*/
  • ณัฐรดา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nadrda@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-24
  • จำนวนเรื่อง : 382
  • จำนวนผู้ชม : 557702
  • จำนวนผู้โหวต : 374
  • ส่ง msg :
  • โหวต 374 คน
<< ธันวาคม 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 2 ธันวาคม 2551
Posted by ณัฐรดา , ผู้อ่าน : 584 , 16:08:25 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

บทความเรื่องนี้ตัดทอนมาจากพระนิพนธ์เรื่อง “ วิธีสร้างบุญบารมี” ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายกองค์ที่ ๑๙ ( หัวข้อ ภาวนา )  ซึ่งเป็นหัวข้อธรรมที่พิมพ์แจกเนื่องในโอกาสฉลองสำนักสงฆ์ธุดงคสถานสันติวรญาณ อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ ๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๗

 

สาเหตุที่นำบทความนี้มาเผยแพร่ก็เพื่อสร้างความเข้าใจอย่างถูกต้องแก่พุทธศาสนิกชนว่าการบำเพ็ญสมถะภาวนา หรือการทำสมาธิ ทำจิตให้สงบ ต่างจากวิปัสสนาภาวนาอันเป็นปัญญาที่ช่วยให้หลุดพ้นจากวัฏฏสงสารอย่างไร รวมถึงวิธีในการบำเพ็ญวิปัสสนาภาวนาด้วย

 

.....................................................................

การภาวนา ( ๑๑ )

 

                        กายคตานุสสติกรรมฐานนั้น ความจริงก็เป็นเพียงสมถะภาวนาที่ทำให้จิตเป็นสมาธิได้ถึงขั้นปฐมฌาน แต่ก็เป็นสมถะภาวนาที่เจือไปด้วยวิปัสสนาภาวนา เพราะเป็นอารมณ์จิตที่ใคร่ครวญหาเหตุผลตามสภาพเป็นจริงของสังขารธรรม หรือสภาวธรรม

 

                        ซึ่งหากได้พลิกการพิจารณาอาการ ๓๒ ดังกล่าวให้รู้แจ้งเห็นจริงว่า อาการ ๓๒ ดังกล่าวนั้น ไม่มีการทรงตัว เมื่อมีเกิดเป็นอาการ ๓๒ ขึ้นแล้ว ก็ไม่อาจตั้งมั่นอยู่ได้ จะต้องเปลี่ยนแปลงไปเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ไม่ใช่ตัว ไม่ใช่ตน ไม่ใช่คน ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่ตัวเรา ของเรา แต่อย่างใด ร่างกาย ไม่ว่าของตนเองหรือผู้อื่น ต่างก็เต็มไปด้วยความทุกข์ ดังนี้ก็เป็นวิปัสสนา

 

                        กายคตานุสสติกรรมฐานเป็นกรรมฐานที่เมื่อได้พิจารณาไปแล้ว ก็จะเห็นความสกปรกโสโครกของร่างกายจนรู้แจ้งเห็นจริงว่า ไม่น่ารัก ไม่น่าใคร่ จึงเป็นกรรมฐานที่มีอำนาจทำลายกิเลสราคะ

 

และเมื่อได้รู้แจ้งเห็นจริงดังกล่าวมากๆเข้า จิตก็จะมีกำลัง และเกิดความเบื่อหน่ายในร่างกายของตนเอง และของผู้อื่น จึงเป็นการง่ายที่  “ นิพพิทาญาณ ” จะเกิดขึ้น และเมื่อได้เกิดขึ้นแล้ว จนมีญาณทัสสนะเห็นแจ้งอาการพระไตรลักษณ์ว่า ร่างกายเป็นอนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา ไม่ใช่ตัว ไม่ใช่ตน ไม่ใช่เรา ไม่ใช่เขาแต่อย่างใด จิตจะน้อมไปสู่  “ สังขารุเปกขาญาณ ” ซึ่งมีอารมณ์อันวางเฉย ไม่ยินดียินร้ายในร่างกาย และคลายกำหนัดในรูปนามขันธ์ ๕

 

ซึ่งจะนำไปสู่การละ “ สักกายทิฐิ ” อันเป็นการละความเห็นผิดในร่างกายนี้เสียได้ และถ้าละได้เมื่อใด ก็ใกล้ที่จะบรรลุความเป็นพระอริยเจ้าเบื้องต้นในพระพุทธศาสนา คือเป็น “ พระโสดาบัน ” สมจริงตามที่พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ว่า การเจริญกรรมฐานกองนี้ จะไม่ห่างมรรค ผล และนิพพาน

 

ฉะนั้น กายคตานุสสติกรรมฐาน จึงเป็นกรรมฐานเครื่องที่จะทำให้บรรลุอรหันต์ได้โดยง่าย ซึ่งในสมัยพระพุทธกาล ท่านที่บรรลุแล้วด้วยพระกรรมฐานกองนี้มีเป็นอันมาก  ( ยังมีต่อ )

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
วัชระญาณ วันที่ : 08/12/2008 เวลา : 12.02 น.

ขอร่วมอนุโมทนาบุญด้วยครับ

ผู้ประสบกับนิพพิทาญาณ จะเห็นด้วยความมหัศจรรย์ใจยิ่ง เรียกว่าพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน ไม่มีอะไรหลงเหลือ นอกจากความเศร้าสลด หดหู่ใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้หลงเพลิน หลงยึด ในสิ่งที่ไม่มีแก่นสาร ว่าเป็นแก่นสาร สัมมาสังกัปปะ คือการดำริชอบ ที่จะออกจากกามจึงเข้ามาปฏิวัติตัวเอง อันเนีองมาจาก สัมมาทิฎฐิที่เห็นชอบแล้วเป็นองค์ประธาน หรือจะเรียกได้ว่า มรรคมีองค์แป็ดก็วิ่งเข้ามารับทันที

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 02/12/2008 เวลา : 16.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

นิพพิทาญาณ
พระธรรมกิตติวงศ์ ( ทองดี สุรเตโช ป.ธ. ๙ ราชบัณฑิต ) ได้ให้ความหมายของคำคำนี้ ไว้ในหนังสือ พจนานุกรมเพื่อการศึกษาพุทธศาสน์ ว่า

นิพพิทา แปลว่า ความเบื่อหน่าย
นิพพิทา หมายถึงความเบื่อหน่ายในกองทุกข์ คือเบื่อหน่ายคลายความกำหนัดยินดีในสังขารด้วย การรู้แจ้งเห็นจริงว่าเป็นสิ่งน่าเบื่อ เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ไม่น่ายึดมั่นถือมั่น เป็นความเบื่อหน่ายด้วยปัญญา เบื่อหน่ายถาวร และเกิดขึ้นในทุกขสังขาร

ความเบื่อหน่ายธรรมดา ความเบื่อหน่ายในสิ่งที่ไม่ชอบ เช่น คนป่วยเบื่ออาหาร ภรรยาเบื่อหน่ายสามีที่เจ้าชู้ ครูเบื่อหน่ายนักเรียนเกเร ไม่จัดเป็นนิพพิทาเพราะไม่เป็นการเบื่อหน่ายแบบถาวร แต่เป็นประเภทเบื่อๆอยากๆ

นิพพิทา จัดเป็นนิพพิทาญาณ คือความหยั่งรู้ตามความเป็นจริงในสังขารด้วยความเบื่อหน่าย เป็นทางให้เกิดวิสุทธิและบรรลุมรรคผลนิพพาน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 02/12/2008 เวลา : 16.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ญาณทัสสนะ
พระธรรมปิฏก ( ป.อ.ปยุตฺโต ) ได้ให้ความหมายของคำคำนี้ไว้ใน พจนานุกรมพุทธศาสน์ฉบับประมวลศัพท์ ว่า

ญาณทัสสนะ การเห็น กล่าวคือ การหยั่งรู้, การเห็นที่เป็นญาณ อย่างต่ำสุด หมายถึง วิปัสสนาญาณ นอกนั้นในที่หลายแห่งหมายถึง ทิพพจักขุญาณ บ้าง มรรคญาณ บ้าง และในบางกรณีหมายถึง ผลญาณ บ้าง ปัจจเวกณญาณ บ้าง สัพพัญญุตญาณ บ้างก็มี ทั้งนี้ สุดแต่ข้อความแวดล้อมในที่นั้นๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน