*/
  • ณัฐรดา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nadrda@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-24
  • จำนวนเรื่อง : 382
  • จำนวนผู้ชม : 551623
  • จำนวนผู้โหวต : 371
  • ส่ง msg :
  • โหวต 371 คน
<< กุมภาพันธ์ 2018 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561
Posted by ณัฐรดา , ผู้อ่าน : 1508 , 18:48:14 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน BlueHill , สำรวจฟ้า และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

เคยสงสัยไหมคะ ว่าทำไมทั้งคุมอาหาร ทั้งออกกำลังกาย แต่ทำไมน้ำหนักหรือเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายไม่ลดสักที แถมน้ำหนักยังเหวี่ยงขึ้นลงจนน่าตกใจ บางทีภายในอาทิตย์เดียวน้ำหนักขึ้นลงได้เป็นกิโล ทั้งๆที่กว่าที่น้ำหนักจะเปลี่ยนแปลงได้สัก 1 กิโลนั้น ร่างกายต้องสะสมพลังงานส่วนเกินมากถึง 7,700 แคลอรี่

ที่เป็นอย่างนี้อาจจะเพราะเราเคยได้ยินมาว่า ถ้าจะลดน้ำหนัก ต้องออกกำลังกาย ต้องลดการทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรทและไขมันนั่นเองค่ะ

คาร์โบไฮเดรทที่เราทานเข้าไป เมื่อเข้าสู่ร่างกาย จะถูกเปลี่ยนเป็นกลูโคสเพื่อให้พลังงานแก่ร่างกาย พอเราลดอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรท แต่ในขณะที่เวลาออกกำลังกาย เราต้องการพลังงานจากคาร์โบไฮเดรท เมื่อไม่ได้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรทในรูปของกลูโคสในกระแสเลือด ร่างกายก็ต้องไปอาศัยจากคาร์โบไฮเดรทที่เก็บในรูปไกลโคเจนในกล้ามเนื้อ

ซึ่งไกลโคเจนนั้นจะมีส่วนประกอบของน้ำอยู่ด้วย เมื่อถูกใช้ไปมากๆ น้ำหนักเราจึงลดจากการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อและน้ำ

สำหรับไขมัน เนื่องจากไขมันเป็นสิ่งสำคัญในร่างกาย เมื่อไม่มีการทานไขมันเลย (เช่น การทานอาหารคลีนที่ไม่ใช้น้ำมันในการปรุงเลย) ร่างกายกลับยิ่งสงวนไขมัน ไม่ยอมเบิร์นไขมัน แต่เพราะต้องการใช้พลังงาน จึงไปสลายมวลกล้ามเนื้อเพื่อมาให้พลังงานแทน

ถ้าเราออกกำลังกายหนัก ทานไม่สมดุล อย่างนี้ไปเรื่อยๆ วันหนึ่งร่างกายจะทนไม่ไหว จะสั่งให้เราทานอย่างขาดการยั้งคิด  แล้วร่างกายก็จะรีบเก็บสะสมทุกแคลอรี่

ถึงตอนนี้ น้ำหนักก็ขึ้น

หรือในช่วงทาน ถ้าเราทานอาหารเค็มซึ่งมีปริมาณโซเดียมสูง ร่างกายก็ต้องการน้ำมาทำให้สมดุล เราก็จะบวมน้ำ น้ำหนักก็จะขึ้น (จนกว่าจะมีความสมดุลจึงจะขับน้ำออก)

พอน้ำหนักขึ้น เราก็งดคาร์บ งดไขมัน ออกกำลังกายอย่างหนัก

ก็เลยกลับเข้าสู่วงจรเดิมอีกค่ะ คือน้ำหนักลด ลดสักพัก ทนไม่ไหวก็ทาน ทานๆๆจนน้ำหนักเพิ่ม พอน้ำหนักเพิ่มก็ลดการทาน แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหวอีก ก็ทานแบบยั้งไม่อยู่อีก

น้ำหนักเลยลดๆเพิ่มๆทีละมากๆ เหวี่ยงขึ้นเหวี่ยงลงอยู่อย่างนี้

ถ้าอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ เราต้องหาทางแก้ไขแล้วค่ะด้วยการหาความสมดุลของอาหารและการใช้พลังงาน

ก่อนอื่นเราต้องทราบก่อนว่า ตัวเราในแต่ละวันต้องการพลังงานเท่าไหร่ แล้วทานให้ได้พลังงานเป็นแคลอรี่ที่เพียงพอกับความต้องการใช้ แล้วก็ต้องมาดูด้วยค่ะ ว่าปริมาณแคลอรี่ที่ได้นั้นได้จากสารอาหารหลักประเภทละเท่าไหร่ และคิดเป็นสัดส่วนกี่เปอร์เซ็นต์ของพลังงานที่ได้ทั้งหมด แล้วก็พยายามทานให้ได้ตามนั้น

สำหรับสารอาหารหลักที่คนเราต้องการในแต่ละวันคือ คาร์โบไฮเดรท ไขมัน และโปรตีน โดยที่มีค่าเฉลี่ยความต้องการสารอาหารเป็นกรัมต่อน้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัมต่อวัน ดังนี้

คาร์โบไฮเดรท

บุคคลทั่วไป ต้องการ 1 – 5 กรัม

นักกีฬา ต้องการ 6-10 กรัม

(หรือ 55-65 เปอร์เซ็นต์ ของความต้องการพลังงานทั้งหมด)

โปรตีน

บุคคลทั่วไป ต้องการ .8 กรัม

นักกีฬา ต้องการ 1.2-2 กรัม

เด็กและผู้สูงวัย ต้องการ 1.25 กรัม

(หรือ 12-20 เปอร์เซ็นต์ ของความต้องการพลังงานทั้งหมด)

ไขมัน

บุคคลทั่วไปต้องการ 1-1.5 กรัม

((หรือ 20-30 เปอร์เซ็นต์ ของความต้องการพลังงานทั้งหมด)

ความต้องการไขมันนั้นจะผกผันกับคาร์โบไฮเดรท ถ้าเราลดคาร์โบไฮเดรทลง ก็ควรเพิ่มการทานไขมันดีเพิ่ม แต่ถ้าลดการทานไขมันลง ก็ควรเพิ่มการทานคาร์โบไฮเดรท)

สมมติเป็นตัวเลขให้เห็นง่ายๆนะคะ

ความต้องการพลังงานเป็นแคลอรี่ต่อวันนั้น หาง่ายๆด้วยการเอา 22 ไปคูณกับน้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัมค่ะ ค่าที่ได้คืออัตราการเผาผลาญพื้นฐาน คือต่อให้เรานอนเฉยๆทั้งวัน ก็ต้องใช้พลังงานเท่านั้น จากนั้นจึงเอาค่าที่ได้ไปคูณกับค่ากิจกรรมประจำวันอีกที คือ

ถ้าเราไม่ออกกำลังกายเลย (sedentary) ก็เอาค่าที่ได้ คูณด้วย 1.2

ถ้าเรามีการทำงานบ้านบ้าง เดินบ้าง ออกกำลังกายเบาๆ (lightly activity) คูณด้วย 1.375

ถ้าเราออกกำลังกายในระดับปานกลาง คือออกกำลังกายจนหัวใจเต้นในระดับ 64-74 เปอร์เซ็นต์อัตราการเต้นหัวใจสูงสุด เป็นต้น * (moderlately activity) คูณด้วย1.725

ถ้าเราออกกำลังกายในระดับหนัก* (extremely activity) คูณด้วย 1.9

เพื่อให้เห็นชัดนะคะ สมมติว่าคุณเป็นผู้หญิง มีน้ำหนัก 50 กก. ความต้องการพลังงานพื้นฐาน หรือ BMR คือ 50 x 22 = 1,100

วันนี้คุณออกกำลังกายเบาๆ 

ก็จะได้ว่า ต้องการพลังงาน

= 1100 x 1.375

= 1,512  กิโลแคลอรี่

ทีนี้ก็มาหาสัดส่วนของอาหารหลักที่ต้องการในแต่ละวันกันค่ะ สมมติว่าเรากำหนดว่า วันนี้เราต้องการ

คาร์โบไฮเดรท 3 กรัม/กก. (โดยปกติผู้หญิงมักต้องการคาร์โบไฮเดรท 3 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กก.)

โปรตีน 1 กรัม/กก.

ไขมัน 1 กรัม/กก.

จะได้ว่าต้องการสารอาหารทั้งหมดคือ

คาร์โบไฮเดรท 50 x 3 = 150 กรัม

โปรตีน 50 x 1=50 กรัม

ไขมัน 50 x 1 = 50 กรัม

พอได้สัดส่วนสารอาหารมาแล้ว อย่าเพิ่งสรุปนะคะว่านี่คือสัดส่วนอาหารที่พอเหมาะ ยังต้องมาเช็คกับปริมาณแคลอรี่ที่สารอาหารแต่ละชนิดให้ด้วยค่ะ ว่าเพียงพอกับพลังงานที่ต้องการ ซึ่งคาร์โบไฮเดรทและโปรตีน ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี่/กรัม ส่วนไขมัน ให้ 9 กิโลแคลอรี่/กรัม

ดังนั้นพลังงานที่ได้ทั้งหมดจะเท่ากับ (150 x 4)+(50 x 4)+(50 x 9) = 1,250 กิโลแคลอรี่

จะเห็นว่าพลังงานที่ได้รับน้อยไป ไม่เพียงพอกับความต้องการ เพราะที่เราต้องการคือ 1,512 แคลอรี่ จึงต้องไปปรับปริมาณที่ควรทานค่ะ

สมมติว่าเราเพิ่ม

คาร์โบไฮเดรทเป็น 4 กรัม/กก

เพิ่มโปรตีนเป็น 1.2 กรัม/กก.

คงไขมันไว้ที่ 1 กรัม/กก.

จึงเป็นคาร์โบไฮเดรทที่ควรได้ = 50 x 4 = 200 กรัม

โปรตีนที่ควรได้รับ = 50 x 1.2 =  60 กรัม

ไขมันที่ควรได้รับ = 50 x 1. = 50 กรัม

พลังงานที่ได้ทั้งหมดก็จะเท่ากับ (200 x 4)+(60 x 4)+(50 x 9) = 1,490  กิโลแคลอรี่

1,490 ก็นับว่าใกล้เคียงกับ 1,512 ค่ะ ขาดเหลือนิดหน่อยไม่เป็นไร

ทีนี้มาเช็คกลับอีก ว่าพลังงานที่ได้จากสารอาหาร เป็นสัดส่วนกับพลังงานที่ต้องการทั้งหมด ตามที่ควรจะเป็นหรือไม่

พลังงานจากคาร์โบไฮเดรท เราได้รับ 200 x 4 = 800 กิโลแคลอรี่

คิดเป็นอัตราส่วน 54 เปอร์เซ็นต์ของพลังงานทั้งหมด

พลังงานจากโปรตีน 60 x 4 = 240 กิโลแคลอรี่

คิดเป็นอัตราส่วน 16 เปอร์เซ็นต์ของพลังงานทั้งหมด

พลังงานจากไขมัน 50 x 9 = 450 กิโลแคลอรี่

คิดเป็นอัตราส่วน 30 เปอร์เซ็นต์ของพลังงานทั้งหมด

จะเห็นว่าสัดส่วนพลังงานจากสารอาหารระหว่าง คาร์โบไฮเดรท : โปรตีน : ไขมัน  คือ 54 : 16 : 30

สอดคล้องกับค่าเฉลี่ยความต้องการสารอาหารตามค่าเฉลี่ยที่ร่างกายต้องการ 55-65 : 12-20 : 20-30

ก็เป็นอันว่า ในวันนี้ ที่เรามีกิจกรรมระดับเบา เราควรได้สารอาหารหลักในสัดส่วนตามนี้

ทีนี้ก็เหลือแต่ว่า ทานอะไรให้ได้สารอาหารอย่างนี้แล้ว เพราะเนื้อสัตว์ 1 กรัม ไม่ได้ให้โปรตีน 1 กรัม 

พบว่าเวบของ ร.พ.ศิริราช ทำรายการอาหารที่แลกเปลี่ยนเป็นสารอาหารไว้ น่าสนใจ ดูแล้วเข้าใจง่าย ไว้อย่างนี้ค่ะ

ทานอาหารให้สมดุลกับการใช้งาน น้ำหนักก็จะไม่เหวี่ยงขึ้นลงจนน่าตกใจ นอกจากนี้ยังไม่เสี่ยงต่อการขาดสารอาหารหลักแล้ว ยังทำให้การออกกำลังกายบรรลุวัตถุประสงค์อีกด้วยค่ะ

*บันทึกวิธีหาไว้ ที่นี่ และ ที่นี่ ค่ะ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 26/02/2018 เวลา : 17.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 6 : BlueHill

ยินดีด้วยเรื่องน้ำหนักลดค่ะ

การงดขนมนี่เห็นด้วยเลยค่ะ

ร่างกายต้องการพลังงานจากคาร์โบไฮเดรทอยู่ แต่เข้าใจว่าในที่นี้คงได้พลังงานจากแอลกอฮอล์แทน (ใน Healthy Food Pyramid ให้ทานเบียร์ได้ ผู้ชายวันละไม่เกิน 2 กระป๋อง ผู้หญิง 1 กระป๋องค่ะ)

แอลกอฮอล์ให้พลังงาน 7 กิโลแคลอรี่/กรัม ในขณะที่คาร์โบไฮเดรทให้ 4 กิโลแคลอรี่ ที่น้ำหนักลดคงเพราะพลังงานที่รับเข้าลดลงกับเพิ่มการใช้พลังงานออกนะคะ

แต่แอลกอฮอล์ไม่ให้สารอาหารค่ะ ให้แต่พลังงาน ส่วนแป้ง ในที่นี้เข้าใจว่าคงเป็นข้าวมังคะ ข้าวนอกจากจะให้พลังงานและสารอาหารหลักแล้ว ถ้าเป็นข้าวกล้อง ยังให้วิตามินและแร่ธาตุ ใยอาหาร ที่ช่วยในการขับถ่ายได้ด้วย

ลดน้ำหนัก ถ้าสารอาหารไม่พอ แม้น้ำหนักจะลด แต่ก็เสี่ยงกับการที่ข้อต่อต่างๆจะเสื่อมก่อนวัยอันควร การสื่อประสาทไม่ใคร่ดีนัก อ่อนเพลีย จนออกกำลังกายได้ไม่จบตามที่ต้องการค่ะ

หรือว่าจะแลกเปลี่ยนกันเล็กน้อยดีคะ ลดแอลกอฮอล์ลงหน่อย เพิ่มคาร์โบไฮเดรทขึ้นนิด ก็มีความสุขกับชีวิตได้นะคะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 26/02/2018 เวลา : 17.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 5 : สมชัย
ขอบคุณสำหรับความเห็นมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 26/02/2018 เวลา : 08.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ตอนี้ น้ำหนักลดลงไปเกือบ 5 กิโลกรัม
แค่วิ่งทุกวัน วันละ 1 ชั่วโมง
งดแป้ง ขนม ลดเนื้อสัตว์
ยังคงดื่มเบียร์และกาแฟตามปกติครับ

ความคิดเห็นที่ 5 ณัฐรดา , BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 24/02/2018 เวลา : 09.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

เป็นบทความวิชาการที่ลงรายละเอียด เรื่องพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม เหมาะสำหรับคนที่ต้องการดูแลสุขภาพตนเองอย่างจริงจัง หรือผู้ที่ต้องการเพิ่มสมรรถนะทางกายด้วยการออกกำลังกาย ชนิดต่างๆ ซึ่งแต่ละชนิด มาจากแหล่งพลังงานหลักที่แตกต่างกัน

ความคิดเห็นที่ 4 สมชัย , สำรวจฟ้า ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ณัฐรดา วันที่ : 23/02/2018 เวลา : 08.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

คุณสำรวจฟ้าคะ

ที่ว่าเลี่ยงมื้อเย็นนี่คงหมายถึงยังทานอยู่บ้างใช่มั้ยคะ ไม่ถึงกับงดไปเลยมังคะ

ดิฉันก็หนักมื้อเช้าค่ะ จากนั้นก็ค่อยๆลดเบาลงในมื้อถัดๆไป

ปัจจุบันคนเรามักทานขาดใน 4 อย่างนี้ค่ะ คือ น้ำ โปรตีน ผักผลไม้ ไขมันดี อย่างผักผลไม้เราควรทานผัก 5 สี 3 มื้อ มื้อละ 2 ฟายมือ เพื่อให้ได้วิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร สารต้านอนุมูลอิสระที่เพียงพอ คนส่วนใหญ่ก้ทานได้ไม่ถึง ตามความเห็น มองว่าการจะงดมื้อใดมื้อหนึ่งไป น่าจะต้องแน่ใจก่อนค่ะ ว่าที่ทานมาทั้งวันนั้น ได้สารอาหารเพียงพอแล้ว (ที่จริงยังเสียดายพลังงานในการย่อยอาหารในมื้อที่งดไปค่ะ เพราะพลังงานในการนี้ ร่างกายใช้ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของพลังงานที่ใช้ทั้งหมดในแต่ละวัน พองดไปก็ไม่ได้ใช้ ก็อาจเหลือจนสะสมได้)

ตัวเลขเหล่านี้น่าเวียนหัวจริงๆค่ะ แต่ถ้ามีเป้าหมายในการออกกำลังกาย หรืออกกำลังกายสม่ำเสมอ ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลยนะคะ อย่างไรก็ดี ถ้ารู้สึกว่ายุ่งมาก อาจทำความคุ้นเคยในระยะแรกๆ เพื่อกะประมาณชนิดอาหารของตัวเราเอง พอรู้แล้ว คุ้นแล้ว ก็อาจไม่ต้องจัดการให้เป๊ะอย่างเดิมก็ได้ แต่อย่างไรเสียน่าจะยังต้องคำนึงถึงอยู่บ้างมังคะ

เพราะไม่อย่างนั้นเราอาจขาดสารอาหารหลักจนร่างกายทรุดโทรมค่ะ อย่างเช่น โปรตีน เรามักมองไปที่กล้ามเนื้อ อันที่จริง ทั้งตัวเราประกอบขึ้นด้วยโปรตีนค่ะ เช่น หลอดเลือด ผนังลำไส้ หัวใจ ผิวหนัง อย่างนี้เป็นต้น ที่เค้าให้ผู้สูงวัยอย่างเรารับโปรตีนวันละ 1.2 กรัม/น้ำหนัก 1 ก.ก./วัน ก็เพื่อจะได้ไปซ่อมแซมส่วนต่างๆเหล่านี้นั่นเองค่ะ

ขอบคุณสำหรับการแวะมาและความเห็นมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สำรวจฟ้า วันที่ : 22/02/2018 เวลา : 19.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

อ่านแล้วก็จำไม่ได้ว่าอาหารอย่างไหนให้ไขมันสูงต่ำ ให้แคลอรีอย่างไร ขอปฏิบัติตามสูตรง่ายๆเรื่องการทานอาหาร หนักเช้า เบาเที่ยง เลี่ยงเย็น งดเว้นกลางคืน แล้วออกกำลังกายวันละอย่างน้อย ๓๐ นาที

ความคิดเห็นที่ 2 february26 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ณัฐรดา วันที่ : 20/02/2018 เวลา : 07.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

สวัสดีค่ะอาจารย์หมอวัลลภ

บางทีก็เลือกไม่ได้จริงๆนะคะ อย่างเวลาไปกับทัวร์ เราคงเลือกไปเมนูไม่ได้ แต่เราก็คงใช้วิธี เขี่ย (ที่แคลอรี่สูงออก) ลด(การทานของที่แคลอรี่สูง) งด (ที่เป็นโทษ) น่าจะพอประทังไปได้

ขอบพระคุณค่ะมาเยี่ยมกัน

ความคิดเห็นที่ 1 february26 , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
wullopp วันที่ : 19/02/2018 เวลา : 22.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ตัวอย่างอาหารที่ทำให้อ้วน
คงจะเป็นอาหารเวลาไปกับทัวร์

หรืออาหารตอนอบรม ประชุม สัมมนา
หรืออาหารงานวัด งานบวช งานศพ ฯลฯ

ยิ่งกินยิ่งอ้วน
เพราะ แต่ละมื้อ 800-1000 แคลอรีขึ้นไปทีเดียว....

ขอบคุณครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน