• mylovely
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sodaza.3112@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2017-01-03
  • จำนวนเรื่อง : 55
  • จำนวนผู้ชม : 26901
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
เส้นบางบาง
เรื่องทั่วไป ที่เป็นกระแสในสังคม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/mylovemylove
วันพุธ ที่ 23 กันยายน 2563
Posted by mylovely , ผู้อ่าน : 229 , 16:11:19 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ประวัติศาสตร์ 27 ปี ของตลาดไฮเปอร์มาร์เก็ต กำลังจะกลับมาสู่มือคนไทยเป็นเจ้าของอีกครั้ง หลังจากฝากให้ต่างชาติดูแลมานาน เนื่องจากธุรกิจค้าปลีก ต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ทำให้การค้าออนไลน์ เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ผู้ค้า และผู้ซื้อ ปรับพฤติกรรมไปทิศทางดังกล่าวมากขึ้น ทำให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะวิกฤตโควิด-19 ซึ่งส่งผลให้พฤติกรรมนี้ ปรับตัวอย่างก้าวกระโดด จนทำให้กลุ่มทุนจากอังกฤษ ตัดสินใจขายโลตัส คืนให้คนไทย และผู้ที่เสนอราคาสูงสุด คือเจ้าของเดิมอย่างซีพี 

นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือซีพี ได้วางบทบาทของไฮเปอร์มาร์เก็ตอย่าง “โลตัส” จะเข้ามาช่วยขยายภาคธุรกิจค้าปลีกของประเทศไทยในฐานะช่องทางจำหน่ายสินค้าที่จะเป็นตัวช่วยให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ กระตุ้นการบริโภคภายในที่จำเป็นมากในยุคหลังสถานการณ์โควิด-19 ที่ภาคธุรกิจส่งออก-ท่องเที่ยว-การลงทุนจากต่างประเทศต่างได้รับผลกระทบ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้แนวทางของซีพีที่จะดำเนินธุรกิจของโลตัสต่อไปจะเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ตที่เป็นช่องทางขยายตลาดโอท็อป เอสเอ็มอี และขยายส่งสินค้าไปในต่างประเทศ โดยมีกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่ควบคู่กับชุมชนและสังคมไทยอย่างยั่งยืน ทั้งยังช่วยกระตุ้นการจ้างแรงงานและสร้างงานในระบบเพิ่มขึ้น ธุรกิจเอสเอ็มอี-ภาคเกษตร มีตลาดหรือช่องทางจำหน่ายสินค้าที่ทั่วถึง

ทั้งหมดเป็นสิ่งสำคัญตามปรัชญา 3 ประโยชน์ ของซีพีที่ยึดมั่นมาตลอด 99 ปี ของการดำเนินธุรกิจที่ต้องคำนึงถึงประเทศชาติและประชาชนต้องมาก่อน ตามมาด้วยประโยชน์ขององค์กรเป็นลำดับสุดท้าย

ทั้งนี้ รศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จากรายงานดัชนีความสามารถทางการแข่งขันระดับโลก (Global Competitiveness Index: GCI) โดยคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมมือกับ World Economic Forum (WEF) เพื่อวัดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ คือตลาด ซึ่งแบ่งเป็นสองส่วนคือ ตลาดสินค้า และตลาดแรงงาน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เกิดกระแสไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจ

สำหรับตลาดสินค้าคือการสนับสนุนให้มีการผลิตและพัฒนาสินค้า ส่งเสริมให้สินค้าเข้าถึงประชาชนทุกแห่ง รวมไปถึงการแข่งขันด้านราคาเพื่อประโยชน์แก่ผู้บริโภคขั้นสุดท้าย ส่วนตลาดแรงงานคือการส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานกับประชาชนทุกพื้นที่ เพื่อให้ระบบเศรษฐกิจไหลเวียนอย่างต่อเนื่อง โดยสถานการณ์โควิด-19 ที่ระบาดทั่วโลก ทั้งภาครัฐและองค์กรเอกชนต่างพยายามสร้างให้เกิดแรงกระเพื่อมนี้ผ่านกลไกและเครื่องมือทางเศรษฐกิจมากมายในมิติของตลาดทั้งสองส่วนดังกล่าว

อีกหนึ่งตลาดหรือช่องทางจำหน่ายสินค้าที่จะเป็นตัวช่วยเกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจในยุคนี้ได้คือตลาดไฮเปอร์มาร์เก็ต ที่สนับสนุนทั้งตลาดสินค้า โดยการรวบรวม คัดสรร ตรวจสอบคุณภาพสินค้าทุกประเภท พร้อมทั้งช่วยเหลือผู้ผลิตอาหาร เกษตรกร และผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า และอื่นๆ อีกมากมายในการมีช่องทางจัดจำหน่ายที่มีระบบมาตราฐานสากล ให้ถึงมือผู้บริโภคในทุกพื้นที่ของประเทศในราคาที่เหมาะสม อีกทั้งยังสนับสนุนให้เกิดการสร้างอาชีพและสร้างรายได้ในตลาดแรงงานทั่วประเทศอย่างชัดเจน

รศ.ดร.วิเลิศยังกล่าวอีกว่าหากจะเปรียบบทบาทของไฮเปอร์มาร์เก็ตกับอวัยวะในร่างกายของคนเรา ก็อาจจะพูดได้ว่าไฮเปอร์มาร์เก็ตเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่คอยกระจายเลือดและสารอาหารสู่อวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายเรา และยังทำหน้าที่คอยสนับสนุนกระดูกสันหลัง ที่จะว่าไปแล้วก็หมายความถึงอาชีพที่เป็นเสาหลักของของประเทศ นั่นก็คือเกษตรกร ชาวไร่ชาวนา อาจรวมไปถึงผู้ผลิตสินค้าไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่ ให้สามารถกระจายสินค้าไปยังส่วนต่างๆ ของประเทศได้ รวมไปถึงการจ้างงาน ส่งเสริมให้คนประกอบอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ครอบครัว ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนในประเทศดีขึ้น

“หากเรามองเห็นว่าเส้นเลือดใหญ่ของประเทศที่ว่านี้มีความสำคัญเพียงใดต่อระบบเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของคนในประเทศเราเองแล้ว เส้นเลือดใหญ่นี้เองกลับมีชาวต่างชาติเป็นเจ้าของเสียอย่างนั้น และเป็นต้นเหตุสำคัญทำให้เลือดที่นำพาสารอาหารไหลออกนอกร่างกายของเราไป จะดีกว่าหรือไม่ที่เส้นเลือดใหญ่ของประเทศไทยเราจะกลับมาเป็นเราเอง”

มติชนออนไลน์




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน