก่นาง (หมายความว่านางจับสลากได้แล้ว)  พวกมนุษย์ก็พากันว่า  จงแจกสลากอีก  (หมายความว่าเอาสลากมาแจกกันอีก)  แล้วจึงแจกกันถึง 3 ครั้ง  สลากก็ถึงแก่นางนั้นคนเดียวถึง 3  ครั้ง)

                เป็นอันว่า  เขาคงจะเสี่ยงทาย  เขียนไว้ในสลากว่า  คนไหนเป็นกาลกิณี ขอสลากนี้จงถึงแก่บุคคลนั้น แล้วก็เขียนไว้แล้วก็ม้วน  ถ้าใครจับถูกสลากกาลกิณีนั้นก็ชื่อว่าเหตุร้ายนี้เกิดจากคนนั้น  เป็นคำอธิษฐานของบุคคลทั้งหลาย  แต่ทว่าภรรยาของท่านนายเรือเป็นหญิงสาวน่ารัก เป็นหญิงวัยรุ่น  จับสลากทั้ง 3 วาระ ก็ถูกสลากใบนั้นทุกครั้ง  บรรดาพวกที่ไปในเรือมองดูหน้านายเรือเพื่อจะปรารภว่า  นาย นี่จะว่าอย่างไรกัน  ภรรยาของท่านเห็นจะเป็นคนกาลกิณีกันแน่  ท่านนายเรือจึงกล่าวว่า  ข้าพเจ้าไม่อาจจะให้มหาชนฉิบหายได้  ทั้งนี้ก็หมายความว่า  เมื่อเขาหารือว่า ภรรยาของท่านเป็นคนกาลกิณีแน่  เพราะการจับสลากก็ไม่มีอคติ  การจับก็ไม่ได้บอกให้จับทีหลัง  ตามธรรมดานายเรือกับภรรยาของนายเรือจับก่อน  แต่ทว่าเจ้าหล่อนก็จับถูกสลากใบที่เป็นกาลกิณีทุกที  บรรดาลูกเรือทั้งหลายจึงปรึกษานายว่า ทำอย่างไรกันแน่  จะกล่าวโทษก็เกรงว่าเจ้านายจะโกรธ  ถ้าจะไม่พูดอะไรเลยก็เกรงว่าอันตรายจะพึงมี  จึงหันเข้าไปปรึกษานายว่า  จะทำอย่างไร  สำหรับนายท่านก็ดี  ท่นรักชีวิตคนมากยิ่งกว่ารักภรรยาของท่าน  ท่านจึงกล่าวว่า  เราไม่ต้องการให้คนอื่นฉิบหาย  คนเป็นจำนวนมาก  คือเมียของเราคนเดียว  แต่คนในเรือนี้มากไปกว่านี้  เราไม่ต้องการให้คนทั้งหลายเหล่านี้ต้องย่อยยับไปด้วย

ฉะนั้น เพื่อประโยชน์แก่นางนี้  พวกท่านจงทิ้งเขาในน้ำเถิด  หมายความาว่า  ถ้าเขาจะรักเมียเพื่อประโยชน์กับนางก็ปล่อยให้คนอื่นตาย  แต่ถ้ารักคนมากกว่าก็ต้องปล่อยให้เมียตาย  เขาจึงบอกว่า  เราจะยอมให้คนอื่นฉิบหายไม่ได้ เพื่อประโยชน์แก่นางคนเดียว  จึงได้บอกให้คนทั้งหลายเหล่านั้นจับโยนลงไปในน้ำ  นางนั้นเมื่อพวกมนุษย์จะจับโยนทิ้งน้ำ  กลัวต่อมรณภัย  ก็ร้องขอความช่วยเหลือ  ร้องขอความเมตตา  นายเรือได้ยินเสียร้องนั้น  จึงกล่าวว่า น้องรัก  ประโยชน์อะไรด้วยอาภรณ์ของนางนั้น  ถ้าหากว่าเราพอใจในเธอความฉิบหายก็จะเกิดกับบุคคลทั้งหลายเปล่า ๆ ซึ่งคนทั้งหลายมีชีวิตยิ่งกว่าเธอ (ชีวิตมากกว่าเธอ เธอคนเดียว)  จงเสียสละชีวิตเพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่

เป็นอันว่านายเรือมีน้ำใจเด็ดเดี่ยว  ไม่เห็นกับความสาว ไม่เห็นกับความสวยของภรรยาที่น่ารัก  ฉะนั้นจึงกล่าวว่า  พวกท่านจงเปลื้องอาภรณ์เครื่องประดับของนางให้หมด  ให้นางนุ่งผ้าเก่าผืนหนึ่ง  แล้วจงทิ้งไปในน้ำนั้น  เป็นอันว่าเขาจะทิ้งน้ำ  เขาก็บอกให้บรรดาคนทั้งหลายเปลื้องเครื่องประดับของนางที่แต่งมาสวยสดงดงาม  เป็นธรรมดาภรรยาของนายเรือก็ต้องแต่งตัวสวยมากเพราะมีทุนมาก  เขาบอกต่อไปว่า  ข้าพเจ้าจะไม่มองดูนาง  เป็นอันว่านายเรือเองก็ใจอ่อนเหมือนกัน  ถ้าขืนมองดูเธอก็อาจจะใจอ่อน  อาจจะยับยั้งไม่ให้จับเธอโยนทิ้งน้ำ  แต่ความจริงคนเรามาด้วยกันดี ๆ จู่ ๆ ก็จับโยนทิ้งน้ำให้ถึงแก่ความตาย  ก็ต้องคิด  แต่ว่าเขาก็มีน้ำใจเด็ดเดี่ยวเห็นประโยชน์ส่วนมาก มากกว่าประโยชน์ส่วนน้อย ที่จะพึงรักษาภรรยาไว้แต่ผู้เดียวแต่คนอื่นจะต้องตายเขาไม่ทำ  น้ำใจแบบนี้น่าจะหาเอามาเป็นผู้นำประเทศ ผู้นำจังหวัด ผู้นำหมู่บ้าน ผู้นำตำบล  ถ้าพวกเราได้คนแบบนี้  ประเทศชาติจะมีความสุข

เมื่อเขากล่าวอย่างนี้ว่า  ข้าพเจ้าจะไม่ดูนางนั้น ผู้ลอยอยู่เหนือกระแสน้ำได้  เพราะฉะนั้น  พวกท่านจงเอากระออม หมายความว่า ที่ใส่น้ำ  เอาทรายใส่ให้เต็มผูกไว้ที่คอ โยนนางลงไปเสียในมหาสมุทร  ทั้งนี้ก็เพราะว่าข้าพเจ้าจะได้ไม่เห็นเขา  เมื่อคราวที่เขาลอยน้ำขอความช่วยเหลือเพราะเกรงว่าจะใจอ่อน  บรรดามนุษย์ทั้งหลายเหล่านั้นก็ได้กระทำตามนั้นแล้ว  เวลานั้นปรากฎว่า  ปลาและเต่าก็รุมกินนางนั้นที่ตกไปในน้ำ (เวลานี้คงเป็นเหยื่อของฉลาม เป็นต้น)

 ในเมื่อภิกษุทั้งหลายได้ฟังเรื่องเหล่านั้นแล้ว  ก็คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องอัศจรรย์คนละพวกกับพวกก่อน  เรื่องทั้งหลายเหล่านี้  ความจริงภรรยาของนายเรือก็อยู่ดี ๆ  ไม่ได้ทำความผิด  ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบทุกอย่างตามหน้าที่ของภรรยาที่ดี  และตามหน้าที่ของแม่บ้าน  แต่ทว่าจู่ ๆ เขาก็หาว่าเธอเป็นกาลกิณี  เจ้ามือระยำนี้มันก็แปลก  มันก็ดันไปหยิบเอาสลากขึ้นมาได้  สลากนั้นเขามีความหมายว่า  คนที่ไม่ดีเท่านั้นจะต้องเป็นผู้ถือสลากนี้  แต่บังเอิญยอดนารีเธอก็จับได้ถึง  3  ครั้ง  ถ้าคิดว่าคนอื่นใจร้ายมันก็ไม่ถูก  ถ้าคิดว่าคนอื่นใจดี พิจารณาถูกตามควร  ก็บังเอิญเป็นเคราะห์กรรมไปจับถูกสลากนั้นเข้า  มันก็ไม่ควรเหมือนกัน  เป็นอันว่าการกระทำของบุคคลทั้งหลาย (ชาวเรือนั้น)  จะผิดหรือจะถูก  นางจะเป็นคนกาลกิณีจริงหรือไม่จริง  ภิกษุทั้งหลายเหล่านั้นพากันคิดว่า  เรารู้ไม่ได้  นอกจากองค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วไม่มีใครรู้

 ฉะนั้น  เมื่อพวกเราไปเฝ้าองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า  พวกเราจะทูลถามเนื้อความนี้แด่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า

 บรรดาภิกษุทั้งหลายเหล่านั้นที่พบหญิงภรรยาของนายเรือ  ที่ถูกจับถ่วงน้ำ  เมื่อเดินทางมาถึงเมืองสาวัตถี จึงได้กราบทูลผลของกรรมแด่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า  หญิงภรรยานายเรือนั้น  เพราะอาศัยกรรมอะไรเป็นเหตุพระพุทธเจ้าข้า จึงได้กลายเป็นคนกาลกิณี  เรือวิ่งมาเฉย ๆ แล้วก็หยุด  ไม่สามารถจะทำอะไรให้เรือเคลื่อนไปได้ ทั้ง ๆ ที่ใบก็กางอยู่ และลมก็มี  เป็นเหตุให้บุคคลทั้งหลายเหล่านั้นมีความสงสัยว่า  จะมีคนกาลกิณีเกิดขึ้นในเรือ  แล้วจึงได้จับสลากกัน  สลากสำหรับคนกาลกิณีมีใบเดียว  เขาทำครบทุกคน  เมื่อจับแล้วเธอก็ถูกสลากนั้นถึง 3 วาระ  ในที่สุดก็จำจะต้องถูกจับถ่วงน้ำถึงแก่ความตาย

 เมื่อบรรดาภิกษุทั้งหลายกราบทูลถามองค์สมเด็จพระจอมไตรแล้ว  องค์สมเด็จพระประทีปแก้วจึงนำมาซึ่งอดีตกรรม  ความมีอยู่ว่า

 ในอดีตกาลนานมาแล้ว  หญิงคนนั้นเป็นภรรยาของคหบดีคนหนึ่ง ในกรุงพาราณสี  ได้กระทำกิจทุกอย่าง  มีการตักน้ำ  ซ้อมข้าว  ปรุงอาหาร เป็นต้น  ด้วยมือของตนเอง  หมายความว่า เป็นคนขยัน  นางเองมีสุนัขตัวหนึ่ง สุนัขของนางตัวนั้นมีความจงรักภักดีต่อนางมาก  นั่งแลดูนางนั้นผู้ทำกิจทุกอย่างในเรือน  หมายความว่า ไม่ว่านางทำอะไร สุนัขตัวนั้นก็มองดูอยู่ตลอดเวลา  มันมีความจงรักภักดี  เมื่อนางนำเอาข้าวปลาอาหารไปนาก็ดี  นำไปส่งสามีเวลาทำนา เจ้าสุนัขตัวนั้นมันก็ไปด้วย  เวลาที่นางจะไปป่า  ต้องการจะหาวัสดุต่าง ๆ มีฟืนและผักเป็นต้น  เจ้าสุนัขตัวนั้นก็ไปกับเธอเสมอ ๆ   เป็นอันว่าสุนัขมีความจงรักภักดีในเธอ  ถือว่าเป็นนายที่น่ารัก เป็นนายที่มีเมตตาของมัน

 บรรดาคนหนุ่มทั้งหลาย  เห็นว่าเวลานางไปไหนก็มีสุนัขตามไปด้วย ก็พากันหัวเราะเยาะเย้ยว่า  พวกเราเว๊ย  มาดูพรานสุนัขผู้หญิง  นางพรานสุนัขมาแล้ว  จะไปทางไหนก็ตามย่อมนำสุนัขไปเสมอ ๆ  วันนี้พวกเราจะกินข้าวกับเนื้อ  (คำว่าพรานสุนัข หมายความว่า พรานเขามีสุนัขป็นครื่องมือ  เวลาจะไปไล่เนื้อ  ก็ให้สุนัขไล่กัด ไล่เนื้อเข้ามา เมื่อสุนัขต้อนเนื้อเข้ามาทางพราน  พรานก็ยิง  หรือว่าเนื้อไปทางสุนัข  สุนัขก็กัด  แกก็ล้อเลียนว่า  วันนี้เราจะกินข้าวกับเนื้อ เพราะว่านางพรานสุนัขจะนำเนื้อมาขาย  หรือนำเนื้อมาแจกกับพวกเรา)  จะไปทางไหนก็ตาม  เจ้าหนุ่ม ๆ ทั้งหลายเหล่านั้นมันก็ล้อมันก็เลียน นางก็เกิดความขวยเขินละอายต่อคำพูดของบรรดาพวกชนทั้งหลายเหล่านั้น

 ตอนนี้มาถึงกรรม  ด้วยความอาย  ลืมนึกไปว่าสุนัขตัวนั้นมันมีความจงรักภักดี  ที่ไปอย่างนั้นก็เพราะว่า ตามธรรมดาสุนัขเป็นสัตว์ที่มีความซื่อสัตย์  เราจะตี  เราจะด่า เราจะลงโทษมันประการใดก็ดี  สำหรับสุนัขประเดี๋ยวมันก็เดินเข้ามาประจบประแจง ในภาษิตบางส่วนหรือคนบางท่านได้กล่าวว่า  ขึ้นชื่อว่าความกตัญญูรู้คุณ  บางทีสุนัขจะดีกว่าคนหลายคน  เพราะคนหลายคนที่เราบำรุงบำเรอด้วยดี เขาก็มีความรัก  ถ้าผิดใจนิดเดียว เขาอาจจะฆ่าเราได้

 นางอายแก่ใจแบบนั้นแล้ว  แทนที่จะคิดเป็นอย่างอื่นว่า  สุนัขตัวนี้มีความจงรักภักดีแก่ตน  กลับประหารสุนัขตัวนั้นเสีย  คำว่าประหารหมายความว่า ขว้างบ้าง ตีบ้าง ขว้างด้วยก้อนดินบ้าง ตีด้วยท่อนไม้บ้าง เป็นต้น ให้สุนัขนั้นหนีไป  สุนัขมันก็ไม่รู้ว่านายของมันไล่ทุบไล่ตีมันด้วยความผิดอะไร

 ต่อมาท่านบอกว่า  ได้ยินว่าสุนัขตัวนั้นเคยป็นสามีของนางในชาติก่อน  ที่สุนัขนี้ติดตามมีความจงรักภักดีก็ต้องคิดเหมือนกัน  บรรดาท่านพุทธบริษัท  องค์สมเด็จพระภควันต์กล่าวว่า  สุนัขตัวนั้นได้เคยเป็นสามีของนางในชาติก่อน ๆ มาถึง 3 ชาติ ด้วยกัน  เพราะเหตุฉะนั้น  มันจึงไม่อาจที่จะตัดความรักในนางได้  เมื่อนางจะขว้าง นางจะตี นางจะไล่ ประการใดก็ตามที  เมื่อนางหยุด นางไปไหน  มันก็ตามไปด้วยความจงรักภักดี  ต่อไปตามพระบาลี ท่านกล่าวว่า

 จริงอยู่  ใคร ๆ  ชื่อว่าไม่เคยเป็นเมียหรือว่าเป็นผัวกัน (ศัพท์ภาษาเพราะหน่อยเขาเรียกเป็นสามีภรรยากัน แต่ว่าบาลีท่านบอกว่าว่าไม่เคยเป็นผัวป็นเมีย) มาในกาลก่อน  ในสงสารอันมีที่สุด  อันบุคคลตามไปไม่รู้แล้ว (หมายความว่า ในอัตภาพต่าง ๆ ที่เราเกิดมานี้  มันใช้เวลานานมาก  ใช้เวลานับเป็นแสน ๆ กัป  แต่ละกัป ๆ บางทีเราอาจจะเกิดตั้ง 2 ครั้ง 3 ครั้ง  วนกันไป วนกันมา  ท่านจึงกล่าวว่า  ผู้หญิงและผู้ชายที่เกิดมาในชาตินี้ทั้งหมด  ที่ไม่เคยเป็นสามี ไม่เคยเป็นภรรยากัน ไม่มี  อาจจะเคยสัมผัสผ่านมาในบางวาระ ครั้งหนึ่งหรือสองครั้ง  หมายความว่า  ในชาติหนึ่งหรือสองชาติ สามชาติก็ได้  เพราะการเกิดของเราป็นล้าน ๆ ครั้ง  ไม่ใช่เป็นแสน ๆ ครั้ง  นับเป็นร้อย ๆ ล้านครั้งก็ได้  เพราะการเกิดมันนับไม่ถ้วน  เป็นคนบ้าง เป็นสัตว์บ้าง เป็นเทวดา เป็นพรหมบ้าง เป็นสัตว์ในอบายภูมิบ้าง  โดยเฉพาะที่มาเกิดเป็นคนมันก็นับไม่ถ้วน)

 ท่านกล่าวว่า  ถึงกระนั้น  ความรักมีประมาณยิ่ง  (หมายความว่า  ความรักที่มีความชิดเชื้อมาในกาลก่อน เคยป็นสามีภรรยากันในกาลก่อน  มันมีประมาณมากอย่างยิ่ง)  ท่านกล่าวต่อไปว่า  ย่อมมีในผู้ที่เป็นญาติกันในอัตภาพไม่ไกล  (หมายความว่า  บางคนในชาตินี้  เกิดต่างพวกต่างพ้อง ต่างพี่ต่างน้อง ต่างบิดามารดา  แต่ว่าในกาลก่อนเคยป็นญาติกันมา  ก็เกิดความรักกันได้  พอได้ยินชื่อก็นึกรักคนนั้นขึ้นมาทันที  เหมือนกับว่าเป็นพี่เป็นน้อง  อย่างนี้เป็นต้น  เรื่องนี้ก็ปรากฎแก่บุคคลหลายคน  เพราะว่าบางทีเราไม่เคยเห็นหน้าเขา  แต่ว่าเคยได้ยินชื่อว่าคนนั้นคนนี้  เราก็เกิดความพอใจ)

 องค์สมเด็จพระจอมไตรจึงตรัสว่า  เพราะเหตุนั้น สุนัขตัวนั้นจึงไม่อาจที่จะละนางได้  ถึงนางจะทุบจะตีเป็นประการใดก็ตาม  เขาก็ไม่โกรธนาง แสดงความจงรักภักดี

 ปัจจัยนี้เอง  บรรดาท่านทั้งหลาย  องค์สมเด็จพระจอมไตรจึงตรัสว่า  เป็นเหตุให้นางโกรธสุนัขนั้น  เมื่อนำข้าวยาคูไปเพื่อสามีที่นาแล้ว  นางจึงเอาเชือกใส่ไว้ในชายพกแล้วจึงเดินทางไป  สุนัขตัวนั้นเห็นนายที่เป็นที่รักของมัน คือภรรยาในอัตภาพชาติก่อนๆ ไปแล้ว  มันก็ไปกับนางเหมือนกัน ตามนางไป  ไปไหนมันก็ตามไปด้วย  นางให้ข้าวยาคูแก่สามีแล้วถือเอากระออมเปล่า  (วันนี้วางแผนฆ่าสุนัข  เวลาที่จะเอาข้าวไปให้สามีก็เอาเชือกไปด้วย  เมื่อเอาข้าวไปให้สามีแล้วก็ถือกระออมเปล่า)  ไปสู่แม่น้ำแห่งหนึ่ง  เมื่อไปถึงแม่น้ำแล้ว  นางก็ตักทรายใส่กระออมจนเต็ม จะได้มีน้ำหนักมาก ๆ แล้วจึงได้ให้สัญญาณเรียกสุนัขตัวซื่อสัตย์เข้ามา (คือสามีเก่าของนาง)  ให้มายืนอยู่ในที่ใกล้ ๆ  เจ้าสุนัขก็ดีใจว่า  วันนี้เจ้านายใจดี อุตส่าห์เรียกเข้ามา มันจึงเข้ามาหาด้วยความดีใจ

 แล้วนางจึงได้กล่าวว่า  นี่เธอ  มันนานแล้วนะที่เราได้รับการเยาะเย้ยจากพวกชาวบ้านต่าง ๆ  ก็เพราะตัวเจ้าเป็นสำคัญ  ในวันนี้เจ้ากับเราเห็นจะต้องจากกันเสียแล้ว ความจริงนางพูดเจ้าสุนัขมันไม่รู้  มันดีใจที่นายพูดกับมัน  แต่มันไม่รู้ว่าพูดว่าอย่างไร  สุนัขมันเข้าใจเพียงสัญญาณเรียกมันมา  จะให้มันกินมันก็กิน  มันจำสัญญาณบางอย่างเท่านั้น

เจ้าสุนัขกระดิกหางดีใจหูรี่หมอบอยู่ข้าง ๆ นาง  นางจึงได้จับเจ้าสุนัขตัวนั้น (จับก็ไม่ต้องจับแรง  ท่านบอกว่าใช้มือจับอย่างมั่นที่คอแล้ว  หมายถึงลูบ ๆ คลำ ๆ จับมัน มันก็ยอมให้จับแต่โดยดี)  จึงเอาสายเชือกข้างหนึ่งผูกกระออมที่ใส่ทรายจนเต็ม  แล้วเอาปลายเชือกอีกข้างหนึ่งผูกที่คอสุนัข  เมื่อทำเสร็จ (จะทำอย่างไรเจ้าสุนัขมันก็ยอม เพราะมันมีความรัก)  จึงได้ผลักกระออมให้กลิ้งลงน้ำ  กระออมมันหนัก  เจ้าสุนัขตัวนั้นก็ตามกระออมลงน้ำไปด้วย เพราะเชือกผูกคอมันอยู่ เจ้าสุนัขตัวนั้นก็ถึงกาละ(คือตาย) ในที่นั้นเอง องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้ากล่าวว่า  เพราะอาศัยกรรมเพียงเท่านี้  นางนั้นต้องไหม้อยู่ในนรกสิ้นกาลนาน  เพราะกรรมที่ฆ่าสัตว์  และเพราะอาศัยผลของกรรมนั้น  (คำว่าวิบากแปลว่าผล)  ด้วยผลของกรรมที่เหลือ คือ เศษกรรมที่เหลืออันนั้นนี่ นางต้องตายเพราะเหตุที่เขาถ่วงน้ำแบบนี้สิ้นมาแล้ว 100 ครั้ง ( คือ 100 ชาติ)

                นี่เป็นกฎของกรรมที่เรามองไม่เห็น  บรรดาท่านพุทธบริษัท  ฉะนั้นเกิดมาในชาตินี้  ถ้าบังเอิญจะมีเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นปัจจัยให้เรามีทุกข์  ทั้ง ๆ ที่เราพิจารณาแล้วว่า  กรรมชั่วประเภทนี้ไม่มีสำหรับเรา  ถ้าเรามีความสงสัยอย่างนั้น  เช่นเรื่องหญิงซึ่งเป็นภรรยาของนายเรือนี้ก็แล้วกันว่า กรรมเก่าที่เราทำมาแล้วเรามองไม่เห็น  ชาตินี้ถึแม้ว่าเราจะทำความดีเพียงใดก็ตามที  ก็เป็นเรื่องยากที่เหล่าเราทั้งหลายจะทราบว่า  กรรมทั้งหลายเหล่านั้นมันมาเพราะอะไร 

เพราะฉะนั้น ไม่ต้องไปเป็นเดือดเป็นร้อนแทนผลกรรมที่เธอ ๓ คนเหล่านั้น เราอยากจะให้พวกเขาได้รับกรรมในปัจจุบันชาติอาจจะเป็นที่ไม่พอใจไม่ถูกใจมนุษย์อย่างเรา ๆ  ที่ไม่เห็นผลกรรมทันตาเห็น ก็ไม่เป็นไร แต่กรรมชั่วที่พวกเธอเหล่านั้นได้กระทำลงไปย่อมจะส่งผลให้ผู้ทำกรรมนั้นได้รับผลคือความทุกขเวทนาอย่างสาสมแก่กรรมที่เขาผู้นั้นได้กระทำลงไปโดยไม่ต้องสงสัยในวันใดวันหนึ่งอย่างแน่นอน ขอแต่เพียงว่าเราต้องน้อมนำมาสู่ตัวว่า กรรมชั่วแม้น้อยนิดก็อย่าทำ เพราะจะนำมาซึ่งผลคือความทุกข์นั่นเอง

 

ท่านคมสรณ์ พระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย

วัดไทยเชตวันมหาวิหาร นครสาวัตถี -อินเดีย

 ๓  ตุลาคม  พ.ศ. ๒๕๕๖

.............................................





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
sunami วันที่ : 04/10/2013 เวลา : 13.35 น.

ขอให้ผลกรรมอันนั้น จงตกแก่ผู้ร่วมกระทำดวยเทอญ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ครูแดง วันที่ : 03/10/2013 เวลา : 20.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

-เห็นแล้วหดหู่ใจ...ยังสาวยังแส้ แต่ใจโหดอย่างน่ากลัว

กรรมจริงๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

บทคาถาพาหุง..ทำนองอินเดียแท้

เพราะมาก..อยากให้ฟัง..น้อมรับพลังแห่งชัยชนะที่ไม่กลับมาแพ้อีก

View All
<< ตุลาคม 2013 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


พระเขียนบล๊อกแบบไหนที่โยมอยากเข้ามาอ่าน ?
เรื่องการเมืองแต่แทรกคำสอนเพื่อให้นักการเมืองได้เข้าถึงธรรม
5 คน
ตลกขำขันแต่มีคติธรรมนำปฏิบัติได้
15 คน
เนื้อหาที่อ่านง่ายคมชัดได้คติไม่ต้องอธิบายขยายความ
31 คน
วิเคราะห์ข่าวสารบ้านเมืองหน้าหนังสือพิมพ์รายวันกับคำสอนดำเนินชีวิต
7 คน
เน้นแก่นสาร แก่นแท้ของธรรมะจริง ๆ เพื่อให้ผู้อ่านเข้าถึงสัจจะธรรมได้จริง
91 คน

  โหวต 149 คน