• oceanics
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : myoknation@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-12-24
  • จำนวนเรื่อง : 5
  • จำนวนผู้ชม : 10361
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
หนึ่งความคิด....
บันทึกความเห็นส่วนตัว ยินดีรับฟังทุกความเห็น
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/myzone
วันพฤหัสบดี ที่ 24 ธันวาคม 2552
Posted by oceanics , ผู้อ่าน : 1514 , 20:23:15 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ถือเป็นเรื่องปกติที่บุคคล องค์กร หรือหน่วยงานจะต้องมีการวางแผนหรือประเมินหากพบว่า "เรา" กำลังมี "ภัย" ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตาม เราก็จะมองหาแนวทางแก้ไขเพื่อให้ภัยนั้นๆ ลดน้อยลง หายไป หรืออย่างน้อยที่สุด ก็เพื่อไม่ให้ภัยดังกล่าวดำเนินต่อไปหรือขยายลุกลามขึ้น

นอกจากนั้น ในสภาวะที่เป็นปกติสุขหรือในขณะที่เราไม่มีภัยหรือภยันตรายใดๆ ใกล้ตัว "เรา" ก็มักจะมีการนึกคิดหรือประเมินว่าในการดำรงชีพ หรือการทำกิจการงานใดๆ จะมีอะไรที่จะเกิดขึ้น โดยไม่ได้นึกฝันบ้างหรือไม่ ด้วยความที่เราต้องการความอยู่รอดนั่นเอง เช่น เราอาจเก็บสตางค์สำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉินหรือยามป่วยไข้ ทำประกันชีวิตเพื่อให้คนข้างหลังหรือรอบข้างมีลำบาก วางแผนให้ทายาทเรียนรู้งานเพื่อสืบทอดกิจการ คบเพื่อนที่ช่วยเหลือกื้อกูลกันได้ หาความรู้เพิ่มเติมเพื่อพัฒนาตนเอง หรือแม้แต่ใกล้ๆ ตัวเช่น เดินอ้อมซักนิดเมื่อเราพบว่าข้างหน้ามีแอ่งน้ำท่วมขังอยู่ ทั้งที่เป็นทางที่เราเดินทุกวันและรู้ว่าหลุมไม่ลึก

ดังที่ยกตัวอย่างทั้งหมดเหล่านั้น มนุษย์เราทุกคนก็จะมีการนึกคิด ทบทวน มากบ้างน้อยบ้างขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ยิ่งเป็นคนมีเงินมาก รู้มาก สำคัญกับคนหมู่มาก ยิ่งมากขึ้นเท่าไร ก็ต้องมีการประเมินมากขึ้นหลายๆ เท่า ในภาษาวิชาการ เราเรียกความคิดดังกล่าวนั้นว่า "การจัดการความเสี่ยง" บางครั้งก็เรียก "การบริหารความเสี่ยง" โดยที่ฝรั่งเขาเรียกว่า "Risk Management"

ในที่นี้ไม่ได้จะมาให้ความรู้เรื่องการจัดการความเสี่ยง ดังนั้นจะขอสรุปง่ายๆ ว่าการจัดการความเสี่ยงหรือภัยคุกคามนั้นเป็นกระบวนการในการหาว่ามีภัยอะไรบ้าง แล้ววิเคราะห์ว่าอยู่ในลักษณะใดหรือขอบเขตเป็นอย่างไร  ตามด้วยประเมินผลกระทบของภัยหรือการประเมินความเสี่ยงที่เราหรือองค์กรต้องเตรียมตัวไว้ เพื่อรับมือกับภัยแต่ละชนิดได้อย่างเหมาะสมมากที่สุด สุดท้ายจะเป็นการทำมาตรการตอบโต้หรือดำเนินการต่อความเสี่ยง ซึ่งจะเป็นมาตรการที่จัดเรียงลำดับความสำคัญในการประเมินผลกระทบของภัยต่างๆ นั่นเอง

ในส่วนของการการทำมาตรการตอบโต้หรือดำเนินการต่อความเสี่ยงหรือภัยคุกคามนั้น มักจะแบ่งมาตรการที่จัดเรียงลำดับความสำคัญตามการประเมินผลกระทบของภัย เป็น 4 ระดับ จากระดับระดับสูงสุดจนถึงระดับต่ำสุด โดยมีแนวทางการรองแต่ละระดับดังนี้

ลำดับที่ 1 : เป็นความเสี่ยงระดับสูงสุด โดยความเสี่ยงจะต้องถูกขจัดให้หมดสิ้นไป ภาษาอังกฤษใช้คำว่า "Risk  Elimination"  หรือลดความเสี่ยงนั้นในทันทีทันใด ภาษาอังกฤษใช้คำว่า "Risk  Reduction"
ลำดับที่ 2 : ความเสี่ยงที่จำเป็นต้องตรวจสอบอย่างใกล้ชิด  และอาจต้องมีแผนปฏิบัติการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อเราหรือองค์กร
ลำดับที่ 3 : ความเสี่ยงที่จำเป็นต้องตรวจสอบ แต่มีความเข้มงวดน้อยและแผนการลดความเสี่ยงมีความเร่งด่วนน้อย
ลำดับที่ 4 : ความเสี่ยงในระดับนี้อยู่ในระดับต่ำสุด และต้องการความเอาใจใส่น้อย แต่ไม่ควรละเลยทั้งหมด

จะเห็นได้ว่าโดยสรุป แนวทางตามหลักการของ "การจัดการความเสี่ยง" คือทำให้ความเสี่ยงลดน้อย ซึ่งมีแนวทางดำเนินการได้  2  วิธี คือ  การขจัดความเสี่ยง  (Risk  Elimination)  และ การลดความเสี่ยง  (Risk  Reduction)

การขจัดความเสี่ยงนั้น หากเป็นภัยความเสี่ยงที่มีลำดับความสำคัญอยู่ในอันดับที่ 1 ต้องปฏิบัติการในเชิงรุกเพื่อทำให้ความเสี่ยงลดน้อยลง ควรจะดำเนินการขจัดให้หมดสิ้นไปถ้าเป็นไปได้เพราะมีผลกระทบต่อเราหรือองค์กรในระดับสูงที่สุด

สำหรับการลดความเสี่ยงนั้น เกี่ยวข้องกับการกำหนดแผนปฏิบัติเพื่อการทำให้ความเสี่ยงลดน้อยลง ซึ่งจะช่วยให้การเกิดความเสี่ยงลดน้อยลง ต่อไปก็จะมีผลกระทบลดน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ นั่นเอง

การจัดการความเสี่ยงถูกนำมาใช้อย่างเป็นเรื่องเป็นราวในเชิงธุรกิจ การค้าและความมั่นคงระหว่างประเทศมานานแล้ว แม้แต่ พ.ต.ท. ทักษิณผมมั่นใจว่าใช้อยู่เป็นประจำมาตั้งแต่ที่ทำธุรกิจแล้ว สำหรับนายจตุรพรนั้นไม่ทราบได้ หรืออาจใช้แต่ไม่ได้รู้จักศัพท์แสงเทคนิคในเชิงวิชาการ หรือทั้ง 2 คนนี้อาจจะทำเป็นไม่เข้าใจในหลักการ "การจัดการความเสี่ยง" หรือตีความมั่วตามที่นายกอภิสิทธิ์ให้ความเห็นผ่านสื่อ

การตีความที่ว่า คือการโยงข้อความในบทวิเคราะห์ท่าทีของฝ่ายกำพูชาที่ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็น "ภัยหลัก" และในส่วนของแนวทางการจัดการต่อความเสี่ยงหรือภัยคุกคามได้ใช้คำว่าการจัดการกับปัญหาไทย-กัมพูชามุ่งไปที่ต้นตอของปัญหาด้วยการ (1) "ขจัดภัยคุกคามหลัก" และ (2) แยกหรือทอนความร่วมมือระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ กับนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซึ่งข้อความต้นฉบับที่ดูเหมือนจงใจจะทำให้ข้อความคลุมเคลือและได้แสดงคำแปลที่ พ.ต.ท.ทักษิณได้ทำ link ขึ้นไว้ใน thaksinlive.com ของหนังสือประทับตรา "ลับมาก" ที่กำลังพูดถึงกันนั้น ก็ได้ให้คำจำกัดความเป็นภาษาอังกฤษของคำว่า "ขจัดภัยคุกคามหลัก" นั้นไว้ด้วยคือคำว่า "Eliminating the Main Threat"

โดยทั้งนายจตุรพรและพ.ต.ท. ทักษิณได้พยามยามบอกว่าการ "ขจัดภัยคุกคามหลัก" เป็นการบอกว่าให้กำจัดพ.ต.ท. ทักษิณ โดยหมายถึงการลอบสังหารหรือจัดการให้ถึงแก่ชีวิตประมาณนั้น คิดได้อย่างไรผมไม่แน่ใจ ทั้งที่ในเอกสารทั้งหมดนั้นเป็นการสรุป แนวทางตามหลักการของ "การจัดการความเสี่ยง" คือทำให้ความเสี่ยงลดน้อย ซึ่งมีหนึ่งใน 2 วิธีของแนวทางดำเนินการได้คือ การขจัดความเสี่ยง  (Risk  Elimination) 

ไม่เคยมีในตำราไหนบอกว่าการขจัดความเสี่ยงเป็นการฆ่า ทำลาย หรือกำจัด มุ่งหมายถึงชีวิต เช่น การที่เราจะดำเนินธุรกิจอย่างมีความมั่นคงและสร้างกำไรจากการประกอบกิจการได้นั้น เราทราบกันอย่างหนึ่งคือการป้องกันคู่แข่งที่จะเกิดขึ้นใหม่ การกระทำดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าให้เราไปฆ่าผู้ที่กำลังจะเปิดกิจการแข่งกับเรา แต่สั่งสอนกันว่าให้ทำให้เกิดความแตกต่างในตัวสินค้าหรือบริการซึ่งผู้อื่นไม่สามารถทำได้อย่างเรานี่ต่างหาก

หรือกรณีภัยคุกคามของบ้านอาคารหรือบ้านเราคือไฟใฟม้ เราจะกำจัดไม่ให้ไฟหรือคนที่ถือไฟหรือสิ่งอื่นใดที่สร้างไฟใฟม้ได้เข้ามาในรัศมีบ้านเราคงไม่ได้ การ "ขจัดภัยคุกคามหลัก" ของภัยกรณีเกิดเพลิงไหม้ในอาคาร ก็คือมีการขจัดและลดความรุนแรง โดยออกแบบตัวอาคารให้มีผนังกันไฟ กันเพลิงไหม้ลุกลามไปยังบริเวณใกล้เคียง และมีการติดตั้งระบบสปริงเกอร์ดับเพลิงอัตโนมัติ ก็จะช่วยลดหรือหยุดความรุนแรงของอุบัติภัยลงได้นั่นเอง




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
PeteTheChop วันที่ : 25/12/2009 เวลา : 10.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/u2inthailand


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
จิวแป๊ะทง วันที่ : 24/12/2009 เวลา : 21.48 น.

ผมคิดว่านายจตุพร หรือจะเป็นนายทักษิณก็ตามแต่ มีเจตนาที่จะยกระดับความรุนแรงให้เกินจริงอยู่แล้ว เพื่อเรียกร้องความสนใจ ความเห็นใจ จากสาวกของเขา เพราะฉะนั้นการใช้คำนั้นจึงไม่ใช่หัวใจของประเด็น แต่การนำเอกสารลับทางราชการมาเปิดเผยและการขยายผลต่างหากที่น่าจะเป็นประเด็นสำคัญ แต่รัฐบาลโดยฝ่ายความมั่นคงดูจะรู้สึกตัวช้ามาก อย่างน้อยก็น่าจะดำเนินการกับคนที่ "ทรยศต่อชาติ" ที่อยู่ในประเทศอย่างเฉียบขาด หาใช่ปล่อยให้ประชาชนดิ้นรนหาทางกันเองหรือปล่อยให้สส.ต้องเดือดร้อนแจ้งความเองอย่างที่เห็น.....

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 24/12/2009 เวลา : 20.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

กำจัด - พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525 หน้า 93
กำจัด ๑. ชื่อต้นไม้ ฯลฯ

กำจัด ๒. ก.ขับไล่, ปราบ, ทำให้สิ้นไป

สำหรับทักษิณ ควรใช้ความหมาย กำจัด ๒.นะครับ - ฮา

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน