*/
  • ณัฐรดา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nadrda@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-24
  • จำนวนเรื่อง : 382
  • จำนวนผู้ชม : 558347
  • จำนวนผู้โหวต : 374
  • ส่ง msg :
  • โหวต 374 คน
<< ธันวาคม 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม 2551
Posted by ณัฐรดา , ผู้อ่าน : 1032 , 08:31:14 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ต่อกันที่ขั้น ๒ ของหมวด ๓ หรือก็คือขั้น ๑๐ ของทั้งหมดนะคะ

ขั้น  ๑๐ การทำจิตให้บันเทิง

“ อ้าว ทีนี้ฉันจะบังคับแกแล้ว ขั้นที่ ๑๐ ก็บังคับให้ปราโมทย์อย่างเดียว ให้รู้สึกบันเทิงรื่นเริง........ให้มันมีปราโมทย์อย่างยิ่งอยู่ตลอดที่หายใจเข้าออกอยู่ ........ มันไม่ใช่ทำง่ายนักดอก แต่ว่าเมื่อทำได้ ก็ได้ ก็เรียกว่าขั้นนี้ ทำจิตให้ปราโมทย์ยิ่งอยู่ หายใจออกเข้า เป็นขั้นที่ ๑๐ เรียกว่าบังคับอยู่ในอำนาจเรา ว่าแกต้องปราโมทย์อย่างนี้อยู่ตลอดเวลา” ( ** หน้า ๑๒๘ )

“  ความบันเทิงแห่งจิตนี้ มันก็มีค่าทั้งในทางโลกและทางธรรม แม้ในทางโลก ทุกคนจะต้องการจะมีจิตปราโมทย์บันเทิง เป็นที่ต้องการกันอยู่โดยทั่วไป........... แต่ในทางธรรมนั้น มีความต้องการเฉพาะมุ่งหมายเฉพาะ คือว่าจิตที่ปราโมทย์บันเทิงเท่านั้นที่จะเป็นปัจจัยแก่สมาธิที่สูงขึ้นไป จนถึงกับเป็นวิปัสสนาหรือเป็นปัญญา การที่จะบรรลุวิปัสสนาญาณอย่างใดอย่างหนึ่ง มันต้องเป็นจิตที่ผ่านมาจากความปราโมทย์บันเทิงเป็นสุข แล้วมีความสงบระงับ นี่ คนทั่วไปไม่รู้ ว่าวิปัสสนาญาณทั้งหลายอย่างใดอย่างหนึ่งก็ตาม จะบรรลุ จะปรากฏออกได้ ก็โดยการกระทำผ่านมาทางจิตที่จะต้องมีความปิติปราโมทย์บันเทิงเป็นต้นทุน........ ถ้าจิตมีปราโมทย์บันเทิง และเป็นสุขชนิดนร้แล้ว ก็มีหวังที่จะเกิดสมาธิ เกิดยถาภูตญาณทัศนะ เห็นสิ่งทั้งหลายทั้งปวงตามที่เป็นจริง ” ( * หน้า ๑๑๑ )

“ น่าสนใจอย่างยิ่งคือคำกล่าววิมุตตายตนสูตร ว่าคนที่จะบรรลุพระอรหันต์นั้น มีได้ตั้งหลายทาง คือว่าได้ฟังธรรมะที่ท่านผู้อื่นเขาแสดง มันถูกกับจิตกับใจของตน ก็พอใจ เป็นสุข ปิติปราโมทย์บันเทิง เกิดยถาภูตญาณทัศนะ เห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อย่างนี้ก็มี หรือว่าตัวเองกำลังเป็นผู้แสดงเสียเอง แสดงให้คนอื่นฟัง มันถูกจุด เรื่องที่ถูกกับความจริงของตน รู้สึกของตน เกิดปิติปราโมทย์บันเทิงเป็นสมาธิ เห็นแจ้งธรรมทั้งปวงตามที่เป็นจริง แล้วก็หลุดพ้น อย่างนี้ก็มี ........ หรือว่าเอาธรรมะมาท่อง มาสาธยายท่องบ่นอยู่ เผอิญมันถูกกับเรื่องของคน เกิดปิติปราโมทย์ เป็นสุขยถาภูตญาณทัศนะ เกิดปัญญาเห็นแจ้ง บรรลุก็มี หรือว่าเอามาใคร่ครวญอยู่ ......... ก็เกิดความรู้สึกปิติปราโมทย์ ถูกต้อง พอใจ หรือว่าเอามาปฏิบัติอยู่ตามหลักเกณฑ์ของวิธีปฏิบัติ แล้วมันก็เกิดปิติปราโมทย์บันเทิง เป็นสงบสุขแล้วเกิดเป็นยถาภูตญาณทัศนะ เห็นแจ้งสิ่งทั้งหลายทั้งปวงตามที่เป็นจริง

ข้อนี้แสดงว่า การที่จิตเกิดปัญญาลุกโพลงขึ้นมา เห็นสิ่งทั้งหลายทั้งปวงตามที่เป็นจริงนั้น เป็นจิตที่เป็นสมาธิ มีปิติปราโมทย์บันเทิงรื่นเริงเป็นเดิมพันทั้งนั้นแหละ” ( * หน้า ๑๑๒ – ๑๑๓ )

ขั้นที่ ๑๑ ทำจิตให้ตั้งมั่น

“ ทีนี้ขั้นที่ ๑๑ มันก็เปลี่ยนไปเป็นว่า ทีนี้จะบังคับให้หยุด ให้ตั้งมั่น ให้แน่วแน่ ให้มั่นคง ไม่ให้รู้สึกปราโมทย์แล้ว จะอยู่อย่างนิ่ง หรือหยุด.......... เพื่อให้เป็นสมาธิชนิดที่แน่วแน่ ไม่เนื่องด้วยองค์ฌาน ไม่เนื่องด้วยอะไรทั้งหมด......... ตลอดเวลานั้น ก็หายใจเข้าอยู่ หายใจออกอยู่ ตลอดเวลาที่หายใจเข้าจิตก็หยุด หายใจออกจิตก็หยุด หยุดอยู่ตลอดเวลา ดูจิตมันหยุดอยู่ตลอดเวลา........ นี้ทำสำเร็จได้ ก็เรียกว่า มันสำเร็จในขั้นนี้ บังคับให้มันหยุด ให้มันแน่วแน่ ให้มันตั้งมั่น” ( ** หน้า๑๒๙ )

“ บทนิยามของคำว่าสมาธิที่ถูกต้อง ที่สมบูรณ์ที่สุดนั้นมันมีว่า เอกัคคตาจิตที่มีนิพพานเป็นอารมณ์..........เอกัคคตาจิตก็ไม่ได้มากมายอะไรไปกว่า ว่าจิตที่มีอารมณ์เดียว จิตที่มีความมุ่งหมายเดียว มียอดเดียว........จิตมีความมุ่งมั่นอย่างเดียว จุดเดียว โดยมีพระนิพพานเป็นอารมณ์ ถ้าอย่างนี้แล้วกว้างขวาง ใช้ได้หมดทั้งโลก ครอบงำโลกเลย ความตั้งจิตที่จะพบกับความสงบเย็น แต่ใช้คำว่า นิพพาน แทนคำว่าสงบเย็น จิตที่มีความมุ่งมั่นไปสู่ความสงบเย็นแห่งชีวิตนั่นแหละ คือสิ่งที่เรียกว่าสมาธิ” ( * หน้า ๑๒๕ – ๑๒๖ )

ขั้นที่ ๑๒ ทำจิตให้ปล่อย

“ นี้บังคับจิตให้ปล่อยอยู่ คือทำจิตให้เกลี้ยง ถ้ามีอะไรมาเกี่ยวจิต ก็ให้จิตมันเปลื้องออกเสีย จะเปลื้องจิตออกจากอารมณ์นั้นก็ได้ เปลื้องอารมณ์จากจิตก็ได้ มันมีผลเท่ากัน” ( ** หน้า ๑๒๙ )

“  คำว่าปล่อยนี้พูดได้เป็น ๒ โวหาร โวหารที่ ๑ จิตเป็นฝ่ายปล่อย อีกโวหารหนึ่ง อารมณ์ร้ายมันหลุดออกไปจากจิต มันปล่อยตัวเองออกจากจิต อย่างนี้ก็ได้ ” ( * หน้า ๑๒๙ )

จิตเป็นฝ่ายปล่อย

“ จิตมีสติปัญญา สลัดอารมณ์ร้ายออกไปเสียจากจิต พร้อมทั้งเหตุของกิเลสนั้นๆ ........ จิตประกอบอยู่ด้วยสติปัญญาระงับการเกิดแห่งกิเลส หรือกิเลสที่ดำลังเกิดอยู่ให้ระงับไป นี้เรียกว่าจิตเป็นฝ่ายปล่อย ” ( * หน้า ๑๒๙ )

อารมณ์ร้ายหลุดออกไปจากจิต

“ ทีนี้มองกลับอีกทางหนึ่งว่า อารมณ์ร้ายหรือกิเลสเหล่านั้น จะเป็นนิวรณ์ทั้ง ๕ ก็ดี เป็นปยุตฐานะกิเลส เป็นโลภะ โทสะ โมหะ ที่กำลังรบกวนจิตอยู่ก็ดีนี้ ทำให้มันระงับไป ให้มันหลุดไปจากจิต ก็เรียกว่า อารมณ์ร้ายหลุดไปจากจิต........” ( * หน้า ๑๒๙ – ๑๓๐ )

“ เดี๋ยวนี้เรามีอำนาจเหนือจิต เป็นนาย เป็นนายเหนือจิต มีอำนาจเหนือจิต สามารถบังคับจิตให้ทำในลักษณะที่ต้องการ คือไม่เป็นทุกข์ มิฉะนั้นเราจะต้องเป็นทุกข์ จะต้องเป็นทุกข์ แล้วเป็นทุกข์มากเกินกว่าจำเป็น ”  ( * หน้า ๑๓๒ )

“ เรื่องอานาปนสติภาวนาได้พูดมาแล้วกี่ปีๆ ๒๐ – ๓๐ ปีแล้ว แล้วอยากรู้ว่าใครทำได้กี่คน นี่เพราะว่าไม่ได้สนใจโดยแท้จริง ไม่ได้ฉวยเอาอย่างถูกต้องแท้จริงและสมบูรณ์ มันก็ทำไม่ได้ แล้วก็ควรจะทำได้ เพราะมันเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ที่สุด เวลาว่างมีเท่าไร ก็เอามาสนใจเรื่องนี้กันดีกว่า คือการพัฒนาจิต พัฒนาจิตให้สูงขึ้นไป จะเรียกว่าสมาธิภาวนา แปลว่าทำจิตให้เจริญโดยวิธีของสมาธิ ดังนี้ก็ได้ เกิดมาเป็นคนทั้งที ขอให้ได้มีโอกาสพัฒนาจิตให้สูงสุดๆ สูงสุดยิ่งขึ้นไป ก็จะไม่เสียทีที่เกิดมาเป็นมนุษย์และพบพระพุทธศาสนา” ( * หน้า ๑๓๓ – ๑๓๔ )

“ หรือจะพูดง่ายๆว่า ทำจิตเป็นสมาธิได้ มันก็ปล่อยได้โดยอำนาจของสมาธิ ถ้าทำจิตเป็นวิปัสสนา เห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาได้ มันก็ปล่อยด้วยอำนาจของวิปัสสนา การปล่อยด้วยอำนาจของสมาธินั้น มันชั่วคราว ปล่อยด้วยอำนาจวิปัสสนานั้น มันเด็ดขาด หรือมันตลอดกาล การกระทำความเพียรทางจิต จึงไม่ควรหยุดอยู่เพียงแค่สมาธิ ให้มันก้าวหน้าต่อไปถึงขั้นวิปัสสนา เรื่องมันก็จะจบ ” ( * หน้า ๑๓๔ )

เราจบหมวด ๓ กันแล้ว หมวด ๔ สุดท้าย ขอยกไปคราวหน้าค่ะ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ธนาคารออมจุ๊บ วันที่ : 27/12/2008 เวลา : 13.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PunchBerry


ขอบคุณคุณณัฐรดาค่ะ ให้ธรรมเป็นทาน เหนือการให้ทานทั้งปวง

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 24/12/2008 เวลา : 10.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....

สาธุค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
hdiamond วันที่ : 23/12/2008 เวลา : 14.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hdiamond

การทำให้จิตบันเทิงคือการรับธรรมะที่ตรงกับจิตไม่ว่าจะมาจากตนเองหรือฟังผู้อื่น พอถูกกับจิตแล้วมีความปิติมีแรงที่จะตั้งมั่นให้เกิดสมาธิ

ผมสนใตตรงนี้มากครับ เพราะแรงขับหรือความปิติในการทำสมาธินี่แหละที่ผมไม่ค่อยมี

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน