*/
  • ณัฐรดา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nadrda@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-24
  • จำนวนเรื่อง : 382
  • จำนวนผู้ชม : 553620
  • จำนวนผู้โหวต : 371
  • ส่ง msg :
  • โหวต 371 คน
<< กุมภาพันธ์ 2018 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561
Posted by ณัฐรดา , ผู้อ่าน : 1276 , 14:41:15 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน สมชัย , february26 และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

เคยพบในตำราดูโหงวเฮ้งค่ะ ว่าคนที่โหงวเฮ้งดี ต้องมีท้องใหญ่ไว้กินไว้ดื่ม มีสะโพกเป็นรูปสี่เหลี่ยม เพราะแสดงถึงมีหลักฐานมั่นคง

ความเชื่อเรื่องโหงวเฮ้งเหล่านี้ ดูจะสวนทางกับหลักของการมีสุขภาพดีในปัจจุบันแล้วนะคะ เพราะการแพทย์ในปัจจุบันพบว่าการมีท้องใหญ่ หมายถึงการมีภาวะอ้วนลงพุงหรือ Metabolic Syndrom

 

เนื่องจากคนไทย 1 ใน 3 กำลังเป็นโรคอ้วน เราจึงเห็นบุคคลทั่วไปมีขนาดร่างกายไล่เลี่ยกัน โรคนี้จึงดูไม่น่ากลัวเพราะความคุ้นตานั่นเองค่ะ แต่ถ้าบอกว่า ผู้ที่อยู่ในภาวะนี้ เสี่ยงต่อการที่สมองจะเสื่อม จำอะไรไม่ใคร่ได้ มีการหายใจไม่เต็มปอด ง่วงซึม เสี่ยงต่อการหยุดหายใจขณะหลับ เสี่ยงต่อการเกิดอัมพาต และโรคในกลุ่ม  NCDs อื่นๆ (โรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง ถุงลมโป่งพอง โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ โรคเบาหวาน โรคอ้วนลงพุง) เพิ่มขึ้น จะยังคิดว่าโรคนี้ไม่น่ากลัวอยู่อีกไหมคะ

 

ส่วนสาเหตุของการเกิดโรคนี้ยังไม่แน่ชัดค่ะ แต่มีข้อชวนให้เชื่อว่าเกิดจากภาวะดื้อต่ออินซูลิน   พันธุกรรม  อาหารที่รับประทาน อายุ  และ พฤติกรรมการดำรงชีวิต

ถ้าสงสัยว่า เรามีภาวะนี้หรือเปล่า ตรวจสอบได้จากข้อบ่งชี้เหล่านี้ค่ะ

1สำหรับคนไทย ถ้า BMI มากกว่าหรือเท่ากับ 23 จัดว่าเริ่มมีน้ำหนักเกิน แต่ถ้ามากกว่า 25 จัดว่าเป็นโรคอ้วน จึงทำให้มีไขมันสะสมในช่องท้องด้วย

2 มีรอบเอวเพิ่มขึ้น คือผู้ชาย รอบเอวมากกว่าหรือเท่ากับ 40 นิ้ว ผู้หญิง มากกว่าหรือเท่ากับ 35 นิ้ว

3 ระดับไตรกลีเซอไรด์ มากกว่าหรือเท่ากับ 150หรือผู้ที่ไขมันสูงและได้ยาลดไขมัน

4 ระดับ HDL ลดลง คือผู้ชายลดลงจนต่ำกว่า 40 mg/dl ผู้หญิงต่ำกว่า 50 mg/dl หรือไขมันสูงและได้รับยาลดไขมัน

5 ความดันโลหิต มากกว่าหรือเท่ากับ 130/85 mmHg หรือได้รับยารักษาความดันโลหิตสูง

6 น้ำตาลในเลือดสูง มากกว่าหรือเท่ากับ 100 mg/dl

ถ้าเรามีลักษณะเหล่านี้ร่วมกัน 3 อย่าง ก็จัดเข้าข่ายเป็นโรค Metabolic Syndrom นี้แล้ว

การรักษาโรค Metabolic Syndrome โดยการไม่ใช้ยา สามารถทำได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใน 3 ด้าน คือ ด้านการทานอาหาร ด้านการออกกำลังกาย และ ด้านอารมณ์

โดยในด้านการทาน ควรลดปริมาณแคลอรี่รับให้ต่ำกว่าการใช้ปกติประมาณ 300-500/วัน โดยที่ยังได้รับสารอาหารเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ในด้านนี้แพทย์หลายท่านเริ่มให้ความสำคัญกับโภชนะเสริม และผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารแล้วค่ะ  ดังเช่น ศ.นพ.เฉลียว ปิยะชน ที่ได้เขียนไว้ในหนังสือ หลอดเลือดแข็ง ตีบ ตัน ป้องกันได้

และควรขอความเข้าใจและความร่วมมือจากคนในครอบครัว เช่น คอยเตือนเมื่อเผลอตัวเวลาทาน ขอความร่วมมือในการไม่ตุนขนมในบ้าน ค่อยๆเปลี่ยนประเภทอาหารที่ทาน เปลี่ยนจานให้เล็กลง ทำอาหารทานเองรวมถึงอาจทำไปทานนอกบ้านเป็นมื้อกลางวันที่ทำงาน เป็นต้น

ด้านการใช้พลังงาน หากน้ำหนักตัวเกินมากๆ ไม่ควรออกกำลังกายหนักเพราะจะเป็นการเพิ่มภาระให้ข้อต่อ เช่น ข้อเข่า จนทำให้ความเสี่ยงของการเกิดข้อเสื่อมก่อนวัยอันควรที่มีสูงอยู่แล้ว สูงมากขึ้นไปอีก หากควรออกกำลังกายด้วยการเดิน ว่ายน้ำ โยคะ ก่อน จนเมื่อน้ำหนักตัวลดลงมาพอสมควรแล้ว จึงค่อยๆเพิ่มความหนักในการออกกำลังกาย (สำหรับโยคะ อย่าได้หมิ่นไปเชียวนะคะ เพราะบางท่าทำให้อวัยวะต่างๆรับน้ำหนักตัว ไม่ต่างอะไรกับการฝึกด้วยแรงต้านโดยใช้น้ำหนักตัวเลยค่ะ อีกทั้งการเกร็งค้าง ก็ใช้พลังงานไม่เบาเลยทีเดียว)

ด้านอารมณ์ ต้องรู้วิธีจัดการเวลาอยากทานอาหารแคลอรี่สูงหรือขนมหวาน โดยอาจจะด้วยการหาอะไรทำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เปลี่ยนอิริยาบถ หรือพิจารณาโทษของการที่ยังเป็นโรคนี้อยู่ โทษของอาหารเหล่านั้น โทษของการต้องเป็นภาระแก่ผู้อื่นในวันหน้า ค่าใช้จ่ายสูงที่อาจเกิดขึ้นเพราะการรักษาโรคที่จะพ่วงตามมา หรือ ระลึกถึงความภูมิใจที่เคยเปลี่ยนความรู้สึกอยากทานของตนเองได้ เป็นต้น

สาเหตุของโรคนี้แม้มีส่วนหนึ่งมาจากกรรมพันธุ์ แต่ส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมของตัวเราเอง เพียงเปลี่ยนพฤติกรรม ร่างกายก็เปลี่ยนนะคะ แถมจิตใจยังเปลี่ยนด้วยค่ะ เป็นต้นว่า มีความมั่นใจในตัวเองเพิ่มขึ้น หงุดหงิดน้อยลง 

ตนเปลี่ยนแค่หนึ่งคน แต่ผลดีที่ได้ ส่งถึงหลายๆคน ตั้งแต่คนในครอบครัว จนขยายใหญ่ ไปถึงคนในสังคมเลยค่ะ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 17/02/2018 เวลา : 19.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

เรื่องความเชื่อ เรื่องเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค เป็นสิ่งที่ทำได้ยากเสมอ

สาเหตุมาจาก รู้ แต่ไม่ตระหนัก หรือเห็นความสำคัญอย่างแท้จริง
โดยมากจะมาเปลี่ยนพฤติกรรมต่อเมื่อร่างกายป่วยแล้วทั้งสิ้น
และอีกจำนวนหนึ่ง พอหายป่วย ก็กลับมาเป็นแบบเดิมอีก

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 17/02/2018 เวลา : 13.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 2:february26

ขอบคุณค่ะ มาเยี่ยมกันเสมอ
ความเคยชินเปลี่ยนยากจริงๆค่ะ ในช่วงเริ่มต้นเปลี่ยนพฤติกรรมการทาน จึงให้ใช้วิธี เขี่ย ลด งด
คือเริ่มจาดทานอาหารเหมือนเดิม แต่เขี่ยสิ่งที่ให้แคลอรี่สูงออก เช่นไก่ทอดก็ลอกหนังออก คะน้าหมุกรอบก็เขี่ยหมูกรอบออก ลดปริมาณของที่ชอบทานแต่แคลอรี่สูงลง เช่นเค็กเคยทานทั้งชิ้น ก็ลดลงมาเหลือ 3/4 ชิ้น ไปจนเหลือ 1/2 ,1/4
กระทั่งในที่สุดก็งดไปค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ณัฐรดา วันที่ : 17/02/2018 เวลา : 13.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 1:rattaya

อ่านแล้วนึกถึงคำสมัยก่อนที่ว่า "ใครใคร่ค้าม้า ค้า,ใครใคร่ค้าช้าง ค้า" ขึ้นมาเลยค่ะ
บ้านเราไม่ค่อยควบคุมเรื่องอาหารข้างทางหรือตลาดนัดนะคะ
ลูกชายเคยไปซื้ออาหารจากตลาดนัดมาทาน ค่าอาหารไม่เท่าไหร่ค่ะ แต่ค่ารักษาในโรงพยาบาลซีคะ ชวนให้เข็ดเลย
ขอบคุณค่ะ แวะมาเยี่ยมเสมอๆ

ความคิดเห็นที่ 2 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
february26 วันที่ : 16/02/2018 เวลา : 19.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bang2510
The twenty-six of February 

สวัสดีครับ

ตรงเปลี่ยนพฤติกรรมยากนะครับ ความเคยชินต่างๆ ยากๆ

ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่มีประโยชน์มากๆครับ

ความคิดเห็นที่ 1 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rattiya วันที่ : 16/02/2018 เวลา : 15.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ
เดินทางกลับมาอยู่เมืองไทยสัดระยะ สังเกตตัวเองอยู่เรื่องหนึ่งคือเรื่องอาหารค่ะ อยู่ต่างประเทศ ระบบสังคมคนจะทำอาหารทานเองที่บ้าน ทานอาหารเป็นเวลา อันอาจจะเนื่องด้วยทำอาหารเองประหยัดกว่าราคาถูกกว่า อาหารจานด่วนมีน้อย อาหารที่บริการข้างถนนแถบจะไม่มี เพราะที่เยอรมนีร้านอาหารข้างถนนก็ต้องขออนุญาต พูดง่ายๆ ไม่มีอาหารมาล่อตาล่อใจเหมือนที่เมืองไทยค่ะ ส่วนตัวคิดว่านี้เป็นข้อเสียที่เมืองไทยค่ะ ถ้าคนไม่มีวินัยเรื่องทานอาหารนี้แย่เลยค่ะ ตอนนี้กำลังฝึกวินัยเรื่องทานอาหาร ไม่ทานอาหารตามใจปากค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน