*/
  • ณัฐรดา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nadrda@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-24
  • จำนวนเรื่อง : 382
  • จำนวนผู้ชม : 551587
  • จำนวนผู้โหวต : 371
  • ส่ง msg :
  • โหวต 371 คน
<< ธันวาคม 2014 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 30 ธันวาคม 2557
Posted by ณัฐรดา , ผู้อ่าน : 1777 , 10:29:27 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 18 คน วิชญธรรม , wansuk และอีก 16 คนโหวตเรื่องนี้

ในคัมภีร์ ธัมมปทัฏฐกถา (หากท่านสนใจอรรถของพุทธพจน์ที่เป็นภาษาบาลี อยากเชิญแวะที่บล็อก กถาอธิบายธรรมบท ค่ะ โดยบันทึกแรกอยู่ ที่นี่ ค่ะ) มีคำอธิบายความหมายของคำว่า สรณะ หรือที่พึ่งอันเกษม ไว้อย่างน่าสนใจค่ะ

และเพราะการอธิบายนั้น เลยพลอยทำให้เข้าใจความหมายของความเลื่อมใสในพระรัตนตรัยตามไปด้วย คือทำให้ทราบว่าความเลื่อมใสในพระรัตนตรัยนั้น มีทั้ง

ความเลื่อมใสในพระรัตนตรัยที่ยังหวั่นไหว 

และ

ความเลื่อมใสในพระรัตนตรัยที่แน่วแน่

ขอยกเนื้อความตามที่ได้มีการแปลไว้แล้ว มาอ้างถึงก่อนนะคะ

“ ส่วนบุคคลใด เป็นคฤหัสถ์ก็ตาม เป็นบรรพชิตก็ตาม อาศัยกัมมัฏฐานคือการตามระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นต้นว่า “แม้เพราะอย่างนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า” ถึงพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ว่าเป็นที่พึ่ง ด้วยสามารถแห่งความเป็นวัตถุอันประเสริฐ การถึงสรณะนั้นของบุคคลแม้นั้น ยังกำเริบ ยังหวั่นไหว ด้วยกิจทั้งหลายมีการไหว้อัญเดียรถีย์เป็นต้น

แต่พระผู้มีพระภาค เพื่อจะทรงแสดงความที่การถึงสรณะนั้นไม่หวั่นไหว เมื่อจะทรงประกาศสรณะอันมาโดยมรรคนั่นแล จึงตรัสว่า “ย่อมเห็นอริยสัจ ๔ ด้วยปัญญาชอบ” ด้วยว่า บุคคลใดถึงรัตนะทั้งหลาย มีพุทธรัตนะเป็นต้น นั่นว่าเป็นที่พึ่ง ด้วยสามารถแห่งการเห็นสัจจะเหล่านั้น สรณะนั้นของบุคคลนั้น เกษมและอุดม และบุคคลนั่น อาศัยสรณะนั่น ย่อมพ้นจากทุกข์ในวัฏฏะแม้ทั้งสิ้นได้”

พระธัมมปทัฏฐกถาแปล ภาค ๖ ,มหามกุฎราชวิทยาลัย หน้า ๑๗๑

นั่นก็หมายความว่า หากเรามีความเลื่อมใสในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พิจารณาถึงคุณของทั้งสมรัตนะนี้เนืองนิตย์ กราบไหว้พระพุทธรูป พระคัมภีร์ พระสงฆ์ ดุจวัตถุมีค่า ดุจสิ่งศักดิสิทธิ์ที่คิดว่า จะดลบันดาลหรือนำความสมปรารถนาในสิ่งต่างๆ  ความสุขสวัสดี ความไม่มีทุกข์โศกโรคภัยมาให้ เราก็ยังเลื่อมใสในพระรัตนตรัยด้วยความหวั่นไหว

ที่ว่าหวั่นไหว เพราะเรายังไม่เชื่อด้วยความเป็นเหตุปัจจัย ไม่เชื่อว่าผลเกิดจากการทำเหตุ แต่เกิดจากการดลบันดาลของสิ่งที่นอกเหนือธรรมชาติ อาจเป็นเพราะยังไม่เชื่อมั่นในศักยภาพของมนุษย์ว่าสามารถทำสิ่งต่างๆด้วยตนเองได้ ไม่ว่าจะทำเพื่อความสุขอย่างชอบธรรมในโลก หรือพ้นโลก ดังเช่นที่พระพุทธเจ้าได้ทำให้เห็นเป็นตัวอย่างมาแล้ว (พระพุทธ)

อาจไม่มั่นใจว่าการปฏิบัติตามที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนเพื่อนำไปสู่สภาวะต่างๆนั้นเป็นจริง(พระธรรม)

เช่น

ร่ำรวย ด้วยการรักษาศีลอันมีความไม่ประมาทเป็นเหตุ, เพราะความพอใจในสิ่งที่พึงมีพึงได้ตามเหตุปัจจัยดังที่ตรัสว่าสันโดษเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง …

มีความสุข เพราะความที่จิตปลอดโปร่งจากการไม่ต้องคอยระวังภัยจากการประพฤติผิดของตน, เพราะการฝึกให้มีสติคุ้มครองตนจนรู้ทันอุปกิเลสจรมาครอบงำจิตจึงสามารถดับความต้องการอันเป็นตัณหาได้...

ประสบความสำเร็จ เพราะมีความพอใจในสิ่งที่ทำ, มีความเพียร, มีความเอาใจใส่, มีการตรวจสอบวิธีการปฏิบัติและผลการปฏิบัติของตนอยู่เสมอ …

เหล่านี้เป็นต้น

อาจไม่มั่นใจว่าสิ่งที่ทรงสั่งสอนนั้น มีผู้ปฏิบัติตามได้จริง จนสมควรเป็นผู้ได้รับการยกย่อง กราบไหว้บูชา (พระสงฆ์)

เพราะความหวั่นไหว เราจึงมักกราบไหว้ รูปเคารพของพระพุทธเจ้า หรือเทพในลัทธิหรือศาสนาอื่น เพื่อวอนขอสิ่งต่างๆที่ต้องการเหล่านั้นไปด้วยพร้อมๆกัน

และเพราะเป็นความเลื่อมใสอย่างหวั่นไหว จึงย่อหย่อนในการปฏิบัติ  จึงยังไม่สามารถออกจากวัฏฏะได้ เนื่องจากยังไม่มีการทำเหตุให้สามารถเป็นไปได้นั่นเอง

แล้วอย่างไร จึงได้ชื่อว่า เลื่อมใสอย่างไม่หวั่นไหว

พระพุทธเจ้าตรัสถึงลักษณะของความเลื่อมใสอย่างไม่หวั่นไหวนี้ไว้เอง ในวัตถูปมสูตร พอจะทั้งสรุปและทั้งขยายความได้ดังนี้ค่ะ

ตรัสถึงธรรมอันเป็นอุปกิเลส (*)ว่ามี ๑๖ (**) หากรู้ชัดลักษณะของอุปกิเลส ในยามใดที่อุปกิเลสนั้นจรมาสู่ใจและรู้ชัดอุปกิเลสนั้น ไม่ยอมรับอุปกิเลสแห่งจิต และมีการกระทำต่อมาคือ ละ (***)

หากยามนั้นสามารถละอุปกิเลสนั้นๆได้ ก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้ เลื่อมใสอย่างแน่วแน่ในพระรัตนตรัย

เป็นการเลื่อมใสที่เกิดจากกระบวนธรรม ที่ทยอยเกิดขึ้นตามลำดับกันอย่างนี้ค่ะ

เมื่องานที่ทำคือการละสำเร็จ อุปกิเลสดับ ความกระวนกระวายเพราะอุปกิเลสหมดไปแล้ว จิตจะเกิดปราโมทย์ขึ้น  แล้วก็จะพลอยปราโมทย์เพราะการระลึกถึงพระพุทธองค์ด้วยความเลื่อมใส ว่าทรงเป็นผู้ที่รู้แจ้ง รู้จริงในทุกสรรพสิ่ง สภาวะที่พบไม่ผิดจากที่ตรัสไว้เลย

จะพลอยระลึกถึงพระธรรมที่ตรัสรู้และทรงนำมาแสดง ว่าหากผู้ปฏิบัตินำมาปฏิบัติ ก็พึงรู้แจ้งด้วยตน  ผู้ใดปฏิบัติเมื่อใด ก็ให้ผลเมื่อนั้น เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาสู่ใจตน เช่น เพราะไม่ยอมให้ความโกรธอันเป็นหนึ่งในอุปกิเลสครอบงำจิตเนื่องจากรู้ชัดภาวะในขณะที่ถูกอุปกิเลสครอบงำว่าร้อนรุ่ม กระวนกระวายอย่างไร  รู้ว่าโทษหรือทางไปของการถูกอุปกิเลสครอบงำเป็นอย่างไร เพราะไม่อยากจะให้เกิดโทษนั้น จึงมีความพยายามละ เมื่อมีความพยายามบ่อยครั้งเข้าก็สามารถหยุดคิดเพื่อเบียดเบียนตน เบียดเบียนผู้อื่น เบียดเบียนทั้งสองฝ่ายอันนำไปสู่การมีกาย วาจาที่เบียดเบียนกันอีกต่อหนึ่งได้ และเพราะหยุดความคิดเบียดเบียนได้ ใจจึงกลับสู่ความเป็นปกติ กายวาจาจึงเรียบร้อย เป็นต้น

จะพลอยระลึกถึงพระสงฆ์ ว่าเป็นผู้ที่เพียรปฏิบัติเพื่อนำไปสู่ความบริสุทธิ์ตามที่พระองค์ตรัสอย่างยากลำบาก เพราะกว่าที่จะละอุปกิเลสแต่ละอย่างได้นั้น ต้องฝึกสติติดตามกาย เวทนา จิต ธรรม จนสติสามารถระลึกได้ว่าขณะนั้นๆอุปกิเลสได้ประกอบกับจิตแล้ว ต้องมีความพยายามต่างๆนาๆและต้องใช้เวลาเป็นอย่างมากจึงจะละอุปกิเลสแต่ละอย่างได้

สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวฒฺฑโน) ทรงอธิบายว่า ในการดับตัณหาแต่ละครั้ง จะเกิดผลขึ้น ๒ อย่าง คือ ทุกข์ที่ตัณหาถูกขัด และ สุข ที่สามารถดับความต้องการอันเป็นตัณหาได้ แต่ในระยะแรกๆ ผู้ปฏิบัติจะไม่รู้สึกถึงความสุขที่เกิดขึ้น จะรู้แต่ว่าตนทุกข์ที่ต้องดับความต้องการของตน จนเมื่อฝึกดับเรื่องเดียวกันนั้น ที่จรเข้ามาสู่ใจบ่อยๆเข้า ความทุกข์และสุขจะลดและเพิ่มแบบค่อยๆสวนทางกัน เมื่อใดที่ความสุขมีมากขึ้น จึงจะรุ้สึกถึงความสุขที่สามารถข่มใจจากกิเลสได้ จนในที่สุด จะไม่ทุกข์เพราะการดับความต้องการในเรื่องนั้นอีกต่อไป จึงอยู่ พบ เจอ เรื่องนั้นๆได้โดยไม่รู้สึกทุกข์

เพราะพระสงฆ์เพียรอย่างไม่ย่อท้ออยุ่อย่างนั้น จึงเป็นผู้ที่เราควรกราบไหว้บูชา ท่านจึงควรแก่ของที่เราจะนำไปถวาย การบำรุงท่านผู้ที่ปฏิบัติอย่างนั้นจึงเป็นบุญใหญ่ของเราเพราะท่านเปรียบเหมือนเป็นนาบุญของโลก

เมื่อจิตเกิดปราโมทย์ ก็จะค่อยๆเป็นสมาธิ (****) เมื่อจิตเป็นสมาธิ คือ ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว จึงจะสามารถมีเมตตาได้โดยไม่มีขอบเขต แผ่เมตตาอย่างไม่เป็นประมาณ ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียน ดับความพยาบาทด้วยพรหมวิหารได้ และ รู้ชัดว่า สิ่งนี้มีอยู่ สิ่งที่เลวมีอยู่ สิ่งที่ประณีตมีอยู่ ธรรมเครื่องสลัดออกจากกิเลสที่ยิ่งกว่านี้มีอยู่

เช่น รู้ว่า เหตุปัจจัยเพื่อเข้าถึงการดับความโกรธมีอยู่ ภาวะโกรธอันเป็นความเลวมีอยู่ ภาวะแช่มชื่นที่เกิดจากความดับของความโกรธอันเป็นของประณีตก็มีอยู่  เมตตาอันเป็นพรหมวิหารสัญญาที่เกิดเพราะยังมีความเห็นว่าเป็นตนอันทำให้มีความเกื้อกูลแก่สรรพสัตว์(รวมทั้งตนเอง)มีอยู่ และธรรมเป็นเครื่องสลัดออกจากกิเลสที่ยิ่งกว่าพรหมวิหารสัญญาอันพ้นจากความเห็นว่าเป็นตน เป็นสัตว์บุคคลไปแล้ว ก็มีอยู่

ซึ่งหากเพียรอยู่อย่างนี้ ได้รู้เห็นอยู่อย่างนี้ ด้วยความที่ยังมีความยึดมั่นในตนอยู่ ก็จะทำตนให้เป็นตนอันรักษาดีแล้ว และค่อยๆโน้มไปสู่ความเห็นว่าไม่เป็นตน เพิ่มการปฏิบัติที่เหมาะกับตนต่อไป

อันจะเป็นการพัฒนาตน จากปุถุชนไปสู่กัลยาณปุถุชน จนบรรลุธรรมในพุทธศาสนาเป็นขั้นๆไปในวันข้างหน้าได้

………………………………………………

*อุปกิเลสความเศร้าหมองแห่งจิต, สิ่งที่ทำจิตต์ใจให้เศร้าหมองขุ่นมัว รับคุณธรรมได้ยาก

**อุปกิเลสมี ๑๖ คือ อภิชฌาวิสมโลภะ ละโมบ จ้องจะเอาไม่เลือกควรไม่ควร, โทสะ คิดประทุษร้าย, โกธะ โกรธ, อุปนาหะ ผูกโกรธไว้, มักขะ ลบหลู่คุณท่าน, ปลาสะ ตีเสมอ, อิสสา ริษยา, มัจฉริยะ ตระหนี่, มายา เจ้าเล่ห์, สาเถยยะ โอ้อวด, ถัมภะ หัวดื้อ, สารัมภะ แข่งดี, มานะ ถือตัว, อติมานะ ดูหมิ่นท่าน, มทะ มัวเมา, ปมาทะ เลินเล่อหรือละเลย

***ละ คือ ละทิ้ง, บรรเทา, ทำให้หมดสิ้นไป, ให้ถึงความไม่มี, เกิดขึ้นใหม่อีกไม่ได้

****ปราโมทย์นั้น เป็นหนึ่งในกระบวนธรรมที่เรียกชื่อว่า ธรรมขันธ์ ๕ หรือ ธรรมสมาธิ ๕ ที่จะทยอย เกิด-ดับ เกิด-ดับ ตามกันมาเป็นชุด นั่นคือ ปราโมทย์ – ปีติ -- ปัสสัทธิ – สุข – สมาธิ

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 16/01/2015 เวลา : 04.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 26 : wansuk
ขอบคุณสำหรับคำอวยพรค่ะ
เช่นกันนะคะ

ความเห็นที่ 27 : ยามครับ
หนังสือบางเล่มใช้เวลาค่ะกว่าจะอ่านจบ
ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับพรปีใหม่และวลีเด็ดที่จะยกมาฝากกันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 27 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ยามครับ วันที่ : 07/01/2015 เวลา : 09.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

ผมยังอ่านพระพุทธเจ้าสอนทรงสอนอะไร ไม่จบเลยครับ

(แปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย โดย รศ. ชูศักดิ์ ทิพย์เกษร และคณะ - ขอให้ข้อมูลไว้อ้างอิง) ไม่จบเลยครับ พอดี ปีใหม่ เดินทางท่องเที่ยวบ้าง ปลีกวิเวกบ้าง ทำบาปทำกรรม ตามวิถีปุถุชนนั่นแหละ

ได้หนังสือ ฟ้าสางทางความลับสุดยอด ของ ท่าน พุทธทาส อ่าน+ หนังสือ ประตูที่ไร้ประตู แปลโดย ละเอียด ศิลาน้อย อ่านระหว่างทาง..

เป็นช่วงเวลาทีดีสำหรับปีใหม่ของผม

สวัสดีปีใหม่ 2558 คุณพี่ณัฐรดาและคุณพี่หมอสมชัยด้วยครับ

เดี๋ยวแวะเอาวลีเด็ด วรรคทองจากหนังสือมาไว้อีกที ส่วนที่เกี่ยวกับพระรัตนตรัย

ความคิดเห็นที่ 26 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wansuk วันที่ : 05/01/2015 เวลา : 10.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

สาธุ ...

สวัสดีปีใหม่ค่ะพี่ณัฐรดา
ให้ทุกวันเป็นวันดี เป็นศรีสุข แข็งแรงๆ นะคะ

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 04/01/2015 เวลา : 08.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 23 : คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว
ขอบคุณมากค่ะ สวัสดีปีใหม่ มีความสุขเสมอ สุขภาพดี เช่นกันนะคะ

ความเห็นที่ 24 : SW19
ขอบคุณมากค่ะ มีความสุขทั้งกายใจ เช่นกันนะคะ

ความคิดเห็นที่ 24 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 03/01/2015 เวลา : 23.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

สาธุ
เลยขอถือโอกาสสวัสดีปีใหม่คุณณัฐรดาและความครัว ให้มีความสุข สุขภาพกาย-ใจ สมบูรณ์

ความคิดเห็นที่ 23 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 02/01/2015 เวลา : 08.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

สาธุครับ
*************
ในวาระดิถีวันปีใหม่ ๒๕๕๘ ขอให้คุณณัฐรดาและครอบครัว มีความสุข ความเจริญ สุขภาพแข็งแรงและคิดสิ่งใดขอให้สมหวังทุกประการนะครับ

ความคิดเห็นที่ 22 ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ณัฐรดา วันที่ : 02/01/2015 เวลา : 08.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 20 : ครูแดง

" คุณณํฐรดา โชคดีกว่าคู่อื่นๆ คือ มีคู่ที่มองเห็นธรรมของพระพุทธองค์ได้อย่างแยบคาย... "

รู้สึกเหมือนที่พี่แดงรู้สึกค่ะ เพราะได้รับคำแนะนำ ความเห็น จากหมอเค้าในหลายเรื่องเลยค่ะ

คงเป็นธรรมจัดสรรนะคะ จึงให้ได้มาใช้ชีวิตร่วมกัน ได้พบความทุกข์ ได้พบความสุข ได้สนทนากัน ได้ศึกษาไปด้วยกัน ได้พบสภาวะต่างๆเพราะการเป็นปัจจัยซึ่งกันและกัน

มีคำตรัสเกี่ยวกับการสร้างบุญในขุททกนิดาย ธรรมบท ใจความเหมือนที่พี่แดงรู้สึกค่ะ ว่า หม้อน้ำย่อมเต็มด้วยหยดน้ำที่ตกลงมาทีละหยด หากสั่งสมบุญแม้ทีละน้อย ก็ย่อมเต็มด้วยบุญค่ะ

อนุโมทนากับพี่ด้วยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 02/01/2015 เวลา : 07.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 17 : usakanay และ ความเห็นที่ 18 : Toitoi
ขอบคุณที่แวะมาค่ะ

ความเห็นที่ 19 : อักษราภรณ์
ขอบคุณสำหรับการแวะมา และ พรปีใหม่ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 20 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ครูแดง วันที่ : 02/01/2015 เวลา : 07.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณณัฐรดา...
คุณณํฐรดา โชคดีกว่าคู่อื่นๆ คือ มีคู่ที่มองเห็นธรรมของพระพุทธองค์ได้อย่างแยบคาย...อนุโมทนา สาธุๆๆ ด้วยค่ะ

"เมื่อจิตเกิดปราโมทย์ ก็จะค่อยๆเป็นสมาธิ (****) เมื่อจิตเป็นสมาธิ คือ ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว จึงจะสามารถมีเมตตาได้โดยไม่มีขอบเขต แผ่เมตตาอย่างไม่เป็นประมาณ ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียน ดับความพยาบาทด้วยพรหมวิหารได้ และ รู้ชัดว่า สิ่งนี้มีอยู่ สิ่งที่เลวมีอยู่ สิ่งที่ประณีตมีอยู่ ธรรมเครื่องสลัดออกจากกิเลสที่ยิ่งกว่านี้มีอยู่".....

สำหรับพี่แดง...
คงต้องเพียรไปเรื่อยๆตามกำลังของตน เปรียบประดุจการหยดน้ำลงตุ่ม..วันละหลายๆหยด ...สักวัน น้ำจะเต็มตุ่ม...นั่นหมายว่า ฝึกลด ละ เลิก อย่างเป็นธรรมชาติ เป็นปัจจุบันขณะ...ได้บ้าง หลุดบ้าง ...เมื่อมีเหตุมากระทบ ก็เกิดไหววูบ...ทำให้รู้ว่า ยังอีกหลายก้าว ...แต่ที่รับรู้คือ พอมีสติก็จัดลำดับความสะท้านไหว ให้เห็นเหตุเห็นผล ก็พอผ่านไปได้....ปีนี้ ว่ากันต่อค่ะ

ความคิดเห็นที่ 19 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
อักษราภรณ์ วันที่ : 01/01/2015 เวลา : 13.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....


กาลล่วงมา...
ลุ ๒๕๕๘...
เจริญยิ่งในธรรมค่ะ...
_/l\_

ความคิดเห็นที่ 18 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Toitoi วันที่ : 01/01/2015 เวลา : 11.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Toitoi

สาธุ ครับ

ความคิดเห็นที่ 17 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
usakanay วันที่ : 31/12/2014 เวลา : 20.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/usakanay

สาธุ สาธุ สาธุ

ความคิดเห็นที่ 16 ณัฐรดา , rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ณัฐรดา วันที่ : 31/12/2014 เวลา : 19.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 4 : feng_shui
ขอบคุณที่มาเยี่ยมนะคะ
เราคงต้องเริ่มจากมีพระรัตนตรัยเป็นสรณะแม้จะยังหวั่นไหวอยู่ก่อนนะคะ แล้วจึงจะค่อยๆมั่นคงตามการศึกษา จนแน่วแน่ ไม่หวั่นไหวได้

ความเห็นที่ 5 : สมชัย
ขอบคุณสำหรับคำตอบค่ะ

ความเห็นที่ 6 - 7 : pierra
ขอบคุณที่กรุณาขยายความค่ะ
อาทิตย์ก่อนไปมูลนิธิมหามกุฏที่บางลำพู ได้ CD ของอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ มาฟังหลายแผ่นเลยค่ะ

ความเห็นที่ 8 : INDYLOVE
ขอบคุณที่แวะมาค่ะ

ความเห็นที่ 9 - 10 :ก้อนหินยิ้ม
ดีใจจังค่ะที่พี่กลับมาสู่บล็อคอีก
เมื่อวานหมอสมชัยเพิ่งถามค่ะ ว่าปีหน้าพร้อมสอบ บ.ศ. ๔ ไหม ตอบว่ายังค่ะ

ความเห็นที่ 11 : rattiya
ขอบคุณที่แวะมาค่ะ

ความเห็นที่ 12 : ยามครับ
น่าจะเป็นเล่มเดียวกับที่ทาง มจร.แนะนำว่าเป็นหนังสือที่ผู้เตรียมสอบเรียนปริญญาโทพุทธศาสนาควรอ่านนะคะ
หนังสือชื่อเดียวกันนี้เท่าที่ทราบมีสองเล่ม อีกเล่มเขียนโดยท่านพุทธทาสค่ะ

ความเห็นที่ 13 : สิงห์นอกระบบ
ขอบคุณที่แวะมานะคะ

ความเห็นที่ 14 : ชบาตานี
รู้สึกเป็นความโชคดีเช่นกันค่ะ

ความเห็นที่ 15 : redribbons07
ขอบคุณค่ะ
ทั้งที่แวะมา และ ความปรารถนาดีในวันขึ้นปีใหม่ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 15 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
redribbons07 วันที่ : 31/12/2014 เวลา : 19.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07


อนุโมทนาค่ะ


.................................................

สวัสดีปีใหม่ 2558 นะคะ



ความคิดเห็นที่ 14 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ชบาตานี วันที่ : 31/12/2014 เวลา : 19.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

ชบาตานีรู้เพียงว่า ตัวเองโชคดีที่ได้เกิดมาในดินแดนแห่งพระพุทธศาสนาค่ะ

ความคิดเห็นที่ 13 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 31/12/2014 เวลา : 13.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

อนุโมทนาครับ

ความคิดเห็นที่ 12 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ยามครับ วันที่ : 31/12/2014 เวลา : 12.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

สารภาพว่ายังไม่ได้อ่านให้ละเอียดและลึกซึ้ง ครับ พี่ณัฐรดา ผมจะกลับมาอ่านอีกรอบ หลังจากอ่านหนังสือ พระพุทธเจ้าทรงสอนอะไร ของ ดร. ดับบลิว ราหุล แปลไทย โดย รศ ชูศักดิ์

แต่ใจผมนั้น น้อมถึงพระรัตนตรัยเสมอๆ

ความคิดเห็นที่ 11 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rattiya วันที่ : 30/12/2014 เวลา : 22.53 น.

สาธุค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 30/12/2014 เวลา : 15.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

เป็นจิตและวิญญาณ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 30/12/2014 เวลา : 15.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

ตัวเอง...
ก้อนหิน หายไปนานมากๆๆๆ
วันนี้ กว่าจะเข้าบล๊อคได้ ใช้เวลานานมากเลยค่ะ เพราะลืมรหัสเข้าบ้านค่ะ

น้องตุ๊กตา ก็คิดเหมือนพี่เลยค่ะ ว่าพอสอบ ป.ธ.๓ เที่ยวนี้ได้ ก็จะพักการสอบไประยะหนึ่งเช่นกันค่ะ เนื่องจากอยากจะไปช่วยงานสอนหนังสือ หรืองานหนังสือให้กะมหาวิทยาลัย(มจร.) ค่ะ และหากยังมีเวลาบ้างก็จะอ่านหนังสือที่ตัวเองสนใจที่ยังไม่ได้อ่าน และประการสำคัญ อยากพัก อยากหาที่สงบๆ นอนเล่นตีพุงๆๆๆ ใต้ต้นไม้..วิ่งๆๆบนต้นไม้แล้วกระโดด ลงน้ำ ว่ายน้ำเล่นข้ามคลอง..สนุกๆ เจ้าค่ะ
พวกเราหนี..ไปพักหาที่สงบกันมะ

คิดถึงนะคะ
ฝากความระลึกถึงคุณหมอ ด้วยนะคะ
จาก..พี่อ้วน

ความคิดเห็นที่ 8 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
INDYLOVE วันที่ : 30/12/2014 เวลา : 11.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loveindy
บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับความทรงจำความประทับใจ ประสบการณ์ในการท่องเที่ยว และอาหาร

อนุโมทนา สาธุค่ะ พี่ตุ๊กตา

ความคิดเห็นที่ 7 feng_shui , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
pierra วันที่ : 30/12/2014 เวลา : 11.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pierra
สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ...ธรรมทาน ย่อมชนะทานทั้งปวง

อริยะ..อริยสัจ คือความจริงอันประเสริฐ..ความจริงที่รู้ได้เฉพาะผู้บรรลุอริยะเท่านั้น
ความจริงที่มีอยู่จริงที่ไม่มีวันผันแปรเป็นอื่น คือ..
ทุกขสัจ..ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรกำหนดรู้
สมุทัยสัจ..ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดทุกข์..ควรละ
นิโรธ..คือพระนิพพาน..ควรทำให้เห็นแจ้ง
มรรค..คือหนทางทางการปฏิบัติ..เพื่อการเห็นแจ้งพระนิพพาน
เหล่านี้ คือสิ่งที่พระอริยะที่ปฏิบัติเพื่อการบรรลุธรรมอันประเสริฐ

ความคิดเห็นที่ 6 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
pierra วันที่ : 30/12/2014 เวลา : 11.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pierra
สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ...ธรรมทาน ย่อมชนะทานทั้งปวง

บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยพระรัตนตรัยเป็นสรณะ..เป็นที่พึ่งด้วยจิตอันมั่นคง..แน่วแน่แม้ชีวิตก็สละได้นั้น
มีแต่พระอริยะขั้นต่ำคือพระโสดาบันเท่านั้น
บุคคลอริยะ..ผู้บรรลุธรรมอันวิเศษมีเบื้องหน้าที่ไปคือพระนิพพาน

ความคิดเห็นที่ 5 feng_shui , กระเรียนป่า และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สมชัย วันที่ : 30/12/2014 เวลา : 11.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

ปุจฉา คห4.feng_shui เป็นสรณะเพียงศรัทธา ที่จะพยายามให้ถึง เป็นเพียงขั้นความคิด คำนึง ไม่ใช่เห็นสภาวะธรรม ที่มาจากจิตโดยแท้
ยังไม่แจ้งในปัญญา ยังหวั่นไหว ยังไม่เห็นในอริยะสัจสี่ การเห็นแจ้งอริยะสัจสี่ ไม่ใช่ท่องอริยะสัจสี่ได้ เพราะทั้งหมดนี้เป็นเพียง ขั้นสัญญาความจำ เอามาคิดเอามาปรุงแต่งขึ้นมาครับ

ความคิดเห็นที่ 4 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
feng_shui วันที่ : 30/12/2014 เวลา : 11.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

คห1
ผู้ที่มี พระรัคนตรัยเป็นสรณะ อย่างแท้จริง ที่ถึงใจ ไม่หวั่นไหว ก็ต้องเป็น อริยะบุคคล ระดับ โสดาบันขึ้นไป...
อันนี้ อนิยบุคคลที่ยังไม่บรรลุโสดาบัน ก็น่าจะมี พระรัคนตรัยเป็นสรณะ ได้นะคะ (ปุจฉา) หากเขาไม่งมงายกับสิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า เดรัจฉานวิชา

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 30/12/2014 เวลา : 10.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 1 : สมชัย
เหมือนกันเลยค่ะ
การที่จะไม่หวั่นไหวในพระรัตนตรัย ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยนะคะ

ความเห็นที่ 2 : อักษราภรณ์
ขอบคุณที่แวะมาค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
อักษราภรณ์ วันที่ : 30/12/2014 เวลา : 10.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....

สาธุค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 1 ชบาตานี , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 30/12/2014 เวลา : 10.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

ผู้ที่มี พระรัคนตรัยเป็นสรณะ อย่างแท้จริง ที่ถึงใจ ไม่หวั่นไหว ก็ต้องเป็น อริยะบุคคล ระดับ โสดาบันขึ้นไป ส่วนตัวผมและเราๆท่านๆทั้งหลาย ก็คงจบเพียง ท่องว่า
พุทธัง สรณัง คัจฉามิ
ธรรมมัง สรณัง คัจฉามิ
สังฆัง สรณัง คัจฉามิ
เวลาทำพิธี ทั้งหลาย เพียงเท่านี้จริงๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน