*/
  • ณัฐรดา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nadrda@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-24
  • จำนวนเรื่อง : 382
  • จำนวนผู้ชม : 553141
  • จำนวนผู้โหวต : 371
  • ส่ง msg :
  • โหวต 371 คน
<< มีนาคม 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2552
Posted by ณัฐรดา , ผู้อ่าน : 931 , 06:45:04 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เมื่อพูดถึง “ธรรม”ในพุทธศาสนา เราส่วนใหญ่นึกไปถึงคำสั่งสอนของพระพุทธองค์

คำว่า “ธรรม” นี้ ไม่ได้มีความหมายเพียงคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หากหมายความรวมถึง “ทุกสิ่ง” เนื่องจากประกอบไปด้วย ๔ องค์ประกอบคือ  

“ธรรมในพระพุทธศาสนา 

ธรรมในพุทธศาสนา เมื่อกล่าวตามหลักแห่งพุทธศาสนา คำว่า “ธมฺม” ในภาษาบาลี ย่อมเล็งถึงของทุกสิ่งทุกอย่างโดยไม่ยกเว้นอะไร และแบ่งออกเป็น ๔ ประเภท คือ 

ก.       ตัวธรรมชาติ หรือปรากฏการณ์ตามธรรมชาติทั้งหมด เรียกว่า สภาวธรรม 

ข.       กฎธรรมชาติทั้งหมด เรียกว่า สัจจธัมม์ 

ค.       หน้าที่ของมนุษย์ตามกฎธรรมชาติ เรียกว่า ปฏิปัติธัมม์

 ง.        ผลที่ได้รับจากการทำหน้าที่ เรียกว่า วิปากธัมม์” 

พุทธทาสภิกขุ การทำงานคือการปฏิบัติธรรม หน้า ๑๔ 

 

โดยท่านได้อธิบายไว้ในอีกที่ดังนี้

"เพื่อประโยชน์แก่การศึกษา อยากจะขอร้องให้ทบทวนความจำเกี่ยวกับคำนี้ไว้เรื่อยไป คำว่า “ธรรม” นี้ก็ตาม “ธรรมชาติ” ก็ตาม ถ้าเราจะเล็งถึงธรรมชาติทั้งหมดแล้ว เราควรจะนึกถึงตัวธรรมชาติแท้ๆและตัวกฎของธรรมชาติ ด้วยหน้าที่ที่มนุษย์จะต้องกระทำตามกฎธรรมชาตินั้นด้วย และผลที่เกิดมาจากการทำหน้าที่นั้นๆด้วย มีอยู่ถึงสี่ชั้นซ้อนกันอยู่

โลก : ธรรม : ธรรมชาติ

ตัวธรรมชาติแท้ๆ ดินฟ้าอากาศ ทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งที่เป็นรูปและนาม ที่เป็นรูปคือวัตถุ ที่เป็นตัวโลกเป็นของแข็ง กระทั่งสิ่งที่รู้ได้ด้วยตา ด้วยหู ด้วยจมูก ด้วยลิ้น ด้วยผิวกาย นี่เรียกว่าวัตถุ แม้แต่เสียง ภาษาบาลีก็เรียกว่ารูป กลิ่นก็เรียกว่ารูป คือพวกเป็นวัตถุที่เราเห็นได้ง่ายๆ ก็เอาอย่างนี้ แผ่นดิน ต้นไม้ แผ่นฟ้า ภูเขา ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ฯลฯ เป็นวัตถุ เป็นรูป นี้พวกหนึ่ง

อีกพวกหนึ่งเป็นนาม คือเป็นจิตใจ หมายถึงความรู้สึก นึกคิด คือตัวจิตที่คิดนึก อย่างนี้เรียกว่านาม เพราะฉะนั้น โลกก็คือรูปกับนาม ไม่มีอะไรด้วยซ้ำ ถ้ามันสัมพันธ์กันระหว่างกายกับใจ รูปนามมันจึงทำหน้าที่รู้นั่นรู้นี่ได้ โลกจึงปรากฏขึ้นเพราะจิตเป็นผู้รู้สึก ถ้ารู้สึกตามลำพังจิตไม่ได้ ต้องมีร่างกายเป็นเหมือนออฟฟิศให้มันทำงาน มันจึงรู้ คิดนึกได้ โลกจึงมีขึ้นเพราะจิตรู้สึกได้ ถ้าจิตรู้สึกไม่ได้โลกนี้เท่ากับไม่มี

ฉะนั้น สิ่งที่เรียกว่าโลกก็คือ รูปกับนาม ก็คือทุกสิ่งนั่นเอง ไม่ยกเว้นอะไร วัตถุภายนอกมนุษย์ก็ดี ร่างกายของมนุษย์ก็ดี จิตใจของมนุษย์ก็ดี รวมอยู่ในคำๆนี้ เรียกว่าโลกหรือธรรม ในฐานะที่เป็นธรรมชาติ ธมฺม ธรรมะ, ธรรม ในฐานะที่เป็นตัวธรรมชาตินี้ชั้นหนึ่ง ที่เราจะต้องรู้ในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เรียกว่าโลก

ธรรมชาติ คือตัวธรรมชาตินั้น ยังมีกฎธรรมชาติ อันนี้ไม่เป็นตัวเป็นตน เป็นสัจจะอันหนึ่ง เรียกว่า กฎ เช่น ความที่โลกนี้เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา นี้ก็เรียกว่ากฎธรรมชาติ หรือว่าโลกนี้ สิ่งต่างๆนี้แหละจะต้องเป็นไปตามเหตุตามปัจจัย แก้ไขไม่ได้ บังคับไม่ได้โดยบุคคลใด นี้เรียกว่ากฎธรรมชาติ คือว่าการที่มันจะต้องเป็นไปตามเหตุปัจจัยนั่นแหละ เป็นความหมายที่สำคัญที่สุด 

กฎอีกอย่างหนึ่ง ที่น่ากลัว ก็คือ มันไม่หยุด มันปรุงแต่งกันเรื่อย เรามองไม่ใคร่เห็นว่า มันปรุงแต่งกันเรื่อย เรามองไม่ใคร่เห็นว่ามันปรุงแต่งกันเรื่อย ฉะนั้นจึงต้องขยันศึกษามองให้เห็นว่า มันปรุงแต่งกันเรื่อยไม่มีหยุด เช่น เรากินอาหารเข้าไป อาหารนั้นก็เป็นเหตุ ปรุงแต่งเนื้อหนังมังสาเป็นผล แล้วเนื้อหนังมังสาที่เป็นผลนี้ พอเสร็จแล้วมันก็กลายเป็นเหตุที่จะปรุงแต่งการเป็นอยู่ การกระทำ ฯลฯ ต่อไปอีก แล้วมันเกิดผลอะไรขึ้นมาอีก แล้วมันก็กลายเป็นเหตุอีก นี่ ! มันไม่ยอมหยุดอย่างนี้ ความที่มันปรุงแต่งกันเรื่อยนี้ ก็เรียกว่ากฎธรรมชาติ

ยกตัวอย่างมาให้ฟังเพียงสามอย่างว่า กฎที่มันไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา นี้ก็เรียกว่า กฎธรรมชาติ กฎที่มันเป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่กันและกัน และปรุงแต่งไปตามเหตุปัจจัย นี้ก็เรียกว่า กฎธรรมชาติ แล้วมันปรุงแต่งกันเรื่อย นี้ก็เรียกว่า กฎธรรมชาติ รวมอยู่ในคำว่าโลก

อันที่หนึ่ง ธรรมชาติ อันที่สอง กฎของธรรมชาติ ทีนี้มาถึงอันที่สาม คือ หน้าที่ที่มนุษย์จะต้องกระทำให้ถูกต้องตามกฎธรรมชาติ ลองพิจารณาดูว่า สิ่งที่เรียกว่า หน้าที่ตามธรรมชาตินี้ มันน่ากลัวเท่าไร มันสำคัญอย่างไร นับแต่เราต้องแสวงหาอาหาร ต้องบริหารร่างกาย ต้องเยียวยาความเจ็บไข้ ไหนจะต้องสืบพันธุ์ ไหนจะต้องหนีอันตราย ไหนจะต้องขวนขวายดับความทุกข์นานาประการ กระทั่งทุกข์ดับหมด นี้ เป็นหน้าที่ตามกฎธรรมชาติซึ่งเราหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราจึงมีหน้าที่วุ่นวายเป็นประจำกันทุกคน ซึ่งมีอยู่ในโลก ฉะนั้น จึงถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของโลก การปฏิบัติตามหน้าที่ต่างๆ หน้าที่บริหารร่างกาย หน้าที่ทำมาหาเลี้ยงชีวิต กระทั่งหน้าที่อื่นๆ อันที่สามนี้ก็รวมอยู่ในคำว่าโลก เป็นส่วนหนึ่งของคำว่าโลก

อันสุดท้าย เรียกว่าผลที่ได้รับ ได้รับมาเป็นเงินเป็นทอง เป็นข้าวของ เป็นเกียรติยศชื่อเสียง ฯลฯ อะไรก็ตามทางฝ่ายโลกๆนี้ บางทีก็ถูกใจ บางทีก็ไม่ถูกใจ กระทั่งเราปฏิบัติหน้าที่ทางธรรมะสูงสุด เราก็ได้รับมรรค ผล นิพพานมา ก็เรียกว่าผลที่ได้รับตามธรรมชาติ มองดูกันอย่างเป็นหลักใหญ่ๆแล้วมีอยู่สี่ชั้นอย่างนี้ เราต้องมองดูโลกในลักษณะที่กว้างอย่างนี้ จึงจะเข้าใจได้ดี"

พุทธทาสภิกขุ ทำอย่างไรจึงว่างและอยู่เหนือโลก หน้า ๖ - ๘



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
สดายุ... วันที่ : 12/03/2009 เวลา : 20.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sdayoo

สวัสดีครับ
ยินดีครับที่แวะไปแลกเปลี่ยนความคิดกัน...
ก็คงมีแต่ท่านพุทธทาส...และอีกไม่กี่รูป
ที่ผลงานยังพอเป็นที่พึ่งให้คนได้ค้นคว้า

นักคิดที่ยิ่งใหญ่ในรอบพันปีของทางเถรวาท
เรียกว่าตั้งแต่สร้างชาติกันเลยทีเดียว

แทนที่จะเป็นโบสถ์หินอ่อน..ช่อฟ้าตระการตาสวยงาม
หรือเจดีย์ราคาหมื่นล้าน...
กลับเป็นหนังสือตำราทางศาสนาอยู่ตามร้านหนังสือ
ทั่วประเทศ...สองรูปแบบภาวะที่มองเห็นได้ตำตา

สวัสดีครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
พระจันทร์แดง วันที่ : 12/03/2009 เวลา : 16.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moonred

สั้นๆแต่ได้ใจความ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ดอกไม้ในขุนเขา วันที่ : 12/03/2009 เวลา : 15.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebeautyofsunlight

หวายแคระสวยน่ารัก
เมื่อวันอาทิตย์ซื้อกล้วยไม้สีชมพูไปไหว้พระ
จริงๆ แล้วเป็นหวายสีขาว ย้อมสีชมพูน่ะค่ะ ไม่เคยเห็นล่ะซิ น่ารักมาก

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
เด็กชาย-เด็กหญิง วันที่ : 12/03/2009 เวลา : 12.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boy-girl
จงเลิกยึดติดในวัตถุนิยม...และกลับมาเป็นจิตนิยม...โดยการอบรมรักษาจิตใจให้ตั้งมั่นในทางที่ดี...ที่ประเสริฐ.......โลกอันจิตย่อมนำไป...อันจิตย่อมเสือกไสไป...โลกทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่ง...คือ..."จิต"...

พระธรรมคำสั่งสอนของพระบรมศาสดา
เพื่อนำพาสรรพสัตว์ให้ทวนกระแสโลก...
สู่กระแสพระนิพพาน...
จุดมุ่งหมายคือ ความพ้นทุกข์...พ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด..

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
แม่เอื้อง วันที่ : 12/03/2009 เวลา : 11.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maeeaung


มาอ่านธรรม..วันนี้ชัดเจนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ดอกไม้ในขุนเขา วันที่ : 12/03/2009 เวลา : 09.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebeautyofsunlight

กราบสวัสดีตอนเช้าค่ะพี่ณัฐรดา

ชัดเจน...เข้าใจง่าย...เตือนใจให้จำ
อนุโมทนาค่ะ
ปล. น่าอิจฉาจังวาดรูปอยู่บ้าน ได้ทำอะไรที่มีความสุข สงบ
เอาผลงานมาโชว์น้องนุ่ง บ้างเน้อ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 12/03/2009 เวลา : 09.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/derreiser
เพื่อชาติ และเป็นคนดีของชาติ

เป็นเช่นนั้น แน่แท้ ครับ

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ting วันที่ : 12/03/2009 เวลา : 08.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม


สวัสดีคะ สาธุคะ


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
อาโป วันที่ : 12/03/2009 เวลา : 07.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/agile


...ศาสนาพุทธบริษัทสี่(อริยสัจสี่)

กิจปฎิบัติที่บำเพ็ญสาย

เหตุผลก่อวิบากใช้

ปฏิบัติดีร้ายใช้ตัวตนฯ

........

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 12/03/2009 เวลา : 07.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ธรรมะสวัสดีค่ะ ...

ธรรมะ น้อมนำใจให้สุข สงบ ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน