*/
  • ณัฐรดา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nadrda@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-24
  • จำนวนเรื่อง : 382
  • จำนวนผู้ชม : 551420
  • จำนวนผู้โหวต : 371
  • ส่ง msg :
  • โหวต 371 คน
<< กุมภาพันธ์ 2018 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561
Posted by ณัฐรดา , ผู้อ่าน : 773 , 09:24:37 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน แม่หมี , สิงห์นอกระบบ และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

ความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพดีกับหุ่นดีคือ ถ้าสุขภาพดีแล้ว หุ่นดีๆก็จะตามมาเอง

แต่การดูแลสุขภาพให้ดีจนได้หุ่นดีๆเป็นของแถมนั้น ค่อนข้างใช้เวลาค่ะ เราๆส่วนใหญ่เลยมักไปทางลัด อยากได้หุ่นดีกันโดยลืมนึกถึงสุขภาพ

ถ้าคุณหุ่นไม่ดีแล้วเลือกการลดน้ำหนักด้วยการอดอาหาร เช่น อดอาหารเย็น เคยสงสัยไหมคะ ว่าทำไมตอนเริ่มการอดใหม่ๆน้ำหนักก็ลดลง แต่ต่อมาทำอย่างไรก็ไม่ยอมลด แถมบางทีกลับจะยิ่งอ้วนขึ้นเสียด้วยซ้ำ จนกลายเป็นยิ่งอดยิ่งอ้วน

ที่เป็นอย่างนี้เพราะระบบเผาผลาญของเราพังนั่นเองค่ะ

เป็นธรรมดานะคะที่เมื่อเราลดการรับพลังงานขาเข้าลงให้มากกว่าขาออกหรือก็คือที่ร่างกายต้องการใช้ น้ำหนักเราก็จะลดลง ซึ่งส่วนต่างของพลังงานทั้งเข้าและออกนี้ควรอยู่ที่ 300-500 แคลอรี่ / วัน โดยที่ไม่ให้พลังงานที่ได้รับต่ำกว่า BMR และร่างกายยังคงได้รับสารอาหารครบตามที่ควรจะได้ สัดส่วนเราก็จะค่อยๆลดโดยไม่มีผลข้างเคียง

แต่หากเราลดพลังงานมากเกินไปโดยไม่ดูว่าในแต่ละวันเราควรได้พลังงานวันละเท่าไหร่ ในระยะแรกๆ น้ำหนักและสัดส่วนเราก็ลดจริงๆค่ะ ก็ธรรมดานะคะ ก็เราขาดทุนแคลอรี่คือรับน้อยกว่าใช้ น้ำหนักก็ต้องลดอยู่ดี

แต่ต่อมาร่างกายเราจะเครียด กลัวตาย จึงปรับเข้าสู่โหมดการประหยัดพลังงาน ปรับระดับการเผาผลาญให้ต่ำลงให้เท่ากับที่เราทานเข้าไป

หนักๆเข้า ร่างกายทนไม่ไหว ก็จะสั่งให้เราอยากกินทุกอย่าง และเมื่อเรากินโดยที่ระดับการเผาผลาญต่ำลงมาก ก็กลายเป็นว่ากินเท่าไหร่ก็เก็บหมด เราก็อ้วนมากขึ้นกว่าเดิม ดังที่เรียกว่า โยโย่

แต่ถ้าเรายังดึงดันอดหรือลดอาหารต่อไป ร่างกายจะเกิดการต่อต้านการเผาผลาญ ( Metabolic Resistance) ทำให้เรามีอาการคล้ายๆ Overtraining คือเหนื่อยลึกๆ เพลีย นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย ภูมิต้านทานลดจนป่วยง่าย 

บางคนที่ออกกำลังกายอยู่แล้วก็ออกให้หนักขึ้น แต่กลับกลายเป็นว่า ทานน้อยลงก็แล้ว ฝึกหนักขึ้นก็แล้ว แต่น้ำหนักกลับไม่ยอมลด ก็ยิ่งทานน้อยลงไปอีก ฝึกหนักขึ้นไปอีก  

และในที่สุด ระบบการเผาผลาญก็จะพัง( Metabolic Damage) ระบบต่างๆในร่างกายจะรวนไปหมด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของฮอร์โมน ระบบประสาท การย่อยและดูดซึม แถมเรายังนอนหลับไม่ลึกแม้ว่าจะเหนื่อย หดหู่ เพลีย อ่อนแอ มีอาการแพ้สิ่งที่ไม่เคยแพ้ได้

ถึงตอนนี้แม้จะทานน้อย น้ำหนักก็ไม่ลดแถมบางทีกลับจะเพิ่มขึ้นอีกด้วย  

ดังนั้นถ้าอยากหุ่นดี ต้องใส่ใจที่พฤติกรรมการทาน การมีกิจกรรมทางกาย การพักผ่อน และการฝึกใจให้เข้าใจตนเอง เข้าใจคนอื่น เข้าใจสถานการณ์เพื่อให้จิตใจผ่องใสอยู่เสมอก่อนนะคะ

ถ้าทำได้ หุ่นดีๆก็จะตามมาเอง

แล้วถ้าเราทำตัวเองให้ระบบการเผาผลาญพังไปแล้ว จะแก้ไขอย่างไร

ทุกอย่างแก้ไขได้ค่ะ การแก้ไขระบบการเผาผลาญก็เช่นกัน ค่อยๆแก้ไขไป 3 – 15 เดือน ก็จะสามารถกลับมาเป็นปกติได้ใหม่

โดยการทานอาหารที่ให้โปรตีนและไฟเบอร์ให้มากขึ้น และเนื่องจากระบบการดูดซึมสารอาหารพังไปด้วย จึงควรเสริมแร่ธาตุจำพวก Zinc, Magnesium, วิตามินต่างๆโดยเฉพาะวิตามิน D และ B รวมไปถึงโอเมก้าต่างๆ

มีการฝึกการออกกำลังกายแบบใช้แรงต้านหรือที่เราๆเรียกกันว่าเล่นเวทนั่นแหละค่ะร่วมด้วย อาจจะออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอบ้างแต่ไม่ควรมากเกินไป และควรมีการยืดเหยียดหรือฝึกโยคะด้วย เพื่อให้ร่างกายและจิตใจได้ผ่อนคลาย

พอกลับมาสู่ความสมดุลแล้ว หากต้องการลดน้ำหนักอีกที ก็ทำได้ค่ะ

แต่คราวนี้ประสบการณ์คงบอกเราได้ ว่าเราต้องใช้การลดน้ำหนักอย่างถูกวิธีเท่านั้น 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ณัฐรดา วันที่ : 08/02/2018 เวลา : 12.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

เราส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าการลดน้ำหนัก คือการลดน้ำหนักของร่างกายโดยรวม

หากจะให้ถูกต้องแล้ว ควรเป็นการลดเปอร์เซ็นต์ของไขมันในร่างกาย ไม่ใช่น้ำหนักรวมดังกล่าวค่ะ

หลักของการลดไขมันคือการบริหารพลังงาน ให้พลังงานที่รับเข้าน้อยกว่าที่ใช้ออก ผลต่างของพลังงานรับและใช้ มาจากทั้งการทานอาหารที่น้อยลงและการมีกิจกรรมทางกายมากขึ้น แต่การทานอาหารที่ลดลง เราต้องแน่ใจว่ายังได้รับสารอาหารครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการ ไม่เช่นนั้น เราไม่เพียงจะเสียมวลไขมันไปเท่านั้น แต่จะเสียมวลกล้ามเนื้อและประสิทธิภาพการทำงานของร่างกาย เกิดเป็นความเสื่อมต่างๆ เช่น ข้อเสื่อมก่อนวัยอันควร ตามมาทีหลังอีกด้วย

ดังนั้น การหาสัดส่วนของอาหารในแต่ละมื้อ จึงเป็นเรื่องที่จะมองข้ามไปเสียไม่ได้เลยค่ะ หากเราสามารถทำอาหารเองได้ทุกมื้อ เรื่องสัดส่วนอาหาร เพื่อให้ได้คุณค่าหรือสารอาหาร, แคลอรี่หรือพลังงาน และ ปริมาณอาหารตามต้องการ ก็เป็นเรื่องที่เราจัดการหรือควบคุมได้

แต่ถ้าไม่ใช่ก็อาจต้องหาตัวช่วยอื่น เช่น meal replacement หรือผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหาร แต่อย่างไรก็ดี มีคำแนะนำว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่สามารถใช้แทนการบริโภคอาหารที่ดีได้ ดังนั้น เมื่อจะใช้ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหาร จึงควรใช้เพื่อทดแทนอาหารในเพียงบางมื้อเท่านั้น และยังมีคำแนะนำอีกว่า ควรศึกษาว่ามีสารต้องห้ามในผลิตภัณฑ์หรือไม่

รวมถึงคำชี้ให้ตระหนักว่าผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหาร แม้ใช้ได้ผลดี แต่ต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารและพฤติกรรมทางกาย เช่น การก้าวออกจากพฤติกรรมเนือยนิ่ง การมีกิจกรรมทางกาย ร่วมด้วย เพื่อผลสัมฤทธิ์ในระยะยาว

เพราะไม่อย่างนั้นก็ต้องพึ่งพิงผลิตภัณฑ์นี้ตลอดไป ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่นะคะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 08/02/2018 เวลา : 11.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 2 : สิงห์นอกระบบ

พอได้เริ่มทำ ได้ทำไปเรื่อยๆ ก็จะชินเองค่ะ
อีกหน่อยก็ไม่ยากแล้ว

ความคิดเห็นที่ 3 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ณัฐรดา วันที่ : 08/02/2018 เวลา : 11.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 1 : vinitvadee

การอดอาหารจนอ้วนนั้นค้านกับความรู้สึกของคนทั่วไปนะคะ

เคยอดเหมือนกันค่ะ เพราะเคยข้อเข่าเสื่อม เลยต้องระวังไม่ให้น้ำหนักเกิน 50 ก.ก. ตอนนั้นทานแค่สองมื้อ และแต่ละมื้อทานน้อยมาก พอทานน้อย สารอาหารที่ได้เลยน้อยตามไปด้วย ทีนี้เลยไม่เสื่อมเฉพาะเข่าค่ะ แต่เสื่อมทั้งตัวเลย เชื่อมั้ยคะ ข้อต่อตรงข้อศอกเสื่อมขนาดที่ถือของหนักสักสองกิโลเท่านั้น ก็รู้สึกเหมือนแขนท่อนล่างจะหลุดออกจากข้อศอกไปเลย

ตอนเริ่มออกกำลังกายใหม่ๆ ดัมเบลล์หนักแค่ 1 ก.ก. ก็จะไม่ไหวแล้วค่ะ (หมอสมชัยเธอบอก หนักน้อยกว่านี้ไม่มีแล้วนะ)

แต่พอดูแลเรื่องอาหารเพิ่มขึ้น ปัจจุบันแม้น้ำหนักจะมากขึ้น แต่ตัวกลับเล็กลง เพราะกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้น ไขมันที่ลดลงนั่นเองค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 08/02/2018 เวลา : 11.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ขอบคุณครับ พี่ แต่...แหะแหะ น่าจะยากสำหรับผมครับ

ความคิดเห็นที่ 1 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 08/02/2018 เวลา : 10.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

แม่ดิฉัน อด จนอ้วนค่ะ
เพราะลด นน. ไม่ถูกวิธี
ต้องเล่าให้แม่ฟังค่ะ

ขอบพระคุณนะคะ _/\_

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน