*/
  • ณัฐรดา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nadrda@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-24
  • จำนวนเรื่อง : 382
  • จำนวนผู้ชม : 556061
  • จำนวนผู้โหวต : 374
  • ส่ง msg :
  • โหวต 374 คน
<< กุมภาพันธ์ 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by ณัฐรดา , ผู้อ่าน : 1533 , 08:09:35 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                        ในห้องเรียนวิชาศีลธรรมตอนเด็กๆ เคยได้รับการบอกเล่า ว่าพระพุทธเจ้าปรินิพพานที่เมืองกุสินารา เด็กๆก็แค่ได้ทราบเรื่องราวอันเกี่ยวกับพุทธประวัติ.....เพียงเท่านั้น

                        สำหรับดิฉัน มาซาบซึ้งใจในพระมหากรุณาธิคุณก็ต่อเมื่อได้พบข้อมูลว่าเหตุใด จึงทรงเลือกปรินิพพานที่เมืองเล็กๆแห่งนั้น อยากนำมาเล่าต่อค่ะ

                        เพราะทรงปลงอายุสังขารที่ปาวาลเจดีย์ กรุงเวสาลี แคว้นวัชชี ต้องทรงเดินเท้าถึง ๓ เดือน กว่าจะถึงเมืองกุสินารา แคว้นมัลละ ทั้งๆที่พระชนมายุก็มากแล้ว และเพิ่งหายจากพระอาการประชวร

                ทำไม.....???.....จึงต้องเป็นเมืองกุสินารา

                ปราชญ์หลายท่านได้ให้ความเห็นไว้ดังนี้

                        พระธรรมโกศาจารย์ ( ประยุร ธมมฺจิตฺโต )  

                        “ เนื่องจากพระพุทธเจ้าไม่ใช่บุคคลของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เป็นบุคคลของโลกในสมัยนั้น ซึ่งมองชมพูทวีปเป็นโลกนี่ เมื่อเป็นบุคคลของโลก การเสด็จไปดับขันธ์ปรินิพพานในเมืองใหญ่ ก็จะทำให้เมืองใหญ่ยึดเป็นเจ้าของ แล้วอาจจะสถาปนาตัวเองในทางการเมืองเป็นพี่เบิ้มโดยอ้างพระพุทธเจ้า ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ”

                        ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ร.ท. ดร.บรรจบ บรรณรุจิ

                        “ เหตุผลตรงนี้ชัดเจนปรากฏอยู่ในมหาปรินิพพานสูตรนะครับ คือว่าพระพุทธเจ้าคงทราบแล้วละว่า หลังจากถวายพระเพลิงพระบรมศพแล้ว พระธาตุของพระองค์จะถูกแบ่ง เพราะฉะนั้น ถ้าปรินิพพานในเมืองใหญ่ๆที่มีกำลังกองทัพเข้มแข็งก็คงเกิดศึกแน่นอน อย่างถ้าปรินิพพานที่แคว้นมคธ แคว้นมคธก็คงไม่ยอมให้และก็มีกำลังที่จะป้องกันได้ เพราะฉะนั้นจึงเสด็จไปที่เมืองกุสินารา ซึ่งเป็นเมืองชายแดนนะ ไกล และไม่มีกำลังที่จะป้องกันตนเองได้อย่างเต็มที่ ” 

                พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญา นันทภิกขุ )

                        “ ......ท่านบอกล่วงหน้า ๓ เดือน ๓เดือนต่อจากนี้ตถาคตจะปรินิพพาน บอกไว้เลย แล้วก็จะไปปรินิพพานที่เมืองกุสินารา พระอานนท์ก็ค้านว่า โอย....เมืองใหญ่ๆเยอะแยะ เมืองราชคฤห์ เมืองสาวัตถี เมืองสาเกต เมืองใหญ่ๆ พระองค์ก็เป็นพระบรมครูของโลก ทำไมจะไปตายเมืองเล็กๆ ทำไมไม่ไปตายเมืองใหญ่

พระองค์ก็บอกว่า กุสินาราไม่ใช่เมืองเล็ก ครั้งสมัยโน้นเคยเป็นเมืองใหญ่ นี่พูดให้เป็นในเรื่องเก่าว่าเป็นเมืองใหญ่ ความจริงนั้น พระผู้มีพระภาคท่านทรงเห็นการณ์ไกล ตัดปัญหาไม่ให้มันยุ่ง คือถ้าไปตายเมืองใหญ่ กษัตริย์ผู้ใหญ่มีอำนาจก็ไม่แบ่งอะไรให้ใคร เช่น ใครต้องการอะไรก็ไม่ให้ ฉันใหญ่ ฉันไม่ยอม มันก็ยุ่ง

                        แต่ไปตายเมืองเล็ก มันก็ไม่ลำบาก เขามาพร้อมกัน กษัตริย์เมืองเล็กก็ไม่ว่าอะไร ต้องจัดการไป เช่นพระธาตุนี่เป็นตัวอย่าง .... กระดูกนะ คนนี้ต้องการ คนนี้ก็ต้องการกระดูกของพระพุทธเจ้า ถ้าไปเมืองใหญ่เขาก็ไม่ให้ เดี๋ยวเดียวรบกัน เป็นปัญหาแก่สังคม เลยไปนิพพานเมืองเล็ก

                        เมืองเล็กนี่ไม่มีกำลัง เมื่อพวกมาขอก็ต้องให้ไปๆ แล้วให้อย่างถูกต้อง ชั้นแรกไม่รู้จะให้กันอย่างไร ต่างคนต่างมาขอกันมาก ลำบาก ก็เลย เอ้า รอให้พร้อมกันเสียก่อน พอพร้อมกันแล้วก็ให้โทณพราหมณ์จัดการแบ่งให้ไปตามสมควร เรื่องมันก็ไม่ยุ่ง

                        เป็นเรื่องที่พระองค์ทรงทราบแล้วก็ทำไว้ ป้องกันไว้ไม่ให้ยุ่ง จึงไปนิพพานที่นั่น เลือกที่ได้ ไปนิพพานที่สวนสาละของพวกมัลลกษัตริย์ ที่เมืองกุสินารา เดินไป...ไปนิพพาน จากเมืองเวสาลีไปกุสินารา ก็ไกลพอสมควร เดินไปตั้ง ๒ – ๓ เดือน วันเพ็ญเดือน ๓ จนถึงวันเพ็ญเดือน ๖  มัน ๓ เดือน .....”

                        แล้วเหตุการณ์ก็เป็นดังที่พระองค์ทรงทราบค่ะ หลังจากพระมหากัสสปะเถระและคณะสักการบูชาพระศพ และถวายพระเพลิงพระสรีระของพระองค์แล้ว บรรดากษัตริย์ต่างๆ ต่างก็ส่งทูตพร้อมกองทัพมาขอส่วนแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ รวมทั้งหมดถึง ๘ นครด้วยกัน คือ

                        ๑. พระเจ้าอชาตศัตรูจากกรุงราชคฤห์

                        ๒. กษัตริย์ลิจฉวีแห่งกรุงเวสาลี

                        ๓. ศากยวงศ์และพระประยูรญาติ

                        ๔. ถูลีกษัตริย์แห่งกรุงอัลลกัปปะ

                        ๕. โกลิยกษัตริย์แห่งรามคามชนบท

                        ๖. มหาพราหมณ์เจ้าเมืองเวฏฐทีปกร

                        ๗. มัลลกษัตริย์แห่งปาวานคร

                        ๘. โมริยกษัตริย์แห่งเมืองปีปผลิวัน

                        เมื่อรวมกองกำลังของมัลลกษัตริย์แห่งเมืองกุสินาราก็รวมเป็น ๙ นครด้วยกันที่ต้องการพระบรมสารีริกธาตุ ในตอนแรก มัลลกษัตริย์แห่งเมืองกุสินาราจะไม่ยอมแบ่งให้เพราะถือว่าพระพุทธองค์ปรินิพพานที่เมืองตน ซึ่งคงต้องเกิดสงครามขึ้น

                        โทณพราหมณ์ เป็นพราหมณ์อาวุโสที่มัลลกษัตริย์นับถือจึงเสนอว่าควรแบ่งพระบรมสารีริกธาตุเป็นส่วนๆเท่าๆกัน เพื่อยุติปัญหา โทณพราหมณ์จึงได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จัดสรร พราหมณ์จึงแบ่งเป็น ๘ ส่วนเท่าๆกัน  เพราะขณะนั้นโมริยกษัตริย์แห่งเมืองปีปผลิวันยังมาไม่ถึง ดังนั้นทูตเมืองปีปผลิวัน จึงได้พระอังคารทั้งหมดไปแทน ส่วนโทณพราหมณ์ ได้ทะนานทองที่ตวงพระบรมสารีริกธาตุไว้เป็นที่ระลึก

                นับว่าพระองค์มีพระกรุณาต่อชาวพุทธแม้กระทั่งวาระสุดท้ายของพระชนม์ชีพโดยแท้จริง

                        ขณะพิมพ์เรื่องนี้ น้ำตาก็ทำท่าจะไหล นึกขึ้นได้ว่ากำลังปรุงแต่งเวทนา น้ำที่กำลังจะรื้นออกตาก็หลบลงต่อมไปทันที ..... เฮ้อ.....รอดตัวไปค่ะที่รู้ทันเวทนา

  ......................................

อ้างอิง

พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ)  เคล็ดลับของชีวิต  ธรรมสภา ๑ / ๔ - ๕ ถนนบรมราชชนนี เขตทวีวัฒนา กรุงเทพ

พาโนรามา ตามรอยพระพุทธเจ้า แพรวสำนักพิมพ์  ๖๕ / ๑๐๑ - ๑๐๓ ถนนชัยพฤกษ์ เขตตลิ่งชัน กรุงเทพ

มนต์ ทองชัช ๔ ศาสนาสำคัญของโลกปัจจุบัน สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์ ๘๖๐ – ๘๖๒ วังบูรพา กรุงเทพ

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
วัชระญาณ วันที่ : 21/02/2009 เวลา : 10.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/blackwhite

มาชื่นชมความมีมานะ อดทน และใฝ่รู้ เพื่อเผยแพร่ธรรมะ ด้วยจิตด้วยใจ ทั้งหมดทั้งสิ้นจริงๆครับ .....ขอให้เจริญยิ่งด้วยธรรม และสามารถดับธรรมเหล่านั้นได้เป็นที่สุดเทอญ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
SriNapa วันที่ : 20/02/2009 เวลา : 12.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SriNapa
สักวันความจริงมันต้องปรากฎ

พระองค์ก็บอกว่า กุสินาราไม่ใช่เมืองเล็ก ครั้งสมัยโน้นเคยเป็นเมืองใหญ่ นี่พูดให้เป็นในเรื่องเก่าว่าเป็นเมืองใหญ่ ความจริงนั้น พระผู้มีพระภาคท่านทรงเห็นการณ์ไกล ตัดปัญหาไม่ให้มันยุ่ง คือถ้าไปตายเมืองใหญ่ กษัตริย์ผู้ใหญ่มีอำนาจก็ไม่แบ่งอะไรให้ใคร เช่น ใครต้องการอะไรก็ไม่ให้ ฉันใหญ่ ฉันไม่ยอม มันก็ยุ่ง

นับว่าพระองค์มีพระกรุณาต่อชาวพุทธแม้กระทั่งวาระสุดท้ายของพระชนม์ชีพโดยแท้จริง

ใช่คะดิฉันเห็นด้วยกับที่พระองค์ทรงมีพระเมตตามหาสารกับพวกเรามากมายขนาดนี้ ดิฉันชอบนะคะมีอยู่ประโยคหนึ่งของท่านที่ทรงตรัสว่า

" ควรป้องกันไม่ให้เกิดปัญญาหาขึ้น ดีกว่ามาแก้ปัญหาทีหลัง"

ขอบคุณคะ ที่ทำให้ได้รู้พระคุณเมตตาของพระศาสดาอีกมุมหนึ่ง





ความคิดเห็นที่ 23 (0)
Cat@ วันที่ : 20/02/2009 เวลา : 01.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha


อนุโมทนาสาธุ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
พระจันทร์แดง วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 21.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moonred

อนุโมทนาสาธุด้วยครับ
เป็นความรู้ใหม่สำหรับผมครับ แสดงให้เห็นถึงพระเมตตาและพระมหากรุณาของพระพุทธองค์ ซึ่งไม่มีสิ่งใดเปรียบเสมอได้

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
forgive วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 20.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tocare
Forgive others and you will be forgiven.

สาธุค่ะ.

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 19.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....

สาธุค่ะ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
chedtha วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 18.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ภาพที่สวยงามในความทรงจำ)

สวัสดีครับ คุณณัฐรดา

อนุโมทนากับบทความเกี่ยวกับการเสด็จไปปรินิพพานของพระพุทธเจ้า

ตัวผมเองไม่ยึดติดกับสิ่งใดๆนอกจากคำสอนของพระพุทธเจ้าเท่านั้น
ไม่ได้ปรารถนาจะครอบครองพระบรมสารีริกธาตุ
แต่พระพุทธเจ้าอยู่ในใจของผมเสมอ ผมไม่ห้อยพระ ไม่แขวนพระ
แต่ทุกนาที ไม่ว่าจะทำอะไร จะระลึกถึงคำสอนของพระพุทธองค์เสมอ
จึงทำให้เป็นคนดี ไม่เบียดเบียนใคร ไม่ผิดศีล 5

"ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นพระพุทธเจ้า"
"ธรรมะ ย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรมเสมอ"

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 16.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

สาธุ ดีใจค่ะที่ได้เห็นสังเวชนียสถาน ขอบคุณจริงๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
Je@b วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 15.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wujira

สวัสดีค่ะพี่

แวะมาบอกข่าวพี่ค่ะ

.......

• พระอาจารย์ปราโมทย์ ปาโมชฺโช ได้เมตตารับนิมนต์ไปแสดงธรรม
วันอาทิตย์ที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ เวลา ๑๓.๓๐ - ๑๕.๐๐ น.
ที่ชั้น ๒๒ ตึกประชุมแพทย์ (ตึกใหม่) โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ถนนพระราม ๖

• อังคารที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๔.๓๐ น.
แสดงธรรมที่หอประชุมศรีบูรพา (หอประชุมเล็ก) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ดอกไม้ในขุนเขา วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 15.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebeautyofsunlight


แถมบรรยากาศข้างนอกค่ะ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ดอกไม้ในขุนเขา วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 15.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebeautyofsunlight


บรรยากาศภายในมหาปรินิพพานสถูป

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ดอกไม้ในขุนเขา วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 15.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebeautyofsunlight


นี่คือมกุฏพันธเจดีย์...
สถานที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพพระศาสดาค่ะ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ดอกไม้ในขุนเขา วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 15.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebeautyofsunlight



ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ซันญ่า วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 14.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

มาเสพพระธรรม อิ่มใจที่ได้น้อมรำลึกถึง

พระองค์ ท่านบ่อยๆ......

สาธุ..........

.

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
driftworm วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 14.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ควรที่น้ำตาจะรื้น
.. เพราะ ..
การเข้าใกล้ต้นรากเดิม
แม้เพียงกระสากลิ่นรางๆ
แม้เพียงได้ฟังกระผีกที่เกี่ยวด้วยแห่งนั้น
แม้เพียงระลึกถึงบุคคลที่เนื่องด้วยเรื่องนั้น
แม้เพียงรู้สึกได้จางๆถึงแรงเหนี่ยวนำเข้าหาแหล่งนั้น
.... หากมิได้จ่อมจมเนิ่นช้าอยู่กับมัน ...
.

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 14.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ศาสตราจารย์พิเศษ เสถียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต ได้เขียนไว้ในหนังสือ " คำบรรยายพระไตรปิฎก " ถึงอีกเหตุผลหนึ่งที่อาจเป็นส่วนสนับสนุนให้ทรงเลือกเมืองกุสินาราเป็นที่ปรินิพพานว่า

" ถ้าพวกเหล่ามัลลกษัตริย์เป็นพระญาติของพระองค์จริง ตามที่ปราชญ์บางท่านตั้งข้อสังเกตุ พระพุทธองค์ก็ยังมิได้สงเคราะห์ จึงเป็นโอกาสสุดท้ายที่พระองค์จะทรงกระทำต่อพวกเขา

ด้วยการเสด็จมาปรินิพพาน ณ สาลวโนทยานของพวกเขา เหล่ามัลลกษัตริย์จะได้มีโอกาสถวายการบูชาพระพุทธเจ้าด้วยการจัดงานถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ ได้ทำบุญกิริยาอย่างอื่นอีก เช่น ถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์จำนวนมากที่หลั่งไหลมาในวาระโอกาสอันสำคัญยิ่งนี้ "

แม้จะปรินิพพาน พระองค์ยังทรงให้ความสำคัญกับผู้อื่น แม้ว่าขณะนั้นจะทรงทนทรมาณจากพระอาการประชวร

ส่วนพระอาการประชวรนั้น ราชบัณฑิตท่านเขียนว่าเป็นผลมาจากการบำเพ็ญทุกกิริยาจริงๆค่ะ (เสียดายที่จำไม่ได้ว่าท่านเขียนไว้ในเล่มไหน)

ขอบพระคุณค่ะทุกท่านที่เมตตามาเติมส่วนที่ขาดไป จนเนื้อหาสมบูรณ์ขึ้นเรื่อยๆนะคะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ดอกไม้ในขุนเขา วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 11.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebeautyofsunlight

พระพุทธเจ้าในวัย 80 พรรษา...เดินเท้าจากไวสาลีสถานที่ปลงพระชนม์มายุสังขาร...สู่กุสินารา...
วัยก็ชราแล้ว เมื่อเหนื่อยหิวน้ำ ก็ต้องรอฉันน้ำจากแม่น้ำที่ฝูงโคเพิ่งจะเดินผ่านไป...ขณะนั้นท่านประชวรด้วยโรคโลหิตในลำไส้...คิดว่าน่าจะเกิดจากการทรมาณตนสมัยก่อนตรัสรู้...เสวยอาหารมื้อสุดท้ายสูกรมัณฑวะที่มณนุษย์ปรุงและเทวดาทั้งหลายร่วมใส่โอชาทิพย์ลงไป...พระอานนท์ในสมัยนั้นบรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน ยังไม่สามารถตัดโทสะมูลจิตอันเป็นเหตุให้ร้องไห้ได้...ยืนร้องไห้ใต้ต้นสาละในที่ใกล้ที่บรรทมของพระศาสดา
กุสินารานี้...ในอตีตชาติสมัยก่อนที่พระพุทธเจ้าจะตรัสรู้ เคยเป็นเมืองใหญ่ ที่มีความเจริญรุ่งเรื่อง ไม่เคยขาดจากเสียงดนตรี พระพุทธเจ้าของเราเคยเสวยพระชาติเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ์ปกครองเมืองนี้มาแล้ว
กาลเวลาล่วงไป...
แม้เมืองใหญ่ที่เคยเจริญรุ่งเรืองเห็นปานนั้น...
แม้พระพุทธเจ้าที่มีอานุภาพใหญ่ยิ่ง...
ต่างก็อยู่ในกฏแห่งไตรลักษณ์ทั้งสิ้น...
และไม่พ้นไปจากมัจจุคือความตาย...
พระสูตรนี้เป็นที่ตั้งแห่งความสังเวช สำหรับชนทั้งหลาย...
พระพุทธเจ้า ผู้เป็นบรมครู แม้ท้ายสุด ก็ทรงสอนด้วยความตายของพระองค์

""Handa 'dani bhikkhave amantayami vo; Vaya-dhamma sankhara. Appamadena sampadetha."

"Indeed, bhikkhus, I declare this to you: It is the nature of all conditioned things to perish. Accomplish all your duties with mindfulness."

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 11.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

อ่านความเห็นของทุกท่านแล้ว น้ำตาจะซึมอีกแล้วเจ้าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 11.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


หืมมมมม

ปริศนาธรรมแยะจริงเชียว

ต้องศึกษาอีกมากมายนะเรา เห้อออ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
chaiyassu วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 10.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang

ขนาดนั้นก็เกือบจะเกิดสงคราม
ดีแต่ว่า
มีพราหมณ์ผู้ใหญ่ฝีปากดี เป็นที่เคารพ
ช่วยแก้ไขสถานการณ์ให้คลี่คลาย
เป็นที่ยอมรับทุกฝ่าย
มหาปรินิพพานสูตร บอกอะไรเราหลายอย่างเหลือเกิน
บางตอนอ่านแล้วก็ทั้งซึม และซึ้ง


ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ดอกไม้ในขุนเขา วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 09.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebeautyofsunlight

มหาปรินิพพานสูตร เป็นพระสูตรหนึ่งที่ชอบอ่านมาก...
กล่าวถึงช่วงเวลาสุดท้ายของพระพุทธเจ้าได้งดงามที่สุด
อ่านแล้วก็อดที่จะน้ำตาซึมไม่ได้เลยค่ะ
แม้บุคคลที่ยิ่งใหญ่เห็นปานนั้น ท้ายสุดก็เสด็จดับขันธ์ปรินิพพานไป...โลกนี้...แท้จริงแล้ว ไม่มีอะไรเที่ยงเลย...

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 09.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

"อานนท์..เราเหนื่อย..เราอยากพัก"
"อานนท์..เราเหนื่อย..ปูผ้าลองนอนให้เราด้วย..เราจะพักผ่อน"

ประโยคเหล่านี้ พระพุทธเจ้าทรงพูดกับท่านพระอานนท์ ตลอดในช่วงที่ทรงเดินทางไปเมืองกุสินารา

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
nilsamai วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 08.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nilsamai
.

คนห่างวัด..มาเก็บเกี่ยวความรู้

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลานเทวา วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 08.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phutanow
 .......ทุกบทคำนำนัยยะ   เถอะเจ้าจงชำระ   มันด้วยใจ.........



ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 08.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

ขอบคุณ ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน