• ท่านคมสรณ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : dr.khom@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-04
  • จำนวนเรื่อง : 815
  • จำนวนผู้ชม : 1748174
  • ส่ง msg :
  • โหวต 606 คน
โดยพระธรรมทูตอินเดีย
ข่าวสาร,งานชีวิต, ศาสนกิจพระธรรมทูตอินเดีย รู้เรื่องอินเดียเพื่อรู้เรื่องชีวิต
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/mylifeandwork
วันจันทร์ ที่ 11 พฤศจิกายน 2556
Posted by ท่านคมสรณ์ , ผู้อ่าน : 2206 , 12:30:47 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

             วันนี้ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ เวลา ๑๖.๐๐ น.ที่กรุงเฮก ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ศาลโลกจะมีการพิพากษาตัดสินคดีเรื่องเขาพระวิหาร ระหว่างไทยกับกัมพูชา นับว่าเป็นคดีที่สร้างความขัดแย้งให้เกิดระหว่างประเทศเพื่อนบ้านและขัดแย้งกันเองของคนในประเทศ ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร แต่ที่ผ่านมาฝ่ายรับผิดชอบต่างก็ได้ทำหน้าที่ของตน ๆ และเราก็ต้องบอกตัวเองให้ได้ก่อนว่ามีส่วนร่วมในกรณีนี้อย่างไรบ้าง เหตุย่อมส่งผลการตัดสินคดีในวันนี้
ในส่วนของท่านคมสรณ์ไม่มีอำนาจ ไม่ใช่หน้าที่ส่วนเกี่ยวข้องในคดีและก็ไม่ใช่กิจของสงฆ์แต่ก็ไม่ได้นิ่งดูดายมีตัวอย่าง ๒ กรณีที่ได้มีส่วนร่วมดังนี้
              ๑. เมื่อวันที่ ๒๐ เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ได้นำคณะผู้ศรัทธาแสวงบุญจากประเทศไทยสู่พุทธสังเวชนียสถาน หนึ่งในนั้นมีคุณวีระ สมความคิด ร่วมมากับคณะด้วย เมื่อคณะได้เดินทางมาถึงนครสาวัตถี ได้นำคณะไปสักการะภายในวัดพระเชตวันมหาวิหาร ที่ท่านอนาถบิณฑิกะเศรษฐี บริจาคทรัพย์ปูแผ่นทองคำซื้อที่ดิน สร้างถวายพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระพุทธองค์ก็โปรดประทับจำพรรษารวม ๑๙ พรรษากาล ณ วัดพระมหาวิหารแห่งนี้ ขณะนั้นทราบว่าคุณวีระ สมความคิดกำลังต่อสู้เรื่องเขาพระวิหารอยู่ จึงได้ปรารภว่า พวกเราควรจักได้ร่วมจิตอฐิษฐานจิต ช่วยปิดคดีเรื่องเขาพระวิหาร ณ บ่อที่ทิ้งคดีความ ภายในวัดพระเชตวัน ซึ่งบ่อที่ทิ้งคดีแห่งนี้ สมัยพุทธกาลหากมีคดีความเรื่องขัดแย้งทะเลาะวิวาทกันระหว่างพระสงฆ์หรือฆราวาส เมื่อคดีตัดสินเป็นอันสิ้นสุดแล้วก็นำคดีนั้นมาทิ้งปิดคดีกันที่บ่อแห่งนี้ ในกาลต่อมามีพระภิกษุฉัพพัคคีย์ ได้แอบนำเรื่องราวที่ตัดสินแล้ว นำมารื้อฟื้น นำมาล้อเลียนเล่นกันต่าง ๆ นานา ทำให้ผู้ที่มีคดีความเรื่องราวได้รับความอับอายเป็นอันมาก เมื่อความได้ทราบถึงพระพุทธองค์ จึงได้ออกบทบัญญัติห้ามมิให้นำคดีเรื่องที่ตัดสินสิ้นสุดไปแล้วรื้อคดีนำมาล้อเลียนกันอีก จึงเป็นบทวินัยบัญญัติสำหรับพระสงฆ์มาจนถึงปัจจุบันนี้
จึงได้ถือความเป็นมาเรื่องการตัดสินคดีและพุทธบัญญัติห้ามมิให้รื้อคดี มาเป็นนิมิตแห่งทิศทางอันเป็นมงคลในคดีเรื่องเขาพระวิหารระหว่างไทยและกัมพูชา จึงได้ชวนคุณวีระ พร้อมคณะ ร่วมอฐิษฐานจิต ให้คดีเรื่องเขาพระวิหาร ให้สิ้นสุดให้เป็นไปในทางที่ชอบธรรม ยุติความขัดแย้ง อย่าได้มีปัญหาใด ๆ ระหว่างสองประเทศ ให้ได้รับความยุติธรรม ถูกต้องสมควรและในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน
หลังจากที่ได้อฐิษฐานปิดคดี กล่าวคาถาปิดคดีแล้ว..คุณวีระ ได้บอกว่า ขณะทำพิธีอยู่นั้นตนเองได้หลับตาร่วมอฐิษฐานจิต และได้ปรากฏเห็นนิมิตเหมือนอักขระโบราณลอยลงสู่บ่อทิ้งคดี..ทำให้ตนเองเกิดปีติและมีความมั่นใจว่า กำลังมาถูกทางแล้ว และในที่สุดแล้วคดีเขาพระวิหารระหว่างไทยกับเขมร หากเรื่องถึงศาลโลกเมือ่ไหร่ ประเทศไทยเราจักได้รับชัยชนะในคดีนี้อย่างแน่นอน ทุกคนเมื่อได้ทราบจากวาจาของคุณวีระ แล้วต่างก็อนุโมทนากันเป็นอันมาก
เมื่อกลับจากอินเดียไม่นาน ก็ได้ทราบข่าวว่าคุณวีระ และคุณราตรี ถูกจับเข้าคุกที่ประเทศเขมร ก็รู้สึกตกใจอย่างมาก ทุกครั้งที่ได้ผ่าน ไปยังบ่อที่ทิ้งคดี ก็จะส่งแรงอฐิษฐานจิตให้คุณวีระและคุณราตรี ได้ถูกปล่อยตัวออกจากประเทศเขมรโดยเร็ว หากประเด็นของคุณวีระ สมความคิดไม่มีภาคการเมืองมายุ่งเกี่ยวคุณวีระคงได้กลับบ้านแล้ว เพราะอันที่จริง เท่าที่ทราบบริเวณที่คุณวีระ ถูกจับไปนั้น ก็ยังไม่มีหลักฐานการปักเขตว่าเป็นของไทยหรือเขมร ถ้าหากคุณวีระ ยอมรับข้อหาในการบุกรุกเข้าประเทศเขมร ก็เท่ากับว่ายอมรับเขตบริเวณนั้นเป็นเขตของประเทศเขมรนั่นเอง 
              ดังนั้น รัฐบาลไทยควรให้ความสำคัญในเรื่องนี้ให้มาก หากต้องการความชัดเจนในเรื่องชายแดน ไทย เขมร ก็ต้องเร่งดำเนินการพาคุณวีระ กลับบ้านให้ได้โดยด่วน มิฉะนั้นแล้ว การเสียสละและการอุทิศตัวของคุณวีระ ก็จะเปล่าประโยชน์โดยสิ้นเชิง 
................................................................................................

            ๒.กลับประเทศไทยเมื่อพฤษภาคม ปี พ.ศ. ๒๕๕๓

               หลังจากที่เตะแผ่นดินแดนสยามได้ไม่กี่วันก็ต้องรีบเดินทางไปยังนครวัด นครธม...จุดหมายปลายทางที่ถูกเรียกร้องจากเบื้องลึกของหัวใจ ว่าต้องรีบไปให้ได้โดยเร็ว เพราะตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาทุกครั้งที่เจริญภาวนา หลังจากการนั่งสวดมนต์อยู่ที่อินเดีย จิตกลับถูกส่งมายังใจกลางปราสาทบายน แห่งนครธม ประเทศเขมร เหมือนประหนึ่งว่ามีเสียงเรียกร้องให้ไปหาสถานที่แห่งนี้อยู่โดยตลอดเวลา...ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดว่าจะเดินทางไปยังสถานที่แห่งนี้เลย...ความรู้สึกเช่นนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ได้ครั้งหนึ่งได้นำคณะชาวไทยนำโดยคุณวีระ สมความคิด ประกอบพิธี ณ สถานที่บ่ออันเป็นที่ทิ้งคดี ที่พระวิหารเชตวันแห่งนครสาวัตถี คณะได้ร่วมอฐิษฐานจิตเรื่องคดีของเขาพระวิหารเป็นพิเศษด้วย

               เมื่อกลับถึงเมืองไทยก็รีบชวนพระเพื่อนอีกรูปหนึ่งเดินทางสู่ด่านชายแดนเขมร ณ อรัญญประเทศ ผ่านด่านที่ปอยเปต..เช่ารถแทกซี่มุ่งสู่เมืองเสียมเรียบพร้มอค้างหนึ่งคืน ถึงเมืองเสียมเรียบประมาณหกโมงเย็น...หาที่พักแล้วเช้าวันรุ่งขึ้นก็นัดแทกซี่ที่เช่าไว้ให้มารับแต่เจ็ดโมงเช้า..ตรงไปยังปราสาทบายนในทันที

      ปราสาทบายนแห่งนี้สร้างเมื่อค.ศ. ๑๒๐๐ สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ เป็นรูปลักษณะคนยิ้มหันหน้าไปในทิศทั้งสี่ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นหน้าของพระอวโลกิเตศวร หรือพรหมสี่หน้า หรือ พรหมวิหารธรรมสี่ประการคือเมตตา กรุณา มุทิตาและอุเบกขา

  

    เมื่อเดินทางเข้าไปถึงด้านหน้าได้กราบพระพุทธรูปตรงทางเข้าและอฐิษฐานบอกเจ้าที่เจ้าทาง พอขึ้นไปถึงภายในใจกลางของปราสาท..ได้พบพระพุทธรูปโบราณประดิษฐานอยู่ด้านในและมีเด็กหญิงชาวกัมพูชาหนึ่งคนทำหน้าที่นั่งดูแลสถานที่รอแจกจ่ายธูปบริการให้แก่ผู้ที่มาสักการะ..อาตมาก็ส่งภาษาเขมรบอกว่าต้องการมาสวดมนต์ เจริญภาวนา ณ สถานที่แห่งนี้ให้ช่วยดูแลความสงบหากไม่จำเป็นก็ไม่ต้องอนุญาตให้คนเข้ามาด้านใน..ซึ่งเด็กหญิงชาวเขมรก็ตอบรับด้วยดี..เพราะเธอคงนึกว่าอาตมาเป็นพระเขมร

       สิ่งที่เป็นความขลังสูงสุดในพระพุทธศาสนา ที่จักสามารถขจัดปัดเป่าสิ่งอันเป็นอัปมงคลทั้งหลาย รวมทั้งมนต์ดำของจิตผู้ประสงค์ร้ายต่าง ๆ ที่ทางเขมรผู้มีอวิชชาอาคมทำไว้กับประเทศไทย อาตมาคิดว่า ไม่มีสิ่งใดที่จักเกินไปกว่าพุทธคุณ..แน่นอน เพราะพุทธคุณที่สาธยายนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่พระคุณของพระพุทธเจ้าเพียงพระองค์เดียว..แต่เป็นพระคุณของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ทั้งในอดีตและในอนาคตนับไม่ถ้วน จำนวนมากมายมหาศาล จึงย่อมมีพลังยิ่งเหนือสรรพสิ่งโดยไม่ต้องสงสัย  จึงได้น้อมจิตอฐิษฐานอัญเชิญพระพุทธคุณบท อิติปิโส...มาสาธยาย โดยตั้งใจสาธยายได้ครบ ๑๐๘ จบ..และก็สาธยาย โดยนำลูกปะคำที่ใช้นับสวดในพุทธภูมิมานับสาธยายด้วย..ขณะที่สวดอยู่นั้นรู้สึกเหมือนว่าบริเวณโดยรอบปราสาทเต็มไปด้วยสรรพวิญญาณทั้งหลาย เป็นอันมากจนแทบจะไม่มีช่องว่างเว้นแห่งอากาศเหลืออยู่เกิดความอึดอัดเข้ามาในทันที เมื่อสวดจบครบ ๑๐๘ จบแล้วได้นั่งเจริญภาวนา..แผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ สรรพวิญญาณทั้งหลาย และจากนั้นอากาศก็เริ่มปลอดโปร่ง หายใจได้คล่องขึ้น ประหนึ่งว่า..สรรพวิญญาณทั้งหลายได้มารอรับส่วนแห่งบุญ..และได้อนุโมทนาบุญรับทราบถึงแรงอฐิษฐานพากันกลับออกไปหมดแล้ว

สิ่งที่ได้ตั้งจิตอฐิษฐานมีดังนี้

๑. ขอให้ประเทศไทยและประเทศเขมรจงอย่าได้ทะเลาะมีปัญหากันอีกต่อไป ให้วิญญาณของบรรพบุรุษทั้งสองประเทศทำความตกลงกันได้โดยสันติวิธี มีประโยชน์ร่วมกัน อย่าให้คนไทยและเขมรมีปัญหาทะเลาะกันอีกเลย

๒. หากมีปัญหาเรื่องคดีความกันระหว่างกัน..ให้พุทธานุภาพนี้นำชัยชนะมาสู่ประเทศไทยแผ่นดินส่วนใด ๆ อันจักเป็นของคนไทยขอให้แผ่นดินนั้น ๆ จงกลับเป็นของไทย โดยประเทศไทยไม่สูญเสียประโยชน์ใด ๆ หรือแ่ผ่นดินส่วนใดแม้แต่ตารางนิ้วเดียว

         เมื่อได้เดินผ่านประตูสุดท้ายของปราสาทบายนออกมาได้หันมองย้อนไป ใจก็รู้สึกขึ้นมาทันทีว่า..นับจากวันนี้ไป เขมรและไทยจักเป็นประเทศเพืือนบ้านที่ดีต่อกัน จะไม่มาทะเลาะขัดแย้งกับประเทศไทยอีกต่อไปแล้ว เป็นความรู้สึกมั่นใจจากภายในจิตจริง ๆ ขอให้ไทยและเขมรจงอยู่ด้วยความร่มเย็นเป็นสุข ๆ ไปตลอดกาลนานเทอญ

                 ขอให้การตัดสินคดีเขาพระวิหาร ของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในวันนี้ จงมีผลอันเป็นไปเพื่อประโยชน์และความสุขแห่งชาวไทยทุกคนด้วยเทอญ ฯ

.............

นะระงับทับจิต โมปิดใจ พุทธมิให้มีวาจา

ธามิให้ออกปากได้ ยะให้สูญหายไปนี้

นะอุด โมอัด พุทธสลัด ธาปิดใจ ยะให้สูญหายไป ณ บัดนี้

นะปิดหน้า โมปิดหู พุทธปิดปาก ธาปิดใจ ยะให้สูญหายไป ณ บัดนี้

..................



ท่านคมสรณ์ - พระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย
๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖
๑๑.๑๑ นาที

.............................





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

บทคาถาพาหุง..ทำนองอินเดียแท้

เพราะมาก..อยากให้ฟัง..น้อมรับพลังแห่งชัยชนะที่ไม่กลับมาแพ้อีก

View All
<< พฤศจิกายน 2013 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30



[ Add to my favorite ] [ X ]


พระเขียนบล๊อกแบบไหนที่โยมอยากเข้ามาอ่าน ?
เรื่องการเมืองแต่แทรกคำสอนเพื่อให้นักการเมืองได้เข้าถึงธรรม
5 คน
ตลกขำขันแต่มีคติธรรมนำปฏิบัติได้
15 คน
เนื้อหาที่อ่านง่ายคมชัดได้คติไม่ต้องอธิบายขยายความ
31 คน
วิเคราะห์ข่าวสารบ้านเมืองหน้าหนังสือพิมพ์รายวันกับคำสอนดำเนินชีวิต
7 คน
เน้นแก่นสาร แก่นแท้ของธรรมะจริง ๆ เพื่อให้ผู้อ่านเข้าถึงสัจจะธรรมได้จริง
92 คน

  โหวต 150 คน