• ณดาพิมพ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-04-23
  • จำนวนเรื่อง : 22
  • จำนวนผู้ชม : 159397
  • ส่ง msg :
  • โหวต 71 คน
ธรรมลิขิต
ธรรมะและการปฏิบัติธรรมง่ายๆในชีวิตประจำวัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nadapim
วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม 2552
Posted by ณดาพิมพ์ , ผู้อ่าน : 4178 , 16:32:37 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สิ่งหนึ่งที่แตกต่างกันระหว่างวิปัสสนากรรมฐานกับสมถกรรมฐาน

ก็คือ เมื่อฝึกถึงจุดที่มีสติไวขึ้น

วิปัสสนากรรมฐานจะสามารถปฏิบัติในระหว่างวันได้โดยไม่จำเป็น

ต้องนั่งสมาธิเป็นเวลานานเหมือนสมถะชั่วเวลาเพียงแค่สองสามวินาที

ก็สามารถปฏิบัติวิปัสสนาได้

แม้ระหว่าง ขับรถ ยืน เดิน นั่ง นอน หรือเข้าห้องน้ำ

เพราะวิปัสสนาจะใช้เพียงขนิกสมาธิ(สมาธิชั่วขณะ)

พระพุทธองค์ตรัสว่า เพียงแค่ชั่วเวลาช้างกระดิกหู

ถ้าสามารถใช้สติเข้าไปจับแบบวิปัสสนา

ก็จะได้บุญมหาศาลถึงขนาดตัดภพตัดชาติ

แน่นอนสำหรับผู้เริ่มต้น ต้องฝึกวิปัสสนากรรมฐานแบบนั่งสมาธิ

และเดินจงกรมสลับกันไป เพราะสติยังไม่แข็งแรงพอ

ในช่วงเวลาเริ่มแรก ผู้ที่ฝึกวิปัสสนากรรมฐานจะรู้สึกทรมานกว่า

ผู้ที่ฝึกสมถกรรมฐาน แต่เมื่อฝึกถึงระดับที่บรรลุญาณ

และสามารถใช้สติเข้าไปจับปรากฎการณ์ต่างๆของธรรมชาติรอบๆตัว

รวมไปถึงธรรมชาติภายในตัว จนเข้าใจธรรมชาติอย่างที่เป็นจริง

มีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป

ยิ่งสติไวยิ่งเห็นละเอียด และเห็นอย่างที่คนอื่นไม่เห็น

เช่น แสงเทียนที่ลุกโชติช่วงดูราบเรียบเย็นตา

ถ้ามองด้วยจิตวิปัสสนาจะเห็นแสงนั้นเกิด ดับ เกิด ดับ

เป็นจำนวนนับหมื่นครั้งต่อนาที

พระพุทธองค์ไม่ทรงเน้นให้ใช้จิตที่ฝึกแล้วแบบวิปัสสนาไปจับการเกิด ดับ

ทางกายภาพ แม้ว่าจะสามารถนำไปสู่การค้นพบอันยิ่งใหญ๋

แบบที่ นิวตัน หรือไอสไตน์ค้นพบก็ตาม

เพราะถึงมนุษย์จะเกิดปัญญาในการวิเคราะห์สิ่งต่างๆรอบตัว

แต่ไม่เคยวิเคราะห์สภาพจิตภายในของตนเอง

การค้นพบทางกายภาพเหล่านั้นก็ไม่มีทางที่จะลดกิเลส

ตัณหา ราคะ โลภะ โทสะ โมหะ ของมนุษย์ได้

ดังนั้นจึงไม่ใช่หนทางแห่งการพ้นทุกข์ที่แท้จริง

ผลพลอยได้ในทางโลกจากการฝึกวิปัสสนากรรมฐานมีมากมายเช่น

นักกีฬาที่ฝึกวิปัสสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกายานุปัสสนาสติปัฎฐาน

จะมีการเคลื่อนไหวทางกายที่ละเอียดและไวกว่าคู่ต่อสู้

นักธุรกิจที่ฝึกสติอย่างสม่ำเสมอ

จะเห็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคก่อนคู่แข่ง ฯลฯ

แม้จะมีสติที่ไวกว่าปกติ สามารถนำไปใช้ในทางโลกจนประสบผลสำเร็จ

ในอาชีพ ทางธุรกิจ ทางการแข่งขัน ฯลฯ

แต่สำหรับผู้ที่ฝึกวิปัสสนากรรมฐานอยู่เป็นนิจจะเกิดความเบื่อหน่าย

เพราะรู้เท่าทันความสำเร็จ รู้เท่าทันอารมณ์ต่างๆที่ผุดขึ้นในแต่ละวัน

เกิด ดับ เกิด ดับ เกิด ดับ วันหนึ่งๆเป็นหมื่นเป็นแสนครั้ง

จนรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้ไม่จีรังยั่งยืนเลย

ไม่ใช่ความสุขที่จริงแท้ ในที่สุดจะเกิดปัญญา

ต้องการที่จะหลุดพ้นจากวังวนเหล่านี้

ตามปกติของผู้ที่ไม่เคยฝึกสติ จะเห็นปรากฎการณ์การ เกิด ดับ

ของรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส อารมณ์ต่างๆช้ากว่าผู้ที่ฝึกสติ

อย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสามเท่าตัว เช่น ในวัยเด็ก

เราเคยเล่นเป่าฟองสบู่ ฟองสบู่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ประมาณ 3 วินาที

ก็แตกออกและดับไป แต่สำหรับผู้ที่ฝึกวิปัสสนากรรมฐาน

จะเห็นการเกิด ดับ เหลือเพียง 1 วินาที

ช่วงเวลา 3 วินาที ที่ฟองสบู่ลอยละล่องทำให้เกิดความสนุก ความยินดี

แต่จิตของวิปัสสนาที่เห็นมันดับอย่างรวดเร็วจะไม่หลงเหลือความสนุกอยู่

และยิ่งสติไวขึ้น จนในที่สุดจะเห็นว่าการเกิดการดับเกิดขึ้นเร็วมาก

จนรู้ว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นของปลอม

ความสุขความสนุกที่เกิดขึ้นก็เป็นของปลอม

ฟองสบู่เป็นเพียงการเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นภาพ

แต่ความจริงแล้วสิ่งต่างๆที่ผุดขึ้นในแต่ละวันทั้งจาก รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส

และจากใจเราเอง คือ เวทนา ตัณหา อุปาทาน ราคะ โทสะ โลภะ โมหะ

เมื่อเกิดภาวนามยปัญญา หยั่งรู้เห็นการเกิด ดับ

รู้เท่าทันมัน

พอมันเกิดขึ้นก็พอใจ พอแตกดับก็เสียใจ

เหมือนถูกธรรมชาติลูบหัวแล้วตบหลัง

แต่จิตแบบวิปัสสนาจะทำให้ความสุขจากการถูกลูบหลังลดลงเรื่อยๆ

และเห็นความทุกข์จากการถูกตบหัวชัดขึ้นเรื่อยๆ

สุขปลอมๆแต่ทุกข์จริง วนไปแบบนี้ตลอดกาล

ก็จะยิ่งรู้สึกว่าต้องหลีกหนีสิ่งมายาเหล่านี้ไปให้ไกล

เมื่อนั้นเราจะเกิดแรงขับ พยายามปฏิบัติธรรม

กำหนดสติให้ถึงจุดที่หลุดพ้นให้ได้

เพื่อเข้าสู่ความจริงอันสูงสุด ความสุขที่จริงแท้และเป็นนิรันดร์

ภาพจาก     อินเตอร์เน็ต

ธรรมดลใจ     เรียบเรียงจากบทความของ ทันตแพทย์ สม สุจีรา

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 14/03/2011 เวลา : 20.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....


ระลึกถึงค่ะ
มาเยี่ยมเยียน
หายไปไหนตั้งนานน๊อ ?

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
Cat@ วันที่ : 16/03/2009 เวลา : 03.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

มาอ่านอีกรอบ

ชวนไปเทียวบล็อกแม่แคทนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
veerin วันที่ : 13/03/2009 เวลา : 09.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/veerin

เมื่อวาน..veerin สติไม่ไว

เมื่อพิจารณาดูแล้วก็ได้รู้ว่า..สิ่งเร้าที่เข้ามากระทบ

ไม่ว่าจะเป็นอากาศอันร้อนระอุหรือความเหนื่อย+เครียด

ทำให้สติเราขาดผึงได้ง่ายๆนะคะ

แต่พอเข้ามาอ่านบ้านนี้แล้วก็สงบได้เหมือนเคยค่ะ ^_^

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 04/03/2009 เวลา : 17.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

สวัสดี ๘ มีนาครับ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
chedtha วันที่ : 04/03/2009 เวลา : 17.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ภาพที่สวยงามในความทรงจำ)


สวัสดีครับ คุณ ณดาพิมพ์

แวะมารับธรรมทานนี้้ อ่านซ้ำช้าๆอีกรอบ พร้อมชมภาพประกอบสวยๆ
อยากหลุดพ้นจากวังวนเหมือนกันครับ
อยากมีความสุขที่แท้จริง มากกว่าความสุขจอมปลอม

โหวตให้อีกครั้ง สำหรับธรรมทาน
คุณณดาพิมพ์ มีธรรมะที่อ่านง่าย มาให้อ่านเสมอนะครับ


http://www.oknation.net/blog/chedtha/2009/02/26/entry-1

ขอเชิญไปชมภาพจากเมือง Radolfzell am Bodensee เยอรมนี
สถานที่ตากอากาศและพักฟื้น ริมทะเลสาบ


ความคิดเห็นที่ 23 (0)
theeratatt วันที่ : 01/03/2009 เวลา : 23.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebier

งดงาม ในหลากหลายของนัย

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
Cat@ วันที่ : 12/02/2009 เวลา : 03.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha


แวะมาหานะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
theeratatt วันที่ : 05/02/2009 เวลา : 13.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebier

ชวนมาเที่ยวบ้านครับ ครบหนึ่งปีแล้ว

http://www.oknation.net/blog/thebier/2009/02/05/entry-1

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
forgive วันที่ : 31/01/2009 เวลา : 20.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tocare
Forgive others and you will be forgiven.

พยายามไม่ประมาทในชีวิตประจำวัน
โดยการฝึกสติอยู่ค่ะ

สาธุ สาธุ ค่ะ.

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
หมอธีร์ วันที่ : 31/01/2009 เวลา : 01.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/doctorTee

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆครับ


ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ภูมิรพี วันที่ : 30/01/2009 เวลา : 15.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/morningmoon

เรื่อยเรื่อยมาเรียงเรียง นกบินเฉียงไปเป็นหมู่
ฯลฯ...
ภาพสวยมากครับ
ชอบภาพสุดท้ายนี่จัง..

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ภูมิรพี วันที่ : 30/01/2009 เวลา : 14.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/morningmoon

นับวัน พุทธธรรมดูจะเป็นสิ่งแปลกปลอมในสังคมไทยไปเรื่อย ๆ ครับ ถึงกาลที่พุทธเสื่อมไปจากเมืองไทย
เราจะไปเกิดที่ประเทศไหนกันนะ ?..

ดีใจที่แต่ละคนช่วยกันพูดถึง
หรือสอดแทรกธรรมะ ตามโอกาส ครับ

อนุโมทนาบุญด้วยขอรับ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
chedtha วันที่ : 30/01/2009 เวลา : 04.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ภาพที่สวยงามในความทรงจำ)


สวัสดีครับ คุณ ณดาพิมพ์

โหวตให้กับธรรมทานนี้ก่อนเลยครับ

จริงครับ อ่านแล้วรู้เลยว่า การมีปัญญา รู้เท่าทันกิเลสของตนเอง
ลด ตัณหา ราคะ โลภะ โทสะ โมหะ จะทำให้ชีวิตเป็นสุข สงบ
สามารถปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ทำให้การงานเจริญก้าวหน้า
เพราะมีสติปัญญามากขึ้น แก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวันได้รวดเร็ว และ มีผลดี



เชิญไปชมภาพจากพิพิธภัณฑ์ BMW มีรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ที่หาชมได้ยาก
สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตและวัฒนธรรมผ่านทางการจัดแสดงนิทรรศการ

http://www.oknation.net/blog/chedtha/2009/01/29/entry-1

ขอให้มีความสุขมากๆกับชีวิตประจำวันนะครับ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ดอกไม้ในขุนเขา วันที่ : 29/01/2009 เวลา : 15.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebeautyofsunlight

ภาพสวยอย่างนี้ ทำให้เกิดโลภะนะเนี้ย จิตมีโลภะแล้ว มีรูปคือสีสวยๆ เป็นปัจจัย กำหนดจิตตานุปัสสนาได้เลยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
pierra วันที่ : 28/01/2009 เวลา : 13.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pierra
สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ...ธรรมทาน ย่อมชนะทานทั้งปวง

จนรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้ไม่จีรังยั่งยืนเลย
ไม่ใช่ความสุขที่จริงแท้ ในที่สุดจะเกิดปัญญา

--------------------------------------------
ปัญญานั้นคือ...ปัญญาที่เห็นไตรลักษณ์ว่า....
ไม่เที่ยง...เป็นทุกข์...เป็นอนัตตา......
--------------------------------------------
เพื่อเข้าสู่ความจริงอันสูงสุด ความสุขที่จริงแท้และเป็นนิรันดร์
----------------------------------------------------
เมื่อเห็นความจริงของไตรลักษณ์แล้ว....
ก็ทิ้งอารมณ์ของไตรลักษณ์....
เพื่อเข้าสู่อารมณ์ของพระนิพพาน....

อันเป็นความสุข์ที่นิรันดร์...คือ นิพพานที่สงบ....

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
Je@b วันที่ : 28/01/2009 เวลา : 12.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wujira

สุข ทุกข์ พอใจ เสียใจ .... สุดท้าย ก็เหลือเพียง

"ความว่าง"


ใช่ม๊ะคะ ....

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ณดาพิมพ์ วันที่ : 28/01/2009 เวลา : 10.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadapim

ขอบคุณ
คุณหมอ
และ
คุณณัฐรดา
ที่แวะมาเยือนนะคะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
นายแพทย์สวรรค์กาญจนะ วันที่ : 28/01/2009 เวลา : 10.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/doctornursethailoyalty
ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประชาชนไม่ได้มีไว้เพื่อแพ้Honesty is the best policy.


ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมครับ สุขทุกข์อยู่ที่ใจครับ


ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 28/01/2009 เวลา : 09.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

การปฏิบัติสมถกรรมฐาน เพื่อให้จิตเป็นสมาธิ ไว่ว่อกแว่ก

แล้วใช้จิตที่สงบดีแล้วนี้ ไปพิจารณาธรรม อันเป็นวิปัสสนาอีกที

สาธุค่ะ

http://www.oknation.net/blog/nadrda2

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ณดาพิมพ์ วันที่ : 27/01/2009 เวลา : 11.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadapim

คุณป้าอักค่ะ
พยายามฝึกปฏิบัติ
อยู่เหมือนกันค่ะ

คุณเด็กชาย เด็กหญิง
ขอบคุณสำหรับธรรมะ
ที่นำมามอบให้ค่ะ
รู้สึกซาบซึ้งใจ
ในน้ำใจของ
กัลยาณมิตรค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
เด็กชาย-เด็กหญิง วันที่ : 27/01/2009 เวลา : 11.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boy-girl
จงเลิกยึดติดในวัตถุนิยม...และกลับมาเป็นจิตนิยม...โดยการอบรมรักษาจิตใจให้ตั้งมั่นในทางที่ดี...ที่ประเสริฐ.......โลกอันจิตย่อมนำไป...อันจิตย่อมเสือกไสไป...โลกทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่ง...คือ..."จิต"...

สติปัฏฐาน เป็นเอกายนมรรค คือเป็นหนทางเดียวที่จะให้ถึงความบริสุทธิ์..คือ วิสุทธิ..

ขณิกสมาธิ...เป็นสมาธิขณะหนึ่งๆ...ที่เป็นอารมณ์ปัจจุบัน
เป็นปัจจัยของปัญญา คือเกิดร่วมกับปัญญาในขณะที่มีความรู้สึกตัวในอารมณ์ที่รู้ว่าเป็นรูปนาม..

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
เด็กชาย-เด็กหญิง วันที่ : 27/01/2009 เวลา : 11.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boy-girl
จงเลิกยึดติดในวัตถุนิยม...และกลับมาเป็นจิตนิยม...โดยการอบรมรักษาจิตใจให้ตั้งมั่นในทางที่ดี...ที่ประเสริฐ.......โลกอันจิตย่อมนำไป...อันจิตย่อมเสือกไสไป...โลกทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่ง...คือ..."จิต"...

จิต...เป็นธรรมชาติที่รู้อารมณ์ต่างๆ...
เช่นตาเห็นรูป...หูได้ยินเสียง..จมูกได้ดมกลิ่น..ฯ เป็นต้น
สติ...ตามรู้อารมณ์ที่เกิดขึ้นนั้นๆ...
เรียกว่า การเจริญสติปัฏฐาน คือฐานที่ตั้งของสติ

จิตเกิดดับชั่วดีดนิ้วมือเดียว แสนโกฏิขณะ
หลอดไฟฟ้าที่เราใช้อยู่ ติดๆดับๆ แค่ประมาณหมื่นขณะ
แต่เราเห็นมันติดอยู่ตลอดเวลา แต่จริงแล้วมันก็เกิดดับอยู่ตลอดเวลา...
นอกจากผู้ที่ปัญญาญาณเท่านั้นที่จะเห็นการเกิดดับของมัน

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 27/01/2009 เวลา : 11.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....


กำลังพยายามอยู่ค่ะ...
สาธุ สาธุ สาธุค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ณดาพิมพ์ วันที่ : 26/01/2009 เวลา : 21.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadapim

ไม่ต้องรอให้แก่
สวยๆอย่างนี้ก็ไปฝึกปฎิบัติได้ค่ะ
ลองกระซิบถามคุณฝนดูซิค่ะ
เห็นพึ่งไปมา
พอรู้วิธีก็ฝึกที่บ้านได้ค่ะ
แต่ใหม่ๆอาจจะยากหน่อย
ความจริงแล้ว
วิปัสสนาที่ได้ผลดี
คือการฝึกอย่างสม่ำเสมอ
ในชีวิตประจำวัน
นั่นแหละค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
veerin วันที่ : 26/01/2009 เวลา : 19.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/veerin

ทั้งเรื่องราวและภาพประกอบทำให้รู้สึกสงบและเย็นสบายค่ะคุณณดาพิมพ์
ถึงแม้จะได้อ่านเรื่องราวของสมธิและสติมาบ้างแล้ว..
แต่ก็เพิ่งได้เรียนรู้เรื่องของการวิปัสสนา
ที่ว่า..จะใช้เพียงขนิกสมาธินะคะ
veerin นึกว่าเป็นการใช้สมาธิแบบสงบลึกและยาวนานเสียอีก
จึงได้ความรู้เพิ่มขึ้นมากและก็เชื่อว่า..จะสามารถปฏิบัติได้ด้วยค่ะ
ทุกวันรู้สึกตนเองสันโดษมากขึ้นเรื่อยๆ
บางครั้งก็ไม่ออกจากบ้านไปไหนเลย..
นานสองสามวัน..คุยกับคนก็น้อยลง
เลยคิดว่า..น่าจะไปวิปัสสนาที่วัดเสียเลย
แต่ไปๆมาๆก็เหมือนเราได้สงบอยู่เพียงลำพังและสามารถปฏิบัติอยู่ที่บ้านอยู่แล้วก็เลยล้มความคิดไปเสียทุกครั้งค่ะ

ไม่ว่าอย่างไร..ความหวังอันสูงสุด คือการได้ไปเจริญภาวนาที่วัดค่ะ
หากแก่แล้ว..ต้องไปสงบอยู่วัดที่แน่ๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ณดาพิมพ์ วันที่ : 26/01/2009 เวลา : 17.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadapim

สวัสดีวันตรุษจีนเช่นกันค่ะ
คุณแม่แคท

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Cat@ วันที่ : 26/01/2009 เวลา : 16.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

ขอโมทนาสาธุนะค่ะ

ไม่มีสิ่งใด สุขเท่าจิตที่สงบ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Cat@ วันที่ : 26/01/2009 เวลา : 16.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

เจิ่มก่อน อ่านทีหลัง อิๆ

ตรุษจีนปีนี้ขอให้ร่ำรวยนะค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2009 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]