*/
  • ณัฐรดา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nadrda@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-24
  • จำนวนเรื่อง : 382
  • จำนวนผู้ชม : 557612
  • จำนวนผู้โหวต : 374
  • ส่ง msg :
  • โหวต 374 คน
<< ธันวาคม 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 6 ธันวาคม 2551
Posted by ณัฐรดา , ผู้อ่าน : 3722 , 10:49:15 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เหล่านี้เป็นการรวบรวมข้อเขียนเกี่ยวกับพุทธศาสนาและธรรมในข้ออริยสัจ ๔  และการปริวัฏฏ์ ๓ ( หมุนเวียน ) จากการรจนาของอริยะบุคคลต่างๆ โดยพยายามเรียบเรียงให้เนื้อความติดต่อและสอดคล้องกัน เสมือนหนึ่งรจนาโดยบุคคลคนเดียว เพื่อความเข้าใจในศาสนาที่ดียิ่งขึ้น และเพื่อเป็นหลักฐานทางการศึกษา

......................................................................

อริยสัจ ๔ ปริวัฎฎ์ ๓ มีอาการเป็น ๑๒ 

( ปริวัฏ หรือปริวัตร ก็เรียก )

......................................................................

                “ พูดตามหลักอริยสัจว่า มองอริยสัจข้อ ๑ เห็นทุกข์ ทำตามอริยสัจข้อ ๔ เป็นสุข ”

พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต )  ทุกข์สำหรับเห็น แต่สุขสำหรับเป็น  ( หน้า ๑๙๙ )  สำนักพิมพ์อมรินทร์ พิมพ์ครั้งที่ ๑๕ อมรินทร์บุ๊คพริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง ๖๕/๑๖ ถนนชัยพฤกษ์ เขตตลิ่งชัน กรุงเทพ ๑0๑๗0 พิมพ์ครั้ง

.......................................................................

                        “ ...พระองค์ตรัสพุทธพจน์ตอนหนึ่งมีความว่า ตราบใดที่เรายังไม่มีญาณทัศนะที่มีปริวัฏฏ์ ๓ มีอาการ ๑๒ ในอริยสัจ ๔  เราก็ยังปฏิญาณไม่ได้ว่าได้ตรัสรู้  ต่อเมื่อเรามีญาณทัศนะนั้นจึงปฏิญาณได้ว่าตรัสรู้

หมายความว่า ตรัสรู้อริยสัจ ๔ ครบ ๓ ด้าน คือทั้งรู้ว่าคืออะไร แล้วก็รู้ว่าหน้าที่ต่ออริยสัจแต่ละอย่างนั้นคืออะไร และรู้ว่าได้ทำหน้าที่ต่ออริยสัจนั้นแล้ว เวียนไปในทุกข้อ เรียกว่า ๓ ปริวัฏฏ์ ”

พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต )  ทุกข์สำหรับเห็น แต่สุขสำหรับเป็น  ( หน้า ๑๖ – ๑๗ )  สำนักพิมพ์อมรินทร์ พิมพ์ครั้งที่ ๑๕ อมรินทร์บุ๊คพริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง ๖๕/๑๖ ถนนชัยพฤกษ์ เขตตลิ่งชัน กรุงเทพ ๑0๑๗0 พิมพ์ครั้ง

.........................................................................

            “ ญาณ ๓ ( สัจญาณ กิจญาณ กตญาณ ) ที่เกี่ยวกับอริยสัจ เรียกเต็มๆว่า “ ญาณทัสสนะ ” อันมีปริวัฎหรือวนรอบ ๓ รอบ คือการหยั่งรู้เห็นครบ ๓ รอบ ที่เป็นไปในอริสัจ ๔ ครบทุกข้อ รวมเป็น ๑๒ ญาณทัสสนะ หรือมีอาการ ๑๒ ที่ท่านใช้เป็นเกณฑ์วัดความรู้เรื่องอริยสัจ ๔ ว่า เมื่อใดใครก็ตามรู้อริยสัจ ๔ แต่ละอย่างครบปริวัฏ ๓ จนมีอาการ ๑๒ แล้ว เมื่อนั้นจึงจะได้ชื่อว่ารู้อริยสัจ ๔ แท้จริง” ( หน้า ๑๘๒ )

                        “ ความรู้อริยสัจ ๔ แปลกกว่าความรู้อย่างที่เข้าใจกัน คือส่วนมากจะถือว่าความรู้กับการกระทำเป็นคนละเรื่องกัน แต่การรู้อริยสัจนี้ พระพุทธองค์ทรงกำหนด “ การกระทำ ” กำกับไว้ด้วยในตอนท้ายของทุกรอบแห่งอริยสัจ ๔ จึงจะถือว่าเป็นความรู้จริง ประเสริฐ สมบูรณ์ เปรียบคล้ายดังการรู้เรื่องยาอะไรสักอย่างหนึ่ง จะถือว่าบุคคลรู้ยาจบได้ต่อเมื่อได้รู้ว่าสิ่งนี้เป็นยา รู้ว่ายานี้ควรกิน และรู้ว่ายานี้ที่ควรกินได้กินแล้ว ”

                        ดร.อภิญวัฒน์ โพธิ์สาน พุทธศาสน์ แนวปฏิบัติเพื่อชีวิต  ( หน้า ๑๘๓ ) สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ.. ๒๕๕๑

...........................................................................

“ นอกจากอริยสัจ ๔ จะสมบูรณ์ด้วยภาคภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติแล้ว ยังสมบูรณ์ด้วยภาคผลปฏิบัติอีกด้วย ภาคผลปฏิบัติก็คือนิโรธ ( นิพพาน ) นั่นเอง

เราสามารถจัดภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ และภาคผลปฏิบัติให้อยู่ในอริยสัจ ๔ ซึ่งมีญาณการหยั่งรู้ ๓ ประการ ปริวัฏการเวียนครบ ๓ รอบ ได้ดังนี้

สัจญาณ หยั่งรู้สัจจะ คือหยั่งรู้ความจริงว่า ทุกข์เป็นอย่างนี้ สมุทัยเป็นอย่างนี้ นิโรธเป็นอย่างนี้ มรรคเป็นอย่างนี้ ซึ่งเห็นตรงสภาพความจริง ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค เป็นอย่างไร ก็เห็นตรงสภาพความจริงของทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ว่าเป็นอย่างนั้น มิใช่ ทุกข์เป็นทุกข์ แต่เห็นเป็นสุข สมุทัยเป็นเหตุเกิดทุกข์ แต่เห็นเป็นเหตุเกิดสุข ( เห็นตัณหาว่าทำให้เกิดความสุข ) นิโรธดับทุกข์ แต่เห็นว่าดับทุกข์ไม่ได้ (เห็นนิโรธอนัตตาว่าเป็นอัตตา ) มรรคทางดับทุกข์ แต่เห็นว่ามิใช่ทางดับทุกข์ ซึ่งเห็นไม่ตรงสภาพความจริง คลาดเคลื่อนออกไป

สัจญาณนี้ เกิดขึ้นในปริวัฏแรกรอบหนึ่ง ยังไม่มีภาคปฏิบัติใดๆ เพียงหยั่งรู้อริยสัจ ๔ เห็นตรงสภาพความจริง จึงจัดอยู่ในภาคทฤษฎี

กิจญาณ หยั่งรู้กิจ คือหยั่งรู้ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ว่าควรทำอย่างไร เห็นว่าควรปฏิบัติต่อทุกข์ด้วยการกำหนด สมุทัยด้วยการละ นิโรธด้วยการทำให้แจ้ง มรรคด้วยการเจริญ กล่าวคือ ทุกข์ พึงกำหนดรู้ ( ปริญฺเญยฺยํ ) สมุทัย พึงละ (ปหาตพฺพํ ) นิโรธ พึงทำให้แจ้ง (สจฺฉิกาตพฺพํ ) มรรค พึงเจริญ ( ภาวิตพฺพํ ) ซึ่งวางการปฏิบัติตรงสภาพของความจริงของทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ในแต่ละประการนั้น

กิจญาณนี้ เกิดขึ้นในการปริวัฏรองรอบสอง ยังไม่เกิดผลปฏิบัติใดๆ เพียงรู้ว่าควรปฏิบัติตรงต่ออริยสัจ ๔ ตามสภาพความเป็นจริง จึงจัดอยู่ในภาคปฏิบัติ

กตญาณ หยั่งรู้การทำสำเร็จ คือหยั่งรุ้ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ว่าได้ทำสำเร็จแล้ว เห็นว่าได้ปฏิบัติต่อทุกข์ด้วยการกำหนดรู้ สมุทัย ด้วยการละ นิโรธด้วยการทำให้แจ้ง มรรคด้วยการเจริญ กล่าวคือ ทุกข์ก็รู้แล้ว ( ปริญฺญาตํ ) สมุทัยก็ละแล้ว (ปหีนํ ) นิโรธก็ทำให้แจ้งแล้ว (สจฺฉิกตํ ) มรรคก็เจริญแล้ว (ภาวิตํ )

กตญาณนี้เกิดขึ้นในปริวัฏหลังรอบสาม มีผลปฏิบัติเกิดขึ้นบริบูรณ์เปี่ยมด้วยญาณทัศน์ที่บริสุทธิ์ ไม่แปรกลับกำเริบอีก จึงจัดอยู่ในภาคผลปฏิบัติ ”

พระมหาอุเทน ปัญญาปริทัตต์  พระไตรปิฎกร่วมสมัย ๓   ( หน้า ๒๘ – ๒๙ ) สำนักพิมพ์ธรรมดา ๑๑๓ หมู่บ้านจินดาธานี หมู่ ๑0 ถนนบรมราชชนนี แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพ ๑0๑๗0 พิมพ์ครั้งที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๔๖

.........................................................................

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 11/12/2008 เวลา : 08.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

สาธู
น้องอ่านบทความเหล่านี้กี่ครั้ง ก็ปิติเจ้าค่ะ
ดีใจที่ได้อ่าน
ดีใจที่ได้เกิดในร่มพระพุทธศษสนา
ดีใจที่ตัวเองดูจะเป็นเด็กดีกะใครเขาเหมือนกัน

และดีใจที่รู้จึกคุณพี่ เจ้าค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน