*/
  • ณัฐรดา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nadrda@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-24
  • จำนวนเรื่อง : 382
  • จำนวนผู้ชม : 558594
  • จำนวนผู้โหวต : 374
  • ส่ง msg :
  • โหวต 374 คน
<< ธันวาคม 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 6 ธันวาคม 2551
Posted by ณัฐรดา , ผู้อ่าน : 927 , 14:52:45 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เหล่านี้เป็นการรวบรวมข้อเขียนเกี่ยวกับศาสนาพุทธและข้อธรรม อริยสัจ ๔  และการปริวัฏฏ์ ๓ ( หมุนเวียน ) จากการรจนาของอริยะบุคคลต่างๆ โดยพยายามเรียบเรียงให้เนื้อความติดต่อและสอดคล้องกัน เสมือนหนึ่งรจนาโดยบุคคลคนเดียว เพื่อความเข้าใจในศาสนาที่ดียิ่งขึ้น และเพื่อเป็นหลักฐานทางการศึกษา

......................................................................

มรรคมีองค์ ๘

.................................................................................

“ จิตของผู้ที่เห็นโทษของตัณหาแล้วหาทางออกจากตัณหาได้ ด้วยการทำกาย วาจา และใจ ให้ถูกต้อง ด้วยการตัดรากถอนโคนมิให้ตัณหาเกิดอีก ความทุกข์ก็เกิดไม่ได้

พระพุทธเจ้าเรียก อริยมรรคมีองค์แปด ว่าเป็นทางออกจากทุกข์ที่ถูกต้อง เมื่อกำหนดรู้เหตุแห่งทุกข์อย่างถูกต้องแล้ว ก็มาปรับกาย วาจา ใจ ให้ถูกต้อง ปรับการดำเนินชีวิตให้ถูกต้องโดยไม่ต้องทำตามความอยากของตัณหา หรือไม่ต้องไปทรมานร่างกายเพื่อให้ตัณหาผ่ายผอม และตายไปตามตัณหา แต่ปฏิบัติลงไปที่การตัดเหตุมิให้ตัณหาเกิด ความทุกข์ก็หมดไป ”

ดร.พระมหาจรรยา สุทฺธิญาโณ  แก่นธรรม  ธรรมสภาและสถาบันบันลือธรรม ( หน้า ๕๒  ) ๑/๔-๕ ถนนบรมราชชนนี เขตทวีวัฒนา กรุงเทพ

......................................................................

                        “ องค์ประกอบแห่งมรรคทั้ง ๘ นี้ จะมีคำว่า “ สัมมา ” แปลว่า “ ชอบ ” หมายถึง “ ถูกต้อง ดี สุจริต ไร้โทษ ” กำกับอยู่ทุกๆองค์ประกอบของมรรคแต่ละข้อ ต้องเข้าใจไว้ด้วยว่า “ มรรค ๘ ” หรือมรรคมีองค์ ๘ มิใช่ทาง ๘ ทาง หรือหลักการที่ต้องยกขึ้นมาปฏิบัติให้เสร็จสิ้นไปทีละองค์ประกอบตามลำดับ แต่เป็นองค์ประกอบของทางสายเดียวกัน ที่บุคคลจะต้องปฏิบัติไปพร้อมๆกันทั้ง ๘ ประการ แบบอาศัยกันและกันและเป็นไปในแนวทางเดียวกันด้วย เรียกว่า “ มรรคสมังคี ” เหมือนเกลียวเชือก ๘ เกลียวที่รวมเข้าเป็นเชือกเส้นเดียวกัน จึงจะเข้าถึงการดับทุกข์ได้

                        มรรคเป็นหลักการที่ต้องลงมือปฏิบัติด้วยความเพียรพยายามของบุคคล โดยไม่เกี่ยวข้องกับการขอ หรืออ้อนวอนบวงสรวงอำนาจศักดิ์สิทธิ์ หรือสิ่งเหนือธรรมชาติใดๆ หากปราศจากมรรคเสียแล้ว นิโรธ คือความดับทุกข์หมดปัญหาก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้ มรรคจึงเป็นเหตุแห่งนิโรธ มรรคกับสมุทัยเป็นคู่ปรับกัน หากมรรคมีเพิ่มมากขึ้นเท่าใด สมุทัยก็ลดลงมากเท่านั้น เมื่อใดมรรครวมตัวกันถึงจุดเจริญสุด สมุทัยก็ถูกทำลายดับไปโดยสิ้นเชิง ”

            ดร.อภิญวัฒน์ โพธิ์สาน  พุทธศาสน์ แนวปฏิบัติเพื่อชีวิต ( หน้า ๑๘๑ ) สำนักพิมพ์มหาสารคาม พ.ศ. ๒๕๕๑

.....................................................................

๑ สัมมาทิฏฐิ 

......................................................................

 

                “ สัมมาทิฏฐิ  ปัญญาเห็นชอบ หมายเอาเห็นอริยสัจ ๔ ”

                        สุทธิวงศ์ ตันตยาพิศาลสุทธิ์  หลักพระพุทธศาสนา  ( หน้า ๓๓ ) ธรรมสภา ๑/๔-๕ ถ.บรมราชชนนี เขตทวีวัฒนา กรุงเทพ ๑0๑๗0

............................................................................

“ ชาวพุทธที่แท้จริง ไม่ใช่คนที่มีแต่เพียงศรัทธาปสาทะในพระรัตนตรัย ทำบุญให้ทาน และรักษาศีลตามประเพณี โดยปราศจากทัศนะ ( สัมมาทิฏฐิ ) อันถูกต้องเป็นพื้นฐาน

                        หลักปฏิบัติอันแท้จริงสำหรับชาวพุทธทั่วไป ไม่ใช่ศีล สมาธิ ปัญญา ดังที่ถือกันอยู่ ศีล-สมาธิ-ปัญญา เป็นหลักปฏิบัติสำหรับพระภิกษุที่ถือว่าเป็นผู้อุทิศชีวิตแก่พระศาสนาแล้ว หลักปฏิบัติของชาวพุทธทั่วไปคือ มรรคมีองค์ ๘ และมรรคมีองค์ ๘ ย่อลงได้เป็น ๓ คือ ปัญญา ศีล สมาธิ เพราะฉะนั้น ชาวพุทธต้องเริ่มต้นการปฏิบัติด้วยปัญญาก่อน

                        ปัญญามี ๒ ระดับ คือระดับทิฏฐิ ซึ่งเกิดจากการคิด ( จินตมยปัญญา ) และระดับญาณซึ่งเกิดจากสมาธิ ( ภาวนามยปัญญา ) ชาวพุทธควรเริ่มระดับทิฏฐิก่อน ใช้ปัญญาพิจารณาจนเกิดทัศนะอันถูกต้องเป็นหลักในการดำเนินชีวิต

                        ความเห็นถูกต้อง หมายถึงความเห็นที่ถูกต้องตามความจริงโดยธรรมชาติของชีวิต กล่าวคือ การเห็นอริยสัจจ์ ๔ ชาวพุทธต้องเห็นว่าชีวิตมีทุกข์ และความทุกข์นั้นเกิดจากเหตุคือ ตัณหา-ความอยาก ความทุกข์ เป็นสิ่งที่ดับได้แน่ และทางปฏิบัติเพื่อดับทุกข์ ก็คืออริยมรรคมีองค์ ๘

                        เพื่อที่จะสร้างสัมมาทิฏฐิหรือปัญญาให้เกิดขึ้น ชาวพุทธต้องเป็นคนชอบฟัง ชอบอ่าน ชอบคิด จนเกิดทัศนะที่ถูกต้องขึ้น ”

รองศาสตราจารย์แสง จันทร์งาม  ประทีปธรรม  ( หน้า ๗๒ - ๗๓ ) พิมพ์ครั้งที่สาม สร้างสรรค์บุ๊คส์ ๒๑๗ ซอยสุขุมวิท ๒0 ( สายน้ำผึ้ง )  แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพ ๑0๑๑0 พ.ศ. ๒๕๔๔

........................................................................

“  สัมมาทิฏฐิ  คือความเห็นที่ถูกต้องว่า เหตุแห่งความทุกข์คือตัณหา และตัณหาก็มิได้เกิดขึ้นมาลอยๆ ต้องมีกระบวนการเกิด และเมื่อตัณหาเกิดแล้วก็นำไปสู่อุปาทาน และกระบวนการเกิดแห่งทุกข์อย่างสมบูรณ์ และเห็นว่ากระบวนการเกิดทุกข์จะสิ้นไปเมื่ออวิชชาสิ้นไป เมื่อปัญญาเกิดมาแทน อวิชชาดับไป กระบวนการทุกข์ก็หมดไป เมื่อแสงสว่างส่องมา ความมืดก็หายไป ความเห็นถูกต้องดังกล่าว เป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การทำลายเหตุแห่งทุกข์อย่างถอนรากถอนโคน ”

ดร.พระมหาจรรยา สุทฺธิญาโณ  แก่นธรรม  ธรรมสภาและสถาบันบันลือธรรม ( หน้า ๔๘ ) ๑/๔-๕ ถนนบรมราชชนนี เขตทวรวัฒนา กรุงเทพ

......................................................................

                        “ ความเห็นชอบในที่นี้ ท่านมุ่งหมายให้เห็นชีวิตของตนเองมากกว่าสิ่งใดหมด และให้เห็นถูกต้องตามความเป็นจริงในธรรมชาติมากกว่าเห็นตามอารมณ์ ตามกฎหมาย หรือตามสมมติบัญญัติของมนุษย์ ”

รองศาสตราจารย์แสง จันทร์งาม  ประทีปธรรม  ( หน้า ๗0 ) พิมพ์ครั้งที่สาม สร้างสรรค์บุ๊คส์ ๒๑๗ ซอยสุขุมวิท ๒0 ( สายน้ำผึ้ง )  แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพ ๑0๑๑0 พ.ศ. ๒๕๔๔

........................................................................

“ พูดถึงความยากง่ายในการปฏิบัติ สัมมาทิฏฐิปฏิบัติได้ง่ายกว่าศีล เพราะเป็นงานทางใจ เพียงแต่นั่งนึกตรึกตรองในปัญหาชีวิต เพื่อค้นให้พบความจริง ก็เป็นการปฏิบัติสัมมาทิฏฐิแล้ว ”

“ คนเราย่อมสำคัญอยู่ที่ทัศนคติ หรือ “ ความเห็น ”  ถ้าความเห็นถูก การพูด การกระทำ และการดำเนินชีวิตก็จะพลอยถูกไปด้วย ถ้าความเห็นผิด ทุกสิ่งจะผิดหมด ฉะนั้น ใจที่ที่ประกอบด้วยสัมมาทิฏฐิ จึงเป็นฐานสำหรับให้เกิดศีลและสมาธิต่อไป ตรงกันข้าม ถ้ายังไม่มีสัมมาทิฏฐิ แม้จะปฏิบัติศีล สมาธิ ก็ปฏิบัติพอเป็นพิธีเท่านั้นเอง เพราะยังไม่เห็นคุณค่า ”

รองศาสตราจารย์แสง จันทร์งาม  ประทีปธรรม  ( หน้า  ๖๔ ) พิมพ์ครั้งที่สาม สร้างสรรค์บุ๊คส์ ๒๑๗ ซอยสุขุมวิท ๒0 ( สายน้ำผึ้ง )  แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพ ๑0๑๑0 พ.ศ. ๒๕๔๔

........................................................................

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 11/12/2008 เวลา : 08.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

เป็นมงกุฏเพชรจริงๆ เจ้าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
วรรณ วันที่ : 06/12/2008 เวลา : 15.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wunwarinya07
"ความดีที่ตะกั่ว ร่ำรวยที่รื่นรมย์"

คือความจริงสูงสุด
คือสัจธรรมแห่งจักรวาลทั้งมวล
คืออภิธรรมที่จริงแท้

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน