*/
  • ณัฐรดา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nadrda@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-24
  • จำนวนเรื่อง : 385
  • จำนวนผู้ชม : 565898
  • จำนวนผู้โหวต : 375
  • ส่ง msg :
  • โหวต 375 คน
<< มกราคม 2020 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 19 มกราคม 2563
Posted by ณัฐรดา , ผู้อ่าน : 419 , 05:04:12 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

ช่วงปีใหม่หยุดฝึกโยคะไปนาน กลับฝึกอีกครั้ง กว่าจะเข้าสู่บางอาสนะต้องใช้พลังงานมากขึ้น จึงนึกถึง Biological Memory ขึ้นมาได้ อธิบาย Biological Memory ง่ายๆอย่างนี้ค่ะ คือถ้าเรายังไม่ตาย แม้ว่าเราจะออกแรงให้เนื้อเยื่อแข็งแรงขึ้นหรือยืดหยุ่นขึ้นเนื้อมากขนาดไหน แต่ถ้าเว้นการให้มีแรงกระทำต่อกล้ามเนื้อไปนานๆ ความยาวเนื้อเยื่อต่างๆก็กลับคืนสู่สภาพเดิมตามความทรงจำของเค้าได้เสมอวันแรกของการฝึก จึงฝึกเท่าที่ร่างกายอนุญาตให้ทำได้ ไม่ฝืนจน "คราก" เกินไป ค่อยเป็นค่อยไปค่ะ วันแรกไปได้แค่ไหนก็แค่นั้น วันต่อๆไปก็กลับสู่ความสามารถสูงสุดที่ร่างกายเคยทำได้เอง และจะทำได้ดียิ่งขึ้นในอนาคตโดยไม่มีอาการบาดเจ็บตามมา มาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าเราควรให้โยคะปรับร่างกายเราไปได้ถึงขนาดไหน Stress-Strain Curve

Stress ในทางความรู้สึกแปลว่าความเครียด แต่ที่นี้แปลว่าความเค้นนะคะ ส่วน Strain ในที่นี้แปลว่า ความเครียดเมื่อมีการออกแรงต่อเนื้อเยื่อ แรงที่สู่เนื้อเยื่อเรียกว่า Stress ส่วนความยาวของเนื้อเยื่อที่เปลี่ยนแปลงไป เรียก Strain

ถ้าเราอยู่ในอิริยาบถปกติ เมื่อเราออกแรงไม่มาก เช่นนั่งนานก็บิดตัวไปมา อย่างนี้ความยาวเนื้อเยื่อก็ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก และกลับสู่สภาพเดิมได้ แรงที่ให้จึงอยู่ในช่วง 1 หรือ Toe Region

แต่พอเราออกแรงมากขึ้นอีกนิด เนื้อเยื่อเราก็มีความยาวมากขึ้นจนเห็นได้ชัด แต่พอเราหยุด ก็กลับคืนสู่ความยาวเดิมได้100% เช่นกัน ช่วงของแรงที่ให้นี้ เรียก Elastic Region

ส่วนจุดที่ 3 ในกราฟ คือ Yield Point หรือ Elastic Limit เป็นจุดสุดท้ายที่เนื้อเยื่อเราจะทนต่อแรงกระทำได้ที่พอหยุดให้แรง เนื้อเยื่อจะกลับคืนสู่ความยาวเดิมได้อย่างสมบูรณ์ได้ค่ะ

ในการฝึกโยคะ เราต้องการแรงที่มากกว่าจุดที่ 3 คือช่วงที่ 4 Plastic Region ค่ะ เพื่อให้แม้หลังการฝึก เนื้อเยื่อก็กลับคืนสู่สภาพเดิมไม่ได้ เพราะถูกยืดจน "คราก" ไปแล้ว และร่างกายก็ปรับตัวต่อแรงกระทำจนแข็งแรงมากขึ้น ยืดหยุ่นมากขึ้น จนสามารถรับแรงกระทำ ยืดไปมากกว่าเดิมได้เรื่อยๆ

แต่จะให้แรงได้มากแค่ไหน ไม่มีใครบอกได้ นอกจากตัวผู้ฝึกเอง เพราะร่างกายก็มีจุดสุดท้ายที่จะรับแรงได้ต่างกัน คือถ้าเกินจุดที่ 5 Ultimate Stress ไป ก็จะเกิดอาการบาดเจ็บ

พอเกินจุดที่ 5 ร่างกายจะเข้าสู่ช่วงที่ 6 Necking คือเนื้อเยื่อเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วแม้ว่าแรงที่ให้จะลดลง และหากยังให้แรงต่อไปอีก แม้จะมีการลดแรงในการฝึก (ก็เจ็บอยู่นี่คะ แต่ทนฝืนฝึก) เนื่อเยื่อต่างๆก็จะขาดอย่างสมบูรณ์ เข้าสู่ Failure Point เคยจุดเกาะต้นกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังฉีกขาดเพราะยืดมากไปและเร็วไป ใช้เวลาเป็นปีค่ะกว่าจะหาย

เลยทำให้ตัวเองระวังมากค่ะเวลา Adjust ท่าให้ผู้เรียน เพราะกลัวว่าจะให้แรงมากไป

ตรงนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่เล่านะคะ แต่อยากบอกว่า นักรบ 2 หรือ Virabhadrasana II เป็นอีกอาสนะที่ชอบมาก ให้ประโยชน์เหลือหลาย เพราะช่วยช่วยบรรเทาอาการแข็งเกร็งของคอ บรรเทาอาการปวดหลังล่าง ทำให้หลังแข็งแรง ช่วยรักษาการเคลื่อนของกระดูกสันหลัง ( Slipped Disc) ช่วยยืด Hip Flexors ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ข้อสะโพกเคลื่อนไหวได้ดี อวัยวะในช่องท้องแข็งแรง กล้ามเนื้อขาได้รูปและแข็งแรงขึ้น ข้อเข่า และการเป็นตะคริวที่น่อง ได้อีกด้วย แถมยังช่วยพัฒนาระบบหายใจได้อีกต่างหาก

ไว้คราวหน้ามาเล่าถึงวิธีฝึกให้ได้ประสิทะิภาพสูงสุดค่ะ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 21/01/2020 เวลา : 07.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ขอบพระคุณความเห็นจากอาจารย์หมอมากค่ะ
ผู้ฝึกส่วนใหญ่ยังยกให้อินเดียเป็น 1 อยู่ค่ะ แต่ส่วนตัวมีความเห็นว่าควรนำความรู้จากทั้งตะวันตกและตะวันออกมาประยุกต์เข้าด้วยกัน
ครูโยคะระดับโลก เดี์ยวนี้เป็นฝรั่งเยอะมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 19/01/2020 เวลา : 09.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

นึกถึง
สนามบินเดลี อินเดีย
มีการทำท่า

สุริยนมัสการ
เป็น รูปปั้น โชว์ไว้

อินเดีย +/- ประเทศรอบๆ
พัฒนา โยคะ

แต่
ดูเหมือนรายได้โยคะโลก
ส่วนใหญ่
ไปอยู่กับ ฝรั่ง

ตั้งแต่
การสอน สอบครูโยคะ
ทำ โฮมสเตย์ หรือ โรงเรียนโยคะ

เมืองไทย
น่าจะตั้งเป้า
เป็น
1 ใน ฮับโยคะโลกให้ได้ ครับ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน