*/
  • ณัฐรดา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nadrda@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-24
  • จำนวนเรื่อง : 382
  • จำนวนผู้ชม : 557973
  • จำนวนผู้โหวต : 374
  • ส่ง msg :
  • โหวต 374 คน
<< ธันวาคม 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม 2551
Posted by ณัฐรดา , ผู้อ่าน : 1749 , 13:27:02 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หมวดนี้เป็นหมวดสุดท้ายแล้วค่ะ มี ๔ ขั้นเช่นเดิม เริ่มที่ขั้น ๑ ของหมวด หรือขั้น ๑๓ ของทั้งหมด

หมวด ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน

“ ขอให้ท่านทั้งหลายกำหนดใจความนี้ไว้ให้ดี เป็นหมวดธรรมสำคัญของอานาปนสติ คนจะปฏิบัติมาตามลำดับตั้งแต่หมวด ๑ หมวด ๒ หมวด ๓ แล้วมาถึงหมวด ๔ นี้ก็ได้ หรือจะปฏิบัติอย่างลัดสั้น คือปฏิบัติหมวด ๑ พอสมควร มีสมาธิบ้างแล้ว ก็ลัดมายังหมวด ๔ นี้ ก็ยังได้ เป็นการสะดวกดี และเป็นการประหยัดได้อย่างมาก จึงนับว่ามีความหมายสำคัญ ”  ( * หน้า ๑๔๐ – ๑๔๑ )

“ คำว่าธรรม โดยทั่วไปนั้นหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่เว้นอะไร แต่ว่าในกรณีอานาปนสติหมวด ๔ นี้ และโดยเฉพาะในขั้นนี้ คำว่าธรรม หมายถึงสิ่งที่มาปรากฏอยู่ในความรู้สึก ปรากฏอยู่ในความรู้สึก ขอให้ทำความเข้าใจให้ดีๆ ว่าสิ่งนั้นกำลังรู้สึกอยู่ภายใน ซึ่งเป็นการสะดวกหรือเป็นการที่จะเป็นไปได้ในการที่จะกำหนดพิจารณาสิ่งนั้นๆว่าเป็นอย่างไรโดยแท้จริง..........” ( * หน้า ๑๔๑ )

ขั้น ๑๓ เห็นชัดแจ้งอยู่ในความเป็นอนิจจัง

“ เป็นขั้นที่ ๑ ของหมวดที่ ๔ คือ พิจารณาโดยความเป็นของไม่เที่ยง มีหัวข้อเรียกว่า อนิจจานุปัสสี มีปกติตามเห็นซึ่งความไม่เที่ยงอยู่ หายใจเข้า หายใจออก เห็นความไม่เที่ยงของสิ่งที่ไม่เที่ยงอยู่ในความรู้สึกหายใจเข้าอยู่ หายใจออกอยู่......... ด้วยความรู้สึกว่ามันไม่เที่ยงอย่างนั้นๆ ” ( * หน้า ๑๔๓ – ๑๔๔ )

“ โดยที่ถือเป็นหลักก็เรียกว่า สิ่งนั้นต้องเข้าไปมีอยู่ในความรู้สึก นี้เฉพาะเจาะจง ซึ่งโดยสะดวกที่สุดก็ได้แก่สิ่งทั้ง ๑๒ สิ่ง ในหมวดที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ คือย้อนกลับไปกำหนดลมหายใจยาวที่กำลังรู้สึกอยู่ว่าหายใจยาว ก็เห็นความไม่เที่ยงของลมหายใจยาว แล้วก็เห็นความไม่เที่ยงของลมหายใจสั้น แล้วก็เห็นความไม่เที่ยงของการที่ลมหายใจนี้ปรุงแต่งร่างกาย หรือว่าทั้งสองกาย คือทั้งกายลมและกายเนื้อ เห็นความไม่เที่ยง แล้วก็เห็นความไม่เที่ยงของการที่กระทำให้ลมหายใจระงับลงไป กายเนื้อระงับลงไป แม้ในตัวความระงับนั้น ก็มีลักษณะแห่งความไม่เที่ยง นี่ ๔ แล้ว ความรู้สึกที่รู้สึกอยู่จริงๆในจิตใจ ” ( * หน้า ๑๔๔ )

“ ทีนี้ในหมวดเวทนา ปิติเกิดขึ้น ปิติก็ไม่เที่ยง ความสุขเกิดขึ้นก็ไม่เที่ยง ปิติและสุขทั้ง ๒ อย่างนี้ปรุงแต่งจิต  การปรุงแต่งนั้นก็ไม่เที่ยง การทำให้ปิติและสุขระงับลง ระงับจิตตสังขาร ทำปิติและสุขให้ระงับลง การระงับลงแห่งปิติและสุขนี้ก็ไม่เที่ยง ก็เลยได้เป็น ๔ อย่างอีกในหมวดเวทนา ” ( * หน้า ๑๔๕ )

“ ทีนี้ในหมวดจิต จิตตามปกติโดยอาการ ๘ คู่นั้น คู่ใดก็ตามก็ไม่เที่ยง การทำจิตให้ปราโมทย์บันเทิง ความปราโมทย์บันเทิงนั้นก็ไม่เที่ยง ทำจิตให้ตั้งมั่น ความตั้งมั่นนั้ก็ไม่เที่ยง ทำจิตให้ปล่อย ความปล่อยนั้นก็ไม่เที่ยง นี่ก็ได้อีก ๔ อย่างในหมวดจิตตานุปัสสนา” ( * หน้า ๑๔๕ )

“  เมื่อเห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาแล้ว ก็ย่อมเห็นธัมมัฏฐิตตตา คือความตั้งอยู่ตามธรรมชาติธรรมดา ความตั้งอยู่ตามธรรมดาของธรรมชาติ ” ( * หน้า ๑๔๗ )

“ ความตั้งอยู่โดยธรรมชาติตามธรรมดานี่ ธัมมัฏฐิตตตา คือลักษณะที่มันไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตานั่นแหละ เป็นธัมมัฏฐิตตตา ตั้งอยู่โดยธรรมดา แล้วก็เห็นลึกลงไปว่า โอ้ มันมีกฎบังคับอยู่อย่างนั้น เรียก ธัมมนิยามตา โดยกฎบังคับของธัมมนิยาม ความเป็นกฎธรรมชาติ ที่มันเป็นอย่างนั้น เห็นชัดอย่างนี้ เรียกว่าเห็นธัมมนิยามตา

ดูๆไปยิ่งเห็นว่า โอ มันเป็นไปตามเหตุตามปัจจัยอยู่เนืองนิตย์ มีเหตุให้เกิดผล แล้วผลก็กลายเป็นเหตุให้เกิดผล....... ไม่มีที่สิ้นสุดเหลือจะคณานับ นี้เรียกอิทัปปัจจยตา อิทัปปัจจยตา ความที่ต้องเป็นไปตามเหตุผล ตามปัจจัยอยู่เนื่องนิจ นี่ เห็นอิทัปปัจจยตา” ( * หน้า ๑๔๗ )

“ ทีนี้ดูต่อไปก็จะเห็น โอ้ ว่างจากอัตตา ว่างจากความหมายแห่งตัวตน ไม่มีส่วนใดที่ควรยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นตัวตน นี้เรียกว่าสุญญตา เมื่อเห็นสุญญตาเป็นไปถึงที่สุด ก็เห็นตถาตา เป็นเช่นนั้นเอง” ( * หน้า ๑๔๘ )

“ เห็นตถาตาถึงที่สุดแล้ว ก็รู้สึกว่า อาศัยมันอีกไม่ได้แล้ว จะผูกพันกับมันไม่ได้อีกต่อไปแล้ว จะยึดมั่นอีกไม่ได้ต่อไปแล้ว เลิกกันที พอกันที นี้เรียกว่า อตัมมยตา...... อตัมมยตา แปลว่าพอกันทีในการที่จะผูกพันยึดมั่นอาศัยปรุงแต่งกันอย่างที่แล้วมานี้....... กูผูกพันกับมึงไม่ได้อีกต่อไปแล้ว นี่จำไว้เถอะว่า เป็นธรรมะศักดิ์สิทธิ์สูงสุดในการที่จะละจากสิ่งใด จะละจากสิ่งใด ต้องประพฤติกระทำจนให้เกิดความรู้สึกที่เรียกว่า อตัมมยตา ขึ้นมาในสิ่งนั้น........” ( * หน้า ๑๔๘ – ๑๔๙ )

สรุปได้ว่าในขั้นนี้ จะเห็นธรรมทั้งหมด ๙ ตา นั่นคือ

อนิจจตา

ทุกขตา

อนัตตตา

ธัมมัฏฐิตตตา

ธัมมนิยามตา

อิทัปปัจจยตา

สุญญตา

ตถาตา

อตัมมยตา

“ ขั้นนี้เป็นขั้นสำคัญที่สุดของทั้งหมด ขั้นที่จะรอดตัวหรือไม่รอดตัวก็คือขั้นนี้ ถ้าไม่เห็นก็ไม่มีผล ถ้าไม่เห็นความไม่เที่ยงแล้วก็ไม่มีผล....... ถ้าเห็นความไม่เที่ยงจริงๆหนักขึ้นไปทุกที ลึกขึ้นไปทุกที ชัดเจนขึ้นทุกที ละเอียดขึ้นทุกที ก็เรียกว่าเห็นความไม่เที่ยง แล้วมันก็มีผลให้เกิดขั้นต่อไป คือขั้นที่ ๑๔ ” ( ** หน้า ๑๓๒ )

“ ญาณจะมีกี่สิบญาณกี่ร้อยญาณก็แยกเป็น ๒ พวก พวกหนึ่ง เห็นความจริงของสิ่งทั้งปวง ในหลายๆชื่อเรียกว่า ธัมมัฏฐิติญาณ คือการตั้งอยู่ตามธรรมดา แล้วต่อมาก็เป็นนิพพานญาณ ก็ เห็นตามเป็นจริงของสิ่งทั้งปวงตามธรรมดา แล้วก็ปล่อยวาง ก็หลุดพ้น ก็เป็นมรรค ผล นิพพาน ฝ่ายนี้จะมีกี่ญาณๆ ก็เรียกว่า นิพพานญาณ คือเห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เรื่อยมาจนถึงอตัมมยตา.........” ( * หน้า ๑๕๕ )

“ อตัมมยตานั้นอยู่ตรงกลาง คั่นแดน อยู่ตรงแดน ปันแดน ข้างหนึ่งอยู่ในโลก ขาข้างหนึ่งอยู่ในโลก ขาอีกข้างอยู่ในโลกุตตละ ปันแดนกันที่ตรงนั้น.......”  ( * หน้า ๑๕๕ )

ขั้นที่ ๑๔ เห็นอยู่ซึ่งความคลายออกแห่งความยึดมั่นถือมั่น

“ วิราคานุปัสสี เห็นอยู่ซึ่งความคลายออกแห่งความยึดมั่นถือมั่น วิราค แปลว่าคลายออก จางออก หน่ายออก เหมือนกับสีมันจางออก กิเลสมันจางออก พอเห็นความไม่เที่ยงหนักเข้าๆ มันเกิดความจางคลายของความยึดมั่นถือมั่น ” ( ** หน้า ๑๓๒ )

“ ขั้นที่ ๑๔ เห็นความจางออกนี้ เป็นผลมาจากการที่เห็นอนิจจนุปัสสี ขั้นที่ ๑๓ มีผลดีเท่าไหร่ ขั้นที่ ๑๔ ก็จะมีผลดีเท่านั้น หมายความว่าเห็นความไม่เที่ยงเท่าไร มันก็เห็นความจางคลายออกเท่านั้น ทีนี้ความจางคลายออกนี้ หมายความว่า ส่วนนั้นมันดับไป ส่วนที่มันจางออกหายไปๆนั้นคือความดับของกิเลส ความดับของการยึดมั่นถือมั่น ความดับของทุกข์ ” ( ** หน้า ๑๓๓ )

“  ความคลาย คลาย คลายกำหนัด คลายความยึดมั่นเพราะเห็นอนิจจัง จนกระทั่งเห็นอตัมมยตา ๙ ตา อย่างที่ว่ามาแล้ว เห็นครบ ๙ ตา มันก็คลาย คลายความยึดมั่น...... มันจะคลายมากคลายน้อยก็แล้วแต่กรณีของการปฏิบัติของบุคคลนั้น ในโอกาสนั้น ถ้ามีวิราคะมาก คลายมาก คลายหมด ก็เป็นพระอรหันต์ไปเลย ถ้าคลายไม่หมด คลายในบางระดับระยะ ก็เป็นเพียงพระโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อะไรก็ได้ แล้วแต่ว่ามันวิราคะรุนแรงเท่าไร” ( * หน้า ๑๕๙ )

ขั้นที่ ๑๕ การตามเห็นความดับอยู่

“  นิโรธานุปัสสี เห็นอยู่ตลอดเวลาซึ่งความดับลงๆแห่งความยึดมั่นและความทุกข์ คือกิเลสดับไป ความทุกข์ดับไป นั่งดูแต่อันนี้ ว่ากิเลสดับไป ความทุกข์ดับไปอย่างไร หายใจออกอยู่ หายใจเข้าอยู่ นี้เรียกว่านิโรธานุปัสสี ” ( ** หน้า ๑๓๓ )

“ มันก็พอแล้ว ขั้นที่ ๑๕ มันก็พอแล้ว มันเป็นการบรรลุมรรคผลกันที่ตรงนี้ ระหว่างขั้นที่ ๑๔ กับ ๑๕ นั้น คลายเทาไร แล้วมันก็ดับเท่านั้น การคลายเขาเรียกว่ามรรค การดับเขาเรียกว่าผล ” ( ** หน้า ๑๓๔ )

ขั้นที่ ๑๖ การตามเห็นซึ่งความสลัดคืน

“  ปฏินิสสัคคานุปัสสี การตามเห็นซึ่งความสลัดคืน สลัดคืนไป หายใจเข้าออกอยู่ หายใจออกอยู่ อันนี้มันเป็นสิ่งที่ไม่ต้องปฏิบัติแล้ว คือปฏิบัติสำเร็จแล้ว แล้วก็มองดูความสำเร็จนั้นอีกทีหนึ่ง ไม่ใช่ตัวการปฏิบัติแล้ว แต่เป็นตัวความสำเร็จของการปฏิบัติ ...... เหมือนกับย้ำๆ ย้ำให้มันแน่นแฟ้น........ เห็นความสลัดคืน สลัดคืนอะไร สลัดคืนสิ่งที่ยึดถือว่าเป็นตัวตน สลัดคืนซึ่งอารมณ์แห่งกิเลส แห่งความทุกข์ อะไรก็ได้ ที่ยึดถือว่าเป็นตัวตน” ( * หน้า ๑๖๕ )

“ ครั้นมาถึงขั้นนี้เรียกว่าจบพรหมจรรย์ หมดเรื่องที่จะต้องประพฤติ เรียนจบ ไม่ต้องศึกษา ไม่ต้องประพฤติ ไม่ต้องปฏิบัติอีกต่อไป .......” ( * หน้า ๑๖๙ )

แล้วเรื่องราวของการปฏิบัติอานาปนสติทั้ง ๑๖ ขั้น ก็จบลงเพียงเท่านี้ คุณผู้สนใจปฏิบัติ จะปฏิบัติแบบเต็มรูปแบบ หรือแบบลัดสั้น อย่างที่ท่านพุทธทาสว่าก็ได้ค่ะ แล้วแต่ความต้องการของคุณเอง

และขอถือโอกาสนี้ สวัสดีปีใหม่กับทุกท่านด้วยเลยนะคะ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
buddhamantra วันที่ : 01/01/2009 เวลา : 20.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buddhamantra


ขอขอบคุณที่ให้ความรู้เรื่องมหาสติปัฏฐาน4
เพิ่งไปลองฝึกแบบยุบหนอ-พองหนอ มา
น่าจะใช้ได้กับบทความที่นำเสนอนะครับ
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑
ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่
ขอให้คุณรัฐรดา
ประสบแต่ความสุข ความเจริญ สุขภาพแข็งแร
นึกคิดสิ่งใด ในทางธรรม
ขอให้สมความปรารถนาทุกประการ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
เด็กชาย-เด็กหญิง วันที่ : 24/12/2008 เวลา : 12.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boy-girl
จงเลิกยึดติดในวัตถุนิยม...และกลับมาเป็นจิตนิยม...โดยการอบรมรักษาจิตใจให้ตั้งมั่นในทางที่ดี...ที่ประเสริฐ.......โลกอันจิตย่อมนำไป...อันจิตย่อมเสือกไสไป...โลกทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่ง...คือ..."จิต"...

ขออนุโมทนาในธรรมทานนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 24/12/2008 เวลา : 10.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....

อนุโมทนาสาธุค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
โสภึบุตร วันที่ : 23/12/2008 เวลา : 20.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phramahaukris
โสภีบุตร

เจริญพร ขอให้เจริญในธรรมทุกๆท่าน

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
เพียงดาว วันที่ : 23/12/2008 เวลา : 18.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/varathorn

หายไปหลายวัน ตระเวณกลับไทยแล้วกลับมาโอมานอีกรอบแล้ว กัวปิดสนามบินเด๋วกลับโอมานม่ายล่าย
มาไล่อ่านซะ....ได้เห็นตาที่ ๑๐ แล้วจ้า
...เจ็บตา....

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
pierra วันที่ : 23/12/2008 เวลา : 16.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pierra
สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ...ธรรมทาน ย่อมชนะทานทั้งปวง


ขออนุโมทนาที่ร่วมกันเผยแพร่ธรรมทานครับ


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ting วันที่ : 23/12/2008 เวลา : 14.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม

Merry Christmas and Happy New Year !!!!

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
hdiamond วันที่ : 23/12/2008 เวลา : 14.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hdiamond

ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจมากเลยครับ

ขออนุโมทนาสาธุ
สำหรับการเผยแพร่ธรรมะที่ถูกกับจิตของผม

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน