*/
  • บินมูซา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-03-21
  • จำนวนเรื่อง : 578
  • จำนวนผู้ชม : 1170101
  • จำนวนผู้โหวต : 251
  • ส่ง msg :
  • โหวต 251 คน
โลกแห่งการเรียนรู้เด็กมุสลิมสามจังหวัดชายแดนใต้

จากรายการพันแสงรุ้ง

View All
<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 15 เมษายน 2551
Posted by บินมูซา , ผู้อ่าน : 9682 , 14:39:09 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

             ในอิสลามมีแนวทางปฏิบัติ หลายแนวทาง  ในคนมุสลิมเรียกว่า มัซฮับฮฺ

แนวทางหรือมัซฮับฮฺ ที่มีคนมุสลิมยึดเป็นแนวทางในการ ดำเนินประกอบศาสนกิจ การดำเนินชีวิต

 มีอยู่    4   มัสฮับฮฺ ใหญ่  ๆ 

ในที่นี้  จะกล่าวถึง  แนวทางหนึ่ง  ที่มุสลิม ในภาคเหนือ ส่วนใหญ่ ใช้แนวทางนี้  เป็นแนวทาง

ดังกล่าวข้างต้น  คือ  มัซฮับฮฺ  ฮานาฟี  ความเป็นมา ของ ท่านผู้นี้ เป็นใคร  มาจากไหน

เหตุใดเป็นที่ยอมรับของผู้คน มากมาย น่าสนใจครับ ลองอ่านประวัติ ของท่านดู 

อิมาม อบูหะนีฟะฮ

 

 

ในช่วงศตวรรษที่สอง และสามแห่งปีฮิจญ์เราะฮฺศักราช ได้กำเนิดสถาบันหรือสำนักศึกษาวิชาการอิสลามด้านนิติศาสตร์(มะซาฮิบ ฟิกฮียะฮฺ) อย่างมากมาย แต่ละสำนักมีวิธีการประยุกต์หรือหลักการศึกษานิติศาสตร์ที่แตกต่างกันไป

 

ในบรรดาสำนักศึกษานิติศาสตร์ที่เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางและแพร่หลายทั่วโลก คือ สำนักศึกษาที่ก่อตั้งโดย อิมามอบูหะนีฟะฮฺ ณ เมืองกูฟะฮฺ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนามของสำนัก “อะฮฺลุล เราะยี” หรือสำนักคิดนิยม

 

1. ชื่อและวงศ์ตระกูล 

ท่านมีชื่อว่า นุอฺมาน บิน ซาบิต บิน ซูฏีย์ อัลกูฟีย์ ปู่ของท่าน ซูฏีย์ เป็นชาวกรุงคาบูลที่อพยพไปยังเมืองกูฟะฮฺ เกิดที่เมืองกูฟะฮฺในปีฮิจญ์เราะฮฺที่ 80 และเสียชีวิตที่เมืองบัฆดาด ในปีฮิจญ์เราะฮฺที่ 150 เมื่ออายุได้ 70 ปี มีอาชีพเป็นพ่อค้าไหม ท่านมีชีวิตอยู่ในรุ่นของอัตบาอุตตาบิอีน ซึ่งทันอยู่ร่วมสมัยกับบรรดาเศาะหาบะฮฺรุ่นเล็กหลายท่าน และตอนเด็กๆท่านเคยเห็น อนัส บิน มาลิก ในช่วงที่อนัสเดินทางไปยังเมืองกูฟะฮฺ

 

2. อาจารย์และสานุศิษย์ 

ท่านได้รับการประสาทความรู้จากบรรดาอุละมาอฺตาบิอีนที่ทรงคุณวุฒิมากมาย อาทิเช่น หัมมาด บิน อบีสุลัยมาน สะลิมะฮฺ บิน กุหัยล์ อามิร อัชชะอฺบีย์ อิกริมะฮฺ อะฏออฺ เกาะตาดะฮฺ อัซซุฮฺรีย์ นาฟิอฺ เมาลา อิบนิอุมัร เป็นต้น ส่วนบรรดาศานุศิษย์ที่มีบทบาทในการเผยแผ่แนวคิดหรือมัซฺฮับของท่านได้แก่

1. กอฎีย์ อบูยูสุฟ (113 – 182 ฮ.ศ.) ซึ่งนับได้ว่าเป็นศิษย์เอกของท่านและมีบทบาทอย่างมากในการเผยแผ่แนวคิดของท่านโดยเฉพาะหลังจากที่ท่านได้ดำรงตำแหน่งเป็นกอฎีย์แห่งอาณาจักอับบาสิยะฮฺ

2. มุหัมมัด บิน หะสัน อัชชัยบานีย์ (132 – 189 ฮ.ศ.) ซึ่งทันศึกษากับอิมามอบูหะนีฟะฮฺช่วงหนึ่ง และศึกษากับอบูยูสุฟ ท่านเป็นคนที่เริ่มแรกเขียนหนังสือนิติศาสตร์ตามแนวทางของสำนักศึกษาของอิมามอบูหะนีฟะฮฺและเผยแผ่มัน

3.ซุฟัร บิน อัลฮุซัยล์ (110 – 158 ฮ.ศ.)

4.อัลหะสัน บิน ซิยาด อัลลุลุอีย์ (133 – 204 ฮ.ศ.)

3. ความรู้เกี่ยวกับนิติศาสตร์และคำชม  

1. อิบนุมุบาร็อก กล่าวว่า “ฉันไม่เคยเห็นใครมีความรู้เหมือนในด้านนิติศาสตร์กับอบูหะนีฟะฮฺ”

2. ยะหฺยา อัลก็อฏฏอน กล่าวว่า “ฉันไม่ได้โกหกต่ออัลลอฮฺ ฉันไม่เคยได้ยินแนวคิดของผู้ใดที่ดีกว่าอบูหะนีฟะฮฺ”

3. อิมามชาฟิอีย์กล่าวว่า “ผู้ใดที่ต้องการจะมีความรู้ที่แตกฉานในด้านนิติศาสตร์ เขาต้องพึ่งพา(แนวคิดของ)อบูหะนีฟะฮฺ)”

4. สุฟยาน อัษเษารีย์ กล่าวว่า “อบูหะนยีฟะฮฺเป็นผู้ที่ปราดเปรื่องด้านนิติศาสตร์ที่สุดในสมัยท่าน”

4. ความสมถะในชีวิต 

ครั้งหนึ่งอาณาจักรราชวงค์อะมาวียะฮฺต้องการจะแต่งตั้งท่านให้เป็นผู้พิพากษาหรือกอฎีย์แห่งเมืองกูฟะฮฺแต่ท่านปฏิเสธ จนเป็นเหตุให้เจ้าเมืองกูฟะฮฺกริ้วและโบยท่านวันละ 10 หวาย ติดต่อกันถึง 10 วัน และหลังจากที่เห็นถึงความแน่วแน่ของท่านเจ้าเมืองจึงปล่อยท่านไป อิบนุมุบาร็อกกล่าวว่า “พวกเจ้าจำได้ไหม ผู้ชายที่มีการหยิบยื่นความสุขสบายทางโลกให้แก่เขาแต่เขากลับหนีห่างจากมัน” ชุรัยก์ อันนะเคาะอีย์กล่าวว่า “อบูหะนีฟะฮฺเป็นคนที่เงียบ ชอบครุ่นคิดอยู่เสมอ ไม่ค่อยพูดจากับคนอื่น”

5. กฏเกณท์ในการวิเคราะห์หลักนิติศาสตร์  

ท่านเป็นผู้ที่ได้รับมรดกด้านแนวคิดของสำนักคิดหรือสถาบันการศึกษาอิสลามแห่งเมืองกูฟะฮฺ ซึ่งมีการวางกฏเกณท์หรือหลักการศึกษาและวิเคราะห์หลักนิติศาสตร์อิสลาม ดังนี้ คือ

1. อาศัย อัลกุรอาน สุนนะฮฺ และทัศนะของบรรดาเศาะหาบะฮฺ ในการให้คำชี้ขาดด้านนิติศาสตร์เป็นหลักตามลำดับท่านกล่าวว่า “ฉันจะปฏิบัติตามอัลกุรอาน ตราบใดที่ฉันพบว่ามีระบุอยู่ในนั้น หากไม่แล้วฉันก็จะปฏิบัติตามที่ระบุอยู่ในสุนนะฮฺ หากฉันไม่พบอยู่ในทั้งสอง ฉันก็จะปฏิบัติตามทัศนะของบรรดาเศาะหาบะฮฺ ฉันจะเลือกเอาทัศนะที่ฉันพอใจและเห็นด้วยและจะทิ้งทัศนะอื่นๆที่ตรงข้าม ฉันจะไม่มองข้ามทัศนะของพวกเขาเหล่านั้นและหันไปเอาทัศนะของคนอื่นเป็นอันขาด แต่เมื่อมีทัศนะด้านนิติศาสตร์ที่มาจากอิบรอฮิม อันนะเคาะอีย์ อัชชะอฺบีย์ อิบนุสีรีน อะอฺฏออฺ สะอีด บิน มุสัยยับ ฉัน(จะไม่ปฏิบัติตามพวกเขา แต่) จะพยายามวิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นเสมือนกับที่พวกเขาได้กระทำไว้” มีคนถามท่านว่า “เมื่อคำพูดของท่านเกิดค้านกับอัลกุรอาน แล้วจะทำอย่างไร” ท่านตอบว่า “พวกเจ้าจงละทิ้งคำพูดของฉัน” มีคนถามอีกว่า “แล้วถ้าคำพูดของท่านค้านกับสุนนะฮฺล๋ะ” ท่านตอบว่า “พวกเจ้าจงละทิ้งคำพูดของฉันเสีย” มีคนถามอีกว่า “แล้วถ้าคำพูดของท่านค้านกับทัศนะของบรรดาเศาะหาบะฮฺล๋ะ” ท่านตอบว่า “จงละทิ้งคำพูดของฉันเสีย”

2. เคาะบัรวาหิดตามทัศนะของอบูหะนีฟะฮฺ เคาะบัรวาหิดหมายถึงหะดีษที่มีสายรายงานที่ไม่ถึงระดับมุตะวาติร อิมามอบูหะนีฟะฮฺได้วางข้อแม้ต่างๆในการรับเอาเคาะบัรวาหิดเพื่อการวิเคราะห์หุกมหรือหลักนิติศาสตร์ดังนี้คือ

2.1 ต้องไม่ค้านกับการปฏิบัติของนักรายงาน หมายความว่า หากเนื้อหาของเคาะบัรวาหิดส่วนใดเกิดค้านกับการปฏิบัติของนักรายงานเคาะบัรดังกล่าวก็ให้ยึดตามการปฏิบัติของนักรายงานนั้นไม่ใช่ปฏิบัติตามเคาะบัรที่ได้รายงานไว้ เพราะหากเขาไม่รู้ถึงจุดบกพร่องของเคาะบัรที่ได้รายงานไว้ แน่นอนเขาก็ต้องปฏิบัติตามนั้น

2.2 ต้องไม่เกี่ยวกับเรื่องที่ทุกคนจำเป็นต้องรู้ เพราะความจำเป็นดังกล่าวทำให้เป็นที่รู้จักกันในหมู่ชนและมีการรายงานที่มากมายอย่างแน่นอน ดังนั้นเมื่อมีเคาะบัรวาหิดเกี่ยวกับสิ่งดังกล่าวจึงถือว่าเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้รายงานนั้นบกพร่อง

2.3 ต้องไม่ค้านกับหลักการเปรียบเทียบ(กียาส) และนักรายงานเคาะบัรวาหิดต้องเป็นคนที่แตกฉานในด้านนิติศาสตร์ เมื่อใดที่เคาะบัรวาหิดเพียบพร้อมด้วยข้อแม้ทั้งสามดังกล่าว จึงจะสามารถยึดไว้เป็นหลักในการวิเคราะห์เพื่อให้คำชี้ขาดในด้านนิติศาสตร์ได้ ถึงแม้ว่าจะมีสายงายงานที่อ่อนก็ตาม และรายงานดังกล่าวจะมีน้ำหนักมากกว่ากิยาส และนี่คือบุคลิกเฉพาะของแนวคิดหรือวิธีการวิเคราะห์ด้านนิติศาสตร์ของมัซฺฮับหะนะฟีย์ ซึ่งจะให้ความสำคัญกับหะดีษที่มีสายรายงานที่อ่อนมากกว่ากิยาส

3. การเปิดกว้างในเรื่องของกิยาส ในบรรดาหลักการวิเคราะห์นิติศาสตร์ของอิมามอบูหะนีฟะฮฺคือท่านจะยึดเอาหลักการเปรียบเทียบหรือกิยาสมาเป็นบรรทัดฐานในการวิเคราะห์นิติศาสตร์อย่างกว้างขวางเว้นแต่เรื่องที่เกี่ยวกับหุดูดหรืออาญา และการชดเชยหรือกัฟฟาเราะฮฺ กล่าวกันว่าเหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะอิมามอบูหะนีฟะฮฺเป็นคนที่ศึกษาและรายงานหะดีษน้อยกว่าคนอื่นเป็นอย่างมากถ้าจะเทียบกับบรรดาอิมามคนอื่นๆ ประจวบกับความมัธยัสและท่าทีที่แข็งกร้าวในการรับหะดีษของท่านอันสืบเนื่องมาจากการแพร่สะพัดของการโป้ปดในเมืองอิรักตอนนั้น

4. การเปิดกว้างในเรื่องของอิสติหฺสาน อิสติหฺสาน (การพิจารณาเห็นชอบด้วยในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยปัญญาเป็นบรรทัดฐาน) เป็นอีกวิธีหนึ่งในการวิเคราะห์และแสดงมติในด้านนิติศาสตร์อิสลามที่อิมามอบูหะนีฟะฮฺใช้อย่างกว้างขวางและมากกว่าหลักการกิยาสอีก เพราะทุกครั้งที่ท่านพบว่ามีอะซารฺหรือมีรายงานจากเศาะหาบะฮฺคนใดคนหนึ่งปฏิบัติในสิ่งที่ไม่มีระบุในอัลกุรอานและหะดีษท่านก็จะยึดถืออะซารฺนั้นเป็นบรรทัดฐานในการตัดสินหรือคำชี้ขาดด้านบัญญัติศาสนาทันทีพร้อมกับทิ้งกิยาส

5. การใช้หลักการหลีกเลี่ยง(หิยัล) หลักการหิยัลหรือการหาช่องโหว่ของบัญญัติศาสนาเพื่อหลีกเลี่ยงจากความคับแคบของหุกม หรือยกเลิก หรือเปลี่ยนจากหุกมหนึ่งสู่อีกหุกมหนึ่งที่เบากว่า เป็นต้น เป็นอีกหลักการหนึ่งที่อิมามอบูหะนีฟะฮฺนำมาใช้ ซึ่งอุละมาอฺส่วนใหญ่ต่างไม่เห็นด้วยและตอบโต้อย่างแข็งขัน อาทิเช่น อัลบุคอรีย์ซึ่งท่านได้ใส่เรื่อง หิยัล ในหนังสือเศาะหีหฺของท่านเพื่อโต้คนที่ใช้หลักการหิยัลนี้.

6. การแพร่สะพัดของมัซฮับอบีหะนีฟะฮฺ มัซฮับอบูหะนีฟะฮฺเป็นมัซฮับที่แพร่สะพัดไปทั่วหล้าและปัจจุบันมัซฮับหะนะฟีย์เป็นมัซฮับที่มีมุสลิมยึดเป็นแนวทางมากที่สุด ซึ่งจะกระจระจายตามประเทศ อิรัก ซีเรีย เลบานอน อินเดีย ปากีสถาน อัฟฆานิสถาน ตุรกี อัลบาเนีย ประเทศแถบอ่าวบัคข่าน กูกอซฺ และแถบอัฟริกาเป็นบางส่วน

7. หนังสือนิติศาสตร์ตามมัซฮับหะนะฟีย์ หนังสือนิติศาสตร์หรือฟิกฮิที่ใช้เป็นบรรทัดฐานในการอ้างอิงของมัซฮับหะนะฟีย์สามารถแบ่งได้ดังนี้

1. หนังสืออุศูลมัซฮับ มีทั้งหมดหกเล่มซึ่งล้วนเป็นข้อเขียนของท่านมุหัมมัด บิน หะสัน อัชชัยบานีย์ ทั้งสิ้น ได้แก่หนังสือ อัลมับสูฏ อัซซิยาดาต อัลญามิอุศเศาะฆีรฺ อัสสัยรุศเศาะฆีรฺ อัลญามิอุลกะบีรฺ และอัสสัยรุลกะบีรฺ ต่อมาอัลหากิมอัชชะฮีดได้รวบรวมหนังสือทั้งหกเล่มไว้ในหนังสือของท่านที่มีชื่อว่า อัลกาฟีย์ ซึ่งกลายเป็นหนังสือที่มุอฺตะมัดหรือน่าเชื่อถือที่สุดของมัซฮับฟะนะฟีย์

2. หนังสือที่มุอฺตะมัดหรือเป็นที่น่าเชื่อถือในการอิงมัซฮับ ที่สำคัญๆได้แก่ 1. อัลมับสูฏ ของ อัลสิร็อคสีย์ ซึ่งเป็นการชัรหฺหรืออธิบายขยายความหนังสืออัลกาฟีย์ 2. มุคตะศ็อร อัฏเฏาะหาวีย์ 3. มุคตะศ็อร อัลกิเราะคีย์

3. หนังสือแม่บทหรือมุตูนที่มุอฺตะมัด ได้แก่ 1. วิกอยะตุรริวายะฮฺ ฟี มะสาอิลิลฮิดายะฮฺ ของ ตาญุชชะรีอะฮฺ อัลอับบาดีย์ หรือป็นที่รู้จักกันในนาม อัลวิกอยะฮฺ 2. มุคตะศ็อรฺอัลกุดูรีย์ 3. กันซุดดะกออิก ของ อบุลบะเราะกาต อันนะสะฟีย์

4. หนังสือที่ให้ความสำคัญด้านหลักฐานและทัศนะเปรียบเทียบ ได้แก่ 1. บะดาอิอุศเศาะนาอิอฺ ของ อัลกาสานีย์ 2. ฟัตหุลเกาะดีร ของ อิบนุลฮัมมาม 3. อัลลุบบาบ ฟิลญัมอิ บัยนัสสุนนะฮฺ วัลกิตาบ ของ อัลค็อซฺเราะญีย์ 4. นัศบุรรอยะฮฺตัครีจ  ฟีอะหาดีษุลฮิดายะฮฺ ของ ซัยละอีย์

8. ศัพท์เทคนิคที่ใช้ในหนังสือมัซฮับหะนะฟีย์

- อัลอะอิมมะฮฺ อัลอัรบะอะฮฺ หมายถึง อบูหะนีฟะฮฺ มาลิก ชาฟิอีย์ อะหมัด

- อะอิมมะตุนา อัษษะลาษะฮฺ หมายถึง อบูหะนีฟะฮฺ อบูยูซุฟ และมุหัมมัด

- อัชชัยคอน หมายถึง อบูหะนีฟะฮฺ และอบูยูสุฟ

- อัฏเฏาะเราะฟัยนฺ หมายถึง อบูหะนีฟะฮฺ และมุหัมมัด

- อัศศอหิบาน หมายถึง อบูยูสุฟ และมุหัมมัด

- อัศศ็อดรุลเอาวัล หมายถึง เศาะหาบะฮฺ ตาบิอีน และอัตบาอุตตาบิอีน

- อัสสะลัฟ หมายถึง บรรดาฟุเกาะฮาอฺมัซฮับหะนะฟีย์รุ่นแรกจนถึงมุหัมมัด บิน หะสัน

- อัลเคาะลัฟ หมายถึง บรรดาฟุเกาะฮาอฺมัซฮับหะนะฟีย์หลังจากมุหัมมัดจนถึง ชัมชุลอะอิมมะฮฺอัลหํลวานีย์

- อัลมุตะอัคคิรุน หมายถึง บรรดาฟุเกาะฮาอฺมัซฮับหะนะฟีย์หลังจากชัมชุลอะอิมมะฮฺอัลหํลวานีย์ จนถึง หะฟิซุดดีน อัลบุคอรีย์

- อัลอุสต๊าส หมายถึง อับดุลลอฮฺ บิน มุหัมมัด อัสสุบุซฺมูนีย์

- บุรฮานุลอิสลาม หมายถึง เราะฎียุดดีน อัสสิร็อคสีย์

- บุรฮานุลอะอิมมะฮฺ หมายถึง อับดุลอะซีซ บิน มาซัฮฺ ศึ่งบางครั้งจะเรียกว่า “อัศศ้อดรุลกะบีร”

- ตาญุชชะรีอะฮฺ หมายถึง มะหมูด บิน มุหัมมัด

- ชัมชุลชะรีอะฮฺ หมายถึง อัสสิร็อคสีย์

- ฟัครุลอิสลาม หมายถึง อะลี บิน มุหัมมัด อัลบัซดะวีย์

 ห้องสมุดอิสลามยะลา     

             

 

 

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ค.โคกทราย วันที่ : 15/04/2008 เวลา : 18.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SeksantS

ไม่ว่ามัซฮับไหนก็ไม่มีปัญหาเพราะเราต่างก็อยู่ใน กาลีมะฮฺ "ลาอีลาฮา อิลลัลเลาะฮฺ มูฮัมมาดัรรอซูลุลลอฮฺ"

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน