*/
  • ณัฐรดา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nadrda@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-24
  • จำนวนเรื่อง : 385
  • จำนวนผู้ชม : 565308
  • จำนวนผู้โหวต : 375
  • ส่ง msg :
  • โหวต 375 คน
<< พฤศจิกายน 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 18 พฤศจิกายน 2551
Posted by ณัฐรดา , ผู้อ่าน : 711 , 14:04:05 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

         คนเราที่ยังเป็นฆราวาสมักหันเข้าหาที่พึ่งทางใจเมื่อเกิดความทุกข์ บางคนพบว่าศาสนาพุทธมีหลักที่ให้ยึดเหนี่ยวจิตใจจึงได้ปฏิบัติตาม แต่เมื่อปฏิบัติแล้ว บางคนกลับทุกข์ซ้ำซ้อน เพราะคิดว่าวิถีชีวิตการครองเรือนของตนขวางทางการปฏิบัติเพื่อให้บรรลุจุดสูงสุด จนถึงคิดไปว่าตนไม่น่ามีครอบครัว เนื่องจากเข้าใจว่าการเสพย์กาม อันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคู่ เป็นข้าศึกของนิพพาน

 

การปฏิบัติธรรม จึงกลับนำปัญหามาให้ทั้งกับตนเองและครอบครัว 

 

            ความคิดที่ว่าไม่น่ามีครอบครัว แท้จริงก็คือวิภวตัณหา คือความอยากไม่มี หรือไม่เป็น แต่ในขณะที่ความเป็นจริงยัง “ มี ”  และยัง “ เป็น ” อยู่ จึงเกิดเป็นทุกข์  และตัณหานี้ นอกจากอาจสร้างปัญหาขึ้นในครอบครัวแล้ว ยังเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวไม่ให้เข้าถึงนิพพานอีกด้วย

 

           ผู้เขียนขอเสนอบทความที่ได้จากการสนธิคำบรรยายของพระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาสภิกขุ ) เรื่อง “ หลักธรรมของผู้ครองเรือน ” และเนื้อความในบท “  หลักธรรมข้อปฏิบัติสำหรับผู้ครองเรือน ” ซึ่งคุณสุทธิวงศ์ ตันตยาพิศาลสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ขณะนั้น ) ได้เขียนไว้ในหนังสือ “ หลักพุทธศาสนา ” เพื่อแสดงว่าฆราวาสที่หมายนิพพานจะพบความสมดุลในการครองชีวิต และเคลื่อนไปตามกระแสนิพพานพร้อมไปด้วยกันได้อย่างไร  สมดังที่ท่านพุทธทาสได้บรรยายว่า “ เหมือนกับหมุนรอบตัว แต่ก็เคลื่อนไปได้ด้วย นี่เป็นระบบสูงสุดที่จะเป็นมนุษย์ ชนิดที่เรียกว่าธรรมชีวีในความเป็นฆราวาส ”

 

         ฆราวาส คือ ผู้ครองเรือน คือบุคคลโดยทั่วไป ท่านพุทธทาสได้แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆคือ      

               

ฆราวาสที่ยังจมปลัก

 

            คำว่า “ จมปลัก  ” หมายถึงการผูกพันอยู่ในสิ่งที่หวงแหน รักใคร่หวงแหนทางวัตถุ เรียกจมปลักทางวัตถุ หลงใหลในร่างกาย อันเป็นสิ่งที่ตั้งแห่งความสนุกสนาน เอร็ดอร่อย เรียกจมปลักในร่างกาย และการมีจิตใจผูกพันอยู่กับสิ่งต่างๆทั้งทางวัตถุ และทางร่างกายนี้ เรียกจมปลักทางจิตใจ ยังแบ่งเป็น ๒ ประเภทคือ

 

๑ . จมปลักอยู่ในการครองเรือน ก็คือความรู้สึกติดแน่นในเสน่ห์ หรือรสอร่อย ที่เราเรียกว่า เสน่ห์ในการครองเรือน ฆราวาสประเภทนี้จะตั้งหน้าตั้งตาทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์แห่งการครองเรือนให้ยิ่งขึ้นไป

 

๒ . จมปลักอยู่ในอบายมุข ฆราวาสประเภทนี้นอกจากจะจมปลักในการครองเรือนแล้ว ยังมึนเมาในรสอบายมุขอีก ซึ่งยิ่งแย่กว่าประเภทแรก  อบายมุขทั้ง ๖ นั้นประกอบด้วย การดื่มน้ำเมา การเที่ยวกลางคืน การดูการเล่น การเล่นการพนัน การคบคนชั่วเป็นมิตร และการเกียจคร้านในการทำงาน ฆราวาสประเภทนี้จึงมักยากจน สุขภาพเสื่อมโทรม และเบียดเบียนกันเพราะความที่หลงใหลในอบาย

           ฆราวาสที่ไม่จมปลัก

           ฆราวาสที่ไม่จมปลักนี้ เป็นเรื่องของจิตใจ แม้ร่างกายจะดูเป็นฆราวาสอยู่ แต่จิตในไม่ได้เป็นอย่างนั้น ฆราวาสเหล่านี้มีความคิดว่าชีวิตสามารถพัฒนาได้ เนื่องเพราะธรรมชาติของมนุษย์ต้องการพัฒนาตนเองให้สูงขึ้น เมื่อมีความเห็นดังนี้ จึงเกิดความรู้สึกว่าควรเดินทางให้ถึงจุดสูงสุดที่มนุษย์จะพึงทำได้ จิตใจของฆราวาสเหล่านี้จึงไม่ยึดติดกับสิ่งเล็กๆน้อยๆอันเป็นที่ตั้งของความเขลา ความหลง แต่จะพยายามพัฒนาตนเองดพื่อให้ถึงจุดสูงสุด นั่นก็คือ “ นิพพาน ”

             พุทธศาสนาเป็นศาสนาที่ไม่ได้สอนให้หวังชีวิตในโลกหน้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังสอนวิธีการใช้ชีวิตในโลกนี้อย่างเหมาะและมีความสุขกับสภาพของตนอีกด้วย พระพุทธองค์จึงได้ทรงวางหลักธรรมสำหรับฆราวาสเพื่อบรรลุประโยชน์ ๓ ประการคือ

            * เพื่อประโยชน์และความสุขในภพนี้ เรียก “ ทิฏฐธัมมิกัตถะ ”

            * เพื่อประโยชน์และความสุขในภพหน้า เรียก “ สัมปรายิกัตถะ ”

            * เพื่อประโยชน์และความสุขอย่างยิ่ง เรียก “ ปรมัตถะ ”

            ทิฏฐธัมมิกัตถะ เนื่องจากมนุษย์ต่างต้องการปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต หรือก็คือ ปัจจัย ๔ ดังนั้นทรัพย์ จึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ และเป็นที่ปรารถนาเบื้องต้นของผู้ครองเรือน พระพุทธเจ้าจึงทรงแสดงหลักปฏิบัติสำหรับการแสวงหาทรัพย์ และรักษาทรัพย์ให้มั่นคง อันประกอบด้วย

๑ อุฏฐานสัมปทา  ขยันหาทรัพย์

              ๒ อารักขสัมปทา รักษาทรัพย์ที่หามาได้

           ๓ กัลยาณมิตตตา มีมิตรที่ดี

           ๔ สมชีวิตา เลี้ยงชีพตามกำลังของตน

           ( ยังมีต่อ )



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
วัชระญาณ วันที่ : 19/11/2008 เวลา : 22.24 น.

ผมพึ่งสมัครเป็นสมาชิกวันนี้เองครับ เหมือนบ้านนอกเข้ากรุง ขอเวลาศึกษาระเบียบ วิธีการใช้ก่อน แล้วค่อยสนทนากันนะครับ

เขียนได้ดีมากครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 19/11/2008 เวลา : 13.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ขอบพระคุณพระคุณเจ้าเจ้าค่ะ
และทุกความเห็นด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พระกิตติศักดิ์_สิริภทฺโท วันที่ : 19/11/2008 เวลา : 11.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้

สาธุ


เขียนได้เข้าใจง่ายดี

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
โสภึบุตร วันที่ : 18/11/2008 เวลา : 18.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phramahaukris
โสภีบุตร

ธรรมะเขาดีจริงๆ น้อมคารวะ ด้วยความเลื่อมใส ขะรับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 18/11/2008 เวลา : 14.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
gold58 วันที่ : 18/11/2008 เวลา : 14.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dhammapada

เขียนได้ดีมากครับ อยากอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน