*/
  • ณัฐรดา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nadrda@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-24
  • จำนวนเรื่อง : 382
  • จำนวนผู้ชม : 551432
  • จำนวนผู้โหวต : 371
  • ส่ง msg :
  • โหวต 371 คน
<< พฤศจิกายน 2017 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 12 พฤศจิกายน 2560
Posted by ณัฐรดา , ผู้อ่าน : 805 , 20:23:53 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน สมชัย , อดุลย์ และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

ได้เล่าถึง 3 ทฤษฎีพฤติกรรมสุขภาพไปแล้ว อาจมีข้อสงสัยว่า จะออกกำลังกาย หรือจะชวนใครสักคนออกกำลังกาย ทำไมต้องทราบถึงเรื่องเหล่านี้

ที่ราควรทราบก็เพื่อที่จะเข้าใจตัวเราเอง ว่าทำไมเราจึงมีพฤติกรรมสุขภาพอย่างที่เป็น ทำไมเราจึงไม่เปลี่ยนพฤติกรรม หรือทำไมเราจึงรักการออกกำลังกายเป็นอย่างมาก หรือเพื่อที่เข้าใจ เห็นใจเขา ไม่ท้อถอยในการสนับสนุนเขา และเพื่อจะทราบว่า การที่แต่ละคนมีพฤติกรรมตามที่เห็น กระทั่ง มีวิธีใดบ้างที่จะส่งเสริมให้มีการเริ่มต้น จูงใจให้ทำ จนให้ยึดมั่นการออกกำลังกายในที่สุดนั่นเองค่ะ

ในทฤษฎีแบบแผนความเชื่อเรื่องสุขภาพ (Health Belief Model) บอกเราว่าถ้าปัจจัยต่างๆที่รวมกันเข้ายังไม่สุกงอมพอ คนเราก็จะไม่เริ่มต้นพฤติกรรมสุขภาพ ไม่เริ่มต้นออกกำลังกาย ทฤษฎีการรับรู้ความสามารถของตนเอง (Self Efficacy) ทำให้เราเข้าใจว่าแม้เขาจะเริ่มต้นออกกำลังกายแล้ว อะไรทำให้เขารู้ความสามารถของตนเองจนมีความเชื่อมั่น อันทำให้ออกกำลังกายได้ตามโปรแกรมออกกำลังกายจนเป็นผลสำเร็จ ส่วนทฤษฎีขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม (Stage of Change Model) แสดงสาระว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถออกกำลังกายได้อย่างสม่ำเสมอ

โดยในทฤษฏีขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม นอกจากจะแบ่งพฤติกรรมการออกกำลังกายเป็นขั้นๆตามที่เล่าไปแล้ว ยังบอกเราว่าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปสู่ขั้นที่สูงกว่า ต้องอาศัยการตัดสินใจ สภาพจิตใจ ความพร้อม และ แรงจูงใจของแต่ละคน ต้องมีการรับรู้ความสามารถของตนเอง ต้องมีสมดุลการตัดสินใจ ชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสีย ซึ่งก็คือ ทฤษฎีนี้ใช้ทั้งสองทฤษฎีข้างต้นมาเป็นองค์ประกอบด้วย

ลองพิจารณาดูนะคะ ว่าทั้ง 3 ทฤษฎี อธิบายพฤติกรรมสุขภาพของบุคคลเหล่านี้ได้อย่างไรบ้าง

คุณ ก. อายุ 40 ปี มีลูกเล็กๆ 2 คน ตอนกลางคืนพอลูกๆหลับเขาก็มักออกไปสังสรรค์กับเพื่อน หรือไม่ก็ดูซีดี มักเข้านอนตอนตีสองหรือกว่านั้น เนื่องจากเป็นเจ้าของกิจการเขาจึงสามารถตื่นสายได้ คุณ ก. ไม่ออกกำลังกาย

วันหนึ่งเขาลองวิ่งในสวนสาธารณะ ปรากฏว่าวิ่งไปได้สัก 400 เมตร ก็เหนื่อย หอบจนต้องทรุดตัวลงนั่ง คุณ ก. ตกใจ ว่าทำไมจึงอ่อนแอได้ขนาดนี้ ทั้งๆที่ตอนเรียนมหาวิทยาลัย เขาเคยเป็นนักกีฬาฟุตบอลของคณะ

คุณ ก. คิดถึงลูกๆที่ยังเล็ก ว่าถ้าเขาเป็นอะไรไป ลูกๆจะเป็นอยู่อย่างไร เขาจึงเริ่มต้นออกกำลังกายในวันต่อมา

ซึ่งก็คือปัจจัยทั้งหมดในทฤษฎีแบบแผนความเชื่อเรื่องสุขภาพ ( รู้ความรุนแรงของภัย, รู้ผลของการที่ร่างกายอ่อนแอ, รู้ข้อมูลสุขภาพหรือได้รับการบอกเล่า และ ชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสีย) สุกงอมจนส่งผล คุณ ก. จึงเริ่มต้นออกกำลังกาย และประสบการณ์เดิมตามทฤษฎีการรับรู้ความสามารถของตนเองทำให้ คุณ ก. ทราบว่าเขาทำอะไรได้บ้าง เขาเชื่อว่าเขาทำได้ เมื่อเชื่อว่าทำได้ คุณ ก.ก็จะมีความพยายามจนทำได้ในที่สุด

คุณ ข. เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดส่วนปลายอุดตัน แม้จะทราบว่าการออกกำลังกายสามารถช่วยให้ฟื้นตัวได้ แพทย์ได้แนะนำอัตราการเต้นหัวใจสูงสุดในขณะออกกำลังกายให้ คือการที่สามารถออกกำลังกายให้หัวใจเต้นได้ไม่เกินกี่ครั้งต่อนาทีในขณะทำกิจกรรม แต่คุณ ข. ก็ยังไม่มีพฤติกรรมออกกำลังกาย

ซึ่งอาจจะเป็นเพราะลูกๆคุณ ข. โตกันหมดแล้ว ต่างมีงานทำกันแล้ว คุณ ข. จึงไม่มีความกังวลในเรื่องลูกๆ และคงเป็นเพราะลูกๆต่างก็แยกย้ายกันไปสร้างครอบครัวของตนเองประกอบกับภรรยาคุณ ข. ก็ทำงานในอีกจังหวัดหนึ่ง คุณ ข. จึงค่อนข้างขาดแรงจูงใจในการที่จะดูแลตัวเองเพื่อคนในครอบครัว จึงเห็นว่าความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น ก็เกิดแต่กับตนเองเพียงลำพัง (ไม่เห็นผลกระทบที่ร้ายแรงจากโรคภัยที่เป็นอยู่) อีกทั้งมักรู้สึกอ่อนเพลีย (การรับรู้ภาวะทางกาย) จึงทำให้เชื่อว่าเขาคงไม่สามารถทำอะไรได้ถ้าร่างกายเป็นอย่างนี้ (การประเมินความรู้สึกตนเอง) อีกทั้งเวลาเดินมากๆ คุณ ข. จะปวดขามาก จึงไม่ใคร่อยากเดินหรือออกกำลังกายด้วยวิธีอื่นๆ ด้วยเหตุผลต่างๆ (ชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสีย)คุณ ข. จึงยังไม่เริ่มต้นออกกำลังกาย

ทฤษฎีต่างๆเหล่านี้ทำให้เราเข้าใจความรู้สึกและพฤติกรรมของแต่ละคน ไม่ตัดสินเขาด้วยคำตำหนิ ไม่สงสัยว่าทำไมเขาจึงไม่เห็นภัยของโรคจนไม่เริ่มต้นดูแลตนเอง จนตัวเราเองอาจละเลยความรู้สึกของเขาหรือไม่ใส่ใจอาการโรคของเขาตามมา

เพราะยิ่งตำหนิ ยิ่งไม่ใส่ใจ สถานการณ์สุขภาพของเขาก็จะยิ่งเลวร้าย

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพเป็นเรื่องซับซ้อนมากค่ะ

ขอเล่าต่อในคราวหน้านะคะ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ณัฐรดา วันที่ : 13/11/2017 เวลา : 17.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

สวัสดีค่ะคุณรัต
ชอบใช้นายแบบคนนี้ค่ะ เรียกหาได้ง่าย ไม่เสียกะตัง
ทั้งปั่นจักรยาน ทั้งว่ายน้ำ ดีต่อหัวใจและหลอดเลือดทั้งคู่ค่ะ สลับกันทำก็ดีนะคะ จะได้ไม่เบื่อ
ขอบคุณค่ะ ที่แวะมาเสมอๆ

ความคิดเห็นที่ 2 ณัฐรดา , rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 13/11/2017 เวลา : 15.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

ตอบแทน เจ้าของบล๊อค
เจ้าของแฮครูปไปแบบไม่บอก

สำหรับเรื่องว่ายน้ำหรือซื้อจักยานมาปั่นที่บ้าน ต่างมีข้อดีในตัวมันเอง
การว่ายน้ำได้ยืดเหยียดข้อต่อ ได้หัวใจและปอด ยกเว้นไปยืนแช่น้ำเล่น ได้มีเพื่อนที่ชอบอย่างเดียวกันพูดคุยกัน

ปั่นจักยานที่บ้าน ได้บริหารหัวใจ และกล้ามเนื้อรอบเข่าแข็งแรงขึ้น
สามารถทำได้ทุกเวลา อาจปั่นไปดูหนังอ่านหนังสือไป ก็เพลินดี

แต่ทั้งหมดนี้ ควรจะมีเป้าหมายในการท้าทายตนเอง คือพัฒนาขีดความสามารถ ไม่ว่าจะว่ายน้ำหรือ ปั่นจักรยาน
โดยใช้เรื่องความหนัก และเวลาเป็นตัวกำหนด ว่ายระยะทางเท่าเดิม แต่เวลาน้อยลง หรือ เวลาเท่าเดิม ระยะทางเพิ่มขึ้น
ประมาณนั้น ทำให้เรามีเป้าหมาย ไม่เบื่อหน่าย เพราะต้องสู่กับตนเอง ไม่ใช่ออกกำลังกายไปแบบเรื่อยเปื่อย แบบนี้ เห่อได้พักเดียวก็เลิก ผมเห็นมาเยอะ

ข้อสำคัญ การกำหนด ความหนัก กับการกำหนด เวลา ไม่ควรที่จะมาพร้อมกัน เพราะจะมีโอกาส โอเวอร์เทรนนิ่ง ร่างกายจะล้าเกิน

ถ้าเพิ่มความหนัก เราก็ยืดเวลาออกไป ไม่ใช่เพิ่มความหนัก แล้วยังหดเวลาที่จะทำให้ถึงเป้าหมาย แบบนี้เหนื่อยมาก

เรารักษาสุขภาพ ไม่ใช่เทรนแบบต้องการเหรียญรางวัล เพราะการฝึกสองแบบนี้ต่างกันครับ

ความคิดเห็นที่ 1 ณัฐรดา , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
rattiya วันที่ : 12/11/2017 เวลา : 20.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

สวัสดีค่ะคุณณัฐรดา
ก่อนอื่นขอแซวนายเเบบหน่อยค่ะ ไม่ทราบว่าใครแนะนำนายเเบบคนนี้ให้ หนุ่มๆเห็นเเล้วอายเลยค่ะ

พฤติกรรมการออกกำลังกายของรัตติยาขึ้นๆลงๆค่ะ โชคดีหน่อยงานที่ทำ ต้องเดินมาก เเละเดินขึ้นลงบันไดบ่อย ก็เลยไม่ต้องบังคับตัวเองมากนัก กำลังคิดอยู่ค่ะ รัตติยาจะลาออกจากงานวันที่ 1 ม.ค.2018 แล้วกลับมาอยู่เมืองไทย จะทำอย่างไรที่จะออกกำลังกายสมำ่เสมอ ใจหนึ่งคิดว่าจะไปสมัครสมาชิกสระว่ายน้ำที่โรงเเรมใกล้บ้าน ใจหนึ่งหรือจะซื้อเครื่องปั่นจักรยานปั่นออกกำลังกายที่บ้านดีค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน