*/
  • ณัฐรดา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nadrda@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-24
  • จำนวนเรื่อง : 382
  • จำนวนผู้ชม : 553803
  • จำนวนผู้โหวต : 371
  • ส่ง msg :
  • โหวต 371 คน
<< สิงหาคม 2014 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 22 สิงหาคม 2557
Posted by ณัฐรดา , ผู้อ่าน : 1502 , 10:18:14 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 10 คน bepran , อักษราภรณ์ และอีก 8 คนโหวตเรื่องนี้

ในธรรมที่เป็นเหตุเนิ่นช้า หรือ ปปัญจธรรม ๓ ที่ประกอบด้วยตัณหา ทิฏฐิ มานะ นั้น ตัณหาและทิฏฐิ เป็นเรื่องที่ไม่เกินวิสัยคนธรรมดาอย่างเราๆจะจัดการแก้ไขได้ แต่มานะนั้น เกินกำลังค่ะ เพราะมีแต่พระอรหันต์เท่านั้นที่ละมานะได้

ตัณหา โดยทั่วไปเราแปลกันว่าความอยาก ความปรารถนา หากยังมีความหมายอื่นๆที่รวมลงอยู่ในคำว่าตัณหาด้วยค่ะ นั่นคือ ความกำหนัด ความคล้อยตามอารมณ์ ความยินดี ความเพลิดเพลิน ความหมกมุ่น ความข้องอยู่ ความคะนึงหา ความหวัง กิริยาที่หวัง ความละโมบ ความติดใจ ความหมายปอง ธรรมชาติที่กระซิบ ธรรมชาติที่ร้อยรัด ฯลฯ

ทิฏฐิ คือ ความเห็น ทฤษฎี

มานะ คือความถือตัว ความสำคัญตนว่าเป็นนั่นเป็นนี่

เราจึงถือตนว่าเป็นนั่นนี่ตามแต่ตัณหาและทิฏฐิจะนำไป ดังนั้นจึงมีเรื่องให้จิตใจไม่ผ่องใส กระวนกระวายใจ ขัดใจ ทุกข์ใจในชีวิตประจำวันได้มากมาย ตั้งแต่เรื่องเล็กๆน้อยๆไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆ

อย่างที่เรียนไว้แล้วในเอนทรี่ มีปกติเห็นภัยแม้ในโทษเพียงเล็กน้อย ว่าเราควรเห็นภัยแม้แต่เรื่องเล็กๆน้อยๆ ดังนั้น แม้แต่เรื่องเล็กน้อย ก็ไม่ควรมองข้าม ที่ว่าไม่ควรมองข้าม หมายถึงไม่ใช่เก็บมาคิดเล็กคิดน้อยจนเรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่นะคะ แต่เก็บมาพิจารณาเพื่อละ บรรเทา ทำให้ไม่มีอีกต่อไป

เพราะเรื่องเล็กๆน้อยๆ พอทำบ่อยๆ ก็กลายเป็นกิเลสกองใหญ่ได้

พระสารีบุตรอธิบายไว้ในคัมภีร์มหานิทเทสว่า การเชิดชู, การกำหนด, การติดในรูปที่เห็นและเสียงที่ทราบ, การยึดมั่นว่าเป็นของเรา, การคิดปรุงแต่ง ฯลฯ ล้วนเกิดจากธรรมทั้งสองคือตัณหาและทิฏฐินี่แหละค่ะ

เช่น

การเชิดชูสิ่งใดๆด้วยอำนาจของทิฏฐิและตัณหา เช่น เชิดชูทิฏฐิที่ว่าบุคคลจะตายเมื่อไรไม่มีใครรู้ เมื่อยังมีชีวิตอยู่ จึงควรกิน ดื่ม เที่ยว ใช้ชีวิตให้ให้เต็มที่ อย่างที่มีประโยคฮิตติดปากว่า “ชีวิตของเรา ใช้ซะ” เป็นต้น จึงอยากทำอะไรๆตามทิฏฐิที่ตนเชิดชู

ทำได้ก็แล้วไป ทำไม่ได้ก็ทุกข์ใจนะคะ

การกำหนดด้วยอำนาจของทิฏฐิและตัณหาเช่น กำหนดด้วย ทิฏฐิว่าธรรมนี้เป็นสิ่งดี ทุกคนควรปฏิบัติตาม ก็เกิดความอยากให้คนในครอบครัว คนใกล้ชิด บุคคลในสังคมเห็นพ้องด้วยและปฏิบัติตามตน แต่เพราะธาตุมีหลายธาตุ บุคคลจึงมีความเชื่อ ความชอบ วัตรปฏิบัติแตกต่างกันไป เมื่อไม่เป็นไปตามที่ตนติดข้อง ก็อาจนำไปสู่ความเสียใจ กระวนกระวาย ทุกข์ใจ

การติดในรูปที่เห็น เสียงที่ได้ยินด้วยอำนาจทิฏฐิและตัณหา เช่น ติดในทิฏฐิว่า รูปของบุคคลที่ยิ้มแย้มแจ่มใส น้ำเสียงหรือถ้อยคำที่ไพเราะรื่นหู เป็นต้น เป็นสิ่งที่น่าเจริญเจริญใจ เป็นที่ชื่นใจแก่ผู้พบเห็น จึงอยากได้รูปคือบุคคลรอบกายที่ดูยิ้มแย้มแจ่มใส อยากได้เสียงของบุคคลรอบกายที่แสดงถึงความรื่นเริงหรือแสดงความหมายเสนาะหูอยู่ตลอดเวลา ครั้นพอเห็นใครหน้าตาไม่สดชื่น พูดจาแข็งกร้าว ไม่นุ่มนวล ก็อาจนำไปสู่ความรู้สึกไม่น่ารื่นรมย์ ขวางหูขวางตา จนกระทั่งถึงกับขัดใจได้

การยึดมั่นด้วยอำนาจของทิฏฐิและตัณหา เช่น ยึดมั่นในการกระทำของตนด้วยทิฏฐิว่าเป็นการกระทำที่ดี เป็นงานที่ดี จึงเกิดความอยากให้ผู้อื่นยอมรับในการกระทำหรือผลของการกระทำของตน เมื่อไม่มีใครเห็น หรือ ไม่ได้รับการยอมรับ ก็เกิดความท้อ ไปถึงกับทุกข์

การคิดปรุงแต่งไปต่างๆด้วยอำนาจของทิฏฐิและตัณหา

เป็นต้น

เรื่องเล็กๆน้อยๆแต่เพราะธรรมทั้งสองคือทิฏฐิและตัณหานี้ กลับทำให้ชีวิตเรายุ่งยากได้ไม่น้อยเลยนะคะ ดังนั้น เราจึงไม่ควรละเลยที่จะนำมาพิจารณา

เพราะสมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวฒฺฑโน) ตรัสว่า การทำลายอุปกิเลสแม้ทีละตัว ทีละเล็กทีละน้อย หากทำบ่อยๆ ก็ถึงกับสามารถทำลายกิเลสได้ทั้งกองเชียวนะคะ 

ว่าแต่.......................................

ดูไปดูมา รู้สึกว่าตัวดิฉันเองราวจะถูกทิฏฐิและตัณหา “นำไป”  แทบทุกเรื่องเลยค่ะ

เช่นเมื่อเห็นพนักงานในร้านสะดวกซื้อหน้าตาบึ้งตึง ถามคำตอบคำด้วยเสียงแข็งๆ

บางทีก็พลอยรู้สึกไม่สดชื่นตามเขาไปด้วย

การที่จะมีสติสัมปชัญญะอยู่ตลอดเวลานี้ ...

ช่างยากจริงๆเลยนะคะ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 23/08/2014 เวลา : 09.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 12 : คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว
ขอบคุณ อ.หม่องเช่นกันค่ะ แวะมาเสมอๆ

ความเห็นที่ 13 : ปวิภา
ขอสะสมเช่นกันค่ะ
วันละเล็กละน้อยกันนะคะ

ความคิดเห็นที่ 13 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ปวิภา วันที่ : 23/08/2014 เวลา : 04.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pavipa
ปวิภา วัฒนวราสิน...@ บูชาคนดี...ไว้เชิดชู...แผ่นดินไทย @ 

...ขอสะสมด้วยคนค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 12 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 22/08/2014 เวลา : 22.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

ขอบคุณมากครับ

ความคิดเห็นที่ 11 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ณัฐรดา วันที่ : 22/08/2014 เวลา : 14.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ขอบพระคุณที่แวะมาอีกทีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rattiya วันที่ : 22/08/2014 เวลา : 14.48 น.

ขอบคุณค่ะ
เห็นด้วยค่ะที่ว่า
"มองว่า การอยู่วัดอาจไม่ได้อารมณ์แรงๆให้หยิบมาดูอย่างอยู่บ้าน แต่การอยู่บ้านก็ไม่ได้โอกาสในการทำจิตให้สงบและโอกาสในการพิจารณาเหมือนอยู่วัดค่ะ"

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 22/08/2014 เวลา : 14.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 6 : BlueHill
มองว่าเรื่องของวาจา ฝึกยากที่สุดเลยค่ะ บ.ก.
เพราะเราต้องใช้อยู่ตลอดเวลานะคะ

ความคิดเห็นที่ 8 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ณัฐรดา วันที่ : 22/08/2014 เวลา : 14.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 5 : ratiya

มีคำตรัสว่า “ตัณหาเป็นเพื่อนสอง” ดิฉันชอบจังค่ะ พระองค์หมายถึงว่าบุคคลแม้จะอยู่คนเดียว แต่ถ้ายังมีตัณหาอยู่ ก็เหมือนอยู่สองคน คือคุยกับความคิดของตัวเองไปตามแต่ตัณหาจะพาไป มีตัณหาเป็นเพื่อน เพราะมีตัณหาเป็นเพื่อน เรื่องที่จบไปแล้วจึงเหมือนมาปรากฏอยู่ตรงหน้าให้รับรู้ได้อีก

ดิฉันมองวัดและบ้านว่ามีประโยชน์ไม่แพ้กันค่ะ

วัด ... สภาพแวดล้อมเอื้ออำนวย สงัด เหมาะแก่การพิจารณา แต่ผู้อยู่วัดต้องมีสมาธิที่แนบแน่น มีสติที่คมกล้า จึงจะสามารถระลึกรู้ เรียกค้นความทรงจำหรือสัญญาที่ประกอบด้วยตัณหา ทิฏฐิ มานะ มาเผาทำลาย เพราะความที่โอกาสจะมีเรื่องราวเฉพาะหน้ามากระทบทำให้เกิดความรู้สึกต่างๆ จนคว้าเอามาเวทนาเป็นต้นนั้น มาพิจารณาจนเห็นแจ้งตามสภาวะค่อนข้างเป็นไปได้ยากกว่าอยู่บ้าน

บ้าน ... เพราะต้องประกอบอาชีพ พบเจอผู้คนมากมาย จึงพบเจออารมณ์เป็นจำนวนมาก หากพยายามกำหนดสติในชีวิตประจำวันก็จะมีโอกาสคว้าสิ่งต่างๆที่ปรากฏเฉพาะหน้ามาพิจารณาให้เห็นแจ้งได้ง่ายกว่าอยู่วัด แต่ขณะเดียวกัน เพราะความวุ่นวาย โอกาสที่จะมีสติสัมปชัญญะ คว้าสิ่งที่ปรากฏมาเผาทำลายก็น้อยกว่าอยู่วัดเช่นกัน

อารมณ์ (หมายถึง รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต้องกาย เรื่องที่ใจรับรู้) บางอย่างที่มากระทบ หากเราได้อารมณ์นั้นจากคนที่ไม่รู้จัก จากคนที่เราไม่ใส่ใจ เราก็อาจไม่รู้สึกอะไรกับอารมณ์นั้นๆ แต่ถ้าเราได้จากคนใกล้ชิด คนที่เราแคร์ กิเลสจึงจะปรากฏก็มีนะคะ เช่น หากใครมาว่าเราในสิ่งที่เราไม่ได้ทำด้วยความเข้าใจผิด เสียงที่ได้อาจไม่ทำให้เราเสียใจ ไม่อาจทำให้เราโกรธ เพราะความที่เขาผ่านมาเจอเราแล้วเขาก็ไป เรากับเขาไม่เกี่ยวข้องกัน เราจึงไม่เสียใจ ไม่โกรธ เราก็อาจคิดไปว่าเราไม่มีกิเลสที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องนั้นแล้ว แต่ถ้าเป็นเสียงจากคนที่เรารักกิเลสจึงจะโผล่ออกมาค่ะเพราะเรามักทนไม่ค่อยได้ที่จะถูกคนที่เรารักตำหนิ เนื่องจากเราให้ความสำคัญกับบุคคลนั้น ใจเรายึดโยงกับบุคคลนั้น จึงอยากให้เขาทรงจำเรา (สัญญา) ในแง่ดี ไม่อยากให้เขาไม่ชอบเรา (สังขาร) อย่างนี้เป็นต้น

การฝึกน้อมขันธ์ทั้ง ๕ ลงสู่ความว่าง สำหรับบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรา เราอาจฝึกน้อมลงได้ง่ายกว่าที่จะฝึกกับคนที่เรายังมีความรักให้อยู่ค่ะ เช่น มองขันธ์ทั้ง ๕ ที่อยู่ตรงหน้านี้ให้ว่างจากสัญญาว่าเป็น”บุคคล”, ละจากสัญญาว่าบุคคลนี้เป็น “คนที่รัก” เหล่านี้เป็นต้น

ก็ใครล่ะค่ะ จะทำให้เราได้เวทนาแรงๆเช่นดีใจสุดๆ เสียใจสุดๆ ได้ดีไปกว่าคนที่มีความสัมพันธ์ทางใจต่อกัน ใครล่ะค่ะ จะเป็นปัจจัยให้เราได้พบสภาวะทั้งหยาบทั้งละเอียดได้ดีไปกว่าคนที่มีความผูกพันกัน

หรือหากเรากำลังอบรมเมตตา เราก็ต้องฝึกที่จะอดกลั้นเวลาที่ใครทำอะไรกระทบใจเรา กับคนที่เรารัก เราก็ยิ่งต้องกลั้นค่ะ จึงเป็นการอบรมขันติ โสรัจจะไปในตัว

มองว่า การอยู่วัดอาจไม่ได้อารมณ์แรงๆให้หยิบมาดูอย่างอยู่บ้าน แต่การอยู่บ้านก็ไม่ได้โอกาสในการทำจิตให้สงบและโอกาสในการพิจารณาเหมือนอยู่วัดค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 22/08/2014 เวลา : 14.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 1,2 : สิงห์นอกระบบ
ขอบคุณมากค่ะที่แวะมานะคะ

ความเห็นที่ 3 : ทางแก้ว
ใช่ค่ะ สะสมไปเรื่อย ทีละเล็กทีละน้อยนะคะ

ความเห็นที่ 4 : ยามเสาร์
อยากจับให้ได้ทั้งหมดค่ะ
แต่ ยากที่จะจับทั้งสามตัวเลยล่ะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 22/08/2014 เวลา : 14.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เช่นเมื่อเห็นพนักงานในร้านสะดวกซื้อหน้าตาบึ้งตึง ถามคำตอบคำด้วยเสียงแข็งๆ
อย่างนี้ต้องโดนผมถามเอาเจ็บๆอย่างแน่นอน

สงสัยผมคงห่างไกลจากทิฏฐิ มานะ แน่ๆ

ความคิดเห็นที่ 5 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rattiya วันที่ : 22/08/2014 เวลา : 13.43 น.

"ดูไปดูมา รู้สึกว่าตัวดิฉันเองราวจะถูกทิฏฐิและตัณหา “นำไป” แทบทุกเรื่องเลยค่ะ
เช่นเมื่อเห็นพนักงานในร้านสะดวกซื้อหน้าตาบึ้งตึง ถามคำตอบคำด้วยเสียงแข็งๆ
บางทีก็พลอยรู้สึกไม่สดชื่นตามเขาไปด้วย
การที่จะมีสติสัมปชัญญะอยู่ตลอดเวลานี้ ...
ช่างยากจริงๆเลยนะคะ"
คิดว่า
เมื่อยังดำเนินชีวิตประจำวันอยู่่ ยากจริงๆค่ะ เเต่จะง่ายกว่า ถ้าเข้าไปรักษาศีลในวัดตัดโลกภายนอกออกไป ไม่รับรู้รับเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ยามเสาร์ วันที่ : 22/08/2014 เวลา : 13.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/GreenLiving

ดีเลยครับ...
น่าจะจับเจ้าตัณหาและเจ้าทิฏฐิมาเฆี่ยนเสียให้เข็ดให้หลาบ
ยุ่งดีนัก...
ส่วนเจ้ามานะหลบซ่อนเก่งจับตัวได้ยาก สงสัยต้องรอให้หนูธิดากลับมาช่วยดีกว่า

ความคิดเห็นที่ 3 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ทางแก้ว วันที่ : 22/08/2014 เวลา : 11.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faab
แห่งสี่สายน้ำปิงวังยมน่าน

สะสมไปเรื่อย


ความคิดเห็นที่ 2 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 22/08/2014 เวลา : 10.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

อนุโมทนาครับ

ความคิดเห็นที่ 1 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 22/08/2014 เวลา : 10.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

อนุโทนาครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน