*/
  • ณัฐรดา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nadrda@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-24
  • จำนวนเรื่อง : 382
  • จำนวนผู้ชม : 558406
  • จำนวนผู้โหวต : 374
  • ส่ง msg :
  • โหวต 374 คน
<< พฤศจิกายน 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 14 พฤศจิกายน 2551
Posted by ณัฐรดา , ผู้อ่าน : 392 , 07:52:41 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

บทความนี้คัดมาจากคำบรรยายธรรมของท่านเจ้าคุณพระโพธิญาณเถร (พระอาจารย์ชา สุภัทโท ) ซึ่งมีผู้เรียบเรียงเป็นเรื่องๆ (ไม่ปรากฏนามผู้เรียบเรียง ) ในหนังสือชื่อ “ นอกเหตุเหนือผล “โดยผู้เรียบเรียงได้แปลมาจากหนังสือเล่มที่สองที่ได้รวบรวมการบรรยายธรรมภาคภาษาอังกฤษของพระอาจารย์ชาไว้ชื่อ “ A Taste of Freedom “ โดยพยายามรักษาสำนวนภาษา ลีลาการแสดงธรรมของพระอาจารย์ให้มากที่สุด และให้ใกล้เคียงกับต้นฉบับภาษาอังกฤษมากที่สุด

 หนังสือชื่อนอกเหตุเหนือผลนี้พิมพ์โดยธรรมสภา 35/270 ถ.จรัลสนิทวงศ์ 62 บางพลัด กรุงเทพ

สำหรับธรรมหัวข้อ “ มรรคสามัคคี “ นี้รวบรวมมาจากคำบรรยายธรรมสองครั้งที่ประเทศอังกฤษเมื่อพ.ศ.2522 และ 2520 ตามลำดับ  

......................................................................................................

มรรคสามัคคี (ต่อ )

สติตั้งมั่น ดูลมหายใจเข้าออกต่อไปอีก ถ้าจิตสงบ ลมนี้จะน้อยเข้า น้อยเข้าทุกที มันน้อยเข้าไป อารมณ์มันละเอียด ร่างกายเราจะเบาขึ้น มันก็วางอารมณ์ข้างนอก ดูข้างในต่อไป ต่อนั้นไปเราก็รู้ข้างนอก มันจะรวมเข้าข้างใน เมื่อหายใจรวมเข้าข้างในแล้ว ความรู้สึกอยู่ในที่ๆมันรวมกันอยู่ในลมหายใจนั้น ลมมันจะชัด เห็นลมออก ลมเข้า ชัด แล้วมันจะมีสติชัด เห็นอารมณ์ชัดขึ้นทุกอย่าง จะเห็นศีล เห็นสมาธิ เห็นปัญญา โดยอาการมันรวมกันอยู่นี้ เรียกว่า “ มรรคสามัคคี “ เมื่อความสามัคคีเกิดขึ้นแล้ว ก็ไม่มีอาการวุ่นวายเกิดขึ้นในจิตของเรา มันจะรวมลงเป็นหนึ่งนี้ เรียกว่า “ สมาธิ “

นานไป สูดลมหายใจเข้าไปอีก จนกว่าลมจะละเอียดเข้าไปอีก แล้วความรู้สึกนั้นมันจะหมดไป หมดไปจากลมหายใจก็ได้ มันจะมีความรู้สึกอันหนึ่งมาลมหายใจมันจะหายไป คือมันละเอียดอย่างยิ่ง จนบางทีเรานั่งอยู่เฉยๆก็เหมือนลมไม่มี แต่ว่ามันมีอยู่ หากรู้สึกเหมือนไม่มี เพราะอะไร? เพราะว่าจิตตัวนี้มันละเอียดมากที่สุด มันมีความรู้เฉพาะของมันนี้ เหลือแต่ความรู้อันเดียว ถึงลมมันจะหายไปแล้ว ความรู้สึกที่ว่าลมหายใจก็ตั้งอยู่ ทีนี้จะเอาอะไรมาเป็นอารมณ์ต่อเล่า ก็เอาความรู้นี่แหละเป็นอารมณ์ต่อไปอีก ความรู้ที่ว่าลมไม่มี ลมไม่มี อยู่อย่างนี้เสมอ นี่แหละเป็นความรู้อันหนึ่ง

ในจุดนี้ บางคนชอบจะมีความสงสัยขึ้นมาก็ได้ สิ่งที่เราคาดไม่ถึง มันจะเกิดขึ้นมาได้ตรงนี้

แต่บางคนก็มี บางคนก็ไม่มี จงตั้งใจให้ดี ตั้งสติให้มาก บางคนเห็นว่าลมหายใจไม่มี แล้วก็ตกใจ เพราะธรรมดาลมมันอยู่ เมื่อเราคิดว่าลมไม่มีแล้ว ก็ตกใจว่าลมไม่มี กลัวว่าเราจะตายก็ได้ ตรงนี้ให้เรารู้ทันมันว่า อันนี้มันเป็นของมันอย่างนี้ แล้วเราจะดูอะไร ก็ดูลมไม่มีต่อไปเป็นความรู้ นี่จัดว่าเป็นสมาธิอันแน่วแน่ที่สุดของสมาธิ มีอารมณ์เดียวแน่นอน ไม่หวั่นไหว เมื่อสมาธิถึงจุดนี้ จะมีความรู้สึกสารพัดอย่างที่มันรู้ในจิตของเรา เช่น บางทีร่างกายมันเบาที่สุด จนบางทีเบาไปทั้งหมด ถึงแม้ที่เรานั่งอยู่ก็ดูเปล่า ว่าง อันนี้มันเป็นของแปลก ก็ให้เข้าใจว่าไม่เป็นอะไร ทำความรู้สึกอย่างนั้นไว้ให้มั่นคง

เมื่อจิตตั้งมั่นเป็นหนึ่ง เพราะไม่มีอารมณ์ใดมาเสียดแทง อยู่ไปเท่าใดก็ได้ ไม่มีความรู้สึกถึงเวทนา เจ็บปวดอะไร อยู่อย่างนี้ เมื่อการทำสมาธิมาถึงตอนนี้ เราจะออกจากสมาธิก็ได้ ไม่ออกก็ได้ ออกจากสมาธิก็ออกอย่างสบาย หรือไม่ออกเพราะว่าขี้เกียจ ไม่ออกเพราะว่าเหน็ดเหนื่อย หรือจะออกเพราะว่าสมควรแล้ว ก็ออกมา ถอยออกมา ถอยออกมาอย่างนี้ อยู่สบาย ออกมาสบาย ไม่มีอะไร นี่เรียกว่าสมาธิที่สมควรสบาย

ถ้าเรามีสมาธิอย่างนี้ อย่างนั่งวันนี้เข้าสมาธิสัก ๓0 นาที หรือชั่วโมงหนึ่ง จิตใจเราจะมีความเยือกเย็นไปตั้งหลายวัน เมื่อจิตมีความเยือกเย็นหลายวันนั้น จิตจะสะอาด เห็นอะไรแล้วจะรับมาพิจารณาทั้งนั้น อันนี้เป็นเบื้องแรกของมัน นี้เรียกว่าผลเกิดจากสมาธิ สมาธินี้มีหน้าที่ทำให้สงบ ( ยังมีต่อ)

 

 

 

 

 

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
จินดานคร วันที่ : 14/11/2008 เวลา : 12.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/1117
Chai Nakhon

ส า ธุ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ภูผาน้ำฝน วันที่ : 14/11/2008 เวลา : 11.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/augustrain
Into each life some rain must fall.

สาธุค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
rakmananya วันที่ : 14/11/2008 เวลา : 08.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rakmananya

มารับธรรมของหลวงพ่อชาครับ...

สาธุ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 14/11/2008 เวลา : 08.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

น้อมรับคำสอนของหลวงพ่อ ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน