*/
  • ณัฐรดา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nadrda@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-24
  • จำนวนเรื่อง : 385
  • จำนวนผู้ชม : 565801
  • จำนวนผู้โหวต : 375
  • ส่ง msg :
  • โหวต 375 คน
<< พฤศจิกายน 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 15 พฤศจิกายน 2551
Posted by ณัฐรดา , ผู้อ่าน : 666 , 17:33:29 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

บทความนี้คัดลอกมาจากหนังสือ “ นอกเหตุเหนือผล “ อันเป็นการรวบรวมคำบรรยายธรรมของท่านเจ้าคุณพระโพธิญาณเถร (พระอาจารย์ชา สุภัทโท ) ทั้งที่บรรยายในประเทศไทย และประเทศอังกฤษ ในช่วงเวลาประมาณพ.ศ. 2511 – 2523 โดยคำบรรยายธรรมภาษาไทย ได้มาจากการถอดเทปบันทึกตามที่ท่านได้แสดงไว้ในที่ต่างๆ  ส่วนคำบรรยายภาษาอังกฤษ ได้มาจากหนังสือ “ A Test of Freedom “ อันเป็นหนังสือที่รวบรวมคำบรรยายภาคภาษาอังกฤษที่ท่านแสดงไว้ในที่ต่างๆเข้าด้วยกัน

 

หนังสือเล่มนี้ ไม่ปรากฏนามผู้เรียบเรียง จัดพิมพ์โดยธรรมสภา ๓๕/๒๗0 ถ.จรัลสนิทวงศ์ ๖๒ บางพลัด กรุงเทพ  ไม่ปรากฏปีที่จัดพิมพ์

..........................................................................

 

การทำจิตให้สงบ (๓)

 

อย่างไรก็ตาม บางคนทำสมาธิยาก เพราะอะไร เพราะจริตแปลกเขา แต่เป็นสมาธิ แต่ก็ไม่หนักแน่น ไม่ได้รับความสบายเพราะสมาธิ แต่จะได้รับความสบายเพราะปัญญา เพราะปัญญาความคิด เห็นความจริงของมันแล้วก็แก้ปัญหาถูกต้อง เป็นประเภทปัญญาวิมุติ ไม่ใช่เจโตวิมุติ*  มันจะมีความสบายทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นได้เป็นหนทางของเรา เพราะปัญญา สมาธิมันน้อย คล้ายๆกับว่าไม่ต้องนั่งสมาธิ พิจารณา “ อันนั้นเป็นอะไรหนอ ” แล้วแก้ปัญหาอันนั้นได้ทันที เลยสบายไป เลยสงบ ลักษณะผู้มีปัญญาต้องเป็นอย่างนั้น

 

ทำสมาธิไม่ค่อยได้ง่ายและไม่ค่อยดีด้วย มีสมาธิแต่เพียงเลี้ยงปัญญาให้เกิดขึ้นมาได้ โดยมากอาศัยปัญญา เช่นสมมุติว่า ทำนากับทำสวน เราอาศัยนามากกว่าสวน หรือทำนากับทำไร่ เราจะได้อาศัยนามากกว่าไร่ ในเรื่องอาชีพของเรา และการภาวนาของเราก็เหมือนกัน มันจะได้อาศัยปัญญาแก้ไขปัญหา แล้วจะเห็นความจริง ความสงบจึงเกิดขึ้นมา มันเป็นไปอย่างนั้น ธรรมดาก็เป็นไปอย่างนั้น มันต่างกัน

 

หลุดพ้นด้วยปัญญาสมาธิ

 

บางคนแรงในทางปัญญา สมาธิเป็นฐานไม่มาก คล้ายๆกับนั่งสมาธิไม่ค่อยสงบ ชอบมีความปรุงแต่ง มีความคิดและมีปัญญาชักเรื่องนั้นมาพิจารณา ชักเรื่องนี้มาพิจารณา แล้วพิจารณาลงสู่ความสงบ ก็เห็นถูกต้อง อันนั้นจะได้มีกำลังกว่าสมาธิ อันนี้จริงของบางคน เป็นอย่างนั้น แม้จะยืน เดิน นั่ง นอน ก็ตาม ความตรัสรู้ธรรมะนั้นไม่แน่นอน จะเป็นอิริยาบถใดก็ได้ ยืนก็ได้ เดินก็ได้ นั่งก็ได้ นอนก็ได้ อันนี้แหละผู้แรงด้วยปัญญา เป็นผู้มีปัญญาสามารถที่จะไม่เกี่ยวข้องกับสมาธิมากก็ได้

 

ถ้าจะพูดกันง่ายๆ ปัญญาเห็นเลย เห็นไปเลย ละไปเลย สงบไปเลย ได้ความสบาย เพราะอันนั้นมันเห็นชัด มันเห็นจริง เชื่อมั่น ยืนยันเป็นพยานตนเองได้ นี่จริตของบางคนเป็นไปอย่างนี้ แต่จะอย่างไรก็ช่างมัน ก็ต้องทำลายความเห็นผิดออก เหลือแต่ความเห็นถูก มันก็จะลงไปสู่จุดอันเดียวกัน

 

บางคนปัญญาน้อย นั่งสมาธิได้ง่าย สงบเร็วที่สุด ไว แต่ไม่ค่อยมีปัญญา ไม่ทันกิเลสทั้งหลาย ไม่รู้เรื่องกิเลสทั้งหลาย แก้ปัญหาไม่ค่อยได้ พระโยคาวจรเจ้าผู้ปฏิบัติมีสองหน้าอย่างนี้ ก็คู่กันเรื่อยไป แต่ปัญญาหรือวิปัสสนากับสมถะมันทิ้งกันไม่ได้ คาบเกี่ยวกันไปเรื่อยๆอย่างนี้

 

ทีนี้มันชัดในเรื่องความสงบ เมื่อมีอารมณ์มาผ่าน มีนิมิตขึ้นมาผ่าน ก็ไม่ได้สงสัยว่า “ เคลิ้มไปหรือเปล่าหนอ เมื่อกี้นี้? ” “ หลงไปหรือเปล่าหนอ เมื่อกี้นี้?  ” “ ลืมไปหรือเปล่าหนอ เมื่อกี้นี้?  ” “ หลับไปหรือเปล่าหนอ เมื่อกี้นี้? ” จิตขณะนี้สงสัย “ หลับก็ไม่ใช่ ตื่นก็ไม่ใช่  ” นี่มันคลุมเครือ เรียกว่ามันมั่วสุมอยู่กับอารมณ์ ไม่แจ่มใสเหมือนกันกับพระจันทร์เข้าก้อนเมฆมองเห็นอยู่แล้ว แต่ไม่แจ่มแจ้ง มัวๆ ไม่แจ่มใสเหมือนกับพระจันทร์ออกมาจากก้อนเมฆ นั้นแจ่มใส สะอาด จิตเราสงบ มีสติสัมปชัญญะรอบคอบสมบูรณ์แล้ว จึงไม่สงสัยในอาการทั้งหลายที่เกิดขึ้น จะหมดจากนิวรณ์ ** จริงๆ รู้ว่าอันใดเกิดขึ้นมาเป็นอันใดหมดทุกอย่าง รู้แจ้ง รู้เรื่องตามเป็นจริง ไม่ได้สงสัย อันนั้นเป็นดวงจิตที่ใสสะอาด สมาธิถึงขีดสุดแล้วเป็นเช่นนั้น  ( ยังมีต่อ )

 

หมายเหตุ

*   ปัญญาวิมุติ คือ  บุคคลผู้หลุดพ้นเพราะปัญญา คือปัญญาเป็นกำลังสำคัญ หรือปัญญานำหน้า

     เจโตวิมุติ   คือ  บุคคลผู้หลุดพ้นเพราะสมาธิ คือสมาธิเป็นกำลังสำคัญ หรือสมาธินำหน้า

** นิวรณ์        คือ  อุปสรรคโดยตรงของการฝึกสมาธิ เป็นอกุศลธรรมที่ปิดกั้นจิตไม่ให้ก้าวหน้าในกุศลธรรม 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 16/11/2008 เวลา : 07.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

แก้คำผิดค่ะ " ฌาน " ค่ะ ไม่ใช่ " ญาณ "
ก็เขียนตามความเคยชินผิดๆน่ะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 16/11/2008 เวลา : 06.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

คุณดับจิตคะ

คงเคยทราบมาแล้ว ในสมัยพุทธกาลผู้ที่ได้ฟังธรรมของพระสัมมาสพุทธเจ้าแล้วบรรลุอรหันต์ทันทีมีมากมาย บุคคลเหล่านั้นคือผู้ที่หลุดพ้นด้วยปัญญา ( ตามที่พระอาจารย์ชาได้กล่าวถึงค่ะ ) แต่บางทีเรียก อรหันต์แห้ง เหตุเพราะไม่มีฤทธิ์ แสดงปาฏิหารย์ไม่ได้ เนื่องจากไม่ได้ฤทธิ์ต่างๆที่เกิดจากญาณ

ส่วนผู้ที่หลุดพ้นที่เกิดจากการฝึกสมาธิจนจิตเกิดปัญญา เรียกวิปัสสนา เมื่อได้ญาณต่างๆ ท่านว่าจะมีฤทธิ์เป็นผลตามมาด้วย หากไม่หลงยึดติดอยู่ในฤทธิ์ ก็บรรลุเป็นอรหันต์ที่ไม่แห้ง

จึงขอแสดงความเห็นมาดังนี้ หากคุณมีความเห็นอื่น กรุณาแลกเปลี่ยนกันมาใหม่นะคะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
www.pierra-vejjabul.com วันที่ : 15/11/2008 เวลา : 20.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vejjabul

การฝึกจิตเป็นเรื่องที่อยากมาก ๆ .... จิตคนเราเปรียบเสมือนลิง ... ที่ซุกซนเคลื่อนไหวตลอด ค่ะ
.
.

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ดับจิต วันที่ : 15/11/2008 เวลา : 19.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/eyeplay
ว่างอยู่แล้ว ไม่ต้องมีอะไรดับอะไร

ผู้ที่หลุดพ้นด้วยปัญญานั้นคือผู้ที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานไงครับ คนเมืองที่ทำงานใช้ความคิดน่าจะเหมาะกับการทำวิปัสสนาตามหลักมหาสติปัฏฐาน 4 ครับ ด้วยเหตุนี้การปฏิบัติวิปัสสนาจึงรุ่งเรืองขึ้นมาในปัจจุบัน เพราะมันปฏิบัติง่ายจริง และเห็นผลจริงครับ

ส่วนการทำสมาธิอย่างเดียวนั้น ไม่ทำให้ทุกข์ลดลงครับ ต้องเจริญปัญญาไปด้วย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ธาตุดินน้ำลมไฟ วันที่ : 15/11/2008 เวลา : 18.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/omikami


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 15/11/2008 เวลา : 18.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ขอบคุณสำหรับการติดตามเช่นกันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แพรพันวา วันที่ : 15/11/2008 เวลา : 18.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/eleven
แพรพันวา

สมาธิเป็นอะไรที่มหัศจรรย์มาก
และไม่น่าเชื่อว่าการทำสมาธิช่วยให้
หลับสบายได้ด้วย

อ่านแล้วชอบมากเลยค่ะ
ขอบคุณที่เอาเรื่อง ดี ดี มาให้อ่านกันค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน