*/
  • ณัฐรดา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nadrda@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-24
  • จำนวนเรื่อง : 382
  • จำนวนผู้ชม : 553620
  • จำนวนผู้โหวต : 371
  • ส่ง msg :
  • โหวต 371 คน
<< มิถุนายน 2015 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน 2558
Posted by ณัฐรดา , ผู้อ่าน : 3403 , 10:09:15 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 15 คน pooklookclub , wullopp และอีก 13 คนโหวตเรื่องนี้

กับการกระทำต่างๆในเรื่องเล็กๆน้อยๆ  เช่น

-กดไลค์บทความของเพื่อนทั้งๆที่ไม่ชอบหรือยังไม่ได้อ่าน

-หมอบอกคนไข้ว่ายังมีโอกาสหายสูงอยู่ทั้งๆที่ผลการประเมินบ่งว่าเขาจะอยู่ได้อีกเพียงไม่กี่เดือน

-ตอบผู้ที่ถามว่าได้ทำเรื่องบางเรื่องว่าทำแล้วหรือยัง  ว่าทำแล้วทั้งๆที่ยังไม่ได้ทำ 

 

การกระทำเล็กๆน้อยๆเหล่านี้แม้จะ เพื่อแสดงให้ผู้อื่นเห็นว่าเรายังใส่ใจเขาอยู่  เพื่อเป็นการให้กำลังใจเขา  เพื่อต้องการถนอมน้ำใจ  แต่ก็จัดเป็นการทำวจีทุจริตทางกายทวารบ้าง  (เช่น  การกดไลค์ที่เปรียบเสมือนการบอกว่าชอบด้วยการกระทำด้วยมือแทนการพูด)  ทำวจีทุจริตทางวจีทวารบ้าง

อย่างไรก็ดี  การกระทำบางอย่าง  บางครั้ง  บางเรื่อง  ก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงการวจีทุจริตเช่นการโกหกได้ค่ะ  เพียงแต่หลังจากทำแล้ว  เรามีทิฏฐิหรือความเห็นต่อการกระทำนั้นๆอย่างไร  หากเราไม่สมาทานสิกขาบทอยู่ก็จะไม่รู้สึกว่ากำลังประพฤติผิดศีล  และก็มักจะเกิดความเห็นตามมาแก้ต่างให้ตัวเองว่าทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว  แต่ทำเพื่อให้ผู้อื่นอยู่เป็นสุขตามสภาพปัจจุบันของเขา 

ดังเช่นคำตอบของหมอที่ต้องการให้กำลังใจคนไข้  อาจจะเพราะหมอเห็นว่าคนไข้โรคมะเร็งที่ตนดูแลเป็นคนที่ขาดกำลังใจ  จิตใจท้อแท้  เห็นว่าหากบอกความจริงไปก็อาจจะเร่งเวลาของการจากไปก็ได้  จึงไม่กล้าบอกความจริง  เป็นต้น

ในกรณีที่หมอต้องพูดโกหกกับคนไข้  พุทธพจน์ในพระคาถานี้  อธิบายการกระทำของคุณหมอได้เป็นอย่างดีค่ะ

ปาปญฺเจ  ปุริโส  กยิรา, ................... น  นํ  กยิรา  ปุนปฺปุนํ

น  ตมฺหิ  ฉนฺทํ  กยิราถ,  ..................ทุกฺโข  ปาปสฺส  อุจฺจโย ฯ

ถ้าบุคคลพึงทำบาปไซร้

ไม่ควรทำบาปนั้นบ่อยๆ

ไม่ควรทำความพอใจในบาปนั้น

(เพราะว่า)  การสั่งสมขึ้นซึ่งบาปเป็นเหตุนำทุกข์มาให้

การที่หมอเห็นว่าผิดแต่จำใจทำ  กับการที่หมอทำโดยไม่เห็นว่าสิ่งที่ทำนั้นผิด  นั้น  ต่างกันนะคะ  เพราะอย่างแรก จะทำให้หมอเกิดความพยายามที่จะหาวิธีบอกคนไข้ พยายามให้คนไข้ค่อยๆรับความจริงของชีวิต ให้คนไข้ค่อยๆคลายความกังวล ค่อยๆเห็นตาม จนกระทั่งสามารถบอกความจริงได้ในภายหลัง  ซึ่งถึงแม้คนไข้จะยังไม่เห็นตาม แต่อย่างน้อยก็ได้มีความทรงจำใหม่ๆในเรื่องของสัจธรรมไว้ใคร่ครวญบ้าง    

ส่วนอย่างหลัง  หมออาจจะไม่รับผิดชอบต่อคำพูดของตน  พูดแล้วก็ผ่านเลย  คนไข้ก็อาจจะลาโลกโดยไม่ทันได้ตั้งตัว  ไม่ทำได้ทำบางอย่างที่เขาเห็นว่าควรทำในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่

ส่วนการโกหกว่าทำทั้งๆที่ยังไม่ได้ทำ  อาจจะเพราะเรื่องที่ถูกถาม  เราเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ  ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายกับใคร  ตรงข้าม  กลับจะถนอมน้ำใจกันเสียอีก  เพราะการที่เราจะทำแล้วหรือทำตามในภายหลังก็ไม่มีใครสามารถตรวจสอบได้  คงรู้อยู่แต่ตนที่ใจเท่านั้น 

การกดไลค์ทั้งๆที่ไม่ชอบก็เช่นกันค่ะ

นอกจากเราไม่ควรจะยินดีในการกระทำที่จำเป็นต้องทำทั้งที่รู้ว่าผิดศีล  ที่จำเป็นต้องทำเพื่อประโยชน์ผู้อื่นโดยไม่มีตนเข้าไปเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์นั้นๆแล้ว  ยังมีอีกคำตรัสว่าเราควร  “มีปกติเห็นภัยแม้ในโทษเพียงเล็กน้อย”  ก็คือ  แม้แต่เรื่องที่เป็นความผิดเล็กๆน้อยๆ  ก็ไม่ควรเห็นว่าไม่มีโทษ  แต่ควรพิจารณาหาโทษของเรื่องนั้นๆ  เพื่อป้องกันการเกิดความเคยชิน  จนในที่สุดกลายเป็นเห็นในสิ่งที่ผิดว่าถูก 

เพราะหากเราชินกับการทำผิดเล็กๆน้อย นอกจากจะค่อยๆขยายความเคยชินที่จะทำโดยไม่รู้สึกผิดไปสู่การกระทำผิดนเรื่องใหญ่ๆแล้ว  ยังโน้มเราไปสู่การเห็นกิเลสตนเป็นกิเลสคนอื่น  นั่นคือ  ไม่เห็นอโยนิโสมนสิการอันนำไปสู่กิเลสประเภทโมหะของตน  ไม่เห็นความกลัวอันเป็นกิเลสประเภทโทสะของตน  แต่กลับเห็นกิเลสดังกล่าวของตนเป็นความติดใจยินดีอันเป็นกิเลสประเภทราคะของคนอื่น  แล้วทั้งโมหะ  โทสะ  ก็ย้อมเราให้ติดกับการกระทำนั้นๆ  หมุนวนเป็นราคะ  โทสะ  โมหะของเรา   เป็นกิเลสที่ดองอยู่ในสันดาน  (อนุสัย)  ของเราต่อๆไป

วาจา  เป็นสิ่งเบา  เราจึงทำผิดได้ง่ายมากค่ะ  ดังพระคาถาที่ว่า  คนที่ไม่ใส่ใจวาจาสัตย์ มักพูดโกหกโดยไม่กลัวปรโลก   จะไม่ทำบาปเป็นไม่มี  (หรือก็คือ  สามารถทำผิดอะไรก็ได้)

ปรโลก  เรามักหมายถึงโลกหน้า  โลกหลังความตาย   แต่เมื่อดิฉันพิจารณาจากคำตรัสที่ว่าทรงบัญญัติโลกด้วยกายอันกว้างคืบยาววา  อันมีสัญญาและใจครองนี้นี่เอง  และเนื่องจากจิตเกิดดับต่อเนื่องกันอยู่ตลอดเวลา จึงมองว่า  การไม่กลัวปรโลกน่าจะหมายความรวมถึงการไม่กลัวความเป็นไปในขณะจิตหน้าที่จะเกิดต่อเนื่องจากขณะจิตนี้เป็นลำดับต่อๆไปด้วย 

คือ  การไม่กลัวว่าหากได้ทำเรื่องนั้นๆลงไปแล้วต่อไปใจของเราจะเป็นอย่างไร  จะเคยชินกับการกระทำอย่างไร  กิเลสอะไรจะยิ่งงอกงามจนไหลซ่านออกมาย้อมจิต  (กิเลสที่ไหลออกมาย้อมจิตนี้เรียกว่าอาสวะ)  จนเป็นเหตุให้มีการกระทำทางกาย  วาจา  ใจ  ต่างๆได้ง่ายขึ้น  เร็วขึ้น  ในยามที่ได้รับรู้เรื่องราวต่างๆอย่างไร  กระทั่ง  สั่งสมความทรงจำอันค่อยๆโน้มไปสู่ทิฏฐิอย่างไร 

ดังนั้น  การมีปกติเห็นภัยแม้ในโทษเพียงเล็กน้อย  และไม่ทำบาปบ่อยๆ  จึงเป็นอีกธรรมที่เราควร  น้อมเข้ามาในตน  ค่ะ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 28 ni_gul , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
pooklookclub วันที่ : 03/06/2015 เวลา : 16.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pooklookclub

กดไลค์ทั้งที่ยังไม่ได้อ่านนี่ทำบ่อยมากเลยค่ะ อิอิ

ความคิดเห็นที่ 27 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 03/06/2015 เวลา : 13.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ขอกราบอนุโมทนา
ในกุศลเจตนา
มาด้วยความเคารพ ครับ....

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 03/06/2015 เวลา : 08.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 21 : feng_shui

ขอบคุณค่ะพี่

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 03/06/2015 เวลา : 08.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 20 : ครูแดง

บางทีก็กดเพื่อให้ทราบว่ามาอ่านแล้วเหมือนกันค่ะ
เพราะรู้สึกว่าจะมีความหมายนี้แฝงอยู่ในการกดไลค์น่ะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 03/06/2015 เวลา : 08.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 19 : Anacarika
หยิบเอาเรื่องใกล้ตัวมาเล่าน่ะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 23 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ณัฐรดา วันที่ : 03/06/2015 เวลา : 08.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 17 และ 18 : BlueHill
เช่นกันค่ะ ถ้าไม่ชอบจะแค่อ่านเฉยๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 22 เหล่าซือสุวรรณา , wullopp ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ณัฐรดา วันที่ : 03/06/2015 เวลา : 08.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 16 : เหล่าซือสุวรรณา

ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 21 wullopp , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
feng_shui วันที่ : 03/06/2015 เวลา : 00.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

อ่านได้ความแล้วค่อยกด likeค่ะ อิอิ

ความคิดเห็นที่ 20 wullopp , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ครูแดง วันที่ : 02/06/2015 เวลา : 21.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

อ่านแล้วกดค่ะ...
การกดไลค์ ....อาจเป็นการ ทักทายว่าอ่านแล้วนะ, ชอบนะ
แล้วแต่ ณ ขณะนั้นจิตเราวางตรงไหนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 19 wullopp , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
Anacarika วันที่ : 02/06/2015 เวลา : 18.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/grunakorn

น่าสนใจในวิธีคิดครับ น้อยคนนักที่จะคิดได้เช่นนี้ อารมณ์ต้องละเอียดอ่อน และบางเบาเหมือนปุ่ยนุ่น จึงสามารถรับรู้ได้ถึงขนาดการกดไลน์ โดยไม่ได้อ่า่น ผมอ่านก่อนเสมอก่อนกดไลน์ ถ้าไม่ชอบก็ไม่กดเช่นกันครับ

ความคิดเห็นที่ 18 wullopp , ณัฐรดา และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
BlueHill วันที่ : 02/06/2015 เวลา : 11.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ผมไม่สนับสนุนการกดไลท์ให้กับเรื่องที่เราไม่ชอบ เพียงเพื่อรักษาความสัมพันธ์ครับ

ถ้าไม่ชอบจะไม่กดไลท์เด็ดขาดครับ

ความคิดเห็นที่ 17 ni_gul , wullopp และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
BlueHill วันที่ : 02/06/2015 เวลา : 11.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ผมไม่สนับสนุนการกดไลท์ให้กับเรื่องที่เราไม่ชอบ เพียงเพื่อรักษาความสัมพันธ์ครับ

ถ้าไม่ชอบจะไม่กดไลท์เด็ดขาดครับ

ความคิดเห็นที่ 16 wullopp , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
เหล่าซือสุวรรณา วันที่ : 02/06/2015 เวลา : 10.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chineseclub
泰汉语与文化比较  张碧云博客

อันนี้อ่านแล้ว ได้แง่คิด จึงกดไลค์นะคะ

ความคิดเห็นที่ 15 wullopp , ชบาตานี ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ณัฐรดา วันที่ : 02/06/2015 เวลา : 10.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 13 : ชบาตานี

" สิ่งเล็กๆที่เรามักมองข้ามผ่าน ในเรื่อง วาจา แม้จะเป็นสิ่งที่เบา แต่สามารถสร้างความทุกข์ให้กับผู้คนรอบข้างอย่างไม่ได้ตั้งใจมานักต่อนักแล้ว "

เวลาที่หลงลืมสติ ก็เคยเป็นอย่างนี้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 14 wullopp ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ณัฐรดา วันที่ : 02/06/2015 เวลา : 10.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 11และ 12 : อาโป

มองอย่างนี้ค่ะ

การเอาธรรมมาอธิบายคน คือการมองว่าปัจจุบันคนคนหนึ่งประกอบด้วยกุศล อกุศล อะไร แล้วเอาธรรมมาอธิบายธรรมทั้งหมดเหล่านั้น ก็คือการสืบสาวอดีตมาถึงปัจจุบัน

โยนิโสมนสิการ คือการสาวถึงเหตุที่มาและผลที่ไป ท่านพุทธทาสเคยอธิบายว่า การสาวหาผลที่ไปนั้น ให้ดูแยกเป็นสองทาง ว่าถ้าเราทำตามแต่กิเลสจะพาไป ผลจะออกมาเป็นอย่างไร แต่ถ้าเราฝืนกิเลสแต่ปฏิบัติตามธรรม ผลจะออกมาเป็นอย่างไร

เมื่อเราพิจารณาอย่างแยบคายในใจจนได้ผลเป็นสองทางอย่างนี้ เราย่อมเห็นทั้งความเจริญและความเสื่อม ก็เป็นธรรมดาค่ะที่เราจะเลือกเอาทางความเจริญของกุศลธรรมอันนำไปสู่ความดับ การคิดอย่างนี้จึงเป็นเหตุให้เราหาวิธีปฏิบัติเพื่อความดับไปด้วย จึงลดความประมาทในการดำเนินชีวิต

แต่ถึงแม้จะเกิดเหตุผลใหม่ๆซ้อนขึ้นมาเพราะอำนาจกิเลส ก็เป็นเรื่องธรรมดาค่ะ เพราะ ผนฺทนํ จปลํ จิตฺตํ ทุรกฺขํ ทุนฺนิวารยํ จิตนี้ดิ้นรน กวัดแกว่ง ห้ามยาก รักษายาก แม้เราพยายามข่มด้วยสมถะวิปัสสนาอย่างไร จิตก็พยายามดิ้นรนไม่ยอมแพ้ ดิ้นจะกลับลงที่อยู่คืออาลัยดังเดิม แต่ ไม่ว่ากิเลสจะผุดขึ้นมาใหม่เท่าไร ก็ไม่พ้นไปจากราคะ โทสะ โมหะ ไม่พ้นไปจากอุปกิเลส 16 ไปได้ จึงเป็นหน้าที่ของเราๆค่ะที่ต้องพยายาม ประคองขันธ์ ประคองจิตที่ดิ้นรนไม่ยอมให้ข่ม ไม่ให้ตกไปสู่ที่ต่ำ

สังขารธรรมเป็นอนัตตาเสมอ แต่สำหรับเราที่ยังคลายความเห็นว่าเป็นตนไม่ได้ ยังเห็นธรรมที่เป็นอนัตตาว่าเป็นอัตตาตัวตนอยู่ ก็ต้องทำตนให้เป็นตนที่รักษาดีแล้ว ควบคู่ไปกับการน้อมเอาการพิจารณาถึงความเป็นอนิจจังเป็นต้น เข้ามาสู่การปฏิบัติ ดังที่ตรัสใน เมฆิยสูตร (๒๕/๓๑/๒๓๕-๒๓๖) ว่า เมื่อได้อนิจจสัญญา ก็จะได้อนัตตสัญญา เมื่อได้อนัตตสัญญา ก็จะบรรลุนิพพาน ทั้งหมดล้วนเป็นไปเองตามเหตุปัจจัยที่สร้างค่ะ ไม่ใช่เป็นได้ด้วยความคิด

เพราะธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา เราไม่สามารถบอกว่าเราจะไม่ยึดมั่นในอะไรได้ แต่อยู่ที่การทำเหตุปัจจัยที่จะพาไปสู่การไม่ยึดมั่นอย่างแท้จริงได้นะคะ

ผิดถูกอย่างไร ขออภัยด้วยนะคะ

ขอบคุณที่แวะมาค่ะ

ความคิดเห็นที่ 13 wullopp , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ชบาตานี วันที่ : 02/06/2015 เวลา : 06.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

น้อมธรรมมาใส่ใจ..เพื่อไปปฏิบัติค่ะ
สิ่งเล็กๆที่เรามักมองข้ามผ่าน ในเรื่อง วาจา แม้จะเป็นสิ่งที่เบา แต่สามารถสร้างความทุกข์ให้กับผู้คนรอบข้างอย่างไม่ได้ตั้งใจมานักต่อนักแล้ว
จึงเป็นสิ่งที่เราเอง..ต้องพึงระมัดระวังเป็นพิเศษค่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 wullopp , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
อาโป วันที่ : 02/06/2015 เวลา : 05.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/agile


ปัญหาที่พึงระวัง อธิโมกข์ให้มากคือ

อย่าเอาตัวตน หรือคนไปอธิบายธรรม เพราะธรรมเหล่านั้นจะกลายเป็น อัตตาธรรมไป แล้วจะมีเหตุผลเกิดขึ้นใหม่ร้อยแปดตามกิเลสของตน
แต่จงเอาธรรมไปอธิบายคน ธรรมก็ยังคงเป็นอนัตตาธรรม ผู้ฟังผู้เห็นก็เป็นกองสังขารสาม(ก้น)ที่มีธาตุรู้ รู้ธรรมเหล่านั่นได้

....วรรธนะในธรรม

ความคิดเห็นที่ 11 wullopp , rattiya และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
อาโป วันที่ : 02/06/2015 เวลา : 04.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/agile


ขณะทำบาป เป็น อสุกาย จิต เกิดภูมินรกทันทีแล้วดับไป
ขณะทำบุญ เป็น เทวดาจิต เกิดภูมิสวรรค์ทันทีแล้วดับไป

หมายเหตุ: บุญ คือจิตผ่องแผ้ว สะอาด (ไม่ไช่ให้เงิน การให้เงินเรียกทำทานไม่ไช่ทำบุญ เป็นการสะสมการละความโลภ)ยังไม่ถึงบุญ

ความคิดเห็นที่ 10 wullopp ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ณัฐรดา วันที่ : 02/06/2015 เวลา : 04.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 7 : คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว

เป็นเหมือนกันค่ะ โชคดีค่ะที่มีภพอยู่ไม่กี่ภพ

ความคิดเห็นที่ 9 wullopp ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ณัฐรดา วันที่ : 02/06/2015 เวลา : 04.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 5 และ 6 : สิงห์นอกระบบ

ใช่ค่ะ หากรู้ตัวทันท่วงทีและกับเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ ก็ไม่ควรทำค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 wullopp , rattiya และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
ณัฐรดา วันที่ : 02/06/2015 เวลา : 04.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 4 : rattiya

อ่านความเห็นของคุณรัตติยาที่ตอบตามความจริงแล้วชื่นชมค่ะที่คุณรัตติยารักษาสัจจะได้ ขณะเดียวกันก็ละอายแก่ใจ

ด้วยความที่ยังมีความเห็นว่าเป็นตน จึงมีบางเรื่องที่ติดค้างอยู่ในใจ (มีภพตั้งอยู่) กับเรื่องที่ทำให้เกิดภพดิฉันเองยังหลีกเลี่ยงไม่พูดถึงเมื่อถูกถาม ซึ่งความจริงแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับการโกหกเลยค่ะ แล้วก็ตรงกับชื่อเอนทรี่นี้คือ ทำบาปทั้งรู้

หากยอมให้ภพตั้งอยู่ ก็กลายเป็นต้องทำบาปบ่อยๆ จึงต้องคอยพิจารณาเพื่อเห็นความจริงในแง่ต่างๆมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อที่ว่าเวลาที่ประสบอารมณ์เดิมๆเฉพาะหน้า จะได้ไม่ต้องทำบาปซ้ำ

การรู้ว่ามีภพอะไรตั้งอยู่ อาจจะเปรียบกับคำสอนของพระสารีบุตรที่ว่า มีกิเลสเพียงดังเนิน ก็ให้รู้ว่ามีกิเลสเพียงดังเนิน ดูเหมือนการยึดมั่นนะคะ แต่ว่าไม่ใช่ เพราะเมื่อรู้ก็พยายามหาทางกำจัด อย่างไรก็ดี กิเลสยิ่งละเอียดยิ่งจัดการยาก

บางทีในยามที่สติดีๆก็ทำได้ค่ะ และดีใจที่ทำได้ แต่บางทีก็พลาดจนเป็นผลให้เกิดทุกข์ได้เหมือนกันค่ะ แต่อย่างไรก็ดีภพที่ตั้งอยู่นั้นได้ "หด" เล็กลงเพราะผลที่เกิดที่ใจตนไม่รุนแรงเหมือนตอนแรกๆ

หมอสมชัยเธอเคยบอกว่าเราทุกคนเป็นสีเทา คือมีทั้งความดีดุจสีขาวและความไม่ดีดุจสีดำอยู่ในตัว ดิฉันเห็นด้วยค่ะ เพราะการยอมรับความเป็นสีเทาของทุกคน เราก็เทา เขาก็เทา ทำให้มีการปฏิบัติตอบอย่างเหมาะสมกับศีล สมาธิ ปัญญาของเขาด้วยศีล สมาธิ ปัญญาของเรา เราจึงอดทนและหาหนทางเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขท่ามกลางความไม่สมบูรณ์หรือความเป็นสีเทานั้น

สำหรับภรรยาคนไข้ เธอช่างเป็นผู้ที่มีความกตัญญูและกตเวทีค่ะ น่าสรรเสริญเธอจริงๆ มองว่าการที่เธอต้องมาร่วมชีวิตกับเขา คงเพราะเธอคงเคยเกิดและได้รับการช่วยเหลือจากเขามาก่อน จึงต้องตอบแทนเขาในเรื่องที่สมควรในชาตินี้ หากเธอทำไม่ตลอดรอดฝั่ง ก็เปรียบเหมือนการใช้หนี้ไม่หมด ก็ต้องเวียนใช้กันต่อไป หากใช้หนี้ไม่หมดแล้วเมื่อไรจะเป็นไทแก่ตัวคะ

หากลองมองว่านอกจากจะเป็นการทำเพื่อตอบแทนคุณความดีของเขาอันเป็นสิ่งที่สมควรทำแล้ว ยังเป็นการทำเพื่อการเพิ่มพูนคุณธรรมแก่ตน การฝึกหรืออบรมตนในแง่ต่างๆเช่น อบรมเมตตา ฝึกความอดทน ฝึกการมีปิยวาจา ฯลฯ เพื่อให้คุณสมบัติเหล่านี้งอกงามขึ้น และเพื่อความเป็นไทของตน จะช่วยได้ไหมคะ

มีชาดกอยู่่เรื่องหนึ่งค่ะ ชื่อนกแขกเต้าเลี้ยงพ่อแม่ น่าจะใกล้เคียงกับเรื่องของเธอนะคะ เรื่องก็คือ ฝูงนกแขกเต้าบินมากินข้าวสาลีในนาของโกสิยะ มีนกตัวหนึ่งงามกว่านกทุกตัว นกตัวนี้นอกจากจะกินแล้วยังคาบกลับไปอีก ต่อมา นายโกสิยะใช้บ่วงดักนก นกทุกตัวบินหนีได้หมดยกเว้นนกงามตัวนี้เท่านั้น นกถึงกับคิดว่า เราทำบาปอะไรจึงต้องติดบ่วง ทั้งที่นกทุกตัวบินหนีได้หมด

โกสิยะ เมื่อเห็นนกจึงพูดกับนกว่า

" [๑๘๗๕] ดูกรนกแขกเต้า ท้องของเจ้าเห็นจะใหญ่กว่าท้องของนกเหล่าอื่นเป็นแน่ เจ้ากินข้าวสาลีตามต้องการแล้ว ยังคาบเอาไปด้วยจะงอยปากอีก?

ดูกรนกแขกเต้า เจ้าจะบรรจุฉางในป่าไม้งิ้วนั้นให้เต็มหรือ หรือว่า เจ้ากับเรามีเวรกันมา สหายเอ๋ย เราถามเจ้าแล้ว ขอเจ้าจงบอกแก่เราเถิด เจ้าฝังข้าวสาลีไว้ที่ไหน?

[๑๘๗๖] ข้าพเจ้ากับท่านมิได้มีเวรกัน ฉางของข้าพเจ้าก็ไม่มี ข้าพเจ้านำเอาข้าวสาลีของท่านไปถึงยอดงิ้วแล้ว ก็เปลื้องหนี้เก่า ให้เขากู้หนี้ใหม่ และฝังขุมทรัพย์ไว้ที่ป่างิ้วนั้น ข้าแต่ท่านโกสิยะ ขอท่านจงทราบอย่างนี้เถิด.

[๑๘๗๗] การให้กู้หนี้ของท่านเป็นเช่นไร และการเปลื้องหนี้ของท่านเป็นเช่นไร ท่านจงบอกวิธีฝังขุมทรัพย์ แล้วท่านจะหลุดพ้นจากบ่วงได้?

[๑๘๗๘] ข้าแต่ท่านโกสิยะ บุตรน้อยทั้งหลายของข้าพเจ้ายังอ่อน ขนปีกยังไม่ขึ้น บุตรเหล่านั้นข้าพเจ้าเลี้ยงมาแล้ว เขาจักเลี้ยงข้าพเจ้าบ้าง เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงชื่อว่าให้บุตรเหล่านั้นกู้หนี้ มารดาและบิดาของข้าพเจ้าแก่เฒ่าล่วงกาลผ่านวัยไปแล้ว ข้าพเจ้าคาบเอาข้าวสาลีไปด้วยจะงอยปาก เพื่อท่านเหล่านั้น ชื่อว่าเปลื้องหนี้ที่ท่านทำไว้ก่อน

อนึ่ง นกเหล่าอื่นที่ป่าไม้งิ้วนั้น มีขนปีกอันหลุดหมดแล้ว เป็นนกทุพพลภาพ ข้าพเจ้าต้องการบุญ จึงได้ให้ข้าวสาลีแก่นกเหล่านั้น บัณฑิตทั้งหลายกล่าวการทำบุญนั้นว่า เป็นขุมทรัพย์. การให้กู้หนี้ของข้าพเจ้าเป็นเช่นนี้ การเปลื้องหนี้ของข้าพเจ้าเป็นเช่นนี้ ข้าพเจ้าบอกการฝังขุมทรัพย์ไว้เช่นนี้ ข้าแต่ท่านโกสิยะ ขอท่านจงทราบอย่างนี้เถิด.

[๑๘๗๙] นกตัวนี้ดีจริงหนอ เป็นนกมีธรรมชั้นเยี่ยม ในมนุษย์บางพวกยังไม่มีธรรมเช่นนี้เลย. เจ้าพร้อมด้วยญาติทั้งมวล จงกินข้าวสาลีตามความต้องการเถิด ดูกรนกแขกเต้า เราขอเห็นเจ้าแม้อีกต่อไป การที่ได้เห็นเจ้าเป็นที่พอใจของเรา."

การติดบ่วงของนกแขกเต้าอาจไม่ใช่บาปของนกนะคะ แต่เป็นโอกาสที่โกสิยะจะได้กัลยาณมิตรก็ได้

ขอบคุณมากค่ะ แวะมาเยี่ยมกันเสมอๆ

ความคิดเห็นที่ 7 wullopp , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 01/06/2015 เวลา : 22.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

ไม่บ่อยมาก(นัก)จนเกินไปครับคุณณัฐรดา

ความคิดเห็นที่ 6 wullopp , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 01/06/2015 เวลา : 21.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

เลี่ยงได้ก็อย่าทำเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 5 wullopp , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 01/06/2015 เวลา : 21.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

เลี่ยงได้ก็อย่าทำเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 4 wullopp , สมชัย และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
rattiya วันที่ : 01/06/2015 เวลา : 19.27 น.

อ่านเเล้วค่อยกดไลค์เช่นกันค่ะ

ถ้าอ่านเเล้วไม่เข้าใจหรือไม่ถุูกใจเเล้วจะหลี่กเลี่ยงไม่เขียนเลย...

ส่วนใหญ่ถ้าถูกใจเเล้วจะ Copy ข้อความที่ถูกใจส่ง ตามมา เหมือนกับว่าเราชอบบทความนี้เพราะข้อความนี้(เหมือนกับการให้เหตุผลว่าเราถูกใจเพราะอะไรค่ะ)

มีเรื่องให่เล่าอีกเเล้วค่ะ เมื่อวานต้องทำงานเวร-เช้า+บ่าย ควบ เลิกงาน ประมาณ 22.30 น.
ช่วงนี้เรามีคนไข้ผู้สูงอายุ หลายคนที่เป็นโรคความจำเสื่อม พอนึกภาพออกไหมค่ะ คนไข้ความจำเสื่อมนอนอยู่บนเตียงมีพยาบาลคนเดียวพยายามเช็ดตัวเปลี่ยนเสื่อผ้าจากชุดนอนเป็นชุดธรรมดา เราถอดเสื้อผ้าให้ คนไข้ไม่ยอมจะใส่ต่อ พอเราจะใส่เสื้อผ้าใหม่ให้ คนไข้จะถอดออก เป็นอย่างนี้อยู่ 1 ชม.กว่าคนไข้จะสงบพาไปนั่งรถเข็นได้ ภรรยาคนไข้เห็นความพยายามของเราก็มาถามรัตติยาว่า รักที่จะทำอาชีพพยาบาลไช่ไหม.(รัตติยาพยายามเต็มที.ไม่ส่ง้สียงดังกับคนไข้+พูดตลกให้คนไข้เพื่อไม่ให้คนไข้ขัดขื่นมากกว่านี้.เเต่ในใจรัตติยาอยากจะออกจากบ้านไปนานเเล้ว)..รัตติยาไม่อยากโกหกก็ตอบไปตามความเป็นจริงว่า..อยากไปทำงานเเผนกเด็กที่เคยทำมาที่ประเทศไทยมากกว่า เธอก็ตอบกลับมาว่า..ดีจังที่ตอบตามจริง...เพราะเธอเองก็คิดว่าเธอทำต่อไปไม่ไหวเเล้ว..หลายครั้งเธออยากจะส่งสามีเธอที่ความจำเสื่อมเข้าบ้านพักคนชรา เเต่ด้วยความที่สามีเธอเป็นคนดีตลอดชีวิตคู่ที่อยู่ร่วมกันมาทำให้เธอไม่ทำ...เธอบอกว่าไม่รู้ว่าเธอจะทนไปได้นานขนาดไหน
....รัตติยานึกคำพูดไม่ออกว่าจะตอบเธอไปว่าอย่างไรดีค่ะ..ตัวเธอเองสุขภาพก็ไม่เเข็งเเรงเหมือนเเต่ก่อน. วันนี้เพื่อนร่วมไปเยี่ยมเเทน..รัตติยาเลยไม่ต้องออกความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้...เเต่อาทิตย์หน้าคงต้องพบเธออีก...

ไม่ทราบว่าจะเข้ากับหัวข้อนี้หรือเปล่า

ความคิดเห็นที่ 3 wullopp , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 01/06/2015 เวลา : 10.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

อ่านชื่อกระทู้แล้วต้องยิ้มเลยค่ะ
ทั้งโดนใจและถูกใจ

ความคิดเห็นที่ 2 wullopp , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
พิทักษ์ วันที่ : 01/06/2015 เวลา : 10.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jaopad

ผมอ่านจบแล้วค่อยกดไลค์ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 wullopp ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ณัฐรดา วันที่ : 01/06/2015 เวลา : 10.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ดิฉันเคยกดไลค์บทความโดยที่ยังไม่ได้อ่าน มาวันหนึ่ง เห็นเพื่อนท่านหนึ่งเขียนบันทึกในเวบเวบหนึ่งว่า Be Honest to Read ก็รู้สึกตัว นึกขึ้นได้ และละอายใจในเวลาต่อมาค่ะ

จึงถือเพื่อนท่านนั้นเป็นกัลยาณมิตรผู้ชี้โทษให้ค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน