*/
  • ณัฐรดา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nadrda@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-24
  • จำนวนเรื่อง : 382
  • จำนวนผู้ชม : 550989
  • จำนวนผู้โหวต : 371
  • ส่ง msg :
  • โหวต 371 คน
<< พฤษภาคม 2016 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 19 พฤษภาคม 2559
Posted by ณัฐรดา , ผู้อ่าน : 1879 , 05:55:10 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 8 คน MephistoWitchy , february26 และอีก 6 คนโหวตเรื่องนี้

พรุ่งนี้เป็นวันวิสาขะบูชา เชื่อว่าชาวพุทธหลายๆท่านคงมีการทำกิจกรรมเกี่ยวกับทางศาสนาอันเป็นกุศล แล้วก็เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของชาวพุทธ ที่เมื่อสร้างกุศลต่างๆเสร็จแล้ว มักมีการอุทิศส่วนกุสล แผ่เมตตา แก่สรรพสัตว์

เมตตา คือความรักกันฉันท์มิตร ปรารถนาให้ผู้อื่นเป็นสุข น้อมเข้าสู่การสร้างประโยชน์เกื้อกูลแก่สรรพสัตว์ เป็นธรรมที่เป็นบ่อเกิดของกุศลธรรมทั้งปวง รวมไปถึง ศีล ปัญญา ดังนั้นเมตตาจึงเป็นธรรมที่บุคคลควรอบรมให้เกิด ให้มีขึ้น ให้เจริญงอกงามขึ้น และเมื่อมีการปลูกเมตตาไว้ในใจแล้ว เมตตาจะไม่ได้เป็นเมตตาอย่างแท้จริง หากไม่มีการกระทำที่เป็นรูปธรรมออกมา เป็นเพียงความคิดว่าน่าเมตตาเท่านั้น

เมตตาอันเป็นองค์ธรรมหนึ่งในพรหมวิหาร ๔ จึงต้องมีสังคหวัตถุ ๔ มารองรับด้วยเสมอ

 

(ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนท)

แต่อย่างไรก็ดี แม้ตั้งใจจะอบรมเมตตาอันเป็นการสร้างกุศล ก็ยังมีเรื่องที่ต้องรู้และระวังอยู่เช่นกันค่ะ เพราะแม้เมตตาจะมีสมบัติคือการสงบพยาบาท  แต่ก็มีวิบัติคือเสน่หาด้วยเช่นกัน ทั้งนี้เพื่อให้กุศลที่สร้างขึ้นแล้วนั้นไม่แปรเปลี่ยนเป็นอกุศลในภายหลัง หรือทำให้การสร้างกุศลไม่มีผลสำเร็จ

นั่นคือ เมื่อจะแผ่เมตตา ท่านมีหลักอยู่ว่า ให้พิจารณาความชั่วร้ายของกิเลสกองโทสะ ความเลวทรามของการประทุษร้ายกัน พิจารณาถึงอานิสงส์ของขันติเสียก่อน จากนั้น จึงค่อยเริ่มแผ่เมตตา

แล้วก็ควรตั้งเมตตาในตนขึ้นก่อนค่ะว่า ขอเราจงมีความสุข ปราศจากทุกข์ขอเราจงไม่มีเวร ไม่มีเครื่องเบียดเบียน ไม่มีเครื่องเดือดร้อน เป็นผู้มีความสุข บริหารตนเถิด

การตั้งเมตตาในตนนี้ จะไม่มีทางเกิดขึ้นเลย หรือ ใจไม่สามารถตั้งมั่น สงบอยู่ด้วยเมตตาได้เลย หากไม่มีการพิจารณาร่วมด้วย คือ

เอาตนเข้าเปรียบ ว่าเราเกลียดทุกข์ รักสุข อย่างไร คนอื่นก็อย่างนั้น เราอยากอยู่ ไม่อยากตายอย่างไร คนอื่นก็อย่างนั้น    เมื่อพิจารณาอยู่อย่างนี้ ความปรารถนาจะสร้างประโยชน์เกื้อกูลแก่สรรพสัตว์รวมทั้งตัวเราจึงจะเกิดขึ้นได้

การไม่อยากทำตนให้ตกต่ำ ด้วยยอมให้อกุศลธรรมต่างๆครอบงำใจ จนคิด พูด ทำ ในสิ่งที่เป็นโทษ

จากนั้น ท่านให้พิจารณาถึงเหตุที่ทำให้เป็นที่รัก เป็นที่ชอบใจ อันประกอบด้วยการเผื่อแผ่ (ทาน) การมีวาจาที่น่ารัก (ปิยวาจา) การสร้างประโยชน์แก่ผู้อื่น (อัตถะจริยา) การมีตนเสมอคือร่วมทุกข์สุข และ พยายามพัฒนาตนให้มีคุณธรรมเทียมท่าน (สมานัตตตา)

และเหตุแห่งการที่ทำให้เป็นผู้คู่ควรแก่การเคารพ การยกย่อง การมีศีล การมีความรู้ เป็นต้น

เมื่อพิจารณาถึงเรื่องต่างๆเหล่านี้ จนใจเข้าถึงอาการ รส อานิสงส์ของเมตตาแล้ว ก็ให้สอบสวนตน พิจารณาตนว่า ตนจะมีความสุข ปราศจากทุกข์ได้ด้วยการวางใจอย่างไร จะเป็นผู้ปราศจากภัยเวรได้ด้วยวิธีการวางใจอย่างไร จะเป็นผู้ไม่เบียดเบียนผู้อื่นได้ด้วยวิธีการอบรมใจตนอย่างไร ก็อบรมตนตามนั้น

เช่น เมื่อสอบสวนตนได้ว่ายังมีความเห็นผิด มีการยอมรับความเห็นผิด จนเบียดเบียนใจตนให้ร้อนรน อึดอัด ก็ให้พิจารณาเพื่อให้เกิดความเข้าใจ ให้เข้าถึงสภาวะ เพื่อคลายความเห็นผิด หรือการยอมให้ความเห็นผิดครองใจ อันจะค่อยๆลดความอึดอัดขัดข้อง

ความอึดอัด ขัดข้อง นี้ อันที่จริงก็คือธรรมที่จัดเข้าในพยาบาท ชาวพุทธส่วนใหญ่มีความเข้าใจว่าพยาบาทคือความคิดชั่วต่อผู้อื่น ตั้งใจให้ผู้อื่นเดือดร้อน เสียหาย อันที่จริง แม้ความอึดอัดใจ ก็นับเข้าในพยาบาทแล้ว ดังนั้น ที่พีระพุทธเจ้าตรัสสมบัติของเมตตาว่าดับพยาบาท ในเบื้องต้นก็คือก็คือดับความร้อนใจของเราเองนี่เองที่อาจจะเกิดจากความเห็นผิด ความยึดมั่นในสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนเกิดความต้องการให้สิ่งนั้นๆดำรงอยู่ หรือเป็นไปตามความต้องการของตน แต่เมื่อความต้องการถูกขัด จึงอึดอัด ขัดข้อง เสียใจ กระทั่งขยายกลายเป็นความโกรธ ผูกโกรธ ผูกเวร เป็นต้น

เมื่อตั้งเมตตาในตน เจริญเมตตาในตนแล้ว จากนั้นจึงค่อยแผ่เมตตากว้างออกไปเป็นชั้นๆ คือ ออกไปสู่สหายยอดรัก บุคคลผู้มีความรู้สึกกลางๆต่อกัน บุคคลผู้ผูกเวรกัน เพื่อไม่ให้เมตตากลับกลายเป็นโทษในภายหลัง เหตุที่ท่านให้หลักว่า เมื่อเริ่มต้นแผ่เมตตาให้แผ่ให้ตนก่อนตามกระบวนการดังกล่าว ก็เพื่อให้เกิดปัญญา เห็นคุณโทษของสภาวะ

และท่านให้ระวังว่า เมื่อเริ่มต้นแผ่เมตตา อย่าได้แผ่ให้บุคคล ๖ ประเภทเหล่านี้ (แทนที่จะเป็นตน) เป็นลำดับแรก  นั่นคือ บุคคลที่ไม่เป็นที่รัก บุคคลที่เป็นสหายรักสุดใจ บุคคลที่มีใจปานกลางต่อกัน บุคคลที่จองเวรกัน บุคคลต่างเพศ และ บุคคลที่ตายแล้ว

เพราะเมื่อเริ่มต้นแผ่เมตตา ก็แผ่ให้บุคคลที่จองเวรต่อกัน เป็นลำดับแรก จะไม่สามารถทำได้สำเร็จเพราะปฏิฆะหรือความขัดเคืองใจกลับจะเกิดแทนที่ หรือแผ่ให้สหายผู้เป็นที่รักสูงสุด เช่น สามี ภรรยา ความกำหนัดจะเกิดแทนที่หรือหากเขากำลังมีทุกข์อยู่ ตัวเราเองก็จะกลับทุกข์ใจตาม ครั้นจะแผ่ให้บุคคลที่ใจปานกลางแก่กัน หรือคนที่ไม่เป็นที่รัก นำมาตั้งไว้ในฐานเป็นที่รักจนนึกแผ่เมตตาให้เป็นลำดับแรก ก็ย่อมลำบากใจ ส่วนเพศตรงข้าม เมื่อแผ่เมตตาโดยเจาะจงให้เป็นลำดับแรก ราคะย่อมเกิด สเน่หาจึงอาจเข้ามาแทนที่เมตตาได้ และผู้ที่ตายแล้ว ท่านไม่ให้แผ่เมตตาให้เลยทีเดียวค่ะ เพราะเราอาจละห้อยอาลัยหาสิ่งที่กลับคืนมาไม่ได้แล้ว

แล้วจึงแผเมตตาให้ไม่เป็นประมาณ คือสรรพสัตว์โดยทั่วไป

อันที่จริง เมตตา เราอบรมได้ทั้งวันค่ะ ยิ่งมากยิ่งดี

การเจริญเมตตาในผู้ที่จองเวรแก่กันท่านก็ให้พิจารณาให้มากค่ะ เพราะเป็นเหตุให้ใจเศร้าหมองได้มากและนาน ซึ่งหากเราตั้งเมตตาในตน ทำเมตตาที่ตั้งไว้ให้เจริญขึ้น ก็จะเข้าใจสภาวะที่แท้ ว่าที่จองเวรกันนั้น เป็นเพราะอะไร เพราะจะเข้าใจถึงสภาพของทุกคน จนวางใจเป็นกลางได้ในที่สุด

ว่าเขา (รวมทั้งเรา) มีความเห็น มีความเป็นอยู่ มีความตั้งมั่นของใจ มีปัญญาเท่าใด ก็แสดงออกเท่านั้น ควบคุมใจตนได้เพียงเท่านั้น การที่เราผิดหวัง อึดอัด ที่เขาควบคุมตัวเองไม่ได้หรือแสดงกิริยา วาจา กระทบถึงเรา กลับจะเป็นความเห็นผิดของตัวเราเองที่เห็นกิเลสตน (ความอึดอัด ขัดข้อง จัดเข้ากับกิเลสประเภทโทสะ เป็นปัจจัยให้เกิดความอยากในทางต่างๆ เช่น ความอยากให้เขาทำบางอย่างอันเป็นภวตัณหา หรือ ไม่อยากให้เขาทำบางอย่างอันเป็นวิภวตัณหา) เป็นกิเลสคนอื่น (เช่นการยอมให้โมหะ ราคะ ครอบงำจิต จนเป็นปัจจัยให้เกิดความเห็น ความต้องการไปต่างๆ จนร้อนรุ่มใจ กระทั่งก้าวล่วงออกทางดาน วาจาจนกระทบถึงผู้อื่น) หรือเห็นแต่กิเลสคนอื่น ไม่เห็นกิเลสตน

เมตตาที่แท้ หากอบรมถูกวิธี จึงเป็นที่มาของศีล ขันติ ปัญญารู้เห็นด้วยใจที่วางเป็นกลางหรืออุเบกขา บุคคลจึงควรรู้ถึงวิธีการอบรมให้เกิด ให้เจริญ โดยไม่มีอกุศลเข้าแทรกแซง

เพื่อความสุขในปัจจุบัน สร้างให้กุศลธรรมทั้งปวงที่เกิดขึ้นแล้ว ให้เติบโตไปโดยไม่กลับกลายเป็นโทษ เป็นไปตามแนวทางของพุทธศาสนา

จนกว่าเราผู้อบรมตนด้วยเมตตา จะพ้นทุกข์โดยสิ้นเชิงสืบต่อไป   



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ni_gul วันที่ : 26/05/2016 เวลา : 22.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

จะย้อนไปอ่านหัวข้อ "เมตตา" 10 หัวข้อที่เคยเขียนไว้นะคะ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ni_gul วันที่ : 26/05/2016 เวลา : 13.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

ต้องรู้ตัวให้ได้จริงๆ เราถึงจะควบคุมตัวเองให้อยู่ในร่องในรอยของทางกุศลได้
... ถ้าไม่รู้ตัวให้ถูก ไม่ทำตัวให้เป็น แผ่เมตตายังไงก็ไม่สำเร็จ
เพราะเรายังหลงทาง วนอยู่ในความเห็นผิด และมีมานะถือตัวผิดๆ
แผ่เมตตาอย่างไรมันก็ยังไม่ใช่ของจริง อย่างนี้นี่เอง
ขอนำไปบันทึกไว้ที่บล็อกกันลืมสักหน่อยแล้ว .... ขอบคุณนะคะ
http://www.oknation.net/blog/tnitaram/2016/05/26/entry-1

ความคิดเห็นที่ 14 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ณัฐรดา วันที่ : 22/05/2016 เวลา : 18.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที 6-7 ni_gul
เราคุ้นกับคำว่าเมตตากันมากค่ะ แต่บางมีเราก็เข้าใจผิด คิดว่าเราอบรมเมตตาแล้ว มีเมตตาแล้ว ซึ่งในความเป็นจริง เราอาจมีเมตตาแค่ในความคิดเข้าข้างตนเท่านั้น
หาก
เราอยากให้คนอื่นมีสุข แต่ไม่แสดงออก ไม่มีการกรทำคือขวนขวายช่วย ก็คือ คิดว่าน่าเมตตาแต่ยังไม่ใช่เมตตาแท้จริง
หรือ
เรามีเรื่องราวกับใครสักคน เราบอกใครๆว่า อภัยให้เขาไปแล้ว แผ่เมตตาให้ไปแล้ว แต่กลับพูดถึง เล่าถึง ด้วยความโกรธ อย่างนี้ก็ไม่ใช่เมตตาที่แท้ เรายังผูกโกรธอยู่ เพียงแต่เราไม่รู้ความรู้สึกที่แท้จริงของตน
หรือว่า
แม้จะอยากให้ตนหายโกรธ แต่เพราะยังยึดมั่นในสิ่งทีตนสูญเสียไป ความต้องการที่ไม่สมหวัง ความสำคัญตนว่าคู่ควรกับสิ่งนั้นๆ และไม่เห็นโทษของการยึด โทษของการยอมปล่อยใจตนให้คุ้นชินกับธรรมอันเป็นอกุศล ก็อาจทำให้ไม่สามารถอบรมเมตตาให้สำเร็จได้
การอบรมเมตตา จึงไม่ใช่ง่ายๆ จริงอย่างที่ได้ฝากความเห็นไว้เลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 13 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ณัฐรดา วันที่ : 22/05/2016 เวลา : 17.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 5 rattiya
ขอบคุณที่มาเยี่ยมกันเช่นกันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 22/05/2016 เวลา : 17.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 4 สิงห์นอกระบบ
ถ้าโกรธแล้วยอมให้ตนโกรธต่อ นอกจากจะเกิดเรื่องราวแล้ว ก็จะยิ่งคุ้นกับการไม่ระงับ การไม่พิจารณาเพื่อความดับ นานๆเข้า ก็โหดตามได้จริงๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 22/05/2016 เวลา : 17.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 3 สมชัย
ขอบคุณสำหรับความเห็นค่ะ
เมื่ออบรมเมตตาในทุกขณะจิต นอกจากจะนำใจตนไกลจากอกุศลธรรมได้ตามกำลังตนแล้ว ยังเป็นการอบรมปัญญาให้ค่อยๆเพิ่มพูนไปในตัวนะคะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 22/05/2016 เวลา : 17.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 2 pooklookclub
เช่นกันนะคะ☺

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 22/05/2016 เวลา : 17.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 1 redribbon07
ขอบคุณที่มาเยี่ยมกันเช่นกันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 22/05/2016 เวลา : 17.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ขอบคุณทุกท่านที่มาเยี่ยมกันค่ะ
และต้องขอโทษที่มาเรียนขอบคุณช้า ไปหยอดถ้วที่ภูหลงมาค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 ณัฐรดา , rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ni_gul วันที่ : 20/05/2016 เวลา : 18.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

โกธะ ปฏิฆะ และกำหนัดราคะ ฯลฯ ล้วนขัดขวางเมตตาได้ทั้งนั้นเลยนะคะ
ต้องตั้งมั่นในกุศลมูลทั้งหลาย เริ่มจากเมตตาตนก่อน ต้องฝึกจิตให้พอรู้ว่า "นี้ทุกข์ นี้สุข" แล้วค่อยๆ ฝึกไป ... กว่าจะเกิดเป็นเมตตาบารมี-ไม่ง่ายเลย

ความคิดเห็นที่ 6 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ni_gul วันที่ : 20/05/2016 เวลา : 08.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

สุขสันต์วันวิสาขบูชาค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rattiya วันที่ : 20/05/2016 เวลา : 07.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 19/05/2016 เวลา : 18.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

คนสมัยนี้ มักจะโกรธหนอ แล้วโหดหนอเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 3 ณัฐรดา , ni_gul และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สมชัย วันที่ : 19/05/2016 เวลา : 17.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

การอบรมเมตตา อย่าได้ต้องถือเอาเทศกาลหรือวันสำคัญวันใด อันเป็นเชิงสัญญลักษณ์ แล้วมาปฏิบัติ แต่เป็นสิ่งที่ควรอบรมให้มีขึ้นทุกขณะจิต ใช้อารมณ์ที่เราประสบอยู่ ที่ผ่านเข้ามาทางทวารทั้ง 6 เป็นแบบฝึกหัด ตัวเราตรองดูก็รู้ ในแต่ละวันมีสิ่งที่มากระทบใจแล้วทำให้เี่ขุ่นมัวจนบางครั้งอยากกระทำตอบโต้ทางกาย วาจา หรือไม่ สิ่งขุ่นมัวหรือทำให้เสียอารมณ์ หงุดหงิด กลัดกลุ้ม รสอย่างนั้นนั่นแหละคือ สิ่งที่จัดเป็น พยาบาท เป็นกิเลสกองโทสะ เหมือนไฟที่คุ ที่โหมขึ้นมา จะดับได้ด้วยน้ำเย็น ซึ่งก็คือเจริญเมตตา โดยเริ่มที่เมตตาตนเองก่อน ในขณะนั้นออกห่างจากเหตุการณ์ที่ทำให้เกิด กิเลสกองโทสะ แล้วกำหนดสติ ตามลมหายใจ เข้าและออก ตามดูอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จิตแต่ละดวงเกิดและดับ ไม่คงที่ การที่เรากำหนดอารมณ์ที่ลมหายใจที่อยู่กับปัจจุบัน จะทำให้เราสงบจากโทสะลง จากที่เราเป็นผู้ที่เกิดโทสะ ก็กลายเป็นผู้ที่พิจารณาเฝ้าดูโทสะ นั่นแหละจากผู้ที่เป็นกลายเป็นผู้ที่รู้ เมื่อสงบรำงับได้ ก็รู้สึกถึงรสความเย็นไม่รุ่มร้อน ถึงตอนนี้มาพิจารณาต่อถึงสาเหตุที่เป็น โดยมากมักไม่พ้น ความอยากและความไม่อยาก ความอยากที่ถูกขัด ก็กลายเป็นโทสะ ความอยากที่สมหวังก็ลิงโลดกลายเป็น ราคะย้อมติด คนเรามันวนกันไปมาแค่นี้จริงๆ วิธีการเหล่านี้คือการมีเมตตาตนเอง ไม่อยากให้ไฟเผาใจ เมื่อเราเป็นดังนี้ เราก็ไม่อยากให้ใครต้องมาเป็นแบบเราอีก นี่จึงเป็นการแผ่ให้ผู้อื่นต่อๆไปได้ ยิ่งถ้ามีการปฏิบัติออกทางกาย ที่เราเรียกว่า สังคหวัตถุ4 ด้วยแล้ว เป็นอันสมบูรณ์แบบ

ความคิดเห็นที่ 2 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
pooklookclub วันที่ : 19/05/2016 เวลา : 11.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pooklookclub

ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
redribbons07 วันที่ : 19/05/2016 เวลา : 07.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

ขอบคุณที่แบ่งปันค่ะ



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน