• mylovely
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sodaza.3112@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2017-01-05
  • จำนวนเรื่อง : 13
  • จำนวนผู้ชม : 17482
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
รักน้ํา รักปลา รักซากุระ
สิ่งที่คิดกับสิ่งที่ทำ...
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/mylovemylove1
วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม 2563
Posted by mylovely , ผู้อ่าน : 235 , 11:21:36 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

จากรายงานผลการวิจัยด้านสภาพภูมิอากาศของโลกโดย Crowther Lab ประจำมหาวิทยาลัย ETH Zurich คาดการณ์ไว้ว่า ภายในปี 2050 อุณหภูมิโลกจะสูงขึ้น และได้ทำการศึกษาสภาพอากาศทั้งปริมาณฝนและอุณหภูมิในปัจจุบันของเมืองทั่วโลก 520 เมือง รวมทั้งเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่มีประชากรมากกว่า 1 ล้านคน เพื่อพยากรณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเมืองเหล่านี้หากอุณหภูมิสูงขึ้นอีก 0.5 องศาเซลเซียส ในปี 2050

อุณหภูมิของเมืองในเขตร้อนจะเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นเมืองเหล่านี้จะต้องพบกับปริมาณฝนที่เปลี่ยนแปลงไปซึ่งจะนำมาสู่การเกิดน้ำท่วมฉับพลันหรือแห้งแล้งรุนแรง ซึ่งมีตัวอย่างสภาพอากาศสุดขั้วให้เห็นแล้วในบางประเทศ เช่น อินเดีย ที่เกิดมรสุมพัดเข้าอินเดียช้ากว่าปกติ ทำให้บางพื้นที่ต้องเผชิญภัยแล้งยาวนานขึ้น และเมื่อฤดูมรสุมมาถึงก็มาพร้อมกับพายุฝนกระหน่ำจนเกิดน้ำท่วม

ส่วนสภาพอากาศกรุงเทพฯ ในอีกประมาณ 30 ปีข้างหน้าจะคล้ายกับเมืองเจนไนของอินเดียในปัจจุบัน ที่อุณหภูมิในฤดูร้อนสูงถึง 45 องศาเซลเซียส ขณะที่อุณหภูมิของเดือนที่ร้อนที่สุดของกรุงเทพฯ จะเพิ่มขึ้นอีก 3 องศาเซลเซียส ส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีเพิ่มขึ้นราว 1.7 องศาเซลเซียส

ทุกวันนี้สิ่งที่เราเจอไม่ว่าจะเป็นเรื่องขยะพลาสติก ไฟป่า หรือฝุ่น PM 2.5 ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนจากธรรมชาติให้มนุษย์หยุดพฤติกรรมที่ทำลายสิ่งแวดล้อมได้แล้ว 

ด้วยเหตุนี้ภาคธุรกิจต่างตื่นตัวทางด้านสิ่งแวดล้อม เริ่มจากการรณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติก ใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก บางแห่งก็ประกาศเป็นนโยบายขององค์กรกันไปเลย อย่างล่าสุด ซีอีโอ “เครือซีพี” ประกาศ 2 ภารกิจ ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ และปั้นองค์กร Zero Food Waste

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบาย สานแผนความยั่งยืนปี 2030 ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ในการประชุม CPG 2030 Sustainability Strategy Workshop เพื่อให้เป็นเป้าหมายการดำเนินงานของทั้งเครือฯ 

สานแผนความยั่งยืนปี 2030

นอกจากนี้ ยังมีนายณรงค์ เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือซีพี และคณะกรรมการบริหาร รวมถึงผู้บริหารระดับสูงด้านความยั่งยืน จากทุกกลุ่มธุรกิจในเครือทั่วโลกรวม 95 คน เพื่อร่วมพิจารณาและรับรองยุทธศาสตร์และเป้าหมายความยั่งยืนเครือฯ สู่ปี 2030 และออนไลน์ไปยังเครือซีพี ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก

ทั้งนี้ นายศุภชัย ได้มอบนโยบาย ด้านความยั่งยืน และตอกย้ำผู้นำ ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ทุกคน ให้ตระหนักในบทบาท ของภาคเอกชน ที่ต้องช่วยนำการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะด้านความยั่งยืน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความท้าทาย ของโลกในยุคปัจจุบัน

เครือซีพี เป็นองค์กรขนาดใหญ่ ที่มีพนักงานมากกว่า 3 แสนคน ทำธุรกิจครอบคลุม 20 ประเทศทั่วโลก จึงมีบทบาท และศักยภาพสูง ที่จะเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นสิ่งที่โลกต้องการ

การก้าวสู่เป้าหมายความยั่งยืนปี 2030 ของเครือซีพี มีภารกิจสำคัญ 2 ประการ ที่ทุกกลุ่มธุรกิจ จะต้องร่วมกันขับเคลื่อน คือ

1.การเป็นองค์กร Carbon Neutral หรือ องค์กรที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นศูนย์

2.การเป็น องค์กร Zero Food Waste ซึ่งถือเป็นความท้าทาย ที่ยิ่งใหญ่ของเครือฯ ที่จะต้องร่วมกันทำให้สำเร็จ

ดังนั้น ทุกกลุ่มธุรกิจ ต้องร่วมกันขับเคลื่อนธุรกิจ ไปในทิศทางเดียวกัน และต้องเริ่มลงมือทำตั้งแต่วันนี้ โดยเพิ่มมิติของความยั่งยืน ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ต้องคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ในทุกด้าน ตามวิสัยทัศน์ และค่านิยมองค์กรเครือฯ โดยเฉพาะหลักการ 3 ประโยชน์ คือ การคำนึงถึงประโยชน์ของ ประเทศ สังคม และองค์กร สอดคล้องกับ แนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ของเครือซีพี

ทั้งนี้นายศุภชัย เจียรวนนท์ ได้กล่าวปลุกพลังผู้นำซีพี ในช่วงหนึ่งว่า “เราไม่สามารถกำหนดความเป็นไปของโลกได้ แต่ถ้าเราเปลี่ยนจากกรอบความคิดเดิม เพื่อรองรับโอกาส และความท้าทาย เราสามารถกำหนดอนาคตของตัวเองได้

ปัจจุบัน เครือเจริญโภคภัณฑ์ แบ่งธุรกิจออกเป็น 8 สายธุรกิจหลัก ครอบคลุม 13 กลุ่มธุรกิจย่อย และมีการลงทุนอยู่ใน 21 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ รวมทั้งกำลังเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน เพื่อให้การดำเนินงานของเครือฯ เป็นส่วนหนึ่ง ที่จะช่วยส่งเสริมสังคมไทย และสังคมโลก ให้พัฒนายิ่งขึ้น

เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ครอบคลุม 12 เป้าหมายหลัก ซึ่งมีความสอดคล้องตาม SDGs ของสหประชาชาติ ทุกองค์ประกอบ อยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ความยั่งยืน โดยมีกรอบการดำเนินงาน 3Hs HEART-HEALTH-HOME เป็นตัวขับเคลื่อนองค์กร ให้เติบโต และก้าวหน้า อย่างมั่นคง เพื่อสร้างการยอมรับ จากผู้มีส่วนได้เสีย ในทุกพื้นที่ครอบคลุม 21 ประเทศทั่วโลก และเขตเศรษฐกิจ ที่มา : thebangkokinsight

ถึงเวลาแล้วที่มนุษย์ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือวิถีชีวิตอย่างเร่งด่วน ไม่เช่นนั้น เราจะต้องเผชิญกับความแห้งแล้ง น้ำท่วม และสภาพอากาศเลวร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน