*/
  • ณัฐรดา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nadrda@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-24
  • จำนวนเรื่อง : 382
  • จำนวนผู้ชม : 553620
  • จำนวนผู้โหวต : 371
  • ส่ง msg :
  • โหวต 371 คน
<< สิงหาคม 2014 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม 2557
Posted by ณัฐรดา , ผู้อ่าน : 1470 , 09:18:19 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 15 คน แม่มดเดือนMarch , SW19 และอีก 12 คนโหวตเรื่องนี้

สำหรับเราๆผู้ศึกษาธรรม เพราะยังคลายความเห็นว่าเป็นตนไม่ได้ จึงยังมีตัวเรา มีของเรา มีลูกเรา มีทรัพย์เรา เป็นต้นอยู่ดังนั้นเวลาเผลอสติ ที่ทำให้เราอยากได้อะไรแล้วไม่ได้ตามที่อยาก เราจึงทุกข์ใจได้ เมื่อเราระลึกรู้ถึงความทุกข์ที่เกิดเพราะการไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ เพราะความที่ศึกษามาบ้าง เราจึงรู้ว่านี่คือทุกข์ที่เกิดจากการที่ความอยากถูกขัด

ทุกข์นี้ เป็นความทุกข์ใจที่เราประสบจริง เราจึงเห็นว่าเป็นความทุกข์ได้ แต่อันที่จริง ทุกข์เริ่มต้นมาก่อนหน้านั้นแล้วค่ะเพราะสรรพสิ่งล้วนเป็นทุกข์ทั้งหมดเนื่องจากความที่ไม่สามารถคงอยู่ในสภาพเดิมได้ ต้องมีอันแปรปรวนไป หากรู้ชัดสภาวะและมีสติสัมปชัญญะแล้ว เราก็จะสามารถดับทุกข์ได้เก่งขึ้น จนกระทั่งดับได้อย่างแท้จริง

 

ทุกข์ที่ว่ามีมาก่อนหน้านั้นที่น่าสนใจก็เช่นคือ เวทนาที่เกิดขึ้นก่อนหน้าที่จะเกิดความอยากนั้นแล้ว เวทนานั้นมีทั้งทุกข์ สุข ไม่ใช่ทุกข์ไม่ใช่สุขหรืออทุกขมสุขนั่นเองค่ะ ทั้งสามนี้ แม้แต่สุขเวทนาก็ได้ชื่อว่าเป็นทุกข์ด้วยเพราะความที่ไม่สามารถคงอยู่ได้ ต้องแปรปรวนแปรไป เกิดแล้วก็ต้องดับ

หรือ

ความไม่รู้ เช่น ไม่รู้ว่าสรรพสิ่งเป็นเพียงสภาพเกิดดับ ความรู้ไม่ทั่วหรือการไม่ได้นำพื้นฐานความเป็นจริงในปัจจุบันมาคาดการณ์อนาคตเพื่อหาทางรับมือ หรือ เพราะขาดการกำหนดสติหรือขาดการฝึกสติปัฏฐาน ปัญญาจึงมาไม่ทันสถานการณ์ จึงทำให้เห็นไปว่าสรรพสิ่งอันเป็นสภาพเกิดดับ ได้ชื่อว่าเป็นทุกข์เพราะไม่สามารถคงรูปอยู่ได้ เกิดจากเหตุปัจจัยผสมผสานกันทำให้เกิดขึ้น เป็นตัวตนที่เที่ยงแท้ถาวร สภาวธรรมที่เป็นเพียงรูป นาม จึงกลายเป็นตัวตน เป็นบุคคลต่างๆ มีเขา มีเรา ซึ่งสภาวะเหล่านี้ก็คือ อวิชชา

ส่วนความทุกข์ที่เราๆรู้จักกัน เป็นทุกข์ที่ปลายเหตุ ทุกข์นี้ก็เป็นเวทนาที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากเวทนาทั้งสามที่เกิดขึ้นแล้วในอดีตเมื่อ ตา หู เป็นต้น ได้รับรู้สิ่งที่น่าพอใจแล้วเกิดความรู้สึกทุกข์ สุข หรือเฉยๆ เมื่อเวทนาเกิดขึ้นแล้ว เราคิดปรุงแต่งว่าเราชอบหรือไม่ชอบเวทนานั้นๆ เมื่อชอบ ก็อยากยึดเวทนานั้นเอาไว้ อยากมีตนที่เป็นผู้เสพเวทนานั้นๆ อยากมีสิ่งที่ทำให้ได้เสพเวทนานั้นๆได้ จึงดึงสิ่งนั้นๆเข้าหาตัว เมื่อไม่ชอบ ก็อยากจะให้สิ่งนั้นสูญหายไป อยากผลักออก ไม่อยากรับสิ่งนั้นหรือเวทนานั้นไว้

ซึ่งทั้งความอยากในการเสพ อยากในความมีความเป็น และความอยากในความไม่มีความไม่เป็นนี้ก็คือตัณหาทั้งสามนั่นเองค่ะ (ตัณหา) เมื่อตัณหาถูกขัด เราจึงทุกข์

เพราะเหตุนั้น แม้แต่สุขเวทนาที่เกิดขึ้นก่อนก็อาจกลายเป็นทุกขเวทนาในที่สุดได้หากอยากยึดความสุข สิ่งที่ทำให้เกิดความสุขไว้ ซึ่งทุกข์ที่เกิดตามมานี้อาจเกิดได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งๆที่สุขเวทนาที่เคยเกิดขึ้นนั้นดับไปนานแล้ว

เช่น เรารักหมาตัวหนึ่งมาก เวลาที่ได้เห็นหมาวิ่งเล่นก็สบายตา สบายใจ (สุขเวทนา)  จึงคิดปรุงไปว่าภาพที่เห็นเป็นภาพที่ชอบ อยากเห็นภาพที่น่ารื่นรมย์นั้นบ่อยๆ (กามตัณหา) เพื่อเสพความสบายใจ ต่อมา หมาตัวนั้นถูกรถชน ภาพหมาที่กำลังจะตายนั้นทำให้เราไม่สบายใจ (ทุกขเวทนา) เราจึงปรุงไปว่าไม่ชอบภาพนั้น  ไม่อยากเห็นภาพนั้น (วิภวตัณหา – อยากในความสูญ) ต่อมาหมาตัวนั้นตายลง ด้วยความรักเราจึงอยากให้หมาที่เรารักยังเป็นราวกับว่ายังมีชีวิตอยู่ (ภวตัณหา – อยากในความมี ความเป็น) เพื่อที่จะได้เสพความรู้สึกดีๆอีกต่อไป

ด้วยความสงสาร ภาพการทุรนทุรายก่อนตายของหมาจึงผุดขึ้นมาให้เราได้คิดปรุงไปว่าหมาคงเจ็บปวดมาก เราไม่อยากเห็นภาพนั้น (วิภวตัณหา) เรายึดการเสพสุขเวทนาที่เคยได้ ยึดตัวหมาไว้ ยึดความสงสารที่เกิดขึ้นและดับไปแล้วไว้ ครั้นเมื่อความอยากในลักษณะต่างๆไม่เป็นไปอย่างที่อยาก และจึงทำให้คิดถึงทีไร ก็ทุกข์ใจขึ้นมาทุกที

จะเห็นว่าแม้สุขเวทนา ทุกขเวทนา อันเกิดจากผัสสะนั้นดับไปแล้ว แต่เพราะความอยากและการยึด สิ่งที่จบไปแล้วจึงสามารถทำร้ายเราได้อยู่เรื่อยๆตราบเท่าที่เรายัง “ไม่วาง” เวทนาที่ไม่ว่าจะเป็นสุขหรือทุกข์หรืออทุกขมสุข แม้จะเกิดเพียงครั้งเดียว ก็อาจนำทุกข์โทมนัสมาให้เราต่อจากนั้นได้นับครั้งไม่ถ้วน

การดับทุกข์นั้น สามารถดับได้ทั้งที่ตัณหา และที่จุดเริ่มต้นคืออวิชชา โดยปกติ เรามักดับกันได้ที่ตัณหาค่ะ เพราะความที่ปัญญายังไม่พัฒนาจนเป็นญาณที่ทำให้รู้ทั่วถึง จึงไม่เฉียบคมพอที่จะดับในระดับที่สูงกว่านั้นบ้าง เรายังไม่คายกิเลสบางส่วนอันทำให้ไม่สามารถแจ้งธรรมบ้าง สติยังไม่ตั้งพร้อมเป็นสติปัฏฐานบ้าง จิตยังไม่ตั้งมั่นพอที่จะไม่หวั่นไหวไปตามเรื่องที่จรเข้ามาบ้าง เป็นต้น

เราจึงต้องเพียรเรื่อยไปค่ะ และพยายามตรวจสอบการปฏิบัติอันเป็นผลของความเพียรพร้อมๆกันไปด้วย

สมมติว่าเรามีเรื่องกวนใจสักเรื่อง เช่น

หวนละห้อยอาลัยหาถึงบางสิ่งที่ล่วงไปแล้ว

โหยหาคะนึงถึงในสิ่งซึ่งเป็นไปไม่ได้

เสียใจซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับบางอย่างที่ได้สูญเสียไป

โกรธอย่างไม่มีเหตุผลเมื่อเห็นคนที่เคยทำให้ขัดใจ

หากความรู้สึกเหล่านั้นไม่เบาบางลง

หรือมีแต่จะฝังรากลึกลงไปเรื่อยๆเพราะเวียนเข้ามาให้ตริตรึกถึงได้ไม่สร่างซา

แม้ว่าเราจะบอกตนเองว่ากำลังปฏิบัติธรรม ฝึกสติปัฏฐานอยู่

ก็แสดงว่าต้องมีอะไรผิดพลาดในการปฏิบัติขึ้นมาแล้วล่ะค่ะ

เพราะหากสติตั้งขึ้นพร้อมแล้ว ต้องพยายามตามระลึกด้วยความเป็นที่ไม่เป็นตน

เช่น เรา เกิดความเห็นผิดขึ้นแล้ว

ว่าสภาพเกิดดับนั้นเป็นตัวตนอันเป็นอกุศลธรรม

แล้วเราก็ยัง เกิดความเห็นผิดซ้อนบนความเห็นผิดแรกอีกที

 คือยอมรับอกุศลธรรมนั้นไว้

แล้วก็ มีความเห็นผิดซ้อนบนความเห็นผิดที่เกิดขึ้นแล้วๆนั้นอีก

คือการไม่ยอมละไม่บรรเทา ไม่ทำให้ถึงกับความไม่มีอีกต่อไป

อกุศลธรรมที่จรเข้ามาจึงดูเหมือนไม่จรไป แต่ตั้งอยู่ในใจแล้วเผาเราอยู่ได้เรื่อยๆ

หากเพียรปฏิบัติอย่างถูกต้อง ไม่ว่าอย่างไร ทุกข์ต้องค่อยๆลดน้อยลง ให้เราได้ถูกต้องความสุขในลักษณะต่างๆ เช่น สุขจากการยอมรับความจริงแม้ในสิ่งที่ไม่ดีอันเป็นความซื่อตรงของจิต,  สุขจากการเห็นกิเลสตนอันทำให้รู้ว่ามีกิจต้องทำอย่างไรต่อไป, สุขจากการดับของตัณหาที่สามารถดับเป็นครั้งๆได้, สุขจากการตามเห็นว่าสิ่งที่เวียนเข้ามาให้ตริตรึกนั้น เวียนมาในระยะเวลาที่ห่างออกไปทุกที อีกทั้งความรู้สึก “เจ็บปวดเหมือนถูกลูกศรแทง” ก็ลดน้อยลงทุกทีที่เรื่องนั้นเวียนเข้ามาให้ตริ

กระทั่ง สุขจากการรู้ชัดสภาวะ ว่าสิ่งนั้นไม่เป็นปัจจัยให้เกิดทุกข์นั้นได้อีกแล้ว สมุทัยหมดไปแล้วเรื่องหนึ่งเพราะการปฏิบัติตามธรรม

ขอทุกท่านมีธรรมเป็นที่พึ่ง เพียรฝึกฝนจนมีตนเป็นที่พึ่งของตน นะคะ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 02/09/2014 เวลา : 05.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 1 สิงห์นอกระบบ
สวัสดีตอนเช้าค่ะ (แต่อีกวันหนึ่ง )

ความเห็นที่ 2 redribbons07
สาธุ
ทุกสิ่งมาแล้วก็ไปนะคะ

ความเห็นที่ 3 อักษราภรณ์
ขอบคุณที่แวะมานะคะ

ความเห็นที่ 5 ยามครับ
ขอบคุณค่ะ

ความเห็นที่ 6 แม่หมี
ความสุข ทั้งหาได้ง่ายแต่บางทีก็ยากที่จะหาได้นะคะ
ถ้ามีเรื่องกวนใจ แค่ไม่นำมาคิดถึงได้ก็สุขแล้ว แต่กว่าจะทำอย่างนั้นได้ บางทีไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยค่ะ
เห็นด้วยกับความเห็นหนึ่งที่ว่า ใครมีศีล สมาธิ ปัญญา อย่างไร ก็มีความคิด มีการแสดงออกอย่างนั้น จึงควรสำรวจตัวเราเพื่อที่เข้าใจทั้งเราและเขา อภัยเขา ดูเหมือนจะตรงกับที่แม่หมีว่า "พอรู้สึกก็ต้องพยายามตั้งสติ อภัยให้เขาเถอะ เพราะสิ่งเขาทำมันเป็นนิสัยของเขา" เลยค่ะ


ความเห็นที่ 7 จักเด๋
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำมากค่ะ
แต่ยังไม่กล้ารับปากเลยค่ะ เรื่องของมรรคเป็นเรื่องใหญ่มาก กลัวทำไม่สำเร็จน่ะค่ะ

ความเห็นที่ 8 opads
ขอบคุณที่แวะมานะคะ

ความเห็นที่ 9 SW19


ความเห็นที่ 10 BlueHill
ความโกรธอย่างไรก็ต้องหายไปค่ะ เพราะไม่มีอะไรตั้งอยู่ได้ พอเวลาผ่านไป อย่างไรเสียก็ต้องดับ แต่เมื่อความโกรธดับแล้ว ต้องพิจารณาทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกันที่ทำให้โกรธค่ะ เพื่อหาเหตุผลที่แท้จริง เพื่อว่าเมื่อเจอเหตุการณ์เดิมในครั้งใหม่อีก จะได้ค่อยๆโกรธน้อยลงไปเรื่อยๆ จนไม่ใส่ใจเรื่องที่ทำให้โกรธได้อีก
โกรธแล้วหายไว น่าจะหมายถึงการที่โกรธแล้วไม่ "ผูกโกรธ" นะคะคือรับความโกรธอันเป็นอกุศลธรรมนั้นไว้ในใจ ความโกรธที่เพิ่งดับไปจึงไม่เกิดขึ้นและดับใหม่ต่อเนื่องไปจนดูราวกับความโกรธนั้นตั้งอยู่ จนดูเหมือนไม่หายน่ะค่ะ
การหายไวได้เท่าที่คิดออกตอนนี้ มองว่าถ้าน่าจะมาจากหรือการไม่ใส่ใจเรื่องนั้นต่อ เปลี่ยนไปทำเรื่องอื่น เรื่องที่โกรธจึงไม่ตั้งอยู่หรือไม่จรเข้ามาให้โกรธได้อีก (อย่างที่พระพุทธเจ้าเรียกเปลี่ยนนิมิตน่ะค่ะ) การพยายามคิดหาเหตุผลจนเข้าใจ จนผ่องใสได้ไว เป็นต้นค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 01/09/2014 เวลา : 20.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

โมโหแล้วหายเร็ว ได้ไหมครับพี่

ความคิดเห็นที่ 9 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 01/09/2014 เวลา : 19.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19


ความคิดเห็นที่ 8 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
opads วันที่ : 01/09/2014 เวลา : 17.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/OKopads
บันทึก การสะสมเหรียญพระบล็อคกษาปณ์

สาธุครับ

ความคิดเห็นที่ 7 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
จั๊กเด๋ วันที่ : 01/09/2014 เวลา : 14.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarkde
หากความทรงจำกลับมาเยือน.. ขอเลือกจดจำสิ่งดีๆ..ที่งดงาม..

อยากให้เขียนเรืื่อง มรรค์ 8 ครับ

ความคิดเห็นที่ 6 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 01/09/2014 เวลา : 12.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆ

ทุกข์ไม่ค่อยจะเบาบางลง เพราะขยันหาทุกข์มาใส่ใจ

เหมือนขยะที่ทับถมกัน บางครั้งถามตัวเองว่า ทำไมน้อ....ความสุขมันหาได้ยากจัง อันนี้เป็นในขณะหนึ่ง ที่เราพบคนที่ทำให้เราไม่พอใจ อันนี้จี๊ดเลย พอรู้สึกก็ต้องพยายามตั้งสติ อภัยให้เขาเถอะ เพราะสิ่งเขาทำมันเป็นนิสัยของเขา

แต่บางคราวแค่เห็นดอกไม้สวยๆ นั่งมองดูนกมาเกาะที่ต้นไม้ก็มีความสุข ฟังลูกพูดคุยกันก็อมยิ้มได้ ความสุขแบบนี้ก็หาง่ายจัง

เคยคุยกับพี่หมีใหญ่ เขาพูดให้แง่คิด แม่อย่าไปเอาเรื่องคนที่ทำให้ทุกข์มาเป็นอารมณ์ แม่อย่าไปมองอย่าไปคิด ยิ่งแม่ได้ยินได้เห็นก็เหมือนแม่เอาขยะมาใส่ตัว

เออหนอ...เมื่อก่อนเราสอนลูก ตอนนี้ลูกสอนเรา และแม่หมีก็เชื่อลูกค่ะ

พยายามปัดกวาดหัวใจให้ผ่องแผ้วด้วยการมีสติและให้อภัย กำลังพยายามอย่างสุดกำลังเลยล่ะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ยามครับ วันที่ : 01/09/2014 เวลา : 12.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

เป็นอีกเอนทรี่หนึ่ง ที่ต้องใช้เวลาอ่าน ใช้เวลาศึกษา แต่ก็ดีจริงๆครับ ได้ใจความเรื่องการดับทุกข์

ความคิดเห็นที่ 4 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ณัฐรดา วันที่ : 01/09/2014 เวลา : 05.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ขอบคุณทุกท่านค่ะ
ทั้งที่มาเยี่ยมกัน โหวต และฝากความเห็นไว้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
อักษราภรณ์ วันที่ : 31/08/2014 เวลา : 20.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....

สาธุค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 2 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
redribbons07 วันที่ : 31/08/2014 เวลา : 19.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

ขอบคุณสำหรับธรรมะค่ะ

เวลามีทุกข์จะนึกถึง

อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

และ
สุขไม่นานแต่ทุกข์ก็ไม่นาน


ทำให้ผ่านพ้นไปได้ค่ะ




ความคิดเห็นที่ 1 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 31/08/2014 เวลา : 10.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

วันนี้โชตดีได้ธรรมะ แต่เช้าครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน