*/
  • ณัฐรดา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nadrda@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-24
  • จำนวนเรื่อง : 385
  • จำนวนผู้ชม : 565448
  • จำนวนผู้โหวต : 375
  • ส่ง msg :
  • โหวต 375 คน
<< พฤศจิกายน 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 13 พฤศจิกายน 2551
Posted by ณัฐรดา , ผู้อ่าน : 633 , 07:12:49 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ขึ้นชื่อว่าชาวพุทธ คงมีสักครั้งในชีวิตที่ได้มีโอกาสถวายสังฆทาน เพื่อจัดหาภัตตาหาร เครื่องใช้สำหรับสงฆ์ หรือปัจจัยเพื่อบำรุงพระสงฆ์ให้ ได้เผยแพร่คุณประโยชน์ของพุทธธรรมสืบไป

 

หากผู้ถวายตั้งใจถวายเป็นฝึกการละ เพื่อยังประโยชน์แก่คณะสงฆ์ ก็ถือว่าได้สร้างบุญ แต่มักพบว่าการถวายสังฆทานในปัจจุบัน วัตถุประสงค์หลักของผู้ถวายแปรเปลี่ยนไปเป็นการยังประโยชน์แก่ตนเอง เช่น ถวายตามเทศกาล ถวายเนื่องในวันเกิด เพื่อที่ในปีอายุใหม่ จะได้ประสบแต่โชคดี  หรือบ้างก็รู้สึกว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ถวายสังฆทานเสียหน่อย เรื่องที่ติดขัดจะได้ไหลลื่นขึ้น อะไรที่อยากได้ จะได้มาง่ายยิ่งขึ้น  หรือรู้สึกผิดที่ปฏิบัติตนต่อใครบางคนไม่ดี ถวายสังฆทานแล้วอุทิศส่วนกุศลให้ จะได้เป็นการไถ่บาป การกระทำเหล่านี้ไม่เรียกว่าเป็นการทำบุญ แต่หากทำตามกันไปด้วยดิรัจฉานวิชา

 

ทฤษฎีเรื่องการไถ่บาป ไม่มีในคติของศาสนาพุทธ จะมีก็แต่บาปอาจไม่สามารถส่งผลได้ หากทำบุญมามากพอ เปรียบเหมือนน้ำ หรือก็คือบุญ กับเกลือ หรือก็คือบาป ที่ผสมรวมกันอยู่ในภาชนะ ยิ่งเติมน้ำลงมากเท่าไหร่ เกลือก็ยิ่งเค็มน้อยลงมากเท่านั้น ถึงเกลือไม่แสดงความเค็ม แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีเกลือ

 

มูลเหตุของดิรัจฉานวิชาเริ่มมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 9 – 10 ในสมัยราชวงศ์คุปตะ ช่วงนั้นศาสนาพุทธนิกายมหายานรุ่งเรืองมากในอินเดีย ( นิกายเถรวาทไปรุ่งเรืองในลังกา ) บรรดากษัตริย์ในราชวงศ์ส่วนใหญ่นับถือศาสนาฮินดู แต่ขณะเดียวกันก็สนับสนุนศาสนาพุทธไปด้วย บางองค์หันมานับถือศาสนาพุทธก็มี จึงเกิดการผสมผสานกันของวิถีวัฒนธรรมของทั้งพุทธและพราหมณ์อย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้ทั้งสองศาสนาจะดูผสมกลมกลืนกัน แต่ลึกๆแล้วก็ต่อสู้กันทั้งทฤษฎีและวิธีปฏิบัติ คัมภีร์ของทั้งสองฝ่ายถูกแต่งขึ้นเพื่อหักล้างกันอยู่เนืองๆ  ช่วงนั้นพราหมณ์ได้แต่งคัมภีร์ปุราณะขึ้นคือ วิษณุปุราณะ และพรหมปุราณะ และได้แต่งให้พระพุทธเจ้าเป็นเพียงอวตารปางหนึ่งของพระวิษณุ หรือพระนารายณ์ โดยเสนอเป็นปางที่ 9 ของอวตารทั้ง 10 ปาง เรียกปาง พุทธาวตาร

 

จนปลายสมัยราชวงศ์คุปตะ ศาสนาพุทธนิกายมหายานจึงต้องปรับเปลี่ยนรูปโฉม เพราะเห็นว่าเพียงเนื้อธรรมแท้ๆ ไม่สามารถดึงชาวบ้านให้มาเป็นศาสนิกได้ จึงมีการนำเอาเวทมนต์คาถา อาคมขลัง พิธีศักดิ์สิทธิ์ การเสก เป่า การลงเลขยันต์ รวมไปถึงฤกษ์ผานาทีเข้ามาผสม วัตถุประสงค์คือ เพื่อบอกชาวบ้านว่าไม่ใช่พราหมณ์เท่านั้นที่มีพระเวทศักดิ์สิทธิ์ พุทธเองก็มี

 

ได้มีการอธิบายเพิ่มเติมถึงการสวดมนต์บางบทว่าทรงอานุภาพ ใครสวดบทนั้นแล้วจะได้เป็นพระอินทร์ ใครสวดบทนี้แล้วถึงทำบาปมาสักกี่ชาติก็ไม่ส่งผล ประมาณว่าพราหมณ์ล้างบาปด้วยการอาบน้ำในแม่น้ำคงคาได้ พุทธก็ล้างบาปได้ด้วยการสวดมนต์เช่นกัน มนต์บทหนึ่งเรียก ธารณี แต่ละธารณี ใครจะสวด ต้องมีเครื่องบูชาตามกำหนด ต้องจัดแท่น เตรียมปรำพิธีต่างๆ มีอุปกรณ์นาๆชนิดร่วมในพิธี พิธีสวดดังกล่าวได้เหลือร่องรอยมาให้เห็นจนถึงยุคปัจจุบัน

 

เมื่อทฤษฎีล้างบาปไม่มีในศาสนาพุทธ การเกิดพิธีกรรมดังกล่าวเนื่องจากเพื่อต้องการลาภ สักการะ จึงจัดเป็นการเกิดดิรัจฉานวิชาในศาสนาพุทธ ดังนั้นการถวายสังฆทานเพื่อไถ่บาป หรือการสะเดาะเคราะห์ต่อชะตาก็ถือว่าเป็นดิรัจฉานวิชาเช่นกัน

 

ดังนั้นหากคิดว่าจะถวายสังฆทานเพื่ออำนวยความสะดวกแก่สงฆ์ เพื่อฝึกการละประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น ก็ทำต่อไปเถอะค่ะ จัดว่าได้เติมน้ำในภาชนะได้เหมือนกัน เจตนาบริสุทธิ์ ยิ่งสงฆ์ผู้รับเป็นผู้ที่มุ่งมั่นเผยแพร่พระศาสนาก็ยิ่งเป็นบุญบริสุทธิ์เข้าไปใหญ่

 

แต่ถ้าคิดว่าจะถวายเพื่อประโยชน์สำหรับตนละก็.... อย่าเลยค่ะ เปลืองเงินเปล่า

 

เพราะบุญที่จะทำเพื่อให้บาปไม่สามารถส่งผลได้ คือบุญบริสุทธิ์ บุญตามบุญกิริยาวัตถุ 10 ไม่ใช่บุญตามทัศนคติที่ซื้อได้ด้วยเงิน

.................................................................

ที่มา : เหตุเกิดหลังพุทธปรินิพพาน นวองคุลี วัดสุวรรณประสิทธิ์ คลองกุ่ม บึงกุ่ม กรุงเทพ พิมพ์ที่ธรรมสภา โรงพิมพ์พระพุทธศาสนา ¼-5 ถฯฯบรมราชชนนี แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
driftworm วันที่ : 13/11/2008 เวลา : 16.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

อ้า ... บทสวดมนต์ ติโรกุฑฑ... ล่ะ แต่งขึ้นเพื่อการนี้ด้วยหรือเปล่า บทที่ขึ้นว่า อทาสิเม อกาสิเม ส่วนมากจะคุ้นในชื่อว่า อยัญจโข น่ะครับ
บทนี้บรรยายว่าเปรตผู้ล่วงลับมาเกาะประตูอาคาร รอรับส่วนบุญ
ฯลฯ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
sarokkarow วันที่ : 13/11/2008 เวลา : 12.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wongsangam
เซราะกราว

ทำดี ได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ฉันชนบท วันที่ : 13/11/2008 เวลา : 11.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kondernpa
"ทำดี อย่าอาย จงเป็นคนไทยให้สมบูรณ์"  สิ้นสุดด้วยความเจ็บปวด ดีกว่าต้องเจ็บปวดไม่มีที่สิ้นสุด 

สวัสดีค่ะ

ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมเยี่ยนนะคะ

การให้ทานแก่ผู้อื่นด้วยใจบริสุทธิ์และเต็มใจให้
เราก็ยิ่งได้รับความเอิบอิ่มใจกลับมาเช่นกันค่ะ

ขอให้มีความสุขทุกวันนะคะ


ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ปัณณ์ วันที่ : 13/11/2008 เวลา : 11.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/punn


ใครตั้งใจทำแบบไหน

...ก็คงได้แบบนั้นมังคะ...



ความคิดเห็นที่ 4 (0)
แม่เอื้อง วันที่ : 13/11/2008 เวลา : 09.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maeeaung

มาอ่านการทำสังฆทาน

สวัสดียามเช้าค่ะ คุณณัฐรดา

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 13/11/2008 เวลา : 08.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ขอบพระคุณพระคุณเจ้าเจ้าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พระกิตติศักดิ์_สิริภทฺโท วันที่ : 13/11/2008 เวลา : 08.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้

ขอชื่นชมเอ็นทรี่นี้


พระเขียนเองจะเจ็บตัว โยมเขียนด้วยข้อมูลที่รอบด้าน จะเกิดผลที่ดี


ขอท่านผู้รู้ทั้งหลายช่วยกันขยายผล


จะอนุโมทนาอย่างยิ่ง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 13/11/2008 เวลา : 07.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

เชื่อว่าบุญและบาป
ไม่สามารถลบล้างกันได้
การที่บุญและบาปส่งผลใด
ต้องเป็นตามวาระ
.
.
.
ขอบคุณครับได้สติในเรื่องการทำสังฆทานครับ
เพราะญษติๆผมเขาชอบไปทำกัน
แต่ส่วนตัวผมมักไม่ค่อยทำเพราะตามวัดต่างๆมักเตรียมชุดสังฆทานไว้
ผมว่ามันแปลกๆ
หากผมเกิดอยากทำผมจะไปซื้อของที่จำเป็นสำหรับพระแล้วไปถวายยังวัดที่ขาดแคลนมากกว่าครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน