*/
  • ณัฐรดา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nadrda@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-24
  • จำนวนเรื่อง : 382
  • จำนวนผู้ชม : 551202
  • จำนวนผู้โหวต : 371
  • ส่ง msg :
  • โหวต 371 คน
<< ตุลาคม 2016 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 7 ตุลาคม 2559
Posted by ณัฐรดา , ผู้อ่าน : 1499 , 10:32:30 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 21 คน wansuk , Gaby และอีก 19 คนโหวตเรื่องนี้

 

เมตตาด้วยปัญญา

เมตตาอันเป็นองค์ธรรมหนึ่งในหลักพรหมวิหาร ๔ อันประกอบด้วย เมตตา กรุณา มุทิตา และ อุเบกขา จัดเป็นความรักประเภทหนึ่งที่กว้างขวางและเป็นคุณ ดังประโยคที่เรามักได้ยินกันบ่อยๆว่า “เมตตาธรรมเป็นเครื่องค้ำจุนโลก”

ชาวพุทธทราบว่าเมตตา หรือ ความปรารถนาให้ผู้อื่นเป็นสุข นอกจากจะเป็นองค์ธรรมหนึ่งในหลักพรหมวิหาร อันทำให้ผู้ประพฤติปฏิบัติมีธรรมประจำใจอันประเสริฐเป็นเครื่องอยู่แล้ว ยังเป็นธรรมหลักที่สำคัญมากในพุทธศาสนา เพราะเป็นธรรมที่ก่อให้เกิดกุศลธรรมต่างๆเป็นอันมากตามมา เช่น กรุณา มุทิตา ศีล ขันติ ปัญญา ฯลฯ เมตตายังก่อให้เกิดการเกื้อกูลกัน เกิดการฝึกตนจนเป็นสภาพแวดล้อมที่ดีต่อกันและกันอันเป็นปัจจัยเอื้อต่อการพัฒนาของสังคม ไม่ว่าจะในทางโลกหรือทางธรรม

เพราะเมตตาสำคัญอย่างนี้ ชาวพุทธจึงควรอบรมเมตตาให้เกิด ให้มี ให้เจริญขึ้น

แต่ธรรมในโลกมีสองด้านเสมอ แม้เมตตาจะเป็นองค์ธรรมที่เป็นกุศลที่เราทุกคนควรอบรมให้มีขึ้นจนเจริญ ก็ยังต้องมีสติคอยตามระลึก ต้องมีโยนิโสมนสิการ ต้องมีการหมั่นตรวจสอบ เพื่อให้เป็นเมตตาที่มีปัญญารู้เห็นด้วยความเป็นกลางหรืออุเบกขาประกอบอยู่ด้วย ไม่เช่นนั้นเมตตาที่เกิดขึ้นแล้ว อาจถูกอกุศลธรรมที่มีลักษณะใกล้เคียงกันมากคือเสน่หาเข้าแทรกแซง หรือหากเมื่อเสน่หาแทรกแซงจนเกิดเป็นความหวังได้เพื่อตนแล้ว เมื่อไม่ได้สมดังที่ใจหวัง เมตตาก็อาจเสื่อมถอย จนกลายเป็นพยาบาทซึ่งเป็นธรรมที่เป็นคู่ปรับกับเมตตาไปเลยก็ได้ จึงทำให้นอกจากจะทำให้อบรมเมตตาไม่สำเร็จแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดทุกข์ทางใจ จนอาจก้าวล่วงออกมาทางกายวาจา เป็นการกระทำอันเป็นการเบียดเบียนต่อกันตามมา

ลองคิดดูเถิดว่า ถ้าเราทุกคนในสังคมต่างก็อบรมเมตตา แล้วหลายๆคนเกิดเสน่หาในตัวบุคคลเพศตรงข้ามที่เราเมตตาขึ้นมา สังคมโดยรวมจะวุ่นวายเพียงไร

ดังนั้น เราจึงควรศึกษาให้เข้าใจลักษณะที่แท้ของเมตตาเพื่อจะสามารถอบรมเมตตาให้สมกับอานิสงส์ที่พึงได้ตามที่ได้กล่าวไว้แล้วในข้างต้น เพื่อให้เห็นความสำคัญของการใช้สติตามตามระลึก เพื่อไม่ให้เมตตาต้องมีอันกลับกลาย เพื่อให้การอบรมเมตตาที่เริ่มต้นด้วยกุศลฉันทะ (ความต้องการอันเป็นกุศล) ไม่ถูกเสน่หามารับช่วงต่อ รวมถึงศึกษาว่า หากเราหลงลืมจนเมตตากลายเป็นเสน่หาขึ้นมาแล้ว เราควรแก้ไขความเป็นไปในใจเราอย่างไร จึงจะสามารถกำจัดอกุศลธรรมที่เกิดสืบต่อจากเมตตานี้

เหตุที่เมตตากลับกลายเป็นเสน่หาได้ ก็เพราะความละม้าย ความใกล้เคียงกันระหว่างเมตตาและเสน่หานั่นเอง ด้วยเหตุนี้ เสน่หา จึงได้ชื่อว่าเป็นเหตุใกล้ของเมตตา บ้าง ศัตรูใกล้ของเมตตา บ้าง เสี้ยนในเมตตา  บ้าง ตรงข้ามกับพยาบาท ที่ได้ชื่อว่าเป็นเหตุไกลของเมตตา บ้าง ศัตรูไกลของเมตตา บ้าง หรือ คู่ปรับกับเมตตา บ้าง

และเพราะความที่เมตตาและเสน่หาใกล้เคียงกันมากนี้ เวลาที่เสน่หาจรมาสู่ใจ เราจึงมักไม่รู้ หรือ รู้ได้ช้า ด้วยเข้าใจผิดว่าเสน่หาเป็นเมตตาเพราะต่างก็เป็นความปรารถนาดี ความปรารถนาเกื้อกูล เป็นความรักด้วยกันทั้งคู่ ธรรมทั้งสองนี้ต่างกันก็ที่ เมตตาเป็นความรักที่บริสุทธิ์ เสน่หาเป็นความรักเพื่อตน เมตตาเป็นความปรารถนาดี เป็นความเยื่อใยเพื่อความงามความเจริญแก่ชนทั้งหลาย เสน่หา เป็นความรักอิงกาม เพื่อให้ตนได้เสพกามคือความรื่นรมย์ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

ตัวอย่างความรักที่จัดได้ว่าเป็นเสน่หาก็เช่น ความรักของบิดามารดาที่มีต่อบุตร ความรักของสามีภรรยาที่มีให้แก่กัน เป็นต้น

สำหรับเหตุที่เมตตาสามารถกลายเป็นเสน่หาได้ก็เพราะ เมตตานั้นต้องมีการแสดงออกจึงจะเป็นเมตตาที่แท้ นั่นคือ เมื่อมีจิตเมตตาต่อใคร จึงต้องมีการกระทำออกมาเป็นรูปธรรมเสมอ โดยอาจแสดงออกทางกาย วาจา และ การพัฒนาตน ตามที่ปรากฏในหลักสังคหวัตถุ ๔ อันประกอบด้วยทาน (การให้) ปิยวาจา (การพูดจาต่อกันด้วยความอ่อนน้อม) อัตถจริยา (การขวนขวายช่วยเหลือ) และ สมานัตตตา (การมีตนเสมอ คือร่วมทุกข์สุข หรือ พัฒนาตนให้มีคุณธรรมเสมอเขา เพื่อความสุขในการคบหากัน) เป็นต้น

การมีเมตตาที่คิดแต่เพียงในใจโดยไม่มีการแสดงออกทางกาย วาจา (อันเป็นการอบรมเมตตาต่อผู้อื่น) ความพยายามในการพัฒนาตนเพื่อขจัดอกุศลธรรม (อันเป็นการเมตตาตนเอง) เพื่อให้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ไม่จัดว่าเมตตาที่แท้ เป็นแต่เพียงความคิดว่าน่าเมตตาเท่านั้น เพราะไม่มีผลทำให้ผู้อื่นและตนเป็นสุขขึ้น อีกทั้งเมตตานั้นเกิดเพราะกุศลฉันทะ ซึ่งกุศลฉันทะจะบรรลุหรือดับได้ก็ด้วยการกระทำจนสำเร็จ ดังนั้น เมื่อมีเมตตา ปรารถนาให้เขามีความสุขก็เป็นเหตุให้มีการขวนขวายในด้านต่างๆ จึงต้องมีการกระทำต่างๆตามมาเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เสมอ

เมื่อต้องมีการกระทำด้วยเมตตาเพื่อวัตถุประสงค์คือความสุขของเขา จึงเฝ้าคิดหาหนทางว่าทำอย่างไรเขาจะมีความสุข การเฝ้าคิดหาหนทางช่วยเหลือด้วยเมตตา จำเป็นต้องคอยตามระลึกถึงฐานะ คอยสำรวมกาย วาจา ใจ เสมอ เพื่อให้เมตตาเป็นเมตตาที่บริสุทธิ์ ให้มีความเป็นไปคือเพื่อเกื้อกูลชนทั้งหลาย ให้ทำการคือน้อมประโยชน์เข้าไปให้เขา อันจะทำให้เห็นสภาพน่าเจริญใจของชนทั้งหลายเป็นปทัสถาน

หรือเมื่อเขามีทุกข์ ใจก็จะปรารถนาให้เขาพ้นทุกข์ ด้วยกรุณาจึงต้องมีการขวนขวายช่วยเหลือ ก็จำเป็นต้องมีสติคอยกำกับด้วยเช่นกัน  เพราะกรุณามีความหมายว่าปรารถนาให้เขาพ้นทุกข์ จึงทำให้มีการเห็นทุกข์ภัย สภาพอนาถไร้ที่พึ่งของสัตว์และชนทั้งหลายที่ถูกทุกข์ครอบงำ หรือก็คือวิบัติของสัตว์บุคคลเป็นปทัสถาน

หรือเมื่อเขาพ้นจากทุกข์ มีความสุขตามกำลัง ก็มีใจพลอยยินดีกับเขาด้วยมุทิตา ก็ต้องมีสติระลึกว่า ที่เราพลอยยินดีกับเขาด้วยนั้น เป็นเพราะได้เห็นความดี ความงาม ความเจริญของเขา และเพราะการเห็นนั้น เราจึงได้เข้าใจถึงความสำเร็จหรือสมบัติของสัตว์และชนทั้งหลาย ซึ่งในที่นี้ก็คือความสำเร็จการกระทำที่ได้ทำจบไปแล้ว ทั้งที่เราทำและที่เขานั้นเป็นผู้ทำด้วย

หรือเมื่อได้ขวนขวายช่วยจนเต็มกำลังแล้วแต่ไม่อาจช่วยเหลือได้ หรือเมื่อเขาทำผิดที่ไม่อาจให้ความช่วยเหลือได้ ก็ต้องวางใจเป็นกลาง หรือ มีอุเบกขา

ด้วยการพิจารณาอย่างนี้ ทำให้ผู้อบรมพรหมวิหารไม่นิ่งดูดาย ขวนขวายช่วยด้วยความเข้าใจ กระทำในสิ่งที่ควรทำ ยินดีในการสละ เข้าใจถึงสภาพอันเป็นทุกข์ ไม่เที่ยง เป็นไปตามเหตุปัจจัยของโลก เป็นสุขด้วยการสละโดยไม่มีความเป็นตน เป็นของตน ไม่ใช่มีตัวตนเข้าไปร่วมเสพสุขในความสุขหรือความสำเร็จของผู้อื่น

เพราะการทำงานอันเป็นไปตามธรรมใดๆที่ประสบผลสำเร็จ เราสมควรสุขใจกับความสำเร็จนั้น สุขอย่างนี้เอง ที่เรียกว่า สุขจากการให้ อันเป็นสุขที่ถูกธรรมอันทำให้ปัญญาเจริญขึ้นเรื่อยๆ เพราะเป็นการสุขจากการได้รู้ว่าจิตได้คลายตระหนี่ ได้รู้เห็นตรงตามสภาวะ สุขจากการสละอย่างนี้จึงสมควรที่จะเป็นอาหารให้แก่จิตทั้งนี้เพราะกายนี้สามารถดำรงอยู่ได้ ก็ด้วยอาหารที่ทานเข้าไป ส่วนจิตหรือใจ ดำรงอยู่ได้ก็ด้วยปีติ สุข เพียงแต่ว่า เราจะหาสุขลักษณะใดมาเป็นอาหารให้แก่จิตเท่านั้น

และสุขอย่างนี้ เรายังสามารถตามระลึกถึงในภายหลังเพื่อน้อมให้จิตสงบ เป็นสมาธิได้ ดังที่เรียกว่าการระลึกด้วยจาคานุสสติได้อีกด้วย

แต่หากเราไม่น้อมลงสู่การปล่อยวาง เพราะการสละอันเป็นการทำความดีก่อให้เกิดสุข เราก็อาจเผลอยึดมั่นในสุขนั้น จนยึดเลยไปถึงเหตุที่ทำให้เกิดสุข ทำให้การกระทำที่จบไปแล้วราวกับมีตัวตนถาวรตั้งอยู่ และ ยึดตัวตนที่ตั้งอยู่นั้นว่าเป็นการกระทำของตน เมื่อการระลึกถึงสิ่งดีๆที่ทำจบไปแล้วด้วยความเห็นว่าเป็นตนถาวร เป็นสิ่งที่เราทำ เป็นความดีของเราด้วยความสุข จึงเป็นการตามระลึกถึงแล้วเป็นสุขโดยไม่ใช้ปัญญาพิจารณาเพื่อการปล่อยวาง หากเป็นการระลึกถึงเพื่อเสพสุขจากการยึดถือมั่น

ไม่ว่าจะยึดมั่นในการกระทำที่ดีที่จบแล้วว่าเป็นตน ยึดสิ่งที่เห็นว่าเป็นตนนั้นว่าเป็นของตน กระทั่งตามยึดในผลของการกระทำ ซึ่งก็คือความดีงามและความสุขที่เพิ่มขึ้นของเขา การกระทำที่ได้ทำไปนั้นจึงไม่เป็นอันสักแต่ว่าเป็นทำ

จนกลายเป็นความยึดมั่นในความดีและความยึดมั่นในผลของความดีขึ้นมาแทน

มีความเป็นธรรมดาอยู่ว่า เมื่อเรายึดมั่นในการกระทำความดีว่าเป็นของเรา ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ก็ย่อมมีความเห็นตามมาว่า เมื่อเราทำ เราก็ควรได้รับผลตอบแทน เพราะเหตุนี้ ไม่ว่าจะเป็นการยึดมั่นในอะไร ก็นำความทุกข์มาให้ได้ทั้งนั้น ความเป็นเขาจึงมาตั้งอยู่ในใจมากยิ่งขึ้น เราจึงผูกพันกับเขามากยิ่งขึ้น จึงกลายเป็นว่าได้มีตัวตนของเราเข้าไปร่วมเสพในความสุขของเขา จึงเกิดการปรารถนาตัวตนของเขามาเป็นวัตถุเพื่อการเสพสุขของเรา รักด้วยเมตตาจึงถูกเหตุใกล้เข้าแทรกแซง กลายเป็นรักด้วยเสน่หาไปในที่สุด

ในชายหญิง แม้เมตตาจะกลายเป็นเสน่หาได้ก็คงไม่กลายเป็นเหตุวุ่นวาย หากทั้งสองฝ่ายมีใจตรงกัน และทั้งสองฝ่ายต่างยังไม่มีภาระผูกพันกับผู้อื่น แต่ถ้าไม่ ความเดือดร้อนก็อาจตามมาได้

หรือแม้ทั้งสองฝ่ายจะยังไม่มีภาระผูกพัน แต่หากฝ่ายหนึ่งเกิดเสน่หาจนปรารถนาในตัวอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก แต่อีกฝ่ายไม่มีใจรักอย่างชู้สาวให้ ฝ่ายที่เกิดเสน่หาก็อาจกลายคิดน้อยใจ ว่าตนทำดีด้วยถึงเพียงนี้ ยังไม่รู้ใจกัน ยังไม่มีน้ำใจรักให้ ซึ่งนานๆไป เหตุไกลคือพยาบาทก็เกิดขึ้นแทนเมตตาได้เช่นกัน

หรือในขณะที่ช่วยเหลือเขา หากไม่มีสติคอยกำกับก็จะถูกเหตุใกล้ของกรุณาคือโทมนัสเข้าแทรก นั่นคือเกิดผูกพันกับความทุกข์ของเขาจนกลายเป็นช่วยไปทุกข์ไป ทั้งนี้เนื่องจากการที่เราคอยตามระลึกถึงใครสักคนเพื่อช่วยเหลือทำให้เรามีเขามาตั้งอยู่ในใจ ความเป็นเขาจึงจรมาปรากฏแก่จิตเสมอๆ เช่น ใบหน้า กิริยาท่าทางที่เคยเห็น คำพูดที่เคยได้ยิน ความทุกข์ที่เขามีในใจจนแสดงออกทางกายวาจา เมื่อคอยตามระลึกถึงภาพเหล่านี้ด้วยความเห็นใจหรือด้วยความคิดหาทางช่วยเหลือ ความผูกพันเกินธรรมดาจึงเกิดขึ้นได้ ก็กลับกลายเป็นเกิดความเศร้า เข้าไปผูกพันกับเขาด้วยโทมนัสแทน และหากโทมนัสมากเข้าก็อาจหาทางช่วยที่ผิดธรรมจนเกิดการเบียดเบียนผู้อื่น จนกลายเป็นถูกเหตุไกลของกรุณาคือวิหิงสาเข้าแทรก

หรือเมื่อได้ช่วยเขาด้วยกรุณาแล้ว เขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ความเดือดร้อนลดน้อยลง ไม่มีโรคภัย มีความสุขขึ้นจนเราสังเกตได้ บุคคลเมื่อพบสิ่งดีๆย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เช่น มีน้ำเสียงที่รื่นเริงขึ้น มีสีหน้าที่อิ่มเอิบขึ้น มีผิวพรรณที่ผุดผ่องขึ้น ความเปลี่ยนแปลงไปอย่างนี้ไม่ว่าวัตถุประสงค์ของฉันทะจะบรรลุแล้วหรือไม่ ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เรามีความสุข พลอยยินดีหรือมุทิตาต่อเขา ยิ่งหากสามารถช่วยเหลือเขาจนสำเร็จ ความสุขก็ยิ่งเพิ่มขึ้น และเมื่อตามระลึกถึงความสุขของเขาตามที่เราเห็นได้ทีไร เราก็มีความสุขใจทีนั้นกับเพราะสุขเป็นอาหารจิต จึงเป็นธรรมดาที่เราจะเสพสุขจากการตามระลึกถึงความเป็นเขาที่เลิศกว่าเดิมว่าเป็นผลงานของเรา จึงถูกเหตุใกล้คือโสมนัสเข้าแทรก และหากเขามีคู่แข่งก็อาจพลอยถูกเหตุไกลเข้าแทรกคือริษยาในบุคคลที่เราเห็นว่าเป็นคนที่อาจบดบังความดีงามของเขาขึ้นมาได้

หรือเมื่อเห็นว่าช่วยเหลือเขาไม่สำเร็จ อาจไม่ใช้ความพยายามอย่างเต็มกำลัง จนเฉยเมยในเวลาต่อมาเพราะเข้าใจผิดว่าอัญญานุเบกขาหรือก็คือการเฉยเมย เฉยโง่ เฉยไม่รู้ อันเป็นเหตุใกล้ของอุเบกขา ว่าเป็นอุเบกขไปเสีย หรือถ้าเขาทำผิด หากไม่มีสติกำกับด้วยการตามเห็นว่าทุกคนมีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทของกรรมที่ตนทำ ก็อาจขวนขวายในทางที่ผิดธรรม อันเป็นการกระทำที่ปราศจากการพิจารณาอย่างแยบคาย จึงกลายเป็นว่าถูกราคะ โทสะ โมหะอันเป็นเหตุไกลของอุเบกขาเข้าครอบงำ

การณ์ก็จะกลายเป็นว่า กุศลเป็นปัจจัยให้แก่อกุศล เพราะการที่ไม่มีสติคอยตามระลึกถึงถึงสภาวธรรม ไม่หมั่นตรวจสอบตนนั่นเอง

เหตุไกลขององค์ธรรมทั้ง ๔ ยังสามารถเกิดขึ้นเพราะใจที่ถูกอกุศลธรรมครอบงำของเราเองได้ เช่นเราอาจริษยาในความมีความเป็นของใครสักคน หากอบรมองค์ธรรมคือมุทิตาขึ้นแทน ก็จะค่อยๆลดอกุศลธรรมอันเป็นคู่ปรับของกันลงไปได้

เมตตา ที่ชาวพุทธควรอบรมให้เกิด ให้เจริญ จึงต้องมีสติคอยกำกับ มีการพิจารณาคอยเกื้อหนุน เพื่อให้มีอุเบกขาร่วมด้วย เพื่อให้เมตตาธรรม เป็นธรรมที่ค้ำจุนโลกอย่างแท้จริง



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 12/10/2016 เวลา : 13.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 31:BlueHill
สวัสดีค่ะ คงต้องใช้คำสรรพนามแทนตัวใหม่แล้วนะคะ เรียก บ.ก.ชาลีเหมือนเดิมคงไม่ได้แล้ว
สบายดีนะคะ

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 12/10/2016 เวลา : 13.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 30 : Cat@
ธรรมในพุทธศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนจริงๆค่ะ
ขอบคุณที่แวะมานะคะ

ความคิดเห็นที่ 31 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 11/10/2016 เวลา : 10.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

กุศลฉันทะ (ความต้องการอันเป็นกุศล)
จริงของพี่ทีเดียวครับ

ความคิดเห็นที่ 30 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Cat@ วันที่ : 11/10/2016 เวลา : 02.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

ละเอียดอ่อน

ความคิดเห็นที่ 29 ni_gul , ลิงเขียว ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ณัฐรดา วันที่ : 09/10/2016 เวลา : 20.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ป.ล.
ความเห็นที่ 11 เป็นความเห็นส่วนตัวค่ะ
แต่ละคนมีข้อจำกัด ภาระ ประสบการณ์ ความจำเป็น ไม่เหมือนกัน จึงมีความเห็นต่างๆกันออกไปค่ะ

ความคิดเห็นที่ 28 สำรวจฟ้า , ni_gul และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
ณัฐรดา วันที่ : 09/10/2016 เวลา : 20.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 25: สำรวจฟ้า

คงเป็นการยากนะคะ ที่จะบอกว่าคนที่อบรมเมตตาแล้วถูกเสน่หาแทรกนั้นทำความผิด เพราะธรรมทั้งสองนี้ใกล้กันมากจนเกิดความเข้าใจสภาวะผิด เข้าใจเสน่หาว่าเป็นเมตตาไปได้ เมื่อไม่เข้าใจ เลยไม่มีการแก้ไขตั้งแต่ต้น กว่าจะรู้ก็ถลำลึกลงไปแล้ว ทีนี้พอรู้ใจตัวเองแล้ว ก็อยู่ที่จะดูแลใจตัวยังไงค่ะ ถ้ายอมรับเสน่หาไว้แต่คอยระวังไม่แสดงออก แม้จะเรียกว่าผิดศีลไม่ได้เสียทีเดีบว แต่ก็ทำให้ศีลไม่บริสุทธิ์ แต่ถ้าก้าวล่วงออกมาทางกาย วาจา เมื่อไร ก็ผิดศีลอย่างแท้จริง

ที่เป็นอย่างนี้เพราะเราทุกคนยังไม่สามารถมีสติรู้ตัวอยู่ตลอดเวลาค่ะ แถมเวลาที่เราหลง ยังมีมากกว่าเวลาที่รู้เสียอีก บวกกับเข้าใจสภาวะผิดไปอีก เลยเปิดโอกาสให้กุศลกลายเป็นปัจจัยให้อกุศลกันใหญ่

ขอบคุณที่แวะมานะคะ

ความคิดเห็นที่ 27 ni_gul , ลิงเขียว และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
ณัฐรดา วันที่ : 09/10/2016 เวลา : 18.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 24: รวงข้าวล้อลม
ขอบคุณคุณครูมากค่ะ
ทั้งที่แวะมาและกำลังใจค่ะ

ความคิดเห็นที่ 26 ni_gul , ลิงเขียว ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ณัฐรดา วันที่ : 09/10/2016 เวลา : 18.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 23: ลิงเขียว
ขอบคุณจริงๆค่ะสำหรับกำลังใจ
ปูลมในเอนทรี่ล่าสุดของคุณนุชน่ารักเชียวค่ะ

ความคิดเห็นที่ 25 ni_gul , ลิงเขียว และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สำรวจฟ้า วันที่ : 09/10/2016 เวลา : 15.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

เกิดเมตตาแล้วตามติดด้วยเสน่หาเพราะบุคคลนั้นไม่มีสภาวะจิตที่เที่ยงแท้มั่นคงในศีล มีอกุศลจิตเข้ามาเบียดเบียนทำให้สังคมแทนที่จะสุขกลับกลายเป็นเรื่องทุกข์

ความคิดเห็นที่ 24 ลิงเขียว , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 09/10/2016 เวลา : 13.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

ชอบกระทู้นี้จังเลย สุดยอดดดเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 23 ni_gul , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ลิงเขียว วันที่ : 09/10/2016 เวลา : 11.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/greenmonkey

สวัสดีค่ะ


เรื่องความยาว นุชเวลาตามอ่านโอวาทธรรม ก็ยาวมากในบางเรื่อง
พอเจออะไรที่สั้นลงมา ร้องว้า สั้นจังเลย แบบนี้ก็มีค่ะ
อ่านยาวๆแล้วมันเพลิน อ่านสั้นอารมณ์มันสะดุด

เรื่องยาวก็ชอบอ่าน แต่ว่า เวลาอ่านจากหน้าจอคอม มันไม่สะดวก
นุช ชอบอ่านผ่านมือถือมากกว่าค่ะ ถ้าเจอบทความยาวๆ
มันไล่ขึ้น ไล่ลงง่ายอ่าค่ะ

เวลาเข้าไปอ่านเรื่อง ธรรมะของ คนภูเก็จ
เจอตัวหนังสือ ติดกันเป็นพรืด อ่านจากหน้าจอคอม ไม่เคยจบเลยค่ะ
เพราะลายตา แต่อยากอ่านมาก ถึงขนาดต้องเอานิ้วมาจิ้มทีละบรรทัดเลยค่ะ ไม่งั้นมันจะหลงบรรทัดไปได้

แล้วก็มาคิดได้ว่า เปิดอ่านผ่านมือถือน่าจะอ่านง่ายกว่า
มันเป็นความพยายามของคนชอบอ่านเรื่องแนวนี้เช่นกัน

ไม่ว่าจะเขียนมาแบบไหน ถ้าคนชอบอ่าน
จะหาทางอ่านเองแหละค่ะ คุณณัฐรดา ไม่ต้องกังวลใจที่จะพยายามให้มันสั้นลงไปหรอกค่ะ หรือถ้าจะยาวเราก็ไม่วอรี่ ตามอ่านเท่าที่เรามีเวลาเช่นกันค่า

ความคิดเห็นที่ 22 ลิงเขียว , ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ณัฐรดา วันที่ : 09/10/2016 เวลา : 10.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 20: ni_gul
ขอบคุณค่ะ
แต่ก็จะพยายามปรับปรุงค่ะ จะพยายามขยายเท่าที่จำเป็น จะได้ลดความยาวลงบ้างค่ะ

ความคิดเห็นที่ 21 ลิงเขียว ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ณัฐรดา วันที่ : 09/10/2016 เวลา : 10.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 19 : chailasall
ขอบคุณที่แวะมาค่ะ
เมตตาเป็นอีกปัจจัยให้เกิดปัญญา และก็เพราะปัญญา จึงเป็นเหตุให้มีเมตตาที่ยิ่งขึ้นไปนะคะ

ความคิดเห็นที่ 20 ลิงเขียว , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ni_gul วันที่ : 09/10/2016 เวลา : 09.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

"เรื่องของเนื้อเรื่องที่ยาวไปนี้ น่าจะมาจากการใช้ภาษาด้วยค่ะ น่าจะติดมาจากสำนวนของภาษาบาลีที่มักจะเป็นการบอกเล่าแบบซ้ำๆ มีการใช้ประโยคขยายความประโยค หรือใช้คำหนึ่งขยายอีกคำหนึ่ง"

ใช่แล้ว นึกออกเลย สำนวนอย่างในพระไตรปิฏก สำนวนที่เหมือนมนต์สาธยาย อุบายสะกดจิตให้ดำดิ่งได้ ใช่เลย เช่นนั้นเลย เข้าใจแล้วค่ะ ยอมๆ ยอมใจให้กับความตั้งใจเจตนาแล้วละค่ะ

นับถือ นับถือ

ขนาดดอกกุหลาบการ์ตูนยังจับใจพวกเราได้
บทความที่เขียนก็จับใจแควนๆ เช่นกันนะคะ

ความคิดเห็นที่ 19 ลิงเขียว , ณัฐรดา และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
chailasalle วันที่ : 09/10/2016 เวลา : 08.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

ใจที่เป็นกุศล และปัญญา ...สิ่งที่หนุนเนืองเมตตาให้สำฤทธิ์ผล

ความคิดเห็นที่ 18 ลิงเขียว , ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ณัฐรดา วันที่ : 09/10/2016 เวลา : 05.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 16 : ni_gul

สวัสดีตอนพระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นค่ะ

ขอบคุณมากค่ะสำหรับคำแนะนำ เรื่องของเนื้อเรื่องที่ยาวไปนี้ น่าจะมาจากการใช้ภาษาด้วยค่ะ น่าจะติดมาจากสำนวนของภาษาบาลีที่มักจะเป็นการบอกเล่าแบบซ้ำๆ มีการใช้ประโยคขยายความประโยค หรือใช้คำหนึ่งขยายอีกคำหนึ่ง เรื่องราวเลยยาวไปนิดส์

ชอบที่คุณนิกุลสรุปให้ ชัดเจน กระชับดีค่ะ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ไม่ต้องระแวง ไม่ต้องกลัวว่าจะมีศัตรูที่ไหนแล้วละค่ะ
ถ้าเรามีเมตตากับปัญญาเป็นดังมิตรสนิทตลอดไปได้อย่างนี้"
ชอบมากที่สุดเลยค่ะ

ป.ล. ทราบข่าวของทั้งสองท่านจากหน้าหนังสือพิมพ์ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 17 ลิงเขียว ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ณัฐรดา วันที่ : 09/10/2016 เวลา : 05.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 15 : ลิงเขียว

อ่านแล้วทั้งอมยิ้ม ทั้งเอิ๊กอ๊ากตามไปค่ะ

ที่จริงวาดการ์ตุนไม่เป็นค่ะ วาดเป็นแต่ดอกไม้ พอลองวาดดู ก็ไม่รู้จะวาดอะไร เลยได้แต่ทำดอกไม้เป็นการ์ตูน
รู้สึกถึงความสุขของผู้ดูก็ดีใจค่ะ

ความคิดเห็นที่ 16 ณัฐรดา , ลิงเขียว ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ni_gul วันที่ : 08/10/2016 เวลา : 19.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

สวัสดียามค่ำค่ะ
คุยอธิบายยาวเลยค่ะ
บางทีถ้าเรามีธุระเราคงอยากอ่านอะไรสั้นๆ นะคะ
แต่ว่าเรื่องยาวๆ อย่างนี้ก็ชอบนะคะ มันทำให้เราได้ทวนความคิดติดตามไปด้วย บางทีก็เก็บจำไปขบคิดต่อระหว่างทำงานบ้านได้อีก
เพราะวลีคล้ายๆ กัน ที่อธิบายย้ำไปย้ำมา บางวลีอาจไม่โดนใจ
ฟังไปเรื่อยๆ อาจไปปิ๊งเข้ากับวลีอื่นๆ ก็ได้
จึงนับว่า ยาวก็ดี สั้นก็ดี ...

นิกุลหัวช้า บางทีชอบอ่านหลายๆ เที่ยวด้วยซ้ำไป

เป็นอันเข้าใจว่า
ถ้าเราหมั่นมองทุกเรื่องในชีวิตเป็นครูเรา เป็นแบบฝึกหัดขัดเกลาเมตตาของเรา
เราพึงอาศัยสติกำกับและดูการคิดการกระทำของเรา
ทั้งคอยหมั่นทบทวนตรวจตราเจตนคติหรือความตั้งใจของเราให้คงมั่นในกุศลจิต
และปัญญาเราจะมั่นคง เจริญขึ้นเรื่อยๆ เพราะใช้มันบ่อยๆ

ถ้าคิดได้ทำได้อย่างนี้คงจะดีเชียวนะคะ
ไม่ต้องระแวง ไม่ต้องกลัวว่าจะมีศัตรูที่ไหนแล้วละค่ะ
ถ้าเรามีเมตตากับปัญญาเป็นดังมิตรสนิทตลอดไปได้อย่างนี้

ฝึกค่ะฝึก เราจะทำตัวเป็นผู้ฝึกง่ายต่อไป

ป.ล. อยากให้วีเจวุ้นเส้นกับชาคริตได้อ่านความเห็น 11 จังเลยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 15 ณัฐรดา , ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ลิงเขียว วันที่ : 08/10/2016 เวลา : 18.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/greenmonkey

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ

ไม่เบื่อที่จะช่วยเหลือคนอื่นแน่ๆค่ะ แม้ไม่รู้จักกันก็ตามที


555+1 รูปภาพ อันล่างสุด ทำหน้าโกรธๆยิ่งเหมือนหัวหอมใหญ่มากเลยค่ะ
นุช มองทีไร ฮาทุกทีเลยค่ะ นั่งหัวเราะเอิ๊กๆ อ๊ากๆอยู่เนี่ย


เรื่องแฟนเพื่อน เค้าชอบดื่มแล้วขับรถด้วย
เอาไว้ ถ้านางบ่นเรื่องนี้ขึ้นมาอีก นุชจะบอกน้องนะคะ
ว่าไม่ได้เกี่ยวกับที่เค้าพูดหรอก


สบายดีมากๆด้วยค่า

ความคิดเห็นที่ 14 ni_gul , ลิงเขียว ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ณัฐรดา วันที่ : 08/10/2016 เวลา : 14.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 13 : ลิงเขียว

สวัสดียามบ่ายค่ะคุณนุช

เรื่องบทความยาวนี่ ก็อีกเรื่องที่พยายามแก้ไขอยู่ค่ะ ในส่วนของถ้อยคำ บางทีก็พยายามหาคำอื่นที่ดูจะสั้นกว่ามาแทน หรือบางทีก็แก้ไขประโยคให้กระชับขึ้น แต่สำหรับเนื้อหา ไม่ทราบจะตัดยังไงค่ะ

ดูเหมือนว่ายังต้องปรับปรุงอีกนานค่ะ ขอบคุณจริงๆค่ะที่พยายามอ่าน ^-^

อนุโมทนากับความเมตตา ปราถนาดีต่อผู้อื่นของคุณนุชค่ะ อีกทั้งยังปรารถนาดีอย่างไม่เสื่อมคลาย เลยไม่หน่ายกับการช่วยเหลือ และคัดสสรรสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับการช่วยเหลือค่ะ

พระรองในละครที่ตอนแรกก็เมตตานางเอกดี แต่พอนางเอกไปรักพระเอก ก็กลับโกรธนางเอก แค้นพระเอก ก็เป็นอย่างที่ได้เล่าในเอนทรี่ค่ะ คือเริ่มต้นด้วยจิตที่เป็นกุศล ต่อมาถูกเหตุใกล้คือเสน่หาแทรก พอรัก ต้องการความรักจากนางเอกแล้วไม่ได้ ก็เลยโกรธ ถูกเหตุไกลแทรกขึ้นมาอีก สุดท้ายก็คือเพราะไม่มีอุเบกขากำกับเมตตา เลยถูกทั้งราคะ โทสะ โมหะ อันเป็นคู่ปรับของอุเบกขาครอบงำ

สำหรับเรื่องเพื่อนที่พูดว่าขอให้แฟนถูกรถชนตายแล้วเค้าเกิดอุบัติเหตุจนตายจริงๆนั้น อยากเรียนว่าไม่มีใครสามารถลิขิตชีวิตใครได้ค่ะ ใครก็ตามที่นั่งหลังพวงมาลัย ก็มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ทั้งนั้น หรือใครก็ตามที่เมาแล้วขับ ก็ยิ่งมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้มากกว่าคนที่ไม่เมา การพลัดพรากจากคนรัก ตนก็ทุกข์อยู่แล้ว จะซ้ำเติมตนด้วยความคิดที่สร้างขึ้นมาเองอีกทำไมกันนะคะ

สำหรับภาพวาด ทั้งขอบคุณทั้งขำค่ะ


หวังว่าคุณนุชคงสบายดีนะคะ

ความคิดเห็นที่ 13 ni_gul , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ลิงเขียว วันที่ : 08/10/2016 เวลา : 10.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/greenmonkey

สวัสดีค่ะ


เมื่อวานนุช เข้ามาอ่านแล้วครึ่งเรื่องค่ะ เหมือนคุณความเห็นที่ 1
คือ เนื้อเรื่องยาวมาก ไม่สามารถอ่านได้จนหมด เลยแวะมาอ่านอีกที่เหลือ เรื่องแบบนี้ ก็ชอบอ่านค่ะ แต่ว่า ต้องเป็นการนั่งอ่านแบบว่า ไม่มีอะไรมาป่วน แบบว่า ต้องอ่านเวลาว่างอ่าค่ะ ถ้าอ่านในช่วงทำงาน มันจะไม่จบ ช่วงนี้ยังเช้าอยู่ ลูกค้ามักจะมาสายๆค่ะ
เลยแวะมาอ่านอีกรอบนึง

เกริ่นยาวเชียวเนอะ ^^


นุช ทำงานนวด และเคยเขียนเกี่ยวกับนวดไทยเอาไว้ในบล็อก
มีคนเขียนเมลเข้าสอบถามนุชมากมายเชียวแหละค่ะ
คือ แต่ละคนไม่รู้จะเริ่มต้นจากจุดไหน แบบว่า อยากเริ่มเรียนนวดอ่าค่ะ
ก็แนะนำแนวทางกันไป

บางคน ก็อยากไปทำงานต่างประเทศ คือ เขาทั้งหลาย ดันเข้าใจผิดคิดว่า นุชเป็นนายหน้าหางานต่างประเทศให้ซะงั้น
แต่ นุชก็บอกไปว่า ไม่ได้เป็นนายหน้านะ แต่ก็พอรู้จักบริษัทที่ส่งพนักงานนวดต่างประเทศ และก็จะให้ที่อยู่ เบอร์โทรไปค่ะ
ให้เขาไปสมัครเอง นุชแนะนำได้เท่านี้

ถ้าบางคนอายุยังไม่มาก นุชจะแนะนำให้ไปสมัครงานโรงแรมห้าดาว ที่เขามีสาขาในต่างประเทศ ถ้าเราทำงานในสาขาที่ไทย
พอพ้นปีไปแล้ว เขาจะส่งไปทำงานต่างประเทศค่ะ

แต่ละที่ ที่่นุชบอกไป ไม่ได้เสียค่านายหน้าค่ะ
เพราะถ้าเป็นบางที่ ทีเสียค่านายหน้า นุชไม่แนะนำค่ะ


บางคน ก็ตอบกลับเมล มาขอบคุณ ที่นุชแนะนำงานให้ค่ะ

บางคนก็ไม่ตอบเมลกลับมาเลย ตอนแรกนุชก็หวังให้เขาตอบกลับมานะคะ คือ อยากจะรู้ว่า เขาได้งานหรือยังแบบนี้
ไม่ได้หวังให้เขามาขอบคุณอะไรหรอก
แต่ พอมาคิดว่า บางคนเขาไม่ชอบการเขียนเมล ซึ่งต่างจากเรา
ชอบเหลือเกินเขียนเมลเนี่ย เลยไม่คิดมากค่ะ


นุช ช่วยเหลือมาเป็นร้อยแล้วมั้งคะ
แบบว่า ถ้าใครเขียนเมลมาหา นุชตอบกลับทุกฉบับเลยค่ะ
แปะลิ้งก์ข้อมูลมากมาย เขาจะงงกันไหมไม่รู้ 55+


มีน้องคนหนึ่ง เพิ่งเขียนมาบอกว่า ขอบคุณพี่นุชที่แนะนำงานให้
ตอนนี้กำลังทำงานอยู่ที่ โรงแรมห้าดาวที่เมือง อาบูดาบี ค่ะ
นุช ----ดีใจกับน้องมากๆเลยค่ะ
เราได้แนะนำงานที่ดีให้น้องได้ แม้เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
ก็สุขใจนะคะ เราทำงานอาชีพเดียวกัน นุชอยากให้ทุกคนได้ดีค่ะ XD

อยากให้ทุกคนได้เงินได้ทอง ไม่อยากให้ใครโดนหลอกจากนายหน้าเลยค่ะ
บางคนเขาโดนหลอกมาเยอะหลายหมื่น เป็นแสนก็มีค่ะ
ฉะนั้นแล้ว ไม่ว่านุชไปทำงานที่ไหน ถ้าพอจะแนะนำเพื่อนๆได้ นุชไม่ลังเลเลยค่ะ อยากให้ทุกคนได้งานที่ดีๆ ชีวีมีสุข ^^


ความเมตตาอะ บางคนตอนแรกก็เมตตาดีหรอก
ไปๆมาๆกลายเป็นเสน่หา อันนี้เห็นมาเยอะเลยค่ะ ในละคร
ตอนแรก หวังดีมากๆ ส่งเสียเรียน พอเริ่มเป็นสาว กลายเป็นคนแก่หัวงู เป็นงั้นไป
--------------------

หรือบางทีนะ พระรอง ตอนแรกๆก็ดีแบบสุดๆเมตตานางเอก
พอนางเอก ไปรักพระเอก ไม่รักตนเอง
พระรองก็จะพยาบาทนางเอกละ แค้นพระเอก
มันน่าจะเข้าข่าย เสน่หา กลบเมตตานะเนี่ย

----------------


นุช อยากจะถามว่า
เพื่อนที่ทำงานด้วยกันอ่าค่ะ น้องเขาบอกว่า
เมื่อก่อน ชอบด่าคนไปเรื่อย
มีครั้งหนึ่ง แฟนเค้าดื่มเหล้า เค้าก็ด่าว่า ให้รถชนตาย แล้วแฟนเค้าก็เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตเลย

น้องเลยมานั่งโทษตัวเองว่า เป็นคนปากไม่ดี เป็นคนบาป
แล้วเราจะมีวิธีบอกเขาอย่างไรคะ แบบเหมือนเค้ารู้สึกผิดตลอดเวลาอ่าค่ะ
คือ เขามักจะควบคุมอารมณ์ไม่ได้ พอโกรธแล้วชอบด่าออกมา


ขอบคุณธรระมะที่นำมาฝากค่ะ

อยากบอกว่า รูปภาพประกอบน่ารักดีคะ ^^


น่าเป็นกุหลาบตูมและและกลีบกุหลาบเนาะ
แต่ลิงเขียว คิดไปว่า เป็นต้นหอมหัวใหญ่ทุกทีเลยค่ะ
ก๊าก

ความคิดเห็นที่ 12 ni_gul , ลิงเขียว ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ณัฐรดา วันที่ : 08/10/2016 เวลา : 09.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 8 : ni_gul
ขอบพระคุณมากค่ะ ชอบมาก
ก็อปเก็บไว้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ณัฐรดา วันที่ : 08/10/2016 เวลา : 09.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ห็นที่ 7 : ni_gul

ขอบคุณมากค่ะ หยิบยกเรื่องมาสนทนากัน

เรื่องของเมตตาสงสารที่กลายเป็นเสน่หาเป็นเรื่องที่พบเห็นได้บ่อยในสังคมไทยจริงๆค่ะ มองว่าเป็นเรื่องที่เราทุกคนควรให้ความระมัดระวังเพราะเราต่างก็ยังเป็นผู้ที่ต้องน้อมธรรมเข้ามาสู่ใจ ยังต้องดัด ตัด พัฒนาอีกมากมายด้วยกัน

และหากสามีไปสงสารลูกน้องสาวๆบ่อยๆ จนภรรยาระแวง ขอแสดงความเห็นอย่างนี้ค่ะ ว่าลูกน้องก็คือคนที่ทั้งสามีภรรยาควรใส่ใจ ดูแลทุกข์สุข ถ้าทั้งสามีและภรรยาต่างก็มีเมตตาต่อลูกน้อง ทั้งสองก็อบรมกุศลธรรมด้วยกันทั้งคู่ ในยามที่เขาเดือดร้อน ก็ต้องช่วยเหลือ

ดังนั้นหากสามีมีความสงสารและช่วยเหลือลูกน้อง(หรือบุคคลอื่นใด)ด้วยเมตตาอันเป็นกุศลธรรม แต่หลงลืมการกำหนดจนเกิดเสน่หาอันเป็นอกุศลธรรมขึ้นมา จนเกิดเสน่หาลูกน้องได้ ก็อยู่ที่ทั้งสองฝ่ายค่ะ

ฝ่ายสามี หากมีการอบรมความพอใจในคู่ของตน แต่เพราะหลงสติจึงเผลอไป ก็คงไม่ยอมรับอกุศลธรรมที่แปรไปจากกุศลไว้ หาทางแก้ไข ไม่ยอมพ่ายแพ้แก่ตัณหา แต่การแก้ไขต้องใช้เวลา ดังที่สมเด็จพระสังฆราชเคยอธิบายว่า ความคิดใดที่เกิดขึ้นแล้วจะไม่เลือนห่าย จะจมลงเป็นอนุสัย คนเราจึงต้องระวังความคิด เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องพิจารณาจนกว่าจะเห็นด้วยความเป็นกลาง ในระหว่างที่ยังวางใจเป็นกลางไม่ได้ ก้ค้องต้องข่มกลั้นไม่ยอมตามความประสงค์ที่ผิด

ฝ่ายภรรยาจะ "ยอมให้อกุศลของคนอื่นทำให้กุศลของตนเสื่อมถอย" หรือไม่

ถ้าเธอยอมให้อกุศลธรรมเสื่อมถอย ความระแวงก็อาจเป็นเหตุให้เมตตากรุณาเขาผู้นั้นลดน้อยลง หรือถ้าลดน้อยลงมากเข้า ก็อาจโกรธเคืองสามีที่มีใจให้คนอื่น จนถึงอาจโกรธเลยไปถึงตัวลูกน้องที่ได้ส่วนหนึ่งในน้ำใจรักของสามีตนไป ทั้งๆที่เจ้าตัวอาจไม่รู้เรื่องราวด้วยเลยก็ได้ เพราะยอมรับอกุศลไว้ดังกล่าว เมตตาที่อุตส่าห์อบรมให้มีขึ้นจึงไม่สำเร็จ เมื่อเสื่อมจากเมตตา ก็สามารถพยาบาทได้นะคะ

แถมยังอาจเกิดปัญหาภายในครอบครัวขึ้นมาได้อีกด้วย แค่สามีนอกใจ ก็เป็นเหตุที่พร้อมจะทำให้ครอบครัวล่มสลายไปครึ่งหนึ่งแล้ว พอภรรยายอมให้อกุศลของสามีมามีผลต่อตน ครอบครัวก็ยากจะคงความเป็นครอบครัวอีกต่อไป ลูกๆก็พลอยได้ตัวอย่างการแก้ปัญหาอย่างนี้ไปด้วย

แต่ถ้าเธอไม่ยอมให้อกุศลของคนอื่นทำให้กุศลของเธอเสื่อมถอย ก็จะหาทางรักษาเมตตาที่อุตส่าห์อบรมขึ้นให้เจริญ ถือเอาความแปรปรวนในน้ำใจซื่อของสามีที่ทำให้เกิดความทุกข์ใจมาเป็นแบบฝึกหัด ที่ทำให้เห็นว่าทุกสิ่งล้วนไม่ควรยึดมั่น อบรมความคิดที่ว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วล้วนดีเสมอ เพราะสามารถนำมาเป็นแบบฝึกหัดในการอบรมตนได้

เมื่อเห็นทุกอย่างเป็นแบบฝึกหัด ก็พร้อมจะเปลี่ยนนิมิตที่เป็นอกุศลมาเป็นกุศลได้นะคะ เป็นต้นว่า มองในแง่ดี การที่สามีมีเสน่หาลูกน้อง ก็แสดงว่าเขามีการอบรมเมตตาจริงๆ ไม่ใช่ดมตตาแต่ปาก แค่คิดว่าลูกน้องน่าเมตตาเท่านั้น ถ้าเขามีการอบรมจนเมตตาผู้อื่นได้ เขาก็เป็นคนมีคุณค่า เป็นการดีที่เราอยู่ร่วมกับคนที่ฝึกอบรมตน มากกว่าอยู่ร่วมกับคนที่ขาดการอบรมนะคะ

หรือ ถือเอาความหลงลืมสติของสามีมาเป็นข้อเตือนใจเราจะไม่ลืมกำหนดจนหลงลืมสติ จนอกุศลธรรมครอบงำใจอย่างเขา ทำให้ต้องทุกข์เพราะต้องคอยปกปิดความในใจ การต้องคอยระวังไม่ให้ใครสังเกตได้ คอยไถ่ถอนความรู้สึกนั้น หรืออาจจะทำให้ทุกข์เพราะการไม่สามารถเอาชนะตัณหาได้จนเกิดการนอกใจ ทำตนเองให้ตกต่ำลงไปเรื่อยๆ ยอมให้กุศลที่ตั้งต้น แปรเป็นอกุศลในตอนท้าย

รวมทั้งการอบรมความเชื่อที่ว่า เราทุกคนต่างก็มีการแสดงออก มีความอดกลั้น มีความตั้งใจมั่นในสิ่งดีๆ มีความคิดเอาตัวรอดจากความไม่ดี หรือเพิ่มพูนความดีได้ตามกำลังการอบรมของตน ใครอบรมมาเท่าไร ก็มีกำลังทำได้เท่านั้น เขาเป็นอย่างไร เราเองก็อย่างนั้น การจะหวังหรือบังคับให้ใครทำในสิ่งที่เกินกำลังของแต่ละคนย่อมเป็นไปไม่ได้

ซึ่งการที่จะเห็นอย่างนี้ขึ้นจริงๆได้ น่าจะต้องผ่านการฝึกจิตในหลายๆเรื่องเลยนะคะ เป็นต้นว่า อบรมให้พอใจในสิ่งที่ตนมีแล้ว ได้แล้ว จึงจะสามารถพอใจในน้ำใจรักของสามีที่ยังพอมีให้ตนได้ อบรมการอดกลั้น เพราะในขณะที่ยังยอมรับไม่ได้ ย่อมขัดเคืองใจจนเพราะความอยากต่างๆได้ เช่น อยากได้น้ำใจทั้งหมดของสามี อยากแสดงความขัดเคืองของตนออกไป ฯลฯ อบรมการพิจารณาให้เห็นถึงความเป็นสภาพเกิดดับที่ไม่สามารถยึดถือเอาไว้ได้ แม้ในขณะนี้จะยังไม่สามารถคลายความเห็นว่าความรักที่สามีมีให้เป็นตัวตนที่เธอจะถือครองได้ แต่ทุกข์เพราะการฝึกการข่ม ก็ทำให้ค่อยๆคลายความยึดมั่นในความเห็นนั้น จนรวมถึงอาจคลายความยึดมั่นในตัวสามีลงไปด้วยนะคะ

และคงเพราะได้แบบฝึกหัดมังคะ เลยได้ความรู้ว่า กามภพก็อย่างนี้ มีสุขมีทุกข์คลุกเคล้า เห็นความเป็นธรรมดาว่ากุศลและอกุศลเป็นปัจจัยให้กันและกัน ถ้าไม่อยากวนเวียนเจอเรื่องอย่างนี้ ก็ต้องหมั่นฝึกสติ ทั้งเพื่อป้องกันตนไม่ให้หลงลืมตามที่ได้เห็นเพราะความที่ยังอยู่ในกามภพด้วย ทั้งเพื่อการให้เห็นแจ้งสภาวะ อันจะพาให้พ้นจากกามภพด้วย เพราะการที่จะพ้นจากภพ ไม่ใช่เรื่องที่เราคิดเอาเอง แต่เป็นไปเองโดยไม่ต้องมีเจตนา

ทั้งสามีและภรรยาต่างก็ต้องระวัง ต้องหมั่นสำรวจใจ ด้วยกันทั้งคู่ค่ะ เพราะเรื่องอย่างนี้ไม่เข้าใครออกใคร เกิดขึ้นกับใครก็ได้ คราวนี้เกิดกับเขา คราวหน้าอาจเป็นเราหากเราลืมกำหนดสติในชีวิตประจำวันค่ะ ตราบใดที่ยังคลายความยึดมั่นในตนไม่ได้ ยังมีกิเลสกามก็ยังต้องมีวัตถุกาม ก็ต้องอบรมการสำรวมในวัตถุ พยายามอย่าให้วัตถุใดๆมาเป็นวัตถุกามของเรามากกว่าที่เป็นอยู่ ที่เป็นอยู่เดิม ก็พยายามทำให้กลายเป็นจาก “ต้องมี ต้องได้” ไปสู่ “มีก็ดี ไม่มีก็ได้” ให้ได้ไปถึง “มีก็ได้ ไม่มีก็ดี” เพียงแต่ว่าการไปถึงอย่างนั้น คงไม่ใช่ในเวลาอันสั้น บางที จบชีวิตนี้ก็อาจยังไม่ถึง ยิ่งหวังยิ่งไม่ถึงนะคะ

เลยคุยกันยาวเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 สิงห์นอกระบบ , ลิงเขียว ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ณัฐรดา วันที่ : 08/10/2016 เวลา : 05.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 6 : สิงห์นอกระบบ
เป็นอย่างนั้นจริงๆค่ะ
ขอบคุณที่แวะมาค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 ลิงเขียว ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ณัฐรดา วันที่ : 08/10/2016 เวลา : 05.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 5 : เขียดขาคำ
ขอบคุณมากค่ะ
ไม่ได้คุยกันนานเลยจริงๆด้วย คงสบายดีนะคะ

ความคิดเห็นที่ 8 ลิงเขียว , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ni_gul วันที่ : 07/10/2016 เวลา : 19.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

"When we feel love and kindness towards others,
it not only makes others feel loved and cared for,
but it helps us also to develop inner happiness and peace."

- Dalai Lama

"เมื่อเรารู้สึกรักและเมตตาต่อผู้อื่น
มันไม่ใช่ว่าทำให้ผู้อื่นรู้สึกเป็นที่รักและเป็นที่ใส่ใจเท่านั้น
หากทว่ามันยังช่วยกระตุ้นให้เราเป็นสุขและสงบลึกล้นยิ่งขึ้น"

- องค์ดาไลลามะ

ความคิดเห็นที่ 7 ลิงเขียว , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ni_gul วันที่ : 07/10/2016 เวลา : 18.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

เมตตาสงสารมักเป็นบ่อเกิดแห่งความรักและเสน่หา...
คุณภรรยาจึงมักระแวงคุณสามีไปสงสารลูกน้องสาวๆ บ่อยๆ
อย่างนี้คุณสามีจึงต้องระวังและยับยั้งชั่งใจ สำรวจใจตนอยู่เสมอๆ
อย่าแก่เมตตามากเกินไปจนอาจนอกใจภรรยาตนได้
เป็นตัวอย่างหนึ่งที่พบเห็นได้บ่อยในสังคมไทยที่ชายไทยช่างมีเรื่องสนุกโลดโผนมากเสียเหลือเกิน....เช่นนี้นี่เอง

ความคิดเห็นที่ 6 ลิงเขียว , ณัฐรดา และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 07/10/2016 เวลา : 18.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

เมตตาธรรมค้ำจุนโลกเสมอครับ

ความคิดเห็นที่ 5 ลิงเขียว , ณัฐรดา และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
เขียดขาคำ วันที่ : 07/10/2016 เวลา : 16.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kiadkakam

ขอบคุณและสวัสดีครับ
ไม่ได้แวะมาเยี่ยมนาน
เนื้อหายังเข้มข้นและลึกซึ้งเหมือนเดิมครับ

ความคิดเห็นที่ 4 ลิงเขียว , ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ณัฐรดา วันที่ : 07/10/2016 เวลา : 14.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 2 : ลูกเสือหมายเลข 9
ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 ลิงเขียว , ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ณัฐรดา วันที่ : 07/10/2016 เวลา : 14.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 1 : rkii
ขอบคุณมากค่ะ
เรื่องภาษา กำลังปรับปรุงตัวเองอยู่ค่ะ เพื่อนๆหลายคนที่ส่งเรื่องไปให้ทางไลน์ ก็บอกว่าค่อนข้างอ่านยากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 ลิงเขียว , ni_gul และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 07/10/2016 เวลา : 11.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ขอบคุณครับ..
ชอบเรื่องนี้มากครับ

ความคิดเห็นที่ 1 ลิงเขียว , ni_gul และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
rkii วันที่ : 07/10/2016 เวลา : 11.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rkii

คิชอบอ่านแบบนี้ แต่ยาวแบบนี้หนูคงต้องกลับมาอ่านเป็นหลายๆวัน และต้องทำความเข้าใจกับภาษาอีก ^^ ค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน