*/
  • ณัฐรดา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nadrda@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-16
  • จำนวนเรื่อง : 103
  • จำนวนผู้ชม : 491229
  • จำนวนผู้โหวต : 362
  • ส่ง msg :
  • โหวต 362 คน
<< ตุลาคม 2010 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 30 ตุลาคม 2553
Posted by ณัฐรดา , ผู้อ่าน : 3330 , 13:03:09 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน เพียงลำพัง โหวตเรื่องนี้

การแก้ไขปัญหาการลดลงของพื้นที่ป่าไม้

                จากการที่รัฐบาลได้กำหนดว่าพื้นที่ป่าควรเป็น 40 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ประทศ หรือประมาณ 128 ล้านไร่ จึงจะสามารถรักษาสมดุลของระบบนิเวศน์เอาไว้ได้ และจากข้อมูลของกรมป่าไม้ในปี 2541 ที่ว่าประเทศไทยมีป่าไม้คงเหลือเพียงประมาณ  25.62 %  ของพื้นที่ จึงต้องมีการปลูกเพิ่มอีกประมาณ 45 ล้านไร่ แต่เนื่องจากกรมป่าไม้มีความสามารถในการปลูกป่าเพียงปีละประมาณ 2 แสนไร่เท่านั้น จึงจำเป็นต้องส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปและผู้ดำเนินธุรกิจภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการปลูกป่า จึงจะสามารถเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ได้ครบร้อยละ 40 ของพื้นที่ประเทศตามที่กำหนดไว้ในนโยบายการป่าไม้แห่งชาติได้

                การแก้ไขในภาครัฐบาลได้มีการดำเนินการต่างๆดังนี้

                1 การจัดการปลูกป่าในพื้นที่หัวไร่ปลายนา หรือพื้นที่กรรมสิทธิ์รายย่อย โดยรัฐอนุญาตให้ประชาชนปลุกป่าในพื้นที่ครอบครองของตนอย่างอิสระ เพื่อประโยชน์คือการมีไม้ไว้ใช้สอยในครัวเรือนและการเก็บผลผลิตจากป่า เช่น เพื่อใช้เศษไม้เป็นฟืน ใช้ต้นไม้เป็นไม้ก่อสร้าง

                2 การจัดการป่าเชิงพาณิชย์โดยภาคเอกชน โดยเอกชนอาจปลูกป่าได้ในพื้นที่กรรมสิทธิ์ หรือในพื้นที่ป่าสงวนที่เช่าไว้ เพื่อนำผลผลิตไปจำหน่ายโดยอาจนำระบบวนเกษตรมาใช้ในการดำเนินการ

                3 การจัดการพื้นที่ดำเนินการของรัฐ ในอนาคต หากหน่วยงานใดของรัฐมีความต้องการใช้ไม้ หน่วยงานนั้นต้องจัดหาไม้วัตถุดิบเอง เช่น กรมประชาสงเคราะห์ต้องปลูกป่าเพื่อนำไม้มาใช้สอยในนิคมสร้างตนเองแต่ละแห่ง กรมราชทัณฑ์ ต้องปลูกป่าเองเพื่อนำไม้มามาใช้ในการฝึกอาชีพผู้ต้องขัง  หรือการขยายถนน ต้องนำถึงต้นไม้ใหญ่สองข้างทางมาประกอบการพิจารณา เป็นต้น

                4 การจัดการปลูกป่าในเขตป่าอนุรักษ์ของรัฐและพื้นที่ต้นน้ำลำธาร เดิมรัฐบาลพยายามผลักดันชุมชนชาวไทยภูเขาที่อาศัยอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าต่าง ๆ ให้ออกจากพื้นที่ แต่เมื่อไม่สามารถทำได้สำเร็จ จึงอนุญาตให้ประชาชนอยู่อาศัยในเขตป่าอนุรักษ์ได้ต่อไปโดยมีเงื่อนไขว่า ต้องไม่ทำให้ทรัพยากรป่าไม้ถูกทำลายจนเสื่อมโทรม จึงมีการนำระบบวนเกษตรมาใช้  เพื่อให้ประชาชนอยู่ร่วมกันกับป่าไม้ในพื้นที่ดังกล่าวได้อย่างเหมาะสม

                5 การส่งเสริมให้วัด หรือสำนักสงฆ์ ที่มีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าไม้อย่างไม่ถูกต้อง ให้มีส่วนร่วมในการรักษาป่าไม้อย่างจริงจังด้วยการจัดตั้งเป็นพุทธอุทยานโดยกำหนดให้เป็นสถานที่ศึกษาและปฏิบัติธรรม ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ป่าไม้ และพุทธอุทยานนี้ต้องไม่มีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาพื้นที่ด้วยสิ่งก่อสร้างเพื่อให้พระสงฆ์อยู่ร่วมกับป่าได้อย่างเอื้ออาศัยซึ่งกันและกัน

                ปัจจุบัน พบว่ามีสำนักสงฆ์อยู่ในพื้นที่ป่า 6,038 สำนัก กระจายอยู่ใน 64 จังหวัดทั่วประเทศ

                6 การจัดการพื้นที่สาธารณะประโยชน์และป่าชุมชน

                 "ป่าชุมชน หมายถึง ที่ดิน และ/หรือ ที่ดินป่าไม้ ที่ชุมชนได้ดำเนินการ หรือได้รับอนุญาต

              ตามกฎหมายให้ดำเนินการร่วมกับพนักงานเจ้าหน้าที่ จัดการกิจการงานด้านป่าไม้อย่างต่อ

                 เนื่อง ภายใต้กฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อปฏิบัติ และแผนงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจ

                สอดคล้องกับความเชื่อ และวัฒนธรรมของชุมชนท้องถิ่นนั้นด้วย
              การจัดการหรือดำเนินการดังกล่าว ก็เพื่อการอนุรักษ์ และให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์อย่าง

                ยั่งยืน" 

                http://www.forest.go.th

                จากการให้ความหมายของป่าชุมชนนี้ ทำให้มีการส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการปลูกป่าในวงกว้าง ชนในชุมชนได้รับคำแนะนำและบริการที่จำเป็นสำหรับการปลูกป่าในพื้นที่ต่างๆ เช่น วัด โรงเรียน หรือพื้นที่สาธารณะอื่นๆ

                เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่ง ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริบางประการที่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างทัศนคติที่ดีในการอนุรักษ์ พืชพรรณ จึงก่อให้เกิดโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจาก พระราชดำริฯ ขึ้น ซึ่งโครงการนี้ได้จัดตั้งงาน "สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน" เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านอนุรักษ์

                พระราชดำรินั้นคือ

                “ การสอนและอบรมให้เด็กมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์พืชพรรณนั้น ควร ใช้วิธีการปลูกฝัง

              ให้เด็กเห็นความงดงาม ความน่าสนใจ และเกิดความปิติที่จะทำการ ศึกษาและอนุรักษ์พืช

               พรรณต่อไป การใช้วิธีการสอนการอบรมที่ให้เกิดความรู้สึกกลัวว่า หากไม่อนุรักษ์แล้วจะ

               เกิดผลเสีย เกิดอันตรายแก่ตนเอง จะทำให้เด็กเกิดความเครียด ซึ่งจะเป็นผลเสียแก่ประเทศ

               ในระยะยาว”

                http://www.rspg.or.th

                ปัจจุบันมีโรงเรียนที่เป็นสมาชิกโครงการทั้งหมด 1,063โรงเรียน   กระจายอยู่ใน 69  จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งส่งผลให้มีการเพิ่มจำนวนประชากรพืชอย่างยั่งยืน

                สำหรับวัด และพื้นที่สาธารณะทั่วไป อาจนำแนวทางการจัดการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนมาปรับใช้เพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวภายในบริเวณได้  
                ในส่วนนี้เองที่ประชาชน ทั้งในและนอกชุมชน สามารถมีส่วนร่วมในการปลูก และรักษาป่าตามโครงการตามที่เสนอในบทความนี้

โครงการปลูกป่าชุมชุนโดยการผสานแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาและแนวทางของกรมป่าไม้

การปลูกป่าชุมชนสามารถเพิ่มจำนวนประชากรพืชได้ในวงกว้าง หากนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี คือเน้นที่ความสุขจากการได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ป่า มาผสานกับหลักการที่ทางกรมป่าไม้ได้วางแนวทางไว้คือให้คนได้ประโยชน์จากป่า คนและป่าอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มพื้นที่ป่าโดยทั่วไปแล้ว ยังช่วยสร้างจิตสำนึกที่ดีในการอนุรักษ์ป่าต่อไปโดยปราศจากความเครียดอันส่งผลดีในการอนุรักษ์ป่าในระยะยาว

               พื้นที่สาธารณะ หรือวัด สามารถนำมาพัฒนาเป็นป่าชุมชนได้ โดยอาจมีการขอความร่วมมือทั้งจากบุคคลในพื้นที่ และจากบุคคลนอกพื้นที่

               ผู้จัดการโครงการอาจขอคำแนะนำจากสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนที่ใกล้เคียง เพื่อนำแบบอย่างตามแนวพระราชดำริมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ปลูกป่า

               นอกจากนี้ ยังอาจสนับสนุนให้มีการวาดภาพแนวพฤกษศาสตร์อย่างกว้างขวาง เพื่อบ่มเพาะความรักธรรมชาติ เพราะผู้วาดภาพแนวนี้ต้องสังเกตพืชอย่างที่วาดอย่างใกล้ชิด จึงเกิดความผูกพันกับธรรมชาติได้ตามมา และผลงานภาพวาดเอง เมื่อสร้างความประทับใจแก่ผู้พบเห็น ก็สามารถโน้มน้าวผู้ชมผลงาน ให้เกิดความรักในธรรมชาติตามไปด้วย

               ส่วนของบุคคลในพื้นที่ อาจมีหน้าที่ในด้านการดำเนินการ ส่วนบุคคลนอกพื้นที่ อาจมีส่วนในด้านทุนทรัพย์

               การส่งข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้บุคคลภายนอกพื้นที่ทราบถึงความก้าวหน้าของโครงการอันจะช่วยให้การสนับสนุนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

              การจัดให้มีการสอนหรือฝึกการวาดภาพพฤกษศาสตร์โดยวาดจากต้นไม้ในพื้นที่ป่าที่ปลูกจะช่วยให้เกิดความสนใจต่อป่าชุมชนมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ และการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ได้อีกด้วย

(ยังมีต่อ) 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
bepran วันที่ : 30/10/2010 เวลา : 20.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bepran

ขอบคุณแนวคิดดีดีครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
อาโป วันที่ : 30/10/2010 เวลา : 14.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/agile



.

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 30/10/2010 เวลา : 13.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ชอบพระราชดำริของพระเทพค่ะ
ที่เน้นควมปิติที่ได้อนุรักษ์ธรรมชาติ มากกว่าการกลัวผลเสียในอนาคตที่จะไม่อนุรักษ์ในวันนี้ค่ะ

เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น