*/
  • ณัฐรดา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nadrda@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-24
  • จำนวนเรื่อง : 382
  • จำนวนผู้ชม : 553552
  • จำนวนผู้โหวต : 371
  • ส่ง msg :
  • โหวต 371 คน
<< มิถุนายน 2009 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน 2552
Posted by ณัฐรดา , ผู้อ่าน : 25158 , 14:34:29 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เมื่อดิฉันได้หนังสือ ไม้พุทธประวัติ อันเป็นหนังสือในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ผู้เขียนได้นำพันธ์ไม้แต่ละชนิด และเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องตามพุทธประวัติ เสนอร่วมกันอย่างน่าสนใจ ดิฉันจึงเกิดความคิดอยากเขียนเรื่องเกี่ยวกับพรรณไม้ในพุทธประวัติ โดยเน้นที่เหตุการณ์ตามพุทธประวัติมากกว่าพรรณไม้ ตามหลักฐานที่พอหาได้ อันอาจเป็นสาระที่สร้างความศรัทธาในพระศาสนาให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

จึงรวบรวมเนื้อหาจาก สมุดภาพพุทธประวัติ  ที่วาดโดยครูเหม เวชกร ซึ่งสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณฯ (ปุ่น ปุณฺณสิริ) สมเด็จพระสังฆราช วัดพระเชตุพน เมื่อครั้งทรงสมณศักดิ์เป็นพระธรรมวโรดมโปรดให้วาดตามหนังสือปฐมสมโพธิ ฉบับสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส วัดพระเชตุพน หนังสือ ไม้พุทธประวัติ ซึ่งเรียบเรียงโดยศาสตราจารย์ ดร. พเยาว์ เหมือนวงษ์ญาติ และหนังสือ สิ่งแรกในพระพุทธศาสนา ซึ่งแต่งโดยเสถียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต เข้าด้วยกัน และเรียบเรียงระเรื่อยตามเหตุการณ์ 

 

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อพุทธศาสนิกชนบ้างตามสมควรนะคะ 

........................................................................................... 1 บัว 

บัว เป็นดอกไม้ที่เกี่ยวข้องกับพุทธประวัติอยู่หลายตอน

  

เหตุการณ์แรก เมื่อพระโพธิสัตว์ ซึ่งต่อมาคือเจ้าชายสิทธัตถะ เสด็จจากสวรรค์ชั้นดุสิตเพื่อเข้าสู่พระครรภ์พระมารดา วันที่เสด็จลงมาบังเกิดนั้น ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 

( ภาพเสด็จสู่พระครรภ์พระมารดา

คืนนั้น พระนางสิริมหามายา พระมาดาทรงมีพระสุบินนิมิตว่า พระนางได้เข้าไปอยู่ในป่าหิมพานต์ ได้มีช้างเผือกเชือกหนึ่ง ลงมาจากยอดเขาสูง เข้ามาหาพระนาง

ปฐมสมโพธิ พรรณนาเหตุการณ์ตอนนี้ไว้ว่ามีเศวตหัตถีช้างหนึ่ง...ชูงวงอันจับปทุมชาติสีขาว มีเสาวคนธ์หอมฟุ้งตรลบ แล้วร้องโกญจนาทเข้ามาในกนกวิมาน แล้วกระทำประทักษิณพระองค์อันบรรทมถ้วนครบสามรอบแล้ว เหมือนดุจเข้าไปในอุทรประเทศ ฝ่ายทักษิณปรเศว์แห่งพระราชเทวี...

ในขณะนั้น ได้เกิดบุพนิมิตขึ้น 32 ประการ ประการที่เกี่ยวกับดอกบัวคือ มีดอกบัวปทุมชาติหรือบัวหลวง 5 ชนิด อันได้แก่

สัตตบุษย์ หรือ บัวฉัตรขาว

 

บัวเข็มชมพู

         

บุณฑริก หรือ บัวหลวงขาว

         

ปทุม หรือ บัวหลวงชมพู

         

สัตตบงกช หรือบัวหลวงป้อมแดง

         

เหล่าปทุมชาติ เกิดดารดาษไปในน้ำและบนบกอย่างหนึ่ง ผุดงอกขึ้นจากแผ่นหินแห่งละเจ็ดดอกอย่างหนึ่ง และต้นพฤกษาลดาชาติ ก็เกิดดอกบัวออกตามลำต้นและกิ่งก้านอีกอย่างหนึ่ง

         

ต่อมา เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะประสูติ เมื่อทรงก้าวลงจากพระครรภ์ ทรงผินพระพักตร์ไปยังทิศอุดร ชี้พระดรรชนีขึ้นฟ้า แล้วเสด็จดำเนินไป 7 ก้าว แต่ละก้าวมีดอกบัวผุดขึ้นมารองรับ และทรงเปล่งอาสภิวาจา(วาจาอย่างองอาจ)ว่า "เราเป็นผู้เลิศของโลก เป็นผู้ใหญ่ที่สุดของโลก เป็นผู้ประเสริฐที่สุดของโลก นี้เป็นการเกิดครั้งสุดท้าย ไม่มีการเกิดใหม่อีกต่อไป

(ภาพพระดำเนินเมื่อแรกประสูติ)

ดอกบัวที่ผุดขึ้นมารับพระบาทนี้ หมายถึงพระองค์จะเป็นผู้บริสุทธิ์ ปราศจากกิเลสโดยสิ้นเชิง (ซึ่งเสถียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิตบอกว่า ในพระไตรปิฎกไม่ได้พูดถึง แต่มีเพิ่มขึ้นภายหลัง)

ราชบัณฑิตยังให้ความเห็นเกี่ยวกับการที่พระพุทธองค์สามารถตรัสได้ทันทีที่ประสูติต่อคำถามที่ว่า เป็นเพียงสัญลักษณ์เปรียบเทียบถึงอะไร หรือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ท่านตอบว่ามีเขียนไว้ในพระไตรปิฎก โดยพระพุทธองค์ตรัสเล่าให้สาวกฟังด้วยพระองค์เอง โดยทรงสรุปสั้นๆว่า เป็นธรรมดาของพระโพธิสัตว์ โดยท่านยกขึ้นเปรียบเทียบกับเด็กชายที่ได้บันทึกไว้ในกินเนสส์บุค คือ คริสเตียน ไฮเนเก้น ที่เกิดมาสองชั่วโมงก็พูดได้ อายุ 4 ขวบ ก็พูดได้ 7 ภาษา พออายุ 7 ขวบ สามารถแสดงปาฐกถาเรื่องอภิปรัชญาชั้นสูงให้ที่ประชุมปราชญ์ได้ทึ่ง

เหตุการณ์ที่สาม เมื่อทรงมีพระชนมายุได้ 7 พรรษา พระราชบิดาโปรดให้ขุดสระโบกขรณี 3 สระ สำหรับให้ทรงลงเล่นน้ำ โดยปลุกอุบลบัวขาบสระหนึ่ง ปทุมบัวหลวงสระหนึ่ง และบุณฑริกบัวขาวอีกสระหนึ่ง

 (ภาพทรงทราบข่าวพระโอรสทรงมีพระประสูติกาลที่ริมสระบัว)

และเมื่อทรงตรัสรู้ ทรงเปรียบเวไนยสัตว์ อุปมาดังบัวในน้ำ

 

"[๙] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาค ทรงรับคำทูลอาราธนาของพรหม และเพราะอาศัยความกรุณาในหมู่สัตว์ ทรงตรวจดูโลกด้วยพุทธจักษุ เมื่อทนงตรวจดูสัตว์โลกด้วยพุทธจักษุได้เห็นสัตว์ทั้งหลายที่มีธุลีในดวงตาน้อย มีธุลีในดวงตามาก มีอินทรีย์แก่กล้า ที่มีอินทรีย์อ่อน มีอาการดี มีอาการทราม สอนให้รู้ได้ง่าย สอนให้รู้ได้ยาก บางพวกเห็นปรโลกและโทษว่าน่ากลัวก็มี.

มีอุปมาเหมือนในกออุบล ในกอปทุม หรือในกอบุณฑริก ดอกอุบล ดอกปทุม ดอกบุณฑริก บางดอกที่เกิดแล้วในน้ำ เจริญแล้วในน้ำ ดอกอุบล ดอกปทุม ดอกบุณฑริก บางดอกที่เกิดแล้วในน้ำ เจริญในน้ำอยู่เสมอน้ำดอกอุบล ดอกปทุม ดอกบุณฑริก บางดอกที่เกิดแล้วในน้ำ เจริญในน้ำ  ขึ้นพ้นน้ำ ไม่แตะน้ำฉันใด.

พระผู้มีพระภาคทรงตรวจดูโลกด้วยพุทธจักษุ ได้ทรงเห็นสัตว์ทั้งหลาย ผู้มีธุลีในตาน้อย มีธุลีในตามาก มีอินทรีย์แก่กล้า ที่มีอินทรีย์อ่อน มีอาการดี มีอาการทราม สอนให้รู้ได้ง่าย สอนให้รู้ได้ยาก บางพวกเห็นปรโลกและโทษว่าน่ากลัวก็มี บางพวกมักไม่เห็นปรโลกและโทษว่าเป็นสิ่งน่ากลัวก็มี ฉันนั้น"

วิ.มหา.(แปล) ๔/๙/๑๔

ต่อมาคำตรัสว่าบุคคลมี 4 เหล่า จึงมีการนำดอกบัวไปเปรียบกับบุคคลเหล่านั้น คือ

เหล่าที่ 1 อุคคติตัญญูบุคคล คือผู้มีกิเลสเบาบาง มีปัญญา เมื่อได้ฟังธรรมก็สามารถเข้าใจได้ในทันที เปรียบเหมือนบัวที่โผล่พ้นน้ำ พอต้องแสงอาทิตย์ ก็บานทันที

เหล่าที่2 วิปัจจิคัญญูบุคคล กิเลสค่อนบ้างน้อย อินทรีย์ปานกลาง หากได้ฟัง และมีการอธิบายซ้ำอีกครั้งก็จะเข้าใจ เปรียบเหมือนบัวที่อยุ่พอดีกับผิวน้ำ พร้อมที่จะบานในวันต่อไป

เหล่าที่ 3 เนยยบุคคล ผู้ที่มีกิเลสปานกลาง ต้องหมั่นศึกษา คบกัลยาณมิตร จึงจะสามารถรู้ธรรม เปรียบเหมือนบัวที่ยังจมอยู่ในน้ำ คอยวันโผล่พ้นน้ำ เพื่อที่จะบานในวันต่อๆไป

เหล่า 4 ปทปรมบุคคล ผู้ที่ไม่สามารถบรรลุธรรมวิเศษได้ เปรียบเสมือนบัวที่จมอยู่ใต้น้ำลึก ไม่สามารถโผล่พ้นน้ำขึ้นมาได้ รังแต่จะเป็นอาหารของเต่าปลาต่อไป  

        

(ภาพทรงอุปมาเวไนยสัตว์กับบัว 4 เหล่า)

อีกเหตุการณ์หนึ่งคือ ครหพินน์เจ็บใจที่สิริตุตถ์หลอกอาจารย์เดียรถีร์ของตนให้ตกลงไปในหลุมอุจจาะ จึงคิดแก้แค้น หลอกพระพุทธเจ้าอันเป็นอาจารย์ของสิริคุตถ์บ้าง โดยล่อให้ตกลงไปในหลุมที่ก่อไฟด้วยไม้ตะเคียน ปรากฏว่ามีดอกบัว ผุดขึ้นมารับพระบาทพระองค์

เหล่านี้คือเรื่องราวของ บัว ที่เกี่ยวข้องในพุทธศาสนาค่ะ

....................................................

อ้างอิงเรื่อง และรูป

เหม เวชกร สมุดภาพพระพุทธประวัติ ธรรมสภา 35/270 จรัลสนิทวงศ์ 62 บางพลัด บางกอกน้อย กรุงเทพ

เสถียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต สิ่งแรกในพระพุทธศาสนา เกษมอนันต์พริ้นติ้ง 02-809-7452-4

ศาสตรจารย์ พเยาว์ เหมือนวงษ์ญาติ ไม้พุทธประวัติ สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชวังดุสิต กรุงเทพ

สุปรียา จันทะเหล่า บัว1 อัมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) 65/101-103 ถ.ชัยพฤกษ์ ตลิ่งชัน กรุงเทพ 10170

 

 

 

 

 

 

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 05/05/2013 เวลา : 18.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาค่ะ

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
อินทิวร วันที่ : 14/01/2010 เวลา : 03.30 น.

ภาพถ่ายสวยมากค่ะ ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆที่นำมาให้อ่าน ได้รับความรู้มากค่ะ
ป้าแตง

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
pimkawee วันที่ : 29/06/2009 เวลา : 18.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pimkawee
อังคาร จันทาทิพย์

บัว

บึงไม่เคยเลือกบัวมีกี่เหล่า
แล้วบัวเล่าเลือกบึงหนึ่งใดบ้าง?
งอกงามจากก้นบึ้งหล่มบึงบาง
ผุดขึ้นพร่างบานสะพรั่งทั้งดอกใบ

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 24/06/2009 เวลา : 12.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "พลาดไม่ได้เด็ดขาด...รวมข้อคิดดีๆ จากเจ้าสัวธนินท์ถึงนักธุรกิจไทย !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

ดีจังเลยครับ บัว - พรรณไม้ในพุทธประวัติ
ทำให้ได้ทราบรายละเอียดที่เกี่ยวเนื่องในพุทธศาสนา
อันควรค่าแก่การจดจำ นอกจากนี้ ยังได้เห็นภาพบัว
พันธุ์ต่าง ๆ รวมทั้งภาพ ของ อ.เหม ซึ่งหาชมไม่ได้
อีกแล้ว ขออนุญาต save ไว้ด้วยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
ทิพย์ธัญญา วันที่ : 23/06/2009 เวลา : 21.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jonat
พ.ศ.2555 ครบรอบ 750 ปี เจียงฮายบ้านเฮา

เป็นดอกไม้ที่มีคุณค่า ชอบในความนุ่มนวลทั้งใบและดอก
กะลังหากระถาง ปลูกบัวไว้หน้าบ้านครับ

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
bon09 วันที่ : 23/06/2009 เวลา : 17.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krasean

ขอบคุณสำหรับความรู้เรื่องดอกบัวค่ะ

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
SriNapa วันที่ : 23/06/2009 เวลา : 16.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SriNapa
สักวันความจริงมันต้องปรากฎ

กลับมาอ่านอีกครั้ง

พรรณไม้ในเหตุการณ์ตามพุทธประวัติ - 1บัว

ขอบคุณมากๆ คะ ที่ให้ความรู้


ความคิดเห็นที่ 30 (0)
INDYLOVE วันที่ : 23/06/2009 เวลา : 14.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loveindy
บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับความทรงจำความประทับใจ ประสบการณ์ในการท่องเที่ยว และอาหาร

เข้ามาดูดอกบัวสวยๆ ค่ะ
และจะได้รู้จักว่า “ไม้พุทธประวัติ”
มีอะไรบ้าง...ขอบคุณค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
ลีลาวดี2508 วันที่ : 23/06/2009 เวลา : 12.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lelawadee
ศิลปะคู่ไทย เทิดไท้องค์ราชันย์


นำนิทานดอกบัว....มาเสริมค่ะ
ขอย้อนกล่าวถึงชายเข็ญใจ ที่ได้ถวายดอกบัวแปดดอกแก่พระมาลัยนั้น ต่อมาเขาล้มป่วยลง และรู้ตัวว่า คราวนี้คงไม่รอดเอื้อมหัตถ์มัจจุราชแน่ๆ พอดีก็ระลึกถึงดอกบัวที่เขาถวายพระเถระขึ้นมาได้ และดูเหมือนเขานึกถึงแต่เรื่องดอกบัวนี้อยู่ จนกระทั่งสิ้นลมหายใจ ในที่สุด ก็ไปบังเกิดเป็นเทพบุตร ในปราสาท ดอกบัว สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีนางฟ้านางสวรรค์ จำนวนพันหนึ่ง เป็นบริวาร

เล่ากันว่า ปราสาทดอกบัวของเทพบุตรองค์นี้ สร้างด้วยแก้วเจ็ดประการ สวยงามล้ำเลิศยิ่งนัก โดยเฉพาะภายในปราสาท กระหึ่มด้วยเสียงดนตรีทิพย์ ที่มวลสาวสวรรค์ทั้งหลาย จัดสรรมาบำเรอตลอดเวลา

ทุกขณะ ไม่ว่าเทพบุตรนั้นจะก้าวเท้าเดินไปไหน แม้กระทั่งในปราสาท ดอกบัวทิพย์จะปรากฏผุดขึ้นมารองรับ เท้าของเขาทุกๆ ก้าว และเหนือสิ่งอื่นใด กลิ่นปากของเทพบุตรองค์นี้ หอมฟุ้งขจรขจายไปทั่วสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ตลอดเวลา ประหนึ่งว่า กลิ่นดอกบังฉะนั้น

และเพราะกลิ่นหอมหวลนี่เอง ทำให้พวกเทวดาบนสวรรค์ ต่างพากันแปลกใจฉงนฉงานไปตามๆกัน ด้วยไม่ทราบว่า ต้นตอของกลิ่นมาจากที่ไหน จนอดรนทนไม่ไหว จึงพากันเข้าไปทูลพระอินทร์ว่า

"ขอเดชะ ขณะนี้มีกลิ่นประหลาดกลิ่นหนึ่ง หอมฟุ้งขจรขจายอยู่บนสวรรค์ของเรานี้ พะย่ะค่ะ ข้าพเจ้าเดาเอาว่าคงเป็นกลิ่นดอกบัวอะไร ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไกลนัก และมิหนำซ้ำ ยังหอมอยู่ได้ตลอดวัน จนปวดขมอง พะย่ะค่ะ"

ฝ่ายพระอินทร์ เจ้าแห่งสวรรค์ เมื่อทรงสดับเช่นนั้น ก็นิ่งคิดอยู่เป็นครู่ ครั้นแล้วจึงเอ่ยขึ้นว่า "คงเป็นกลิ่นดอกบัว ที่เกิดใหม่ตรงโน้นกระมัง?" รับสั่งพลางชี้หัตถ์ไปที่ปราสาทดอกบัว ของเทพบุตรองค์นั้น ซึ่งมองเห็นตระหง่านอยู่เบื้องหน้า "เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เพื่อให้แน่ใจ เราไปดูกันให้ถึงที่ดีกว่า"

"ไปเมื่อไร พะย่ะค่ะ?" เทวดาพวกนั้นย้อนถาม

"เดี๋ยวนี้แหละ ชักช้าอยู่ทำไมล่ะ" พระอินทร์รับสั่งพลางเสด็จลุกขึ้นจากที่ประทับ ออกเดินนำหน้าพาเทวดาพวกนั้น ตรงไปยังปราสาทดอกบัวทันที

ครั้นมาถึงปราสาทดอกบัว องค์อินทร์ก็เสด็จเข้าไปข้างใน พอดีพบเทพบุตรเจ้าของปราสาท จึงรับสั่งทักทายขึ้นว่า

"เธอใช่ไหม ที่เป็นเจ้าของปราสาทแห่งนี้?"

"ใช่ พระเจ้าข้า" เทพบุตรดอกบัวทูลตอบ และขณะที่เปิดปากพูด กลิ่นหอมของดอกบัว ยิ่งฟุ้งอบอวลมากขึ้น "พระองค์มีธุระอะไรจะใช้ข้าพเจ้าหรือ พระเจ้าข้า?"

"เปล่าหรอกเธอ ฉันมาที่นี่ ก็เพื่ออยากคุยกับเธอนิดหน่อยเท่านั้น" พระอินทร์รับสั่งตอบ พร้อมกับสูดเอากลิ่นดอกบัวเข้าไปเต็มที่ จนแทบสำลัก

"เชิญประทับให้สำราญก่อนเถิด พระเจ้าข้า" เทพบุตรดอกบัวเชิญองค์อินทร์ประทับนั่ง พร้อมกับเทวดาผู้ติดตามด้วย

"แหม! ปราสาทเธอสวยมาก และยังมีกลิ่นดอกบัวหอมอบอวลอยู่ตลอดเวลาเสียด้วย" พระอินทร์รับสั่งชม หลังจากทรุดองค์ลงประทับนั่งเรียบร้อยแล้ว ตอนที่เธอเป็นมนุษย์ เธอทำบุญอะไรไว้นะ ถึงได้สมบัติอันงดงามขนาดนี้?"

"ข้าพเจ้าเป็นคนยากคนจน เก็บผักหักฟืนขายเลี้ยงตัวเองกับแม่ พระเจ้าข้า ต่อมาวันหนึ่ง ข้าพเจ้าไปอาบน้ำที่สระแห่งหนึ่ง ได้เก็บดอกบัว 8 ดอก มาถวายพระภิกษุองค์หนึ่ง ครั้นตายจากโลกมนุษย์ จึงได้มาบังเกิดในปราสาทดอกบัวนี้ พระเจ้าข้า"

"เธอทำบุญเพียงนั้นเองหรือ?" พระอินทร์ย้ำถามอย่างไม่แน่ใจ "ดอกบัว 8 ดอกกับสมบัติอันยิ่งใหญ่มโหฬารช่นนี้ มันเทียบกันไม่ได้เลยนี่นะ เธอ"

"แต่ข้าพเจ้าทำบุญเพียงแค่นั้นจริงๆ พระเจ้าข้า" เทพบุตรยืนยัน "ส่วนจะเทียบกันได้หรือไม่ ข้าพเจ้าไม่ทราบ"

"แหม! น่าอัศจรรย์จริง" เทวดาองค์หนึ่งที่ตามเสด็จมาด้วยสอดขึ้น "ทำบุญน้อยแต่ได้ผลมากเช่นนี้ น่าทำเหลือเกิน จริงไหม พะย่ะค่ะ?"

"จริง แต่ทว่า มนุษย์ปัจจุบันนี้ ไม่ค่อยอยากทำบุญกัน" พระอินทร์ตอบ พลางหันมาทางอุบลเทพบุตรอีก "เออ! แล้วกลิ่นดอกบัวที่ตลบอบอวลไปทั่วภิพลอยู่ขณะนี้ ก็คงจะไปจากปราสาทของเธอ ซึ่งเกิดขึ้นเพราะอานิสงส์การถวายดอกบัวแปดดอกนะซี"

"พระเจ้าข้า และกลิ่นตลบอยู่ในปราสาทของข้าพเจ้าขณะนี้ ก็ออกไปจากปากของข้าพเจ้านี่แหละ"

"เมื่อพระอินทร์และเทวดาทั้งหลาย ได้ทราบที่มาของกลิ่น ซึ่งข้องใจสงสัยเป็นหนักหนาแล้วดังนั้น แทนที่จะโมโหโกรธา ตรงเข้าเล่นงานเข้าของกลิ่น กลับยินดีปรีดาและเลื่อมใสในการทำบุญ ด้วยดอกบัว 8 ดอกของเทพบุตรนั้นเป็นที่ยิ่ง และเมื่อเสด็จออกจากปราสาทดอกบัวแล้ว พระองค์ก็ตรงไปยังสระสวรรค์ เก็บดอกอุบลซึ่งชูช่อไสวอยู่ในสระแห่งนั้น มาสักการบูชาพระจุฬามณีเจดีย์ พร้อมกับพวกเทวดาทั้งหลายทันที และดูเหมือนว่า ตั้งแต่นั้นมา ดอกบัวในสระสวรรค์ถูกเก็บไปบูชาพระจุฬามณีเจดีย์ทุกวัน โดยพระอินทร์บ้าง พวกเทวดาบ้าง จนแทบจะเกลี้ยงสระอยู่รอมร่อ ทั้งนี้เพราะ ทั้งพระอินทร์และพวกเทวดา ต่างก็อยากได้ปราสาทดอกบัว อีกทั้งมีกลิ่นบัวหอมฟุ้งจากปากตลอดเวลา อย่างอุบลเทพบุตรบ้างนั่นเอง

แต่ยังไงก็ตาม อุบลเทพบตุรยังเสวยสุขสมบัติ อยู่ในปราสาทดอกบัวต่อมา จนกระทั่งบัดนี้ และดูเหมือนว่า จะจุติลงมาเกิดเป็นมนุษย์ ก็ต่อเมื่อพระศรีอาริย์ลงมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้านั่นเอง ซึ่งก็หมายความว่า ตอนนั้น เขาจะไม่พบกับความเข็ญใจไร้ทรัพย์ดังชาติก่อนเลย สมกับที่เขาปรารถนาไว้ต่อหน้าพระมาลัยทุกประการ

สำหรับพระมาลัยเถระ ผู้เปิดประตูนรกสวรรค์ หลังจากที่ได้เที่ยวโปรดสัตว์ผู้ยากทั้งหลาย รวมทั้งมวลมนุษย์ให้ละชั่ว กระทำความดีต่อมาอีกหลายปี ก็เข้าสู่นิพพานในที่สุดดังนี้แล
http://www.geocities.com/Tokyo/Towers/9817/malai5.htm

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
Kibangkok วันที่ : 23/06/2009 เวลา : 11.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaithai
สีน้ำ(มือสมัครเล่น)และเรื่องราวชิวชิวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่     .    ลุงกิ๊..

วันนี้ได้ความรู้เรื่องดอกบัวเพียบเลย และก้อได้แนวภาพดอกไม้ใหม่ๆๆสำหรับสีน้ำด้วยครับ

สำหรับผม แม้นับถือศาศนาคริสตร์ แต่ผมก็ชอบดอกบัวมากครับ
ดอกไม้ไม่มีกำแพง ไม่ว่าศาสนาใดๆๆเค้าก็เป็นมิตรกับทุกคน

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
feng_shui วันที่ : 23/06/2009 เวลา : 11.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ได้ความรู้เกี่ยวกับดอกบัว ดีมากๆค่ะ

.

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
พระจันทร์แดง วันที่ : 23/06/2009 เวลา : 10.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moonred

อนุโมทนาสาธุด้วยครับ
ผมก็พึ่งรู้เหมือนกันนะนี่ว่าในกินเนสบุคส์ บันทึกเรื่องของคนที่น่ามหัศจรรย์ไว้ด้วย

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 23/06/2009 เวลา : 10.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

ดีใจจังค่ะ
การนำบทความที่ดีงดงามอย่างนี้มาเผยแผ่ เป็นเรื่องที่ดี สาธุด้วยเจ้าค่ะ และขออนุญาตเสริมนิดนะคะ

ดอกบัวเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งในพระพุทธศาสนา
ชาวพุทธใช้ดอกบัวเป็นสื่อในการบรรยายเรื่องราวหรือเหตุการณ์ในคัมภีร์
ซึ่งหมายถึงคุณลักษณะพิเศษที่แฝงมากับดอกบัว

ลักษณะพิเศษของดอกบัวคือ เกิดในน้ำ เติบโตในน้ำ เจริญในน้ำ แต่ไม่แปดเปื้อนน้ำ
ชาวพุทธจึงถือว่านี่คือพระพุทธลักษณะที่ทรงอุบัติในโลก แต่ไม่ถูกครอบงำด้วยโลกธรรม
ได้แก่ การมีลาภ การเสื่อมลาภ การมียศ การเสื่อมยศ การถูกนินทา การได้รับคำยกย่อง
การมีสุข และการมีทุกข์
ฝังรากลึกเป็นรากฐานของวัฒนธรรมไทย
ปรากฏให้เห็นในศิลปวัฒนธรรมหลายด้าน ในศิลปวัฒนธรรมไทย ในด้านวรรณกรรม
สถาปัตยกรรม ประติมากรรมและจิตรกรรม
และยังประโยชน์ด้านการแพทย์ มีคุณค่าด้านโภชนาหารอีกด้วย

สมัยพุทธกาล พระพุทธสาวกที่เป็นพระอรหันต์ เมื่อปลงอายุสังขารแล้ว ต้องไปทูลลาพระพุทธเจ้าเพื่อนิพพาน พระมหาปชาบดีโคตรมีเถรี อดีตพระน้านาง ก็เป็นผู้หนึ่งซึ่งเมื่อทรงปลงอายุสังขารแล้ว ได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ทูลลาพระพุทธองค์เพื่อนิพพาน มีเรื่องว่า พระนางซบพระเศียรแทบพระยุคลบาทของพระพุทธเจ้า
กราบทูลว่า
“ ขอพระองค์ทรงอนุญาตหม่อมฉัน ขอพระองค์โปรดเหยียดพระบาทที่วิจิตรด้วยลายจักร (ลายจักรก้นหอย) และลายธงอันละเอียดอ่อน ” คล้ายพระนางทรงเปรียบพระบาทของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากับดอกบัว ได้มีคำบรรยายว่า “พระนางมหาปชาบดีโคตมีเถรี ได้ซบพระเศียรลงแทบพระยุคลบาทกับพื้น ซึ่งเป็นลายจักรคล้ายกับดอกบัวบาน มีพระรัศมีดังดวงอาทิตย์แรกทอแสง

ก้อนหินยิ้ม
๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๒

ปล.คิดถึงมากๆ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
สรกิจ วันที่ : 23/06/2009 เวลา : 09.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phdsuchart


สวยงามมากครับ ทำตอนต่อไปนะครับ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
คุณเจม วันที่ : 23/06/2009 เวลา : 08.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/terdsak
    ไปเรื่อยๆเหมือนรถขายโอ่ง   

เข้ามารับความรู้เพิ่มมีประโยชน์มากครับ..มีอำเภอใกล้อำเภอที่ผมอยู่ชื่อบุณฑริก...พึ่งทราบว่าบุณฑริก..เป็น..บัวหลวงขาวครับ...ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
speakout วันที่ : 23/06/2009 เวลา : 08.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/speakout

เขียนตกหล่น ขอแก้คำนะค่ะ

เรื่องบางเรื่องหลงลืม
ภาพบางภาพชัดเจน
ถ้อยคำบางถ้อยคำสื่อถึง
ณัฐรดาทุกณัฐรดาเก่งจัง


ความคิดเห็นที่ 21 (0)
speakout วันที่ : 23/06/2009 เวลา : 08.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/speakout

สวัสดีค่ะ คุณณัฐรดา

เรื่องบางเรื่องหลงลืม
ภาพบางชัดเจน
ถ้อยคำบางถ้อยสื่อถึง
ณัฐรดาทุกณัฐรดาเก่งจัง


ความคิดเห็นที่ 20 (0)
market วันที่ : 23/06/2009 เวลา : 07.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/market

ตอนต่อไปจะจะมีภาพวาดบัวในพุทธประวัตินานาชนิดจากฝีแปรงคุณณัฐรดาใช่มั๊ยคะ? จะรอชมค่ะ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
Lioness วันที่ : 23/06/2009 เวลา : 07.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thanomwong
~  มีใจ ~  

ตื่นมาชมภาพงามๆ แต่เช้า สดชื่นดีจังค่ะ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ครูทิบ วันที่ : 23/06/2009 เวลา : 00.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ku-tip
..Hope for the best and prepare for the worst...

เม้นท์ได้แล้ว...ใจอ่อนจริงด้วย
นี่แหละตื้อเท่านั้นที่ครองโลก...

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ครูทิบ วันที่ : 23/06/2009 เวลา : 00.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ku-tip
..Hope for the best and prepare for the worst...

เข้ามาชมบัวอีกครั้งยามดึกค่ะ
เมื่อเช้าชมแล้ว 1 รอบ แต่เม้นท์ไม่ไป
ตอนดึกเลยมาตามดื้อ ดูซิจาใจอ่อนกับเรามั๊ย....

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ลีลาวดี2508 วันที่ : 22/06/2009 เวลา : 23.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lelawadee
ศิลปะคู่ไทย เทิดไท้องค์ราชันย์


เอาบัวที่บ้านมาฝากค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
pimahn วันที่ : 22/06/2009 เวลา : 23.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2

สวัสดีครับ คุณ ณัฐรดา

อนุโมทนาในธรรมทานครับ
ได้รับความรู้เรื่องบัวหลายประเภทเลย

+1 โหวตให้กับธรรมทานนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ม่อย วันที่ : 22/06/2009 เวลา : 23.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moy
    ปีหนึ่งได้อ่านหนังสือดีๆสัก ๓ เล่ม   กวีสักบท  ดูแลความคิดจะทำทุกวัน   

ดีจังเลยครับคุณณัฐรดา ภายใต้เรื่องบัวมีเรื่องราวและระบบคิดให้สามารถเรียนรู้ได้อย่างลึกซึ้งมากมายเลยครับ สามารถเชื่อมโยงความรู้ วิธีคิด และวิถีปัญญาที่เป็นกระแสความคิดสำคัญๆ ของโลกได้อย่างทะลุทะลวง

จำเพาะในสังคมไทยนั้น ก็มีร่องรอยที่ทำให้เราสามารถนำชาวบ้านเรียนรู้สิ่งใหม่ที่รอบด้านได้ ขณะเดียวกันก็สามารถเชื่อมโยงให้กลับบ้านถูกได้ครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
โคมทอง วันที่ : 22/06/2009 เวลา : 19.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ji2551

อ่านจบทำให้รู้จักชื่อดอกบัวพันธุ์ต่างตั้งหลายชื่อเลยค่ะ..

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
สอนสุพรรณ วันที่ : 22/06/2009 เวลา : 18.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phaen


ดอกบัวเกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาอย่างมากมาย และยังเป็นบ่อเกิดแห่งลวยลายไทย ที่เรียกว่า ลายกระหนก หลาย ๆแบบอีกด้วย...

เป็นประโยชน์อย่างยิ่งเลยครับ นำเสนอต่อไปเรื่อย ๆ นะครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
SriNapa วันที่ : 22/06/2009 เวลา : 18.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SriNapa
สักวันความจริงมันต้องปรากฎ

แป๊ะ ไว้ก่อนคะ เด๋ว ว่างๆ มาอ่านนะคะ คิดถึงคะ และขอบคุณมากคะที่ชวนมาดูสิ่งดีๆ เป็นศรีแก่ตัวอิอิ


ความคิดเห็นที่ 10 (0)
แม่เอื้อง วันที่ : 22/06/2009 เวลา : 18.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maeeaung


เห็นดอกบัวคือปัญญา ความสงบ
ความสุข และกลิ่นหอมเย็นๆค่ะ
ขอบคุณสำหรับบทความที่ดี
............................................
สวัสดีค่ะคุณณัฐรดา..สบายดีนะคะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
กู่ วันที่ : 22/06/2009 เวลา : 17.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
 ขอบคุณค่ะสำหรับทุกถ้อยคำแห่งน้ำมิตร ขอบคุณจริงๆ   

บางอย่างบางตอน ยังไม่เคยรู้เลยค่ะ

ขอบคุณค่ะ สาธุ



กำลังจะเริ่มระบายผ้าค่ะ...เสร็๗แล้วจะส่งงานให้อาจารย์ดูแน่นอนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
nilsamai วันที่ : 22/06/2009 เวลา : 17.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nilsamai
.

เห็นใบบัวแล้วอยากวาดอีกแระ

ส่วนภาพวาดที่เอามาลงนี้ทำให้คิดถึงตอนเด็ก ไปวัดที่ไรก็เดินดู เป็นภาพพิมพ์ที่พระท่านใส่กรอบติดผนังเรียงไว้ ตอนนั้นก็รู้แต่ว่าสวยงามมาก ภายหลังจึงรู้ว่าฝีมือใคร ตอนหลังนี้ไปวัดนี้ก็ไม่เห็นแล้ว น่าเสียดาย..

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
chalee วันที่ : 22/06/2009 เวลา : 17.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chalee
This land taught me the value of life.

ชอบดอกบัวทุกชนิด
บัวเป็นพุทธบูชาโดยแท้จริง

ชอบพุทธประวัติที่นำมาเผยแพร่ค่ะ ขอบคุณมาก
:)
:)
:)

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
แฝดนรก วันที่ : 22/06/2009 เวลา : 17.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nicharda
 เราชื่อ สุ

เพิ่งรู้ว่ามี 2 บล็อคค่ะ ถ้าไม่เขียนบอกคงไม่ได้เข้ามาดูแน่ๆ เลยค่ะพี่ เมื่อกี้เกือบจะเข้าไปบล็อค 1 แล้วค่ะ

ขอบคุึณสำหรับความรู้ที่นำมาให้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
กอบธรรม วันที่ : 22/06/2009 เวลา : 15.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/anakkumlangbai
ก่อนเกิดใครเป็นเรา? ...เมื่อเกิดแล้วเราเป็นใคร? ...ใครที่ว่าไม่นานก็ฝังบ้าง เผาบ้าง ..ไม่เชื่อให้ญาติคอยสังเกตุไว้ได้เลย.

อ่านแล้วเย็นใจดีครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
101ไทยหลังอาน วันที่ : 22/06/2009 เวลา : 15.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/101thairidgeback


ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 22/06/2009 เวลา : 14.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....

สาธุค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
singlemom99 วันที่ : 22/06/2009 เวลา : 14.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/MotherandSon

ได้ความรู้ดีค่ะ ขอบคุณคุณณัฐรดาที่นำมาเผยแพร่

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ธรรมทัพบูรพา วันที่ : 22/06/2009 เวลา : 14.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thum
http://www.oknation.net/blog/sirachat  "งานกวี ที่รัก"

ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน