*/
  • ณัฐรดา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nadrda@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-24
  • จำนวนเรื่อง : 382
  • จำนวนผู้ชม : 558356
  • จำนวนผู้โหวต : 374
  • ส่ง msg :
  • โหวต 374 คน
<< ธันวาคม 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 13 ธันวาคม 2551
Posted by ณัฐรดา , ผู้อ่าน : 695 , 16:00:20 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

                     ชาวพุทธรับรู้มาตลอดว่าในทางศาสนา ร่างกายของเราประกอบขึ้นด้วยธาตุทั้ง ๔ ดิน น้ำ ลม ไฟ ธาตุดิน คือผม เล็บ ขน หนัง  ฯลฯ ธาตุน้ำคือ เลือด น้ำหนอง ปัสสาวะ เหงื่อ ธาตุลมคือ คือลมที่พัดขึ้นลงในร่างกาย เช่น ธาตุไฟ คือความร้อนในร่างกาย

                แต่ท่านพุทธทาสกลับให้ความเห็นไว้อีกแง่

                ท่านว่าการมองอย่างนั้น “ มองไม่เห็นตัวธรรมะ ” คือการมองในแง่ของวัตถุ แสดงว่ายังยึดมั่นในตัวตนอยู่ เป็นการมองในแง่การสมมุติ หรือ บัญญัติ

                        ท่านว่าให้มองที่คุณสมบัติ หรือคุณค่าของธาตุ

ถ้ามองธาตุดินว่ามีคุณสมบัติคือ กินเนื้อที่ ต้องการพื้นที่ ก็จะได้ว่าอะไรต่างๆในร่างกายที่ใช้พื้นที่เป็นธาตุดินทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นกระดูก เล็บ ขน ฟัน ฯลฯ

ธาตุน้ำ คุณสมบัติคือการเกาะกัน ยึดเหนี่ยวกัน เพราะถ้าไม่มีธาตุที่คอยยึด ธาตุดินก็ไม่อาจรวมตัวเข้าด้วยกันได้  และลักษณะของตัวน้ำเอง ก็คือการรวมตัวกัน จึงทำให้ส่วนของร่างกายที่เข้าข่ายธาตุน้ำคือ เลือด น้ำลาย น้ำมูก ปัสสาวะ ฯลฯ

ธาตุไฟ คือความเผาไหม้ เผาไหม้ให้มีการสูญเสียไป แล้วเกิดสิ่งใหม่ขึ้นมาแทน เช่นไฟ หรือ ความร้อน ที่ใช้ย่อยอาหาร ธาตุไฟที่ทำให้ร่างกายอบอุ่น ธาตุไฟที่ทำให้กระวนกระวาย

ธาตุลม คือคุณสมบัติที่เคลื่อนที่ เคลื่อนไหว จึงเป็นแก๊สอะไรที่เคลื่อนไหวได้  ท่านพุทธทาสได้ให้ความสำคัญของธาตุลมอีกว่า

“ คุณสมบัติที่เคลื่อนไหวไป นี่สำคัญมาก ที่ทำให้เปลี่ยนแปลงได้ ให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้ เจริญได้ เสื่อมได้”

ธาตุทั้ง ๔ เมื่อรวมตัวกันเข้า จึงเกิดเป็นเนื้อหนัง กระดูก ระบบประสาท ระบบการหายใจ ระบบย่อยอาหาร และอื่นๆ

ระบบตา ระบบหู ระบบจมูก ระบบกาย ระบบใจ ระบบลิ้น เหล่านี้กลายเป็น อายตนะ

เมื่อมีระบบร่างกาย ก็เอื้อให้เกิดอีกธาตุที่ทำหน้าที่รับรู้ขึ้นมา กลายเป็นวิญญาณธาตุ

ทั้งหมดนี้ต้องมีที่ว่างให้ก่อเกิดขึ้น “ ถ้าไม่มีที่ว่าง มันจะเกิดขึ้นมาได้อย่างไร เพราะฉะนั้นความว่างนี้ก็เป็นธาตุ เรียกว่า อากาศธาตุ เป็นที่ว่างสำหรับให้ดิน น้ำ ลม ไฟ ธาตุวิญญาณ อะไร จับกลุ่มกัน ทำงาน ทำหน้าที่ได้ จนกระทั่งมีระบบตา ระบบหู ระบบจมูก ระบบอะไรต่างๆทุกๆระบบนี้ เรียกว่าเราเห็นอายตนะ เมื่อเห็นธาตุแล้ว จึงเห็นอายตนะ ”

เมื่ออายตนะทำงานสัมพันธ์กัน “  ก็เรียกว่ารูปขันธ์เกิดแล้ว ” เช่น ตา เมื่อเมื่อทำหน้าที่ทางตา มีการติดต่อกับรูปธรรมภายนอก ก็เกิดวิญญาณทางตา เรียกว่ามีผัสสะ เมื่อมีผัสสะ ก็มีเวทนา ถ้ามีเวทนา ก็ต้องมีตัณหา มีอุปาทาน มีภพ มีชาติ

เมื่อเกิดเวทนา ก็เกิดเวทนาขันธ์ขึ้นแล้ว เมื่อมีการกำหนดเวทนาขันธ์ว่าเป็นอย่างไร ก็เกิดสัญญาขันธ์ขึ้นเมื่อเกิดความคิดอย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวกับเรื่องนั้นขึ้นแล้ว ก็เรียกว่าเกิดสังขารขันธ์ขึ้น จึงครบหมดทั้ง ๕ ขันธ์

นำมาเสนอไว้ เพราะเป็นข้อวินิจฉัยอีกข้อ ที่แตกต่างไปจากที่เราได้ยินกันมาค่ะ

......................................................

ที่มา : พุทธทาสภิกขุ การทำสมาธิวิปัสสนา ธรรมสภา ๑/๔-๕ ถนนบรมราชชนนี เขตทวีวัฒนา กรุงเทพ ๑๐๑๗๐



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ดินเดินทาง วันที่ : 14/12/2008 เวลา : 20.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/din-travel

สวัสดีเวลาค่ำๆค่ะ

ขอบคุณสำหรับบทความนี้ค่ะ
..

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
พระจันทร์แดง วันที่ : 14/12/2008 เวลา : 17.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moonred

ธาตุ 4 ในความหมายของพุทธต้องว่าไว้อย่างที่ท่าน พุทธทาส ได้กล่าวไว้ดีแล้ว ถ้าไปตีความตามหลักวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน ก็จะยากที่จะเข้าใจในธรรมะ ซึ่งเรื่องนี้ตอนช่วงแรกๆผมก็ไม่เข้าใจเพราะคิดว่าธาตุ 4 ต้องเป็น ดิน น้ำ ลม ไฟ ติดยึดความเป็นตัวเป็นตน เลยทำให้ไม่เข้าใจในธรรมะ ซึ่งคิดว่าในเรื่องนี้ คงมีอีกหลายคนที่ติดอยู่ตรงนี้เฃ่นกัน ดังนั้นบทความนี้จะช่วยให้คนที่ยังไม่เข้าใจในจุดนี้ได้รับความกระจ่างอีกขั้นนึง

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
วัชระญาณ วันที่ : 13/12/2008 เวลา : 21.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/blackwhite

ขอโมทนาสาธุด้วยครับ

ท่านเป็นที่ยอมรับทั้งใน และต่างประเทศ คนปัญญาน้อยเช่นเรา ไม่อาจพูดเทียบเคียงใดๆทั้งสิ้น ต้องยกบูชาอยู่เหนือเศียรเกล้า

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 13/12/2008 เวลา : 19.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

นมัสการพระคุณเจ้าDuplex

คำอธิบายเหล่านี้เทียบเคียงมาจากคำบรรยายของท่านพุทธทาสเจ้าค่ะ

ภาษาของท่านพุทธทาส เหมือนภาษาที่เราพูดกัน ไม่เหมือนฟังพระเทศน์ จึงทำให้เราเข้าใจได้ง่าย เคยอ่านหนังสือบางเล่ม ภาษาสวยงาม แต่ไม่ค่อยเข้าใจ

ไม่ใช่ความดีอะไรของดิฉันหรอกเจ้าค่ะ เป็นเพราะท่านพุทธทาสท่านกล่าวไว้ดีแล้ว

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เสรีวิสัย วันที่ : 13/12/2008 เวลา : 16.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jkserithai

น่าสนใจดีครับ
http://www.oknation.net/blog/jkserithai/2008/12/13/entry-3

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Duplex วันที่ : 13/12/2008 เวลา : 16.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Duplex

ให้ความหมายได้กระจ่างแท้ อนุโมทนา

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน