*/
  • ณัฐรดา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nadrda@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-24
  • จำนวนเรื่อง : 382
  • จำนวนผู้ชม : 551154
  • จำนวนผู้โหวต : 371
  • ส่ง msg :
  • โหวต 371 คน
<< พฤศจิกายน 2017 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤศจิกายน 2560
Posted by ณัฐรดา , ผู้อ่าน : 836 , 06:11:40 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สิงห์นอกระบบ , february26 โหวตเรื่องนี้

เล่าค้างไว้จากตอนที่แล้ว ว่ากว่าที่คนเราจะมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพนั้น อาจไม่ใช่พอรู้ว่าพฤติกรรมใดไม่ดีก็สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้ในทันที แต่มักผ่านกระบวนการทางความคิด ผ่านการไตร่ตรองมาแล้วเป็นขั้นๆ และแต่ละขั้นก็มักใช้เวลาค่อนข้างนาน โดยที่การเปลี่ยนแปลงจากขั้นหนึ่งไปสู่อีกขั้นหนึ่งนั้นจะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจ สภาพจิตใจ ความพร้อม และแรงจูงใจของแต่ละคน

ทฤษฎีที่พูดถึงเรื่องนี้คือ Trans- Theoretical Model และเนื่องจากมีการแบ่งพฤติกรรมสุขภาพเป็นขั้นๆ เลยได้ชื่อว่าทฤษฎีขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม  Stage of Change Model  ด้วย โดยทฤษฎีนี้แบ่งขั้นตอนในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมออกเป็น 5 ขั้นค่ะ

สมมติว่า คุณ ก. ไม่เคยคิดจะออกกำลังกายเลย ไม่คิดว่าการออกกำลังกายจะเป็นเรื่องสำคัญ อย่างนี้ก็จัดได้ว่าคุณ ก. อยู่ในขั้นแรก คือขั้นก่อนการคิดและไตร่ตรอง หรือ Pre-Contemplation Stage

ต่อมาคุณ ก. ได้รับรู้ข้อมูลว่าการไม่ออกกำลังกายเกิดผลเสียอย่างไร หรือคุณ ก. อยากให้ตัวเองดูดีในสายตาคนอื่น ก็เริ่มคิดชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียของการออกกำลังกาย อย่างนี้ก็จัดคุณ ก. เข้าในขั้นการคิดและไตร่ตรอง  Contemplation Stage

ต่อมาคุณ ก. เริ่มมองหากิจกรรมออกกำลังกาย พร้อมที่จะให้กิจกรรมออกกำลังกาย เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน เริ่มซื้อรองเท้า หาเสื้อผ้าที่จะใช้เวลาออกกำลังกาย เริ่มเข้ายิมบ้างเป็นครั้งคราว อย่างนี้ก็จัดคุณ ก. เข้าในขั้นการเตรียมการหรือ  Preparation Stage ได้

และหากคุณ ก. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอไปได้ประมาณ 6 เดือน เราจะจัดคุณ ก. เข้าในขั้นลงมือปฏิบัติหรือ  Action Stage ได้แล้ว

ครั้นคุณ ก. ออกกำลังกายเกิน 6 เดือนขึ้นไป จึงจะสามารถจัดคุณ ก. เข้าในขั้นสูงสุดคือขั้นการคงรักษา ซึ่งก็คือขั้น  Maintenance Stage ได้ค่ะ

แต่อย่าเพิ่งดีใจไป เพราะถึงคุณ ก. จะถูกอยู่ในขั้นของการคงรักษา แต่คุณ ก.ก็สามารถถดถอย กลับไปอยู่ในขั้นต้นๆได้อีก เช่น มีเหตุจำเป็นเช่น ย้ายถิ่นที่อยู่ ทำให้ไม่สามารถเข้ายิมได้ตามปกติ หรือได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดีในการออกกำลังกาย เช่น บาดเจ็บ หรือออกกำลังกายแบบเดิมๆไปนานๆก็เริ่มไม่สนุก เบื่อหน่าย

ประสบการณ์ที่ดีในการออกกำลังกายเป็นเรื่องสำคัญค่ะ เพราะพบว่าคนที่ออกกำลังกายไม่ถึง 6 เดือน หรือก็คือคนที่จัดเข้าในขั้นปฏิบัติการนั้น เลือกที่จะเลิกไปมีมากถึง 50% เลยทีเดียว ซึ่งการหยุดออกกำลังกายนี้เกิดจากหลายๆสาเหตุค่ะ เช่น ออกกำลังกายหนักเกินไป เร่งรัดตนเอง อยากได้ผลเร็วเกินไป สุดท้ายทั้งกายและใจก็รับไม่ไหวบ้าง, ขาดผู้นำในการออกกำลังกายบ้าง, 

 

 

ไม่สามารถจูงใจตนเองให้รักษาการออกกำลังกายให้เป็นวิถีชีวิตได้บ้าง, ขาดเแรงสนับสนุนจากบุคคลรอบข้างบ้าง, ขาดความสะดวกในการเข้าถึง เช่น ยิมอยู่ไกลบ้าง, ขาดโปรแกรมออกกำลังกายที่ดีบ้าง. ขาดแคลนค่าใช้จ่ายบ้าง, ไม่มีเวลาพอบ้าง และ  ขาดการฝึกการตระหนักรู้ จนไม่มีการรับรู้ความสามารถของตนเองบ้าง

ซึ่งการรั บรู้ความสามารถของตนเองนี้มีความสำคัญไม่แพ้ประสบการณ์การออกกำลังกายเลยค่ะ เพราะหากการรับรู้ความสามารถของตนเองดี เราก็จะมีการเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพไปในทางที่ดี และการรับรู้ความสามารถของตนเองนี้ สำคัญจนถึงกับถูกจัดขึ้นเป็นทฤษฏีอีกทฤษฎีหนึ่งเลยทีเดียว

คราวหน้าจะเล่าถึงทฤษฎีนี้ หรือที่รู้จักในชื่อ Self Efficacy นะคะ

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 10/11/2017 เวลา : 15.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

คุณสิงห์นอกระบบคะ
ไม่ใช่เนรื่องง่ายๆจริงๆค่ะ ที่ใครสักคนจะเปลี่ยนพฤติกรรม ให้มีกิจกรรมทางกายค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 10/11/2017 เวลา : 13.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ยากจริงจริงครับ

ความคิดเห็นที่ 2 february26 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ณัฐรดา วันที่ : 09/11/2017 เวลา : 08.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

คุณ february 26 คะ

ปั่นจักรยานก็จัดเป็นการออกกำลังกายได้แล้วค่ะ ตั้ง 30-40 ก.ม.แน่ะ ถ้าสามารถทำได้วันละ 30 นาที 5 วัน/สัปดาห์ จะยิ่งดีมากเลยค่ะ

อย่างไรก็ดี การออกกำลังกาย ควรทำให้ครบทั้ง 3 แบบค่ะ คือแบบใช้แรงต้าน (loading) จะใช้แค่น้ำหนักตัว หรือน้ำหนักจากภายนอก อย่างที่เราเรียกกันว่าเล่นเวทก็ได้ แบบที่รักษาสมรรถภาพหรือเพิ่มประสิทธิภาพระบบหัวใจและหลอดเลือด (cardio) ก็อย่างเช่นเดินเร็ว จ็อกกิ้ง วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจัรยาน เต้นแอโรบิค และแบบยืดเหยียด (stretching) เพื่อรักษาช่วงการเคลื่อนไหวของข้อต่อ คลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อด้วย

รักษาสุขภาพดีไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของตัวเราเองนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
february26 from mobile วันที่ : 09/11/2017 เวลา : 06.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bang2510
The twenty-six of February 

สวัสดีครับ คุณณัฐรดา

ผมเองก็ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นเริ่องเป็นราว ..แต่ปั่นจักรยาน บ่อย โดยปั่นจากบ้านไปท่าน้ำ และ ก็ปั่นรอบๆแม่น้ำชมวิว เฉลี่ย ก็ประมาณ 30-40 กิโล

ก็เคยคิดว่าจะออกกำลังกายเป็นเรื่องเป็นราว สักที แต่ก็ได้แค่คิดครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน