*/
  • บินมูซา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-03-21
  • จำนวนเรื่อง : 578
  • จำนวนผู้ชม : 1170261
  • จำนวนผู้โหวต : 251
  • ส่ง msg :
  • โหวต 251 คน
โลกแห่งการเรียนรู้เด็กมุสลิมสามจังหวัดชายแดนใต้

จากรายการพันแสงรุ้ง

View All
<< มีนาคม 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม 2552
Posted by บินมูซา , ผู้อ่าน : 6242 , 10:03:10 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

การทำแท้ง ในอิสลาม


การทำแท้งในอิสลาม
 

         ท่านพี่น้องที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ ซุบฮานาฮูวาตาอาลาที่รักทั้งหลาย ท่านทั้งหลายก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่า แท้จริง " ลูกหลาน " เป็นของขวัญอันล้ำค่าอย่างหนึ่งที่เอกองค์อัลลอฮฺทรงประทานแก่มวลมนุษย์ดังคำดำรัสในอัลกุรอานซูเราะฮ อัซซูรอ อายะห์ 49 -50
" ...พระองค์ ( อัลลอฮฺ ) ทรงประทานลูกหญิงแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และทรงประทานลูกชายแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ หรือพระองค์ทรงประทานรวมให้แก่พวกเขาทั้งลูกชายและลูกหญิง และพระองค์ทรงทำให้ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์เป็นหมัน แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงรอบรู้ ทรงอนุภาพ "
จากพระมหากรุณาธิคุณจากอัลลอฮฺ ทรงประทานให้เราในฐานะบ่าวผู้มีสติสัมปชัญญะ มิสมควรอย่างยิ่งที่จะปฏิเสธ ร้ายกว่านั้น คือการทำลายฆ่าทิ้งย่อมเป็นสิ่งต้องห้าม ดังในอัลกุรอาน ซูเราะฮ อัลอันอาม อายะฮที่ 151 ที่ว่า
" ...และอย่าได้ฆ่าลูกของพวกเจ้า เนื่องจากความจน เราเป็นผู้ให้ปัจจัยยังชีพแก่พวกเจ้า และแก่พวกเขา "
อีกทั้งลูกหลานเป็น 1 ใน 5 จากสิ่งที่จำเป็นต้องปกป้องรักษาดูแล ซึ่งเป็นมติเอกฉันท์จากเหล่าปวงปราชญ์นักวิชาการมุสลิม นั่นก็คือ 1. ชีวิต (ลมหายใจ) 2. ศาสนา 3. สติปัญญา 4. เชื้อสาย (ลูกหลาน) และ 5. ทรัพย์สิน
            จากจุดนี้เองหากพิจารณาถึงสถานการณ์ในปัจจุบันที่บีบคั้นหรือผลักดันให้เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะการทำแท้ง ที่กำลังแพร่หลายในประชาคมโลกปัจจุบัน แล้วอิสลามมีข้อชี้ขาดหรือผ่อนผันอย่างไรในประเด็นนี้ 

              ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาที่รัก ทุกๆ ท่าน ในเรื่องของการทำแท้งนั้น ได้มีการขัดแย้งในหมู่นักนิติศาสตร์ยุคซ่าลาฟ ( จนกระทั่งถึงยุคมัซฮับแรก ) ในประเด็นการทำแท้งก่อนการเป่าดวงวิญญาณ ( ช่วง 4 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ ) หรือช่วงระยะเวลาเป็นก้อนเลือด ก้อนเนื้อ
บางกลุ่มว่า : ฮาหร่าม ( ไม่อนุญาต ) โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น
บางกลุ่มว่า : ฮาหร่าม ในระยะหลังจากเป็นก้อนเลือด
บางกลุ่มว่า : ฮาหร่าม ในทุกระยะ แต่มีเงื่อนไขผ่อนผันได้ ถ้ามีภาวะคับขัน ( อุโซ๊ร )
บางกลุ่มว่า : มีเงื่อนไขในสภาวะสุดวิสัย ( ฎ่อรูเราะฮ ) โดยคำนึงถึง " การรักษาชีวิตของมารดาไว้ก่อน
บางกลุ่มว่า : อนุญาต ในครรภ์ซึ่งถูกข่มขืน ( ผิดประเวณี )
บางกลุ่มว่า : อนุญาตในช่วงเพียง 6 สัปดาห์แรกจากการตั้งครรภ์เท่านั้น
ส่วนการทำแท้งหลังจากเป่าดวงวิญญาณแล้ว นั้น เป็นมติโดยเอกฉันท์ว่า ฮาหร่าม
หลังจากนั้นมีนักวิชาการร่วมสมัย ได้ขยายปัญหาการขัดแย้งนี้ออก โดยพิจารณาว่า การขัดแย้งในประเด็นนี้ ไม่มีหลักฐานตัวบทที่เจาะจง นอกเสียจากเป็นหลักฐานโดยกว้าง หรือ กฎของมัซฮับ ที่มาจากสติปัญญา โดยที่ไม่มีตัวบทมาเจาะจง

             ท่านพี่น้องครับ ต่อไปเรามาดูถึงฮุก่ม (ข้อชี้ขาด) ของการทำแท้งกันบ้าง หากมีประเด็นที่ว่า ผู้ตั้งครรภ์ ไม่สามารถปล่อยให้ตั้งครรภ์ต่อไป เพราะจะส่งผลเป็นอันตรายต่อสุขภาพ หรือ ถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้นอนุญาตที่จะทำแท้งได้กระนั้นหรือ ?
             ท่านพี่น้องครับ เราสามารถแบ่งออกเป็นสองประเด็นด้วยกัน คือ หากเป็น การทำแท้งก่อนการเป่าดวงวิญญาณ จากกรณีสุดวิสัยที่จะส่งผลให้ผู้ให้กำเนิดถึงแก่ความตาย กรณีนี้ถือว่า อนุญาต
ประเด็นที่สอง คือการทำแท้ง หลังจากเป่าดวงวิญญาณ โดยทั่วไปของตัวบทหลักฐานทางนิติศาสตร์(มัซฮับ) ถือว่า ฮาหร่าม ในทุกๆ กรณี แม้ว่าจะส่งผลให้ผู้ให้กำเนิดถึงแก่ความตายก็ตาม (ตามมัซฮับฮานาฟี) จึงได้มีการวินิจฉัย วิเคราะห์กันในด้านของบทบัญญัติ พร้อมทั้งคณะกรรมมาธิการไขปัญหาศาสนา ว่ามีการขัดแย้งกันในประเด็นนี้ พอที่จะแบ่งออกเป็น สองกลุ่ม
1 ฮ่าหรามที่จะทำแท้ง
2 อนุญาตหรือจำเป็นต้องทำแท้ง 

          กลุ่มแรก ทัศนะที่ว่า ฮาหร่ามในการทำแท้ง หลังจากเป่าดวงวิญญาณ ( หลังจาก 120 วัน นับจากเริ่มตั้งครรภ์ ) โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น ได้แก่ ทัศนะของนักวิชาการรุ่นก่อน และมัซฮับ ฮานาฟี แม้ว่าการตั้งครรภ์นั้นจะส่งผลให้ผู้ให้กำเนิดได้รับอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตก็ตาม
โดยกลุ่มนี้ ให้เหตุผลว่า
1.) เหตุที่ทำให้ผู้ให้กำเนิดตายนั้น เป็นเพียงการสงสัย คาดคะเน ( เมาฮูม ) เท่านั้น ส่วนการเอาเด็กออกเป็นสิ่งที่แน่นอน ( ยาเก็น ) ว่าเด็กต้องตาย การคาดคะเนนั้นไม่สามารถที่จะมาหักล้างความแน่นอนได้ฉะนั้นไม่อนุญาตให้ฆ่ามนุษย์เพียงการงานที่คาดคะเนเท่านั้น
2.) ทั้งผู้ให้กำเนิด ( แม่ ) และผู้ถูกกำเนิด ( ทารก ) ต่างถือเป็นชีวิตที่เท่าเทียมกัน ตามบทบัญญัติแล้วไม่สามารถจะให้ชีวิตหนึ่งคงอยู่โดยฆ่าอีกชีวิตหนึ่ง ได้
ส่วนที่มีการแย้งว่าเป็นเหตุสุดวิสัย ( ฎ่อรูเราะฮ ) นั้นไม่ได้ เพราะขาดเงื่อนไขของเหตุสุดวิสัยที่สมบูรณ์ คือ
1.) เหตุสุดวิสัยนั้น เป็นการปกป้องตัวเองจากความตาย โดยต้องไม่ทำให้ชีวิตอื่นได้รับความตาย
2.) ที่ว่าจะส่งผลผู้ให้กำเนิดถึงแก่ชีวิตได้นั้น เป็นเพียงความเห็นของนายแพทย์ ซึ่งอาจะถูกหรือผิดก็ได้
แท้จริงทัศนะนี้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เพิ่งพิสูจน์ได้หลังจากพันกว่าปีมานี้เองว่า เด็กทารกนั้นจะเริ่มมีการปฎิสนธิจากเสปิร์ม(อสุจิ) ของชายกับไข่ของเพศหญิง นั้นก็คือ การมีชีวิตมาตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว และการเป็นศัตรูกับชีวิตที่นับว่ามีเกียรตินั้นถือว่าเป็นความผิดที่ใหญ่หลวง และเมื่อคิดว่าเป็นความผิดแล้วไซร้ ก็ย่อมมิบังควรอย่างยิ่งที่จะทำแท้งหลังจากการเป่าดวงวิญญาณ ดั่งเคยปรากฏในยุคป่าเถื่อน(ยุคก่อนอิสลาม) ซึ่งได้ฝังลูกผู้หญิงทั้งเป็น 

              กลุ่มที่ 2 ทัศนะที่อนุญาตหรือจำเป็นต้องทำแท้ง ได้แก่ ศาสตราจารย์ มะห์มูด ชัลตูต ท่านศาตราจารย์ ญาดุล ฮัก และกรรมธิการไขปัญหาศาสนา " ดารุลฟาตาฮฺ แห่งอียิปต์" ท่านเชค อะห์หมัดฮุรอยดี้ โดยกลุ่มนี้ให้เหตุผลสรุปพอเป็นสังเขปได้ดังนี้
การทำแท้งหลังจากเป่าวิญญาณแล้ว โดยไม่มีความจำเป็น ถือว่า ฮาหร่าม อนึ่งเมื่อเกิดเหตุสุดวิสัย เช่น หญิงที่คลอดลูกยาก ความเห็นของสูตินารีแพทย์ว่า : การเอาเด็กไว้จะเป็นอันตรายกับนาง กรณีนี้ อนุญาตให้ทำแท้ง ยิ่งไปกว่านั้น ในกรณีที่ การเอาเด็กไว้จะเป็นอันตรายต่อชีวิตของมารดานั้น จำเป็นที่จะต้องทำแท้ง โดยยึดกฎของ "การเลือกทำในสิ่งที่เป็นอันตรายน้อยกว่า" กล่าวคือ การเลือกปฏิบัติในสิ่งที่เป็นอันตรายน้อยกว่า เมื่อไม่สามารถปกป้อง 2 อันตรายพร้อมกันได้ และ การยึดเอาประโยชน์ซึ่งที่สำคัญกว่า เมื่อมี 2 ประโยชน์พร้อมกัน
              และหลักฐานจากบทบัญญัติที่ว่า " บุพการีจะไม่ถูกชดใช้ชีวิตกลับ ( กิซอซ ) เพราะว่า บุพการีนั้นเป็นผู้ให้กำเนิด ซึ่งทางด้านนิติศาสตร์อิสลามนั้น แม่ คือ (อาซ้อล) ต้นกำเนิด ส่วนทารกคือ(ฟูรัวอ) แขนงออกมา จึงต้องสละลูก หากเป็นหนทางเดียวที่จะช่วยเหลือแม่ได้ โดยพิจารณาจากกรณีเหตุสุดวิสัยที่ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้ และยึดเหตุผลพร้อมกฎข้างต้นนี้ และจำเป็นต้องพิจารณาขีดความสามารถ ความเชี่ยวชาญของแพทย์ประกอบต่อประเด็นนี้ด้วย
ส่วนกรณีการทำแท้งกับทารกที่ได้รับการยืนยันว่าเกิดมาย่อมต้องมีสภาพทุพพลภาพนั้น นักวิชาการส่วนใหญ่มีมติว่า จะไม่รักษาด้วยการฆ่า แต่จะต้องให้การรักษาดูแลตามอัตภาพ

                   ศรัทธาชนที่รักยิ่งแห่งอัลลอฮ ซุบฮานาฮูวาตาอาลา ทุกๆท่านนับเป็น (ฮิกมะฮ) เป็นความเมตตาอย่างยิ่งที่ อัลลอฮ ซุบฮานาฮูวาตาอาลา ได้ให้มีข้อแตกต่างทางการวินิฉัย ของบรรดาอุลามะอ นักวิชาการเพื่อนเป็นแนวทางให้เราท่านทั้งหลายได้เลือกตามสภาวะและสภาพการณ์ต่างๆ นี่เป็นการยืดหยุ่นของอัลอิสลามตามยุคสมัยเพราะอิสลามมิได้แข็ง หรือบังคับถึงวิถีชีวิตของมนุษย์จนเกินไปหากแต่อิสลามนั้นเป็นศาสนาที่เดินสายกลางมีความสอดคล้องกับธรรมชาติปกติวิสัยของมนุษย์และบทบัญญัติทางศาสนาที่ได้กำหนดมานั้นก็เพื่อยังประโยชน์กับมนุษย์นั้นเองอย่างการทำแท้งนี้ก็เพื่อรักษาชีวิตและเพื่อสืบเชื้อสายเผ่าพันธุ์ของมนุษย์นั้นเองศรัทธาชนที่รักแห่งอัลลอฮทุกท่านครับ บางคนที่มีความต้องการที่จะมีลูกมีผู้สืบเชื้อสายแต่ไม่ได้ต่างกับบางคน
                   อัลลอฮ ซุบฮานาฮูวาตาอาลา ประทานลูกให้กลับคิดจะฆ่า จะเอาออกโดยไม่คำนึงว่านี้เป็นเป็นความโปรดปรานที่พระองค์ทรงประทานให้และตีตราค่าของมนุษย์เป็นเพียงผักปลายิ่งไปกว่านั้นคิดจะกำหนดเป็นกำหนดตายผู้อื่น นี้แหละมนุษย์ผู้ลืมตนผู้อหังการ ไม่รู้จักสถานะของตนเองแล้วเราท่านทั้งหลายในวันนี้ตกอยู่ในกลุ่มชนผู้ลืมตนหรือไม่

ที่มา

http://gangland-dota.is.in.th/?md=content&ma=show&id=112



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Supawan วันที่ : 19/03/2009 เวลา : 10.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ขอบคุณค่ะ....

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สรกิจ วันที่ : 19/03/2009 เวลา : 10.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phdsuchart


เป็นความรู้ด้านวิชาการดีมาก ๆ ครับผม

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน