*/
  • ณัฐรดา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nadrda@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-24
  • จำนวนเรื่อง : 382
  • จำนวนผู้ชม : 553733
  • จำนวนผู้โหวต : 371
  • ส่ง msg :
  • โหวต 371 คน
<< พฤศจิกายน 2017 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤศจิกายน 2560
Posted by ณัฐรดา , ผู้อ่าน : 877 , 07:07:34 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน สิงห์นอกระบบ , wullopp และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

คงเคยได้ยินวลีที่ว่า "แค่ขยับ ก็เท่ากับออกกำลังกาย" มาบ้างใช่ไหมคะ

ในชีวิตประจำวัน ถ้าเรานั่งอยู่กับที่ติดต่อกันแทบทั้งวัน ก็จัดเข้ามีพฤติกรรมเนือยนิ่ง และเพราะคนส่วนใหญ่ในปัจจุบันมีพฤติกรรมทำร้ายตนเองนี้เป็นอย่างมาก วลีนี้จึงดูเหมือนจะเป็นคำพูดปลอบใจเราๆได้ระดับหนึ่ง

แค่เราขยับ ก็เท่ากับเราได้ออกกำลังกายจริงๆค่ะ เพียงแต่ว่าออกกำลังกายในระดับนี้เพียงพอหรือไม่เท่านั้น

ปี 2010 สถาบัน American College of Sports Medicine (ACSM) ได้เสนอแนวทางในการออกกำลังกายทั่วไปสำหรับผู้ใหญ่ แนวทางเหล่านี้นอกจากจะเป็นแนวทางบอกความเพียงพอของการออกกำลังกายที่ส่งผลให้มีสุขภาพดีแล้ว ยังเป็นแนวทางกว้างๆที่แสดงถึงความหนักในการออกกำลังกาย ที่ให้ทั้งความปลอดภัยและความมีประสิทธิภาพได้อีกด้วย

โดยผู้ใหญ่ที่สุขภาพดี ควรออกกำลังกายเพื่อความทนทานของระบบหัวใจและหลอดเลือด ที่ความหนักระดับปานกลาง (Moderate) อย่างน้อย 150 นาที/สัปดาห์ ซึ่งถ้าแบ่งเป็นการออกกำลังกายสัปดาห์ละ 5 ครั้ง ก็จะใช้เวลาครั้งละประมาณ 30 นาที หรือที่ความหนักระดับสูงอย่างน้อย 75 นาที/สัปดาห์ หรือผสมผสานกันทั้งสองแบบ 3 -5 ครั้ง/สัปดาห์ ครั้งละประมาณ 20-30 นาที

อีกทั้งควรออกกำลังกายเพื่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ โดยแบ่งฝึกกลุ่มกล้ามเนื้อหลัก ทั้งเพื่อความแข็งแรงและทนทาน, การทรงตัว, พละกำลัง และความคล่องแคล่ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทรงตัว

การทรงตัวเป็นเรื่องสำคัญมากค่ะ ทุกคนควรฝึกโดยเฉพาะผู้สูงอายุ เพราะปัจจุบัน ผู้สูงอายุมักมีการทรงตัวไม่ดีจนล้มบาดเจ็บเฉลี่ยถึงวันละ 3 คน และครึ่งหนึ่งในนั้น มักเสียชีวิตหลังการล้มไม่นาน และจุดที่ล้ม ก็ไม่ใช่ที่ไหนไกลเลยค่ะ มักเป็นรอบๆเตียงนอนกับในห้องน้ำนั่นเอง

และควรฝึกให้มีความยืดหยุ่นของข้อต่อ ประมาณ 2-3 ครั้ง โดยยืดทุกกลุ่มกล้ามเนื้อในแบบต่างๆ เช่น ยืดค้าง (Static ) ยืดแบบเคลื่อนไหว (Dynamic) เป็นต้น

สำหรับความหนักที่ว่าหนักไหนเรียกระดับปานกลาง ขนาดไหนเรียกความหนักระดับสูง มีตัววัดอยู่หลายตัวค่ะ

ตัววัดแรก ง่ายที่สุด คือ วัดจากการเต้นของหัวใจขณะออกกำลังกายใน 1 นาที ถ้าเราออกกำลังกายโดยให้จำนวนครั้งของการเต้นหัวใจอยู่ระหว่าง 64-74% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด (Maximum Heart Rate : MHR) ก็เท่ากับว่าเราออกกำลังกายในระดับความหนักปานกลาง ถ้าเราออกกำลังกายให้หัวใจเต้นอยู่ในช่วง 65-94% ก็เรียกว่าออกในความหนักระดับสูง

สำหรับอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด หาได้จากเอา 220 ตั้ง ลบออกด้วยอายุ ได้เท่าไหร่ นั่นคืออัตราการเต้นหัวใจสูงสุดของเรา

เช่น ดิฉันอายุ 56 อัตราการเต้นหัวใจสูงสุดของดิฉันคือ220-56= 164

64% ของ 164 คือ 104
74% ของ 164 คือ 121
ดังนั้นการออกกำลังกายในระดับความหนักปานกลางอย่างเพียงพอของดิฉันก็คือ การออกกำลังกายที่ทำให้หัวใจเต้นอยู่ในช่วง 104-121 ครั้ง/นาที เป็นเวลา 150 นาที/สัปดาห์

ทีนี้คงตอบได้นะคะ ว่าแค่ขยับก็เท่ากับออกกำลังกายนั้น แม้จะเป็นอย่างนั้นจริงๆ แต่การขยับก็สามารถทำให้สุขภาพดีในระดับหนึ่งเท่านั้น เพราะความหนักในการขยับเขยื้อนร่างกายคงสามารถทำให้หัวใจเต้นถึง 64-74% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุดได้

การวัดด้วยอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดนี้ แม้จะใช้ง่าย ไม่ยุ่งยาก แต่ก็คลาดเคลื่อนเยอะ เพราะเค้าสันนิษฐานว่าทุกคนแข็งแรงเท่ากัน เลยมีการเต้นของหัวใจในหนึ่งนาทีเท่ากัน แต่ความเป็นจริงแล้ว...ไม่ใช่

เพราะคนที่แข็งแรงมากกว่า อัตราการเต้นหัวใจ ทั้งในขณะพักและในขณะออกกำลังกาย มักจะต่ำกว่าคนที่แข็งแรงน้อยกว่า ลองคิดดูนะคะ ถ้าเราต้องการเลือดที่ออกจากหัวใจในหนึ่งนาทีเท่ากัน หัวใจที่แข็งแรงกว่าบีบทีหนึ่งเลือดก็พุ่งปรี๊ดออกไปได้ตั้งเยอะ หัวใจก็ไม่จำเป็นต้องบีบบ่อย ส่วนหัวใจที่ไม่แข็งแรง ต้องบีบหรือเต้นในจำนวนครั้งที่มากกว่าเพื่อให้ได้เลือดไปเลี้ยงร่างกายในปริมาณที่เท่ากัน

เลยมีอีกสูตรค่ะ ที่เอาค่าการเต้นหัวใจขณะพักมาพิจารณาด้วย

คราวหน้ามาล่าต่อค่ะ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14 february26 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ณัฐรดา วันที่ : 27/11/2017 เวลา : 06.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ดีจังค่ะ ได้สูดอกาศยามเช้านะคะ

ความคิดเห็นที่ 13 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
february26 วันที่ : 27/11/2017 เวลา : 05.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bang2510
The twenty-six of February 

ขอบคุณ ทั้ง2ท่าน มากๆครับ

กำลังจะไปปั่นจักรยาย ครับ..ฟิววววววววว.......

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 27/11/2017 เวลา : 05.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 7: สิงห์นอกระบบ

ห่างไปนิดก็พยายามชิดเข้ามาหน่อย จะดีกว่ามั้ยคะ

ที่พยายามดูแลตัวเอง เพราะเห็นบุพการีเป็นตัวอย่างค่ะ ท่านมีชีวิตในช่วงสุดท้ายเป็นผู้ป่วยติดเตียงอยู่หลายปี เพราะการขาดการมีกิจกรรมทางกายมาก่อนหน้านั้น หลายๆปีด้วยเช่นกัน

เลยไม่อยากเป็นแบบนั้นค่ะ อยากแข็งแรง ดูแลตัวเองได้ ให้ลูกๆลั้ลลากับชีวิตเค้า โดยไม่ต้องมีเราเป็นที่ห่วงใยค่ะ

ขอบคุณจังค่ะ วะมาเยี่ยมกัน

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 27/11/2017 เวลา : 05.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 4 - 6 : สมชัย

ขอบคุณมากค่ะ มาไขข่้อข้องใจให้

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 27/11/2017 เวลา : 05.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 3:wullopp

เรียนอาจารย์หมอวัลลภค่ะ

การออกกำลังกายในแบบที่อาจารย์เล่ามา จัดเป็นการออกกำลังกายที่ให้ได้ครบทั้ง 3 ลักษณะที่ต้องมีในการออกกำลังกายแต่ละครั้งเลยค่ะ เพราะให้ทั้งพละกำลัง ความทนทาน และความยืดหยุ่น

จึงได้ทั้งพละกำลังและความทนทานของกล้ามเนื้อ, ความแข็งแรงของกระดูก, ความยืดหยุ่นของทั้งระบบหลอดเลือด เอ็น ข้อต่อ กล้ามเนื้อ, ความแข็งแรงของหัวใจ เคยเห็นผู้ที่รำไท้เก็กสามารถย่อแบบพิสตอลสค็อทแล้วเหยียดยืนขึ้นในพริบตา ทำแบบนั้นต้องแข็งแรงมากๆค่ะ แต่ปรากฏว่าผู้รำเป็นผู้หญิงตัวเล็กนิดเดียว แต่คล่องแคล่ว แข็งแรง เกร็งไปทั้งตัว

การฝึกตามที่อาจารย์บอก ฝรั่งรับเอาไปเป็นต้นแบบ แล้วหาสาเหตุว่าทำไมจึงให้ประโยชน์ ให้ประโยชน์อย่างไร รักษาอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อส่วนไหนได้ มีข้อห้ามสำหรับคนที่บาดเจ็บในส่วนไหน เค้าวิเคราะห์อนาโตมีออกมาเลยค่ะ ว่าทำท่านั้นท่านี้ใช้กล้ามเนื้อกลุ่มไหน มัดไหนบ้าง

ที่เห็นชัดที่สุดคือท่ายืดเหยียดหลังออกกำลังกาย พัฒนาไปจากท่าโยคะ แทบทั้งสิ้นเลยค่ะ

ขอบคุรณอาจารย์หมอที่แวะมานะคะ

ความคิดเห็นที่ 9 february26 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ณัฐรดา วันที่ : 27/11/2017 เวลา : 05.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 2 : february26

จากคำจำกัดความหนึ่งที่ว่า การออกกำลังกายที่เพียงพอ คือการทำกิจกรรมทางกายที่ให้หัวใจเต้นเป็นจำนวนครั้งที่อยู่ในระหว่าง 64-74 เปอร์เซ็นต์ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด การแบกหาม ต้องใช้พลังงานมาก หัวใจต้องทำงานมากขึ้นกว่าขณะพัก จึงนับว่าเป็นการออกกำลังกายได้ค่ะ

ในตอนที่จะเล่าถึงข้างหน้า มีการจัดงานบ้าน ว่าเป็นการออกกำลังกายในระดับปานกลางด้วย ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยในเรื่องการแบกหามที่หนักกว่างานบ้านมากเลยนะคะ

ขอบคุณค่ะ แวะมาเสมอ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 27/11/2017 เวลา : 05.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 1 : สำรวจฟ้า

ตัวเลข 220 หมอสมชัยเธอมาไขไว้แล้ว คงหายสงสัยแล้วนะคะ

ส่วนเรื่องเวลา คำว่า "ไม่มีเวลา" เป็นคำที่ผู้คนมักใช้พูดถึงมากที่สุดเวลาจะตัดสินใจเปลี่ยนพฤติกรรมค่ะ

ขอบคุณที่แวะมานะคะ

ความคิดเห็นที่ 7 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 26/11/2017 เวลา : 20.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ช่วงนี้ห่างออกกำลังครับ

ความคิดเห็นที่ 6 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 26/11/2017 เวลา : 20.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห3.wullopp การสร้างความมั่นคงของร่างกาย เป็นสิ่งจำเป็นอันดับแรก ของการเริ่มฝึกการออกกำลังกาย ศาสตร์ทางตะวันออก เช่นรำไทเก็ก มวยจีน โยคะ ซี่กง เป็นการฝึกความมั่นคงโดยแท้ คนทั่วไปที่ไม่ได้มีความประสงค์จะเป็นนักกีฬา หรือเพื่อการแข่งขัน หรือเพื่อต้องการอวดรูปร่างตนเองว่าแข็งแรง
การฝึก ดังที่กล่าวมา เป็นสิ่งที่ดีมากๆ ทำให้ข้อต่อไม่ติดขัด ป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ มีสมาธิที่ดี ไม่ทำร้ายหรือหักโหมร่างกายมากเกินไปครับ

ความคิดเห็นที่ 5 february26 , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 26/11/2017 เวลา : 20.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห.2 february26 คำว่าแค่ขยับก็คือออกกำลังกาย ประโยคนี้จะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าคนเราทุกวันนี้ไม่ เนือยนิ่งหรือ จมจ่อมอยู่กับมือถือหรือสิ่งบันเทิงต่างๆ
เพราะการเนือยนิ่งอย่างมาก ละเลยการออกแรง หรือกิจกรรมทางกายทั้งหลาย จึงต้องออกสโลแกนว่า ขอให้เธอขยับหน่อยได้ไหม

จริงๆการแค่ขยับแค่นี้ มันไม่ได้ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นมาหรอกครับ แต่ยังดีกว่าให้นั่งแช่ นอนแช่ทั้งวัน

กรรมกรแบกหาม เป็นการใช้กำลังอย่างหนึ่ง ซึ่งย่อมมีความแข็งแรงในกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการทำกิจกรรมนั้นๆ

สุขภาวะที่ดี ของคนเราต้องประกอบด้วย องค์ประกอบ ห้าด้าน คือ
1.องค์ประกอบของร่างกาย เช่นปริมาณ ไขมัน กล้ามเนื้อ มวลกระดูก สารน้ำในร่างกาย
2.ระบบหัวใจและหลอดเลือด
3.ระบบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
4.ระบบความทนทานของกล้ามเนื้อ
5.ระบบความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและข้อต่อต่างๆ

กิจกรรมแต่ละอย่าง ให้บางสิ่งบางอย่างใน 5 อย่างที่กล่าวมา
บางคนกล้ามเนื้อแข็งแรงเป็นมัด แต่วิ่งแล้วเหนื่อยเร็ว ไม่มีความยืดหยุ่น
บางคนสามารถเดินได้นานๆโดยไม่เมื่อย แต่ก็ไม่มีกำลังเพียงพอในการยกของหนักๆ
บางคนมีความยืดหยุ่นดี แต่วิ่งเร็วๆก็ทำไม่ได้ หรือไม่มีกำลังเพียงพอในการออกแรงมากๆ

องค์ประกอบที่ครบถ้วน ดังที่กล่าวมา ทำให้เราเป็นคนมีสุขภาพดี

อย่างกรรมกรแบกหาม เขามีกล้ามเนื้อที่ใช้ยกของแข็งแรง แต่ให้เขาวิ่งเร็วหรือ วิ่งทน เขาอาจไปไม่รอด เป็นต้น

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียด เพราะเป็นเรื่องการใช้ระบบพลังงานชนิดต่างๆของร่างกาย รวมทั้ง สารอาหารที่เรารับเข้ามาด้วย

ความคิดเห็นที่ 4 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 26/11/2017 เวลา : 20.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห1. สำรวจฟ้า ขอตอบแทน เจ้าของบล๊อคครับ
ค่า 220 เป็นค่าประมาณการของคนที่คิดสูตรนี้ ซึ่งเป็นสูตรเก่านานมาแล้ว มาจากค่าเฉลี่ยของคนวัยรุ่น ที่มีอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด ประมาณ 220 เลยเอาค่านี้มาเป็นตัวตั้ง แล้วใช้อายุลบออก ลดหลั่นกันไป
สูตรนี้ สามารถใช้ได้กับคนที่ออกกำลังกายทั่วๆไป ที่ไม่เคร่งครัดมากนัก คือพอประมาณการหยาบๆได้
ถ้าเป็นพวกนักกีฬา หรือพวกออกกำลังกายที่ล่ารางวัลหรือสถิติ ต้องใช้การวัดอีกค่าหนึ่ง

คนทั่วไป ผมว่าวิธีดีที่สุดคือ การออกกำลังกายจนาดเบา คือการออกแบบที่ขณะออกนั้น ยังพูดคุยได้ปกติ ยังร้องเพลงได้เป็นเพลงอยู่ ส่วนระดับปานกลางขึ้นมา ค่อนไปทางหนัก ก็เริ่มพูดเป็นคำๆ ชักไม่ต่อเนื่อง และระดับหนักสุด ก็พูดไม่ออกแล้วครับ

เราใช้เกณฑ์นี้ก็สะดวก เพราะบางคน ร่างกายแข็งแรง วิ่งเร็วๆยังคุยได้ บางคนเพียงแค่เดินเร็ว ก็หอบหายใจแทบไม่ทัน

ใช้ความรู้สึกแบบนี้วัด มันปลอดภัยกว่า ในคนทั่วๆไปครับ

ความคิดเห็นที่ 3 ณัฐรดา , สมชัย และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
wullopp วันที่ : 26/11/2017 เวลา : 11.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

Reader's Digest รายงานนานแล้วว่า
คนจีนในปักกิ่ง
ที่รำมวยจีน
ป่วยจนต้องเข้า รพ. น้อยลงถึง 40%

การฝึกการทรงตัว เช่น
เต้นรำ ชี่กง ไทเก็ก
มวยจีน โยคะ

และบริหารแบบ เบาๆ นานๆ
เพลินไปจนลืมออกแรง
คงจะช่วยให้สุขภาพดีขึ้นได้มากในระยะยาว

ขอขอบคุณครับ...

ความคิดเห็นที่ 2 ณัฐรดา , สมชัย และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
february26 วันที่ : 26/11/2017 เวลา : 10.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bang2510
The twenty-six of February 

สวัสดีครับ

ถ้าพูดถึง แค่ขยับก็เท่ากับออกกำลังกาย และคนที่รับจ้างทำงานหนักละครับ เช่นแบกหาม กรรมกรก่อสร้างฯลฯ ถือเป็นการออกกำลังกายอีกระดับหรือเปล่าครับ

*ตอนคุณพ่อยังอยู่ ก็เคยล้ม2 ครั้งครับ ไม่ได้สะดุดอะไรหรือลื่น แต่ เหมือนเสียการทรงตัว หลังจากที่ล้มไปครั้งที่สองก็เข้า รพ.บ่อยขึ้น

รออ่านแสดงความคิดเห็น ท่านอื่นๆและรออ่านต่อครับ ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 1 ณัฐรดา , สมชัย และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
สำรวจฟ้า วันที่ : 26/11/2017 เวลา : 09.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

ตัวตั้ง 220 ได้มายังไงครับ

ส่วนใหญ่คนที่ไม่ค่อยออกกำลังกายเพราะมีข้ออ้างเรื่องไม่มีเวลา หรือผลัดวันระกันพรุ่ง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน