• กมลกร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nara_ptnvr@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2010-01-12
  • จำนวนเรื่อง : 50
  • จำนวนผู้ชม : 72736
  • ส่ง msg :
  • โหวต 6 คน
เก็บมาเล่า
เก็บเรื่องราวต่างๆที่พบเจอมาเล่าต่อค่ะ (นอกจากนี้ยังรับงานแต่งกลอนและสอนภาษาด้วยค่ะ)
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/myownstory
วันศุกร์ ที่ 6 เมษายน 2555
Posted by กมลกร , ผู้อ่าน : 1467 , 15:09:40 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ตอนที่ 44

 

เกร็ดเรื่องโภชนาการที่ควรทราบ

 

พักหลัง ดิฉันหันมาเอาใจใส่สุขภาพตัวเองมากขึ้น เพราะคิดว่า ร่างกายที่ไม่สบายนั้น ดิฉันก็ต้องรับผิดชอบรักษาดูแลเขาด้วย ไม่ใช่อยู่ในมือหมอตามลำพัง  เพราะเราพบหมอแค่สองอาทิตย์ครั้งประมาณครึ่งชั่วโมง  (แต่อาจต้องรอพบหมอสักสองชั่วโมง ...)  ดังนั้นเราก็ควรเป็นหมอของตัวเราเองด้วย ยิ่งดิฉันมีอาการแพ้ยาสารพัด  ยิ่งต้องระมัดระวังการรับประทานยา  บางครั้งเวลาคุณหมอสั่งยาให้  ดิฉันก็ต้องถามว่าสั่งยาอะไรให้คะ  เพราะมิฉะนั้น  ถ้าเป็นยาที่แพ้แล้วคุณหมอสั่งให้  พอไปถึงแผนกจ่ายยา จ่ายเงิน ก็เท่ากับต้องกลับมาแก้ไข เสียเวลาอีกรอบ  คุณหมอบางท่านก็ดี เข้าใจเหตุผล แต่หมอบางคนก็จะมองหน้าดิฉันแล้วพูดว่า ผมเป็นหมอนะ ผมเป็นคนสั่งยา ไม่ใช่คุณ  อืม.. ก็ต้องอธิบายว่าทำไมดิฉันถึงต้องถามว่าจะจ่ายยาอะไรให้นะคะ

 

ดิฉันงดทานเนื้อวัวมาร่วมยี่สิบห้าปีแล้ว จนตอนนี้รู้สึกเหม็นไปเลย  มาระยะหลัง ก็ตั้งใจว่าจะเริ่มงดสัตว์ใหญ่ (คงไม่ถึงขนาดช้างนะคะ) ก็คือหมู ซึ่งก็ทำใจลำบากนิดหน่อย  เพราะชอบทานลาบหมู น้ำตกหมู คอหมูย่าง ข้าวหมูแดง ฯลฯ ตอนนี้เลยเริ่มต้นที่เดือนหนึ่งจะไม่ทานหนึ่งสัปดาห์และทุกวันพระ  ก็ตกประมาณเดือนละสิบวัน  กำลังเริ่มไปได้ดีค่ะ  ถ้าลดความอยากลงได้ ก็คงจะเพิ่มวันเวลาเข้าไป จนเลิกทานอีกเช่นกัน

 

ทีนี้เมื่อเราไม่ทานอาหารบางประเภท ก็อาจต้องมีการชดเชยแทน ด้วยสารอาหารอื่นๆ  วันนี้ดิฉันจึงคิดจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับโภชนาการบ้าง  เผื่อจะเป็นประโยชน์กับหลายๆท่านนะคะ ไม่มากก็น้อย  อาจจะต้องเขียนเป็นหลายตอนหน่อยนะคะ  เพื่อจะได้ไม่รู้สึกยาวมากในการอ่านแต่ละครั้ง

 

เรามาเริ่มที่วิตามินดีกว่านะคะ เพราะสมัยนี้ มีแต่โฆษณาอาหารเสริม วิตามิน ต่างๆมากมาย  ตั้งแต่  A จน  Z ยกเว้น วิตามิน M (Money) นะคะ คุณแม่ดิฉันชอบล้อดิฉันเรื่องนี้บ่อยๆ

 

วิตามิน โดยทั่วไป แบ่งเป็นสองชนิด คือ แบบละลายในน้ำ  และแบบละลายในไขมัน กลุ่มที่ละลายในไขมันนั้นได้แก่ วิตามิน  เอ ดี อี และ เค นอกจากนี้ก็อาจแบ่งเป็นวิตามินสังเคราะห์กับวิตามินตามธรรมชาติ ซึ่งอย่างหลังย่อมเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะวิตามินตามธรรมชาตินั้นมักมีสารประกอบอื่นๆปะปนด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี  เพียงแต่การกะปริมาณที่รับประทานนั้น อาจจะยากลำบากนิดหน่อย เนื่องจากอาจจะกะประมาณไม่ได้ว่า  เท่าไรจึงจะได้วิตามินในปริมาณ 100 mg เป็นต้น  นอกจากนี้อาการข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ก็จะน้อยกว่าด้วย เช่น การระคายเคืองของรับประทานวิตามินซีสังเคราะห์   เมื่อเทียบกับการรับประทานน้ำมะนาว น้ำส้มคั้น

 

ขอเริ่มที่วิตามิน เอ ก่อนนะคะ

วิตามินเอ

 มีสองรูปแบบ คือที่พบในอาหารจากสัตว์ กับที่พบในอาหการทั้งจากพืชและสัตว์  ที่เรียกว่า แคโรทีน  ประโยชน์ของวิตามินเอที่สำคัญได้แก่

  1. ช่วยในเรื่องของสายตา   เพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็น การรักษาอาการของโรคตา  โดยเฉพาะ การป้องกันอาการตาบอดตอนกลางคืน
  2. ช่วยให้ระบบมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น ทำให้การฟื้นตัวจากการเจ็บป่วยเป็นไปได้ดีขึ้นเร็วขึ้น  
  3. ช่วยในเรื่องการเจริญเติบโต และความแข็งแรงของกระดูกและฟัน ตลอดจนผิวพรรณ ผม  สามารถใช้ในการรักษาอาการสิว ริ้วรอย แผลเป็นต่างๆ ลดจุดด่างดำ ฝ้า (ส่วนใหญ่จะรู้จักในนามของสารที่ชื่อ เรตินอล)

 

แหล่งของวิตามินเอ จากธรรมชาติ  คือ น้ำมันตับปลา ตับ แครอท  ผักที่มีสีเหลืองและเขียวเข้ม  เช่นฟักทอง  ผักขม  แตงแคนตาลูป ตำลึง ผักคะน้า  สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีจำหน่าย  ส่วนใหญ่จะเป็นน้ำมันตับปลาสกัดจากธรรมชาติ  ปริมาณที่แนะนำคือ 5,000 – 10,000 ไอยู  ส่วนผลิตภัณฑ์ในการรักษาริ้วรอยของผิวหนังนั้นจะเป็นในรูปครีมเรตินอลใช้ทาบนผิวหนัง   อาจมีอาการแสบเล็กน้อย  อย่างไรก็ตาม การรับประทานวิตามินเอมากเกินไป ก็อาจมีผลเสียได้ คือ  มีสี    ผิวออกเหลืองได้ นอกจากนี้ก็อาจมีอาการผมร่วง ท้องเสีย ตามัว ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ตามัว  เป็นต้น  วิตามินเอทำงานร่วมกับวิตามินบีรวม วิตามินดี วิตามินอี แคลเซียมได้ดีด้วยนะคะ

 

ดังนั้น หากคุณรับประทาน ผัก ผลไม้สีหลือง หรือขียวเข้ม ในปริมาณมากพอสมควร เป็นประจำ  การรับประทานวิตามินเอก็อาจไม่จำเป็นสำหรับคุณแล้วค่ะ

 

 

วิตามินซี

เนื่องจากวิตามินบีนั้น มีกลุ่มย่อยหลากหลายหลายรายการ ตั้งแต่ บี 1, บี 2, บี 6, บี 12 ฯลฯ เป็นต้น จึงขอข้ามมาเป็นวิตามินซีก่อน  เพราะวิตามินซีนั้น เรียกกันได้ว่า เป็น “วิตามินนางเอก” ก็ว่าได้  เพราะวิตามินซีมีมากในน้ำส้มน้ำมะนาว ซึ่งเราเรียกน้ำส้มกันว่า “น้ำนางเอก” ดังนั้นวิตามินซี จึงกลายเป็น  “วิตามินนางเอก” ไปโดยปริยาย

 

วิตามินซีนั้นสามารถละลายในน้ำได้  ดังนั้นเราจึงเห็นวิตามินซีในหลายรูปแบบ ตั้งแต่เป็นเม็ดเล็กๆให้เด็กๆอมหรือเคี้ยวเล่น  เม็ดฟู่ละลายน้ำ เม็ดแตกตัวช้า (Released)  หรือวิตามินแบบเม็ดธรรมดา ร่างกายเราไม่สามารถสังเคราะห์วิตามินซีได้   ดังนั้นจึงต้องอาศัยจากการรับประทานเสริมเท่านั้น  แต่ก็เป็นการกระทำที่ไม่ยาก  เพราะวิตามินซีนั้น หาได้ง่าย  มีในผลไม้รสเปรี้ยวต่างๆ ( เช่น ส้ม ส้มโอ มะนาว สับปะรด ) ผักใบเขียว แคนตาลูป มะเขือเทศ มะขาม ฝรั่ง  ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ต่างๆ มะขามเทศ เป็นต้น 

 

ความสำคัญของวิตามินซีหลักๆ คือ ช่วยในการรักษาแผลต่างๆ  ป้องกันการติดเชื้อโรคไวรัส หวัด ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น รักษาและป้องกันการติดหวัด ติดเชื้อทางเดินหายใจ การเกิดภูมิแพ้  ตลอดจนทางเดินปัสสาวะ  เพิ่มความแข็งแรงของเส้นเลือด การรักษาแผลสด ช่วยต่อต้านและป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้หลายประเภท ลดการเกิดโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด เช่นหลอดเลือดดำอุดตัน  โรคเลือดออกตามไรฟัน และยังช่วยการเพิ่มการดูดซึมของสารตัวอื่นๆ เช่น การดูดซึมของธาตุเหล็ก

 

วิตามินซีมีหลายประเภท ทั้งจากธรรมชาติ แบบสังเคราะห์ แต่สูตรที่ดีที่สุดคือ วิตามินซีที่มี ไบโอฟลาวานอยด์  วิตามินซีมีขนาดรับประทาน 1,000 mg ซึ่งบางคนก็อาจรับประทานได้ถึง 2,000-3,000 mg  ในกรณีที่เริ่มมีอาการหวัด อาจรับประทานในปริมาณ 2,000 mg เพื่อเพิ่มภูมิต้านทาน และลดอาการหวัดได้  หากรับประทานมากไป สัญญาณที่แสดงให้เห็นคือ  มีอาการท้องเสีย  มีผื่นขึ้นตามผิวหนัง หากมีอาการดังกล่าวก็ลดปริมาณลงมาได้  แต่หากเป็นการรับประทานในระยะยาวนาน ก็ต้องระวังผลที่อาจมีต่อการเกิดนิ่วได้  แต่วิตามินซีนั้น จะถูกขับออกจากร่างกายทางป้สสาวะได้ภายในระยเวลาสามสี่ชั่วโมง การรักษาระดับปริมาณวิตามินในร่างกาย จะส่งผลให้ภูมิต้านทานไวรัสต่างๆดีขึ้น  จึงควรแบ่งทานเป็นเช้าและเย็น   และการทานร่วมกับ แคลเซี่ยมและแมกนิเซียมนั้น  ช่วยให้การทำงานของวิตามินซีได้ผลสูงสุด  วิตามินซีนั้นถูกทำลายได้ง่ายด้วยความร้อน การปรุงอาหารนานๆ เช่นการผัดหรือต้มนานเกินไป              

 

วันนี้ขอแค่สองรายการก่อนนะคะ

สวัสดีค่ะ

กมลกร




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
กมลกร วันที่ : 20/04/2012 เวลา : 11.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/myownstory

ตอบคุณสุธน_หิญ นะคะ พวกน้ำต้นกล้าสด ก็ถือว่าเป็นวิตามินจากธรรมชาติ พืชสีเขียว มีประโยชน์ต่อร่างกายแน่นอนค่ะ แต่ไม่ทราบว่าจะเทียบเท่าผัก 1 กก.เลยหรือไม่นะคะ อีกอย่างที่ดิฉันก็ทำเองทานเสมอ เลือกผัก เช่น แครรอท ต้นอาร์ทีโชค ใบย่านาง ใบเตย ฟักทอง บล็อคโคลี่ ขึ้นฉ่าย ผักโขม หัวหอม ผสมกับ แอบเบิ้ล ฝรั่ง มะละกอ ส้ม หรือมีอะไรในตู้เย็นก็โยนเข้าเครื่องสกัด กับเครื่องปั่น แล้วก็ดื่ม อร่อยดีค่ะ แต่ถ้าเป็นผงละลายน้ำ ไม่ค่อยอยากจะแนะนำ เพราะสารบางอย่าง ทานจากธรรมชาติสดๆย่อมมีประโยชน์มากกว่านะคะ อีกอย่างต้องดูสภาพตัวเองนะคะ อย่างดิฉันเป็นโรคปวดข้อ ก็ไม่ถูกกับแตงกวา ในขณะที่คนอื่นทานแล้วได้ประโยชน์ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สุธน_หิญ วันที่ : 08/04/2012 เวลา : 09.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/utopiathai
รัฐสวัสดิการ + ภาษีที่ดินเท่านั้น = อยู่ดีทั่วหน้า + ไร้วิกฤตฟองสบู่    facebook.com/suthon.hin

ขอบคุณมากครับ เป็นประโยชน์ดี ผมก็พยายามลดเนื้อสัตว์ แต่ก็ชอบกินปลาเล็กปลาน้อยที่อบกรอบ ไม่ค่อยชอบการโฆษณาร้านอาหารอร่อยๆ ที่จะเพิ่มการกินเนื้อสัตว์ขึ้นเพราะเห็นแก่รสชาติ นมผงจากถั่วเหลืองก็น่าจะดีนะครับ

ตอนนี้เห็นมีน้ำคั้นสดจากต้นอ่อน (ไทยคงเรียกต้นกล้า) ของข้าวสาลี ขายตามร้านขายอาหารสุขภาพ ว่าน้ำคั้นนี้ 1.2 ออนซ์ = สารอาหารจากผักใบเขียว 1 กก. (ไม่รวมไฟเบอร์) ใช้ดื่มเป็น detox ช่วยฟอกโลหิต ฟอกตับ ขับโลหะหนัก ช่วยให้เลือดมีค่าเป็นด่างอ่อนๆ ช่วยยับยั้งการเผาผลาญของเซลล์มะเร็ง และอื่นๆ อีกมาก ส่วนที่ทำเป็นผงสำหรับละลายน้ำดื่มก็มี ถ้าคุณมลมีความรู้เรื่องนี้ ช่วยวิจารณ์บ้างก็จะเป็นพระคุณครับ แต่ยังไงๆ ก็รักษาสุขภาพไว้ก่อนนะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน