*/
  • บินมูซา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-03-21
  • จำนวนเรื่อง : 605
  • จำนวนผู้ชม : 1211356
  • จำนวนผู้โหวต : 257
  • ส่ง msg :
  • โหวต 257 คน
โลกแห่งการเรียนรู้เด็กมุสลิมสามจังหวัดชายแดนใต้

จากรายการพันแสงรุ้ง

View All
<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 15 เมษายน 2551
Posted by บินมูซา , ผู้อ่าน : 1221 , 12:39:29 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ทำทานอย่างไรให้เป็นสุขทั้งผู้ให้และผู้รับ       

  ขัดเกลาจิตใจด้วยการให้ทาน
    - date Thu 11 Oct 2007 10:47:06 AM
    - editor บรรจง บินกาซัน
    - categories หลักการศาสน
า       


 การทำทานเป็นการให้อย่างหนึ่งซึ่งโดยปกติแล้วจะสร้างความสุขให้แก่ผู้ให้และผู้รับ แต่ก็ไม่แน่เสมอไปหากผู้ให้ไม่รู้จักศิลปะของการทำทานตามหลักการศาสนา ด้วยเหตุนี้ จึงมีหลายครั้งที่การให้ทานหรือการบริจาคไม่ก่อให้เกิดความสุขแก่ผู้ให้และผู้รับ   

      ดังนั้น ไหนๆเมื่อชีวิตต้องขึ้นอยู่กับการให้และการรับแล้ว ผู้เขียนก็ขอแนะนำศิลปะของการให้ ไม่ว่าจะเป็นการให้ยืม การให้ด้วยความเสน่หาหรือการให้ทานตามหลักการอิสลามแก่ผู้อ่านลองนำไปปฏิบัติดูดังนี้

      1) ให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจโดยตระหนักว่าการให้เป็นการแสดงออกถึงคุณสมบัติของพระเจ้าผู้ประทานทุกสิ่งทุกอย่างแก่มนุษย์และให้โดยมีเจตนาว่าเป็นการทำตามคำบัญชาของพระองค์ อย่าหวังการตอบแทนจากผู้ที่เราให้หรือจากมนุษย์ผู้ใดแม้แต่คำว่าขอบคุณ เพราะการขอบคุณเป็นหน้าที่ของผู้รับอยู่แล้ว

      การมีเจตนาเช่นนี้จะทำให้พระเจ้าทรงรับเจตนา เพราะตามหลักการอิสลาม "การกระทำทั้งหลายนั้นขึ้นอยู่กับเจตนา" ดังนั้น ถ้าเจตนาทำไปเพื่อสนองคำบัญชาของพระเจ้า พระองค์ก็จะตอบแทนรางวัลให้ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า เจ้านายยังตอบแทนผู้ใต้บังคับบัญชาที่กระทำตามคำสั่ง มีหรือที่พระเจ้าจะไม่ตอบแทนบ่าวของพระองค์ที่ทำตามคำบัญชา ? และพระองค์สามารถให้รางวัลตอบแทนได้มากกว่ามนุษย์อย่างไม่อาจเปรียบกันได้ แค่เกลือในท้องทะเลและทรัพยากรต่างๆอีกมากมายใต้ผืนดินโลกใบนี้ก็เป็นหลักฐานเพียงพอแล้วถึงสิ่งที่มีอยู่กับพระองค์ในโลกหน้า

      คนที่ให้โดยมีเจตนาเช่นนี้จะสามารถทำความดีโดยการให้ผู้อื่นได้อย่างยั่งยืน เพราะเขาไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนจากมนุษย์และเขาจะให้ได้อย่างมีความสุข

      แต่ถ้าการให้มีเจตนาเพื่อหวังชื่อเสียง คำสรรเสริญเยินยอหรือผลประโยชน์อื่นๆในโลกวัตถุ ผู้ให้ก็จะได้รับตามที่ตัวเองเจตนาไว้ เมื่อเจตนาต้องการสิ่งตอบแทนจากมนุษย์ ผู้ให้ก็จะต้องไปเอาจากมนุษย์ ไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับจากพระเจ้าเพราะมิได้ให้โดยมีเจตนาเพื่อเป็นการถวายต่อพระองค์

      การให้ด้วยเจตนาหวังสิ่งตอบแทนจากมนุษย์ด้วยกันนั้น หากมิได้ดังเจตนาหรือดังที่หวัง ผู้ให้ก็จะรู้สึกผิดหวังและป็นทุกข์ และไม่คิดอยากจะให้อีกต่อไป การให้ในลักษณะเช่นนี้ถือเป็นการสูญเสียแทนการได้รับ กล่าวคือ เสียเงินเสียของที่ให้ไปแล้วยังเสียความรู้สึกที่ไม่ได้รับการตอบแทนดังที่ตัวเองหวัง เสียโอกาสที่จะทำดีต่อไป และที่สำคัญก็คือเสียโอกาสที่จะได้รับสิ่งตอบแทนจากพระเจ้า

      การมีพระเจ้าจึงไม่ได้เป็นการขาดทุนแต่ประการใด การไม่มีพระเจ้าต่างหากที่เป็นการขาดทุน 

      2) ให้แต่ของดีๆ เพราะเราเองก็อยากได้ของดีๆเช่นกัน ดังนั้น เมื่อตัวเองได้รับสิ่งดีๆ เมื่อเวลาให้ก็จะต้องให้แต่สิ่งดีๆเช่นกัน ในคัมภีร์กุรอานมีคำสอนว่า "จงทำดีเช่นเดียวกับที่พระเจ้าทรงทำดีแก่เจ้า" การให้เช่นนี้ จะทำให้ผู้รับมีความสุข

      เมื่อครั้งเกิดเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิถล่มชายฝั่งอันดามัน ผู้คนหลายพันครอบครัวต้องได้รับความเดือดร้อนจากการเสียชีวิตของเครือญาติและทรัพย์สินรวมทั้งที่อยู่อาศัย มีหลายองค์กรและหน่วยงานการกุศลได้ขอรับบริจาคสิ่งของเครื่องใช้ไปช่วยบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยพิบัติครั้งนั้น ปรากฏว่ามีหลายสิ่งที่หากผู้รับเห็นแล้วคงต้องสะเทือนใจแทนที่จะสุขใจมากกว่า เช่น เสื้อผ้าเก่าคร่ำคร่าที่สามารถนำไปทำผ้าขี้ริ้วได้เท่านั้น หรือเสื้อผ้าและรองเท้าบู๊ตส้นสูงของนักร้องที่ชาวบ้านใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้และสิ่งของเครื่องใช้อื่นๆที่เก่าโกโรโกโส เป็นต้น

      การให้สิ่งของเช่นนี้มิใช่การบริจาคหรือการทำทาน หากแต่เป็นการฉวยโอกาสโละของเก่าซึ่งไม่เพียงแต่จะสร้างความสะเทือนใจให้แก่ผู้พบเห็นหรือผู้ได้รับเท่านั้น แต่ยังสร้างภาระและความทุกข์ให้แก่ผู้รวบรวมต้องมาเสียเวลานั่งคัดแยกอีกด้วย ดีไม่ดีผู้กำลังประสบเคราะห์กรรมอาจจะก่นด่าหรือสาปแช่งผู้ให้ด้วย            

      3) ให้แล้วอย่าทวงบุญคุณหรือพูดจาระรานดูถูกผู้รับ เพราะการให้เช่นนี้จะทำให้ผลบุญจากกุศลทานที่สะสมมาต้องสูญหายมลายไป

      คัมภีร์กุรอานได้สั่งห้ามบรรดาผู้ศรัทธาในพระเจ้ามิให้ทำทานในลักษณะเช่นนี้โดยกล่าวว่า :

      "จงอย่าทำให้การทำกุศลทานของสูเจ้าไร้ผลด้วยการลำเลิกและพูดจาดูถูกผู้ที่ได้รับเหมือนกับผู้บริจาคเพื่ออวดอ้างแก่มนุษย์....การบริจาคของเขาอาจเปรียบได้กับฝนที่ตกลงมาบนก้อนหินที่มีดินติดอยู่ เมื่อฝนตกลงมา ดินบนหินก้อนนั้นก็ถูกฝนชะจนเกลี้ยง คนเช่นนี้จะไม่ได้รับรางวัลจากการทำทาน" (กุรอาน 2:264)

      ข้อความดังกล่าวต้องการจะเปรียบเทียบว่าผลบุญต่างๆจากการให้หรือการบริจาคทานนั้นเปรียบเหมือนกับดินที่พอกสะสมอยู่บนก้อนหินไปเรื่อยๆ แต่เมื่อใดก็ตามที่การบริจาคทานตามมาด้วยการลำเลิกบุญคุณ การดูถูกและระรานผู้ที่ได้รับ เงินและสิ่งของที่บริจาคไปก็จะกลายเป็นเสมือนกับฝนที่ตกลงมาชะดินหรือผลบุญที่เคยทำไว้จนหมดไป นั่นคือ นอกจากจะเสียเงินหรือสิ่งของที่บริจาคไปแล้ว ผลบุญเก่าที่สะสมไว้ยังสูญหายไปด้วย

      คัมภีร์กุรอานยังกล่าวอีกว่า "คำพูดที่ไพเราะและการทดทนนั้นดีกว่าการทำทานที่ตามมาด้วยการระรานหรือดูถูก" (กุรอาน 2:263) 

ทุกคำถาม อิสลามมีคำตอบ 

ทางนำจากคัมภีร์กุรอาน 

      "การบริจาคของบรรดาผู้ใช้ทรัพย์สินของพวกเขาในหนทางของพระเจ้าอาจเปรียบได้ดังเมล็ดพืชที่งอกออกมาเจ็ดรวง แต่ละรวงมีหนึ่งร้อยเมล็ด พระผู้เป็นเจ้าจะทรงทบทวีทานของผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ เพราะพระองค์เป็นผู้ทรงไพบูลย์" (กุรอาน 2:261)

พจนารถศาสดามุฮัมมัด 

       "นบีที่อัลลอฮฺได้ส่งมาก่อนหน้าฉันนั้นมีสานุศิษย์และสาวกผู้อุทิศตนบางคนปฏิบัติตามแบบอย่างคำสอนของเขา แต่หลังจากนั้น ผู้ปฏิบัติตามพวกสานุศิษย์และสาวกเหล่านั้นก็พูดในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับการกระทำและทำสิ่งที่พวกเขามิได้ถูกขอให้ทำ ดังนั้น ใครก็ตามที่ต่อสู้คนพวกนี้ด้วยมือของเขาก็เป็นผู้ศรัทธา ใครที่ต่อสู้กับคนพวกนี้ด้วยหัวใจของเขาก็เป็นผู้ศรัทธาและใครที่ต่อสู้พวกเขาด้วยลิ้นของเขาก็เป็นผู้ศรัทธา และนี่มิใช่ความศรัทธาเพียงเล็กน้อย"

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
บินมูซา วันที่ : 16/04/2008 เวลา : 19.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naichumpol
น้ำแยงซี รี่ไหล ไปบรูพา คลื่นซัดกวาดพา วีรชน หล่นลับหาย ถูกผิดแพ้ชนะ วัฏจักร เวียนว่างดาย สิงขรยังคง ตะวันยังฉาย นานเท่านาน  


อัน นี้ ก็ เป็น ทำ ทาน ชนิด หนึ่ง


ไม่แนะนำให้ ทำทาน ลักษณะนี้

ไม่ดี เลยนะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
บินมูซา วันที่ : 16/04/2008 เวลา : 19.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naichumpol
น้ำแยงซี รี่ไหล ไปบรูพา คลื่นซัดกวาดพา วีรชน หล่นลับหาย ถูกผิดแพ้ชนะ วัฏจักร เวียนว่างดาย สิงขรยังคง ตะวันยังฉาย นานเท่านาน  



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน