*/
  • ณัฐรดา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nadrda@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-24
  • จำนวนเรื่อง : 382
  • จำนวนผู้ชม : 551203
  • จำนวนผู้โหวต : 371
  • ส่ง msg :
  • โหวต 371 คน
<< พฤษภาคม 2015 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 27 พฤษภาคม 2558
Posted by ณัฐรดา , ผู้อ่าน : 1172 , 09:56:08 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน พอเพียงที่เพียงพอ , สิงห์นอกระบบ และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

ในชีวิตประจำวัน เมื่อพบเจอเรื่องราวมากมายในโลก  เป็นไปได้ยากที่เราจะรู้ตัวว่าควรปฏิบัติตอบอย่างไร  ควรวางตัวอย่างไรจึงจะเหมาะสมในทันที  ดังนั้นจึงเป็นการดีถ้าเรานำคำสอนของผู้รู้เช่นพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาเป็นแนวทางในการอบรมตนเพื่อไม่ให้เต้นตามโลกไปมากนัก

การได้น้อมนำเอาคำตรัสที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตนมาใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน  นอกจากจะลดความวุ่นวาย เดือดร้อนไปได้มากแล้ว  ยังเป็นการอบรมตนด้วยธรรมเพื่อความเจริญของธรรมต่างๆ  เช่น  ขันติ  เมตตา  โยนิโสมนสิการ  ฯลฯ  และทำให้ได้พบความสุขจากความดับในระดับต้นๆอีกด้วย   

สมมติว่าเราทำบางสิ่งผิดพลาด โดยอาจจะด้วยความไม่ตั้งใจ หรือ ทำผิดไปด้วยไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำนั้นผิด  หรือ  ทำด้วยความไม่ประมาณตนโดยคิดว่าตนทำได้  แต่กลับกลายเป็นทำในสิ่งที่เกิดความสามารถจนเกิดความผิดพลาดขึ้น  ครั้นมีผู้ตักเตือน  ต่อว่า  แม้จะคิดได้หลังจากที่ได้รับคำเตือนนั้นจนรู้ว่าตนผิดจริง  แต่เพราะธรรมชาติของการมีความเห็นว่าเป็นตนคือไม่อยากให้ใครมาลบหลู่คุณของตน ไม่อยากให้ใครเห็นความผิดตน  เราจึงมักจะขัดใจ  ขัดเคือง  หรืออาจจะมีอาการมากไปกว่านั้น  เช่น   ถือโทษผู้ที่มาว่ากล่าว  และเพราะความโกรธจึงอาจทำให้ลืมย้อนมาพิจารณาตน  

เมื่อรู้ตัวว่าตนโกรธในสิ่งที่ไม่ควรโกรธ  ก็อาจน้อมเอาคำตรัสมาสอนตน ดังเช่นพุทธพจน์ในพระคาถานี้  มาอบรมตน  

นิธีนํว  ปวตฺตารํ .............................ยํ  ปสฺเส  วชฺชทสฺสินํ

นิคฺคยฺหวาทึ  เมธาวี .......................ตาทิสํ  ปณฑิตํ  ภเช

ตาทิสํ  ภุชมานสฺส .........................เสยฺโย  โหติ  น  ปาปิโย.

บุคคลพึงเห็นผู้มีปัญญาใด ซึ่งเป็นผู้กล่าวชี้โทษ

ว่าเป็นเหมือนผู้บอกขุมทรัพย์ให้

พึงคบผู้มีปัญญาเช่นนั้น ซึ่งเป็นบัณฑิต

เพราะว่า เมื่อคบท่านผู้เช่นนั้น มีแต่คุณอย่างประเสริฐ ไม่มีโทษลามก

 

การน้อมพุทธพจน์เข้ามาในใจ  ทำให้กายสงบ  (เช่น  ลมหายใจเป็นปกติ  หน้าไม่แดง  ตัวไม่ร้อน)  ใจสงบจากโทสะลงได้ในระดับหนึ่ง  (หรือก็คือ สมถะ  )เมื่อใจสงบลงแล้วจึงค่อยพิจารณาเพื่อให้เห็นแง่ต่างๆของความจริง  เช่น

- ไม่มีใครอยากไม่เป็นที่รักของผู้อื่น การที่เขายอมแบกรับความรู้สึกว่าโกรธ ยอมรับการไม่เป็นที่รักจากเรา แสดงว่าเขาต้องมีความหวังดีต่อเราอย่างแท้จริง

-เราควรดูว่าเราทำอะไร  หรือ  ไม่ทำอะไร  จึงเกิดเรื่องราวขึ้นได้  แทนการดูว่าใครทำหรือไม่ทำอะไร  อันนอกจากจะเป็นการสอบสวนตนเองเพื่อหาสิ่งที่ควรแก้ไขแล้ว  ยังเป็นการหลีกเลี่ยงการเห็นกิเลสตนเป็นกิเลสคนอื่น  ปล่อยให้กิเลสปิดบังดวงตาตนต่อไป 

การพิจารณาอาจใช้เวลา  อาจมากกว่าหนึ่งครั้ง  เมื่อทำบ่อยๆ  เราจะค่อยๆยอมรับความจริงได้และปฏิบัติตนต่อไปอย่างเหมาะสม

หรือ หากถูกต่อว่าด้วยเรื่องเล็กน้อยที่ไม่ใคร่มีเหตุผล  จนเราก็แทบจะทนกลั้นอยู่ไม่ไหว ไม่อยากให้ใครเห็นว่าเราโง่  เราแพ้ เราสู้เขาไม่ได้  ก็อาจใช้คาถานี้มาสอนใจ

อุภินฺนมตฺถํ  จรติ .............................อตฺตโน จ  ปรสฺส  จ    

ปรํ  สงฺกุปิตํ  ญตฺวา ........................ย  สโต  อุปสมฺมติ

อุภินฺนํ  ติกิจฺฉนฺตานํ .......................อตฺตโน  จ  ปรสฺส  จ

ชนา  มญฺนฺติ  พาโลติ ....................เย  ธมฺมสฺส  อโกวิทาติ.

ผู้ใดรู้ว่าผู้อื่นโกรธ เป็นผู้มีสติ สงบใจไว้ได้

ผู้นั้น ชื่อว่าประพฤติประโยชน์ของคนทั้งสองฝ่าย คือ ฝ่ายตนและฝ่ายผู้อื่น

เมื่อผู้นั้นรักษาประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย คือฝ่ายตนและฝ่ายผู้อื่น

ชนทั้งหลายผู้ไม่ฉลาดในธรรม ย่อมเข้าใจว่าเขาเป็นคนโง่

หรือ

ทนฺโต  เสฏฺโฐ  มนุสฺเสสุ ....................โยติวากฺยนฺติติกขติ.

บุคคลผู้อดกลั้นคำล่วงเกินได้ ฝึกตนแล้ว ประเสริฐในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย

การอดกลั้น (ขันติ) นี้  จิตต้องถูกอบรมด้วยเมตตาควบคู่กันไปด้วยจึงจะสำเร็จ  เมตตาตนที่ไม่อยากปล่อยจิตให้คิดฟุ้งซ่านอันเป็นการยอมให้กิเลสต่างๆนำไป  เมตตาตนที่อาจไม่รู้จริงจึงแสดงออกอย่างไม่เหมาะสมจนถูกตำหนิได้  เมตตาความไม่รู้ของผู้อื่น  จึงทำให้เขาแสดงออกเพราะความไม่รู้ของเขา  แต่เพราะการอดกลั้นทำให้ใจร้อนรน จึงต้องมีการคิดปรุงแต่งให้ความโกรธดับ ให้ใจผ่องแผ้วด้วยความดับของกิเลสอย่างนั้นๆอย่างแท้จริง  โดยการน้อมลงสู่ความว่าง  (โสรัจจะ) ไม่ใช่ดับกิเลสหนึ่งด้วยอีกกิเลสหนึ่ง

คุณตุ๊กถูกคุณตาบอกเลิกลาเพราะคุณตาพบรักใหม่  คุณตุ๊กเสียใจมาก  แต่ต่อมาก็ปลุกปลอบใจตนว่า  ตนพรั่งพร้อมทั้งรูป  ทรัพย์  ความสามารถ  ขนาดนี้  จะหาคนรักใหม่ให้ดีกว่าคุณตาสักกี่คนก็ได้  เมื่อคิดปลอบใจได้  คุณตุ๊กจึงใช้ชีวิตรื่นเริงกับการหาอะไรทำ  การเที่ยวเตร่  แต่งกาย  และไม่เสียใจอีกต่อไป 

ความคิดของคุณตุ๊กแม้จะทำให้ความโกรธดับแต่กลับไม่จัดเข้าเป็นโสรัจจะ  เพราะความโกรธไม่ได้ถูกละด้วยการรู้เห็นตามที่เป็นจริงจนดับได้  เพียงแต่จมลงสู่ก้นบึ้งใจ  ไม่ปรากฏออกมาให้เห็น  จึงเป็นเพียงการดับความโกรธ  (โทสะ)  ด้วยความหลง  (โมหะ)  แล้วก็ย้อมติด  (ราคะ)  กับความโกรธและความหลงนั้นต่อๆไป 

และเพราะไม่ได้หมั่นพิจารณาหาความจริง  ปัญหาที่มีจึงไม่มีการหยิบมาพิจารณา จึงไม่เห็นเหตุผลที่แท้จริง  ไม่ได้นำอดีตมาทบทวนหาทางแก้ไขเพื่อความสุขในปัจจุบันและอนาคต    (โยนิโสมนสิการ)  จึงติดข้องอยู่ในราคะ  โทสะ  โมหะ  อยู่อย่างนั้น

ซึ่งการพยายามลดการติดข้องอยู่ในราคะ  โทสะ  โมหะ 

การพยายามกำหนดรู้ความสำคัญตนแล้วนำไปเปรียบกับคนอื่นว่าตนดีกว่า  ด้อยกว่า  หรือเสมอกันนี้ ( สํ.ส.(แปล)๑๕/๒๐/๑๘-๒๔) ก็เป็นอีกธรรมที่  “ควรน้อมมาในตน”  ค่ะ 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 29/05/2015 เวลา : 08.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 6 : พอเพียงที่เพียงพอ

ขอบคุณที่ฝากความเห็นไว้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 29/05/2015 เวลา : 08.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 5 : แม่หมี

การดับทุกข์โดยใช้กิเลสหนึ่งดับอีกกิเลสหนึ่งเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป และเราส่วนใหญ่ก็มักไม่รู้ตัวว่าเรากำลังใช้กิเลสดับกิเลสค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พอเพียงที่เพียงพอ วันที่ : 28/05/2015 เวลา : 19.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Porjai2499

สวัสดีครับ

ขอบคุณครับ มีประโยชน์มากครับ


ความคิดเห็นที่ 5 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 28/05/2015 เวลา : 12.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

อ่านตัวอย่างเรื่องของคุณตุ๊ก ทำให้เข้าใจมากขึ้น

แก้ปัญหาแบบนี้ไม่ได้ทำให้เธอเป้นสุขเลย

ความคิดเห็นที่ 4 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ณัฐรดา วันที่ : 27/05/2015 เวลา : 14.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 2 : rattiya

ตัวอย่างนี้พบได้บ่อยๆจริงๆค่ะ เพราะเราส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญกับความรู้สึกของตนเอง มักเห็นว่าการกระทำของตนเองถูกต้อง ที่เป็นอย่างนี้เพราะเรามักเพ่งที่โทษผู้อื่น แต่ไม่ค่อยได้พิจารณาตัวเองค่ะ

แต่ถึงแม้ว่าจะเห็นถูกต้องตามที่เป็นจริงแล้ว แต่เพราะเห็นจริงไม่ตลอด ก็ปฏิบัติตอบผิดไปได้อีกเหมือนกันค่ะ

ชอบการใช้ภาษาของคุณรัตติยาค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 27/05/2015 เวลา : 14.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 1 : สมชัย

เพราะความที่เรายังมีความยึดมั่นในความเห็นว่าเป็นตนอยู่นะคะ จึงเห็นว่ารูปกายและใจนี้เป็นของเรา ทำให้ยึดเลยไปว่าตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ที่เป็นเครื่องมือหรือช่องทางสำหรับใช้ติดต่อกับโลกภายนอกว่าเป็นของเราไปด้วย พอยึดช่องทางติดต่อโลก ก็พลอยยึดสิ่งที่รับรู้ทางช่องทางเหล่านั้นเช่นรูป เสียง เป็นต้น ว่าเป็นตนตามไปด้วย เมื่อยึดด้วยความเป็นตนแล้ว ก็ยากที่จะไม่เกิดความชอบใจ ไม่ชอบใจ ตามมา หรือยากที่จะไม่นำตนไปเปรียบกับคนอื่น

การฝึกการคิดด้วยโยนิโสมนสิการ เพื่อให้เกิดความเห็นตรง เพื่อให้สติระลึกรู้สภาวะได้ตรงกับความเป็นจริง จึงเป็นสิ่งจำเป็นนะคะ เพราะสติปัฏฐานจึงทางสายเอกอย่างที่ได้เขียนความเห็นไว้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rattiya วันที่ : 27/05/2015 เวลา : 14.13 น.

กรณีของคุณตุ๊ก+คุณตา
คุณตุ๊กถูกคุณตาบอกเลิกลาเพราะคุณตาพบรักใหม่ คุณตุ๊กเสียใจมาก แต่ต่อมาก็ปลุกปลอบใจตนว่า ตนพรั่งพร้อมทั้งรูป ทรัพย์ ความสามารถ ขนาดนี้ จะหาคนรักใหม่ให้ดีกว่าคุณตาสักกี่คนก็ได้ เมื่อคิดปลอบใจได้ คุณตุ๊กจึงใช้ชีวิตรื่นเริงกับการหาอะไรทำ การเที่ยวเตร่ แต่งกาย และไม่เสียใจอีกต่อไป

พบได้บ่อยนะค่ะ คนส่วนใหญ่ก็จะเเก้ปัญหากันทำนองนี้
ส่วนใหญ่ลืมคิดไปว่าที่อยู่ด้วยกันไม่ได้ มิใช่ว่า ใครจะดีกว่าใคร ไม่ได้เป็นความผิดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เเต่เป็นเพราะว่าไม่เหมาะสมที่จะอยู่ด้วยกัน มีทัศนคติที่ต่างกัน(งงไม่ค่ะ พยายามจะเขียนภาษาง่ายๆเเล้วค่ะ )

ความคิดเห็นที่ 1 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 27/05/2015 เวลา : 11.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

ยามใดที่กายและใจนี้ เกาะเกี่ยวกัน เนื่องจากอารมณ์ที่เข้ามาทางทวารทั้งหก ความเป็นอัตตา ตัวตน จึงยากจะหลีกเลี่ยงได้
สติ สัมปชัญญะ จึงเป็นผู้ที่จะป้องกัน การปะปนของ กายและใจนี้
เมื่อตัว รู้ ปรากฏ ใน กาย เวทนา จิต ธรรม การปล่อยวาง อารมณ์ จึงบรรลุผล
การฝึกปฏิบัติใน สติปัฏฐาน4 จึงเป็นทางเดียวที่เป็นเครื่องล่วง ทุกข์โศก ทั้งหลายได้

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน