*/
  • บินมูซา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-03-21
  • จำนวนเรื่อง : 605
  • จำนวนผู้ชม : 1189391
  • จำนวนผู้โหวต : 253
  • ส่ง msg :
  • โหวต 253 คน
โลกแห่งการเรียนรู้เด็กมุสลิมสามจังหวัดชายแดนใต้

จากรายการพันแสงรุ้ง

View All
<< มกราคม 2013 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 16 มกราคม 2556
Posted by บินมูซา , ผู้อ่าน : 13328 , 09:23:32 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน ลำชานบ้านบู , เกสรมาเฟีย โหวตเรื่องนี้

"กำแพงดิน" ตำนาน..อดีต..บ้านสาวของเมืองเชียงใหม่

     กำแพงดิน คืออะไร มีเรื่องราวอันใดเกี่ยวข้องกับเมือง เชียงใหม่  ในหมู่นักเที่ยวชายในยุคก่อน มักจะมีคำขัวญประจำจังหวัด เชียงใหม่ ซึ่งหลาย ๆท่าน ที่เป็นคน รุ่นเก่าหน่อย คงจะเคยได้ยินว่า ถ้ามาถึงเชียงใหม่ให้จริงแล้ว คือ "กินข้าวซอย  ขึ้นดอยสุเทพ เที่ยวกำแพงดิน" มันมีนัยยะอะไรเกี่ยวข้องอะไรกับเมืองเชียงใหม่ ท่าน พ.ต.อ. อนุ  เนินหาด ได้ นำความรู้อันนี้้ ลงให้พวกเราอ่านในหนังสือพิมพ์ไทยนิวส์ ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์เก่าแก่อีกฉบัีับหนึ่งของเชียงใหม่ อธิบายได้ว่า กำแพงดิน มีอะไรเกี่ยวข้องกับเมืองเชียงใหม่  ก็ลองอ่านศึกษาดูกันเอาเองก็แล้วกัน  

    
   เชียงใหม่ พ.ศ.๒๕๑๑(๑๙)

 

   รายละเอียดข่าว
444

      

      เชียงใหม่ พ.ศ.๒๕๑๑(๑๙)


      "กำแพงดิน" ตำนานบ้านสาวของเมืองเชียงใหม่
      กำแพงดินเป็นแนวกำแพงชั้นนอกของเมืองเชียงใหม่ ลักษณะเป็นกำแพงดินอัดแน่น
      ปัญหา ของกำแพงดิน คือ มีผู้เข้าไปบุกรุกอยู่อาศัย ต่อมาทางราชการทำสัญญาให้เช่า และหลายส่วนถูกครอบครอง บ้างขายสิทธิและถูกยึดเป็นกรรมสิทธิ์ในที่สุด มีการออกเอกสารสิทธิ์หลังจากนั้นบางแห่งให้เช่าตั้งเป็นย่านโสเภณี
      ปัญหา การบุกรุกครอบครองกรรมสิทธิ์เป็นปัญหาเพราะไม่มีหน่วยงานหลักในการเข้าไป แก้ไขปัญหาไม่ว่าจะเทศบาล สรรพากร ที่ดินจังหวัด กรมธนารักษ์ เป็นต้น
      "ให้ระงับต่อสัญญาเช่าที่กำแพงเมือง จะตรวจโฉนดผู้บุกรุกเข้าไปอาศัย"
      "ใน การแถลงข่าวของ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ประจำสัปดาห์ เมื่อเช้าวันที่ ๒๕ เดือนนี้(กรกฎาคม) ผู้แทนหนังสือพิมพ์ ได้เรียนถามถึงผลการประชุมคณะเทศมนตรี เมื่อวันพุธที่แล้วว่า มีเรื่องอะไรที่พอจะแถลงให้ทราบบ้าง
      "นายสมบูรณ์ จันทรปัญญา นายวรศักดิ์ นิมานันท์ นายชุณห์ พุกกะชาติกุล เทศมนตรี และนายสุข มังตรีสรรค์ หัวหน้าแผนกโยธาเทศบาลได้แถลงให้ทราบว่า ในการประชุมคณะเทศมนตรีครั้งที่แล้ว มีเรื่องเกี่ยวกับเขตที่ดินทางสาธารณะและที่สาธารณะย่านกำแพงดิน ซึ่งมีเอกชนเข้าไปเช่าและปลูกสร้างอาคารกันอยู่จนเกิดปัญหาขึ้นขณะนี้ ทั้งนี้ ได้เชิญฝ่ายสรรพากรจังหวัดและที่ดินจังหวัด มาร่วมประชุมด้วย เพื่อวิจัยว่าการปลูกสร้างอาคารในที่ดินดังกล่าว ควรจะเป็นหน้าที่ของใครควบคุมดูแลเพราะมีข้อขัดแย้งระเบียบ กฎหมายอยู่บางประการ บางแห่ง ทางสรรพากรก็ให้บุคคลมาเช่า บางแห่งก็หวงห้ามไว้
      "ที่ประชุมจึงมีมติตกลงให้ทางเทศบาลทำหนังสือไปถึง สรรพากรจังหวัดเพื่อให้สรรพากรทำเรื่องต่อไปยังกรมธนารักษ์ว่า ที่ดินเหล่านี้จะเป็นของกรมธนารักษ์หรือที่ดินของใครก็ตาม ขอให้มอบแก่เทศบาลเป็นผู้ดูแลทั้งหมด
      "สำหรับที่ใดซึ่งทางสรรพากรให้ เอกชนเช่าอยู่ เมื่อหมดสัญญาเช่าก็ให้สั่งระงับทันที ไม่มีการต่อสัญญาให้ ซึ่งต่อไปทางเทศบาลก็จะได้ใช้ที่ดินแถวกำแพงดินนี้ ทำประโยชน์ต่อส่วนรวมทางด้านสาธารณูปโภค เช่น ทำปาร์ค ที่พักผู้โดยสาร หรือทำถนน
      "ส่วนที่ดินตามเขตแนวตลอดถนนกำแพงดิน ซึ่งมีโฉนดแล้วนั้น จะขอให้กรมธนารักษ์ มาตรวจสอบเพื่อเพิกถอนโฉนด"(นสพ.คนเมือง,๒๕ กรกฎาคม ๒๕๑๑)

      
      
      

         ส่วนหนึ่งของกำแพงดิน ถูกเจาะเป็นช่องและสร้างบ้านอยู่อาศัย บ้านส่วนหนึ่งปรับเป็นบ้านและห้องสำหรับบริการทางเพศ
         น่าแปลกใจอยู่เหมือนกันว่าเหตุใด "บ้านสาว" จึงต้องมาอยู่แถวกำแพงดิน?
         
         บ้าง ว่าเพราะเป็นย่านที่ผู้คนไม่พลุกพล่าน ถนนกำแพงดินสมัยก่อนนั้นสงบเงียบ ไม่ประเจิดประเจ้อ บ้างก็ว่าเพราะมี "บ้านสาว" ละแวกใกล้กำแพงดินอยู่ก่อนแล้ว คือ อยู่บริเวณโรงแรมแม่ปิงในปัจจุบันซึ่งเคยเป็นบ้านสาวมาเก่าก่อน เมื่อมาเริ่มทำ "บ้านสาว" ที่กำแพงดิน ทำให้ง่ายต่อการลงทุนในเชิงธุรกิจ
         บ้านสาวย่านกำแพงดินยุคแรกนั้น เริ่มมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ สิ้นสุดลง คือประมาณปี พ.ศ.๒๔๘๙
         
         คน รุ่นเก่าๆ บอกว่า "บ้านสาว" ของกำแพงดินยุคแรกมีเฉพาะด้านใกล้สี่แยกกำแพงดิน คือ เลี้ยวซ้ายจากถนนท่าแพ สมัยนั้นมีโรงหนังตงก๊ก ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นโรงหนังศรีวิศาล ปัจจุบันคือบริษัทชินวัตร หน้าวัดแสนฝาง ด้านหลังโรงหนังศรีวิศาลมี "บ้านสาว" อยู่ประมาณ ๒๐ หลัง เป็นที่นิยมเที่ยวกันมากของนักเที่ยว
         
         
"บ้าน สาว" ดังกล่าวมีเฉพาะด้านที่เป็นกำแพงดินเรื่อยไปจนเกือบถึงหน้าวัดช่างฆ้อง โดยมีบ้านเป็นหลังๆ ด้านในกำแพงดิน โดยแต่ละบ้านเจาะกำแพงดินเป็นประตูทางเข้าบ้าน ราคาค่าบริการขณะนั้น ๓ บาทและ ๕ บาท ต่อมา "บ้านสาว" ย่านนี้ก็เลิกกิจการไป คาดว่าหลังจากโรงหนังศรีวิศาลเลิกแล้ว และ "บ้านสาว" เปลี่ยนไปอยู่ย่านตรงข้ามโรงแรมแม่ปิงในปัจจุบันแทน(คุณเฉลิม สุวรรณชื่น,สัมภาษณ์)
         
         ช่วง ที่ "บ้านสาว" ย่านกำแพงดินเฟื่องฟู ประมาณหลังปี พ.ศ.๒๕๐๐ เล็กน้อย ว่ากันว่ามีบ้านสาวประมาณถึง ๑๐๐ บ้าน แยกเป็นย่านกำแพงดินด้านเหนือ คือ ที่บริเวณพื้นที่เดิมของโรงแรมแม่ปิงและฝั่งตรงข้ามประมาณ ๕๐ บ้าน และย่านกำแพงดินด้านใต้ ประมาณ ๕๐ บ้าน
         
         เคย ได้ข้อมูลจากป้าบุญยัง คนดั้งเดิมของย่านกำแพงดินเมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๕๔๑ ขณะนั้นป้าบุญยังอายุ ๖๑ ปี ป้าบุญยังเติบโตมาท่ามกลาง "บ้านสาว" ของย่านกำแพงดิน โดยรุ่นพ่อแม่ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินหลังกำแพงดินและก่อสร้างบ้านใช้อยู่อาศัย เล่าเกี่ยวกับชุมชนกำแพงดินว่า


         "ป้า เกิดที่ย่านกำแพงดิน เยื้องๆ กับโรงแรมแม่ปิงในปัจจุบัน แม่มาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี่สมัยที่ทางการอนุญาตให้เข้าอยู่อาศัยได้ สมัยนั้นเป็นพื้นที่แคบๆ ด้านในกำแพงดินติดกับลำน้ำแม่ข่า รุ่นพ่อแม่มาสร้างบ้านอยู่ และขยายพื้นที่โดยขุดกำแพงดินบางส่วนออก บางบ้านถึงกับนำรถเกรดมาเกรดปรับพื้นที่ ต่อมาทางราชการห้ามบุกรุกเพิ่มเติมและห้ามขุดปรับกำแพงดิน
         
         "ตอน เด็กนั้นบ้านสาวมีไม่กี่บ้าน สมัยประมาณปี พ.ศ.๒๕๐๕ ที่จำได้มี ๒ บ้านอยู่คนละฝั่งกับลำน้ำแม่ข่า คือ ริมถนนทางเข้าด้านหลังโรงแรมสุริวงศ์ หลังหนึ่งเจ้าของ ชื่อ เจ๊ไล อีกหลังหนึ่ง เจ้าของ ชื่อ เจ๊ตุ๊ เจ๊ไล เป็นคนสันป่าตอง มาเปิดบ้านสาว มีเด็กสาวประมาณ ๔๐ คน บ้านเป็นบ้านไม้มีไต้ถุนสูง ชั้นบนกว้างแบ่งเป็นห้องๆ ที่ใต้ถุนมีเตียงผ้าใบให้เด็กสาวนั่งเล่น เมื่อมีแขกมาก็พาขึ้นไปนอนบนบ้าน
         
         "สมัย นั้นเที่ยวครั้งละ ๑๐ บาท เด็กสาวส่วนใหญ่เป็นเด็กต่างจังหวัด มักมาจากจังหวัดแพร่และเชียงราย หากเป็นคนเชียงใหม่ก็มักมาจากอำเภอรอบนอก เช่น หางดง สันป่าตอง เชียงดาว ฝาง มักมีพ่อแม่นำมาส่งให้เนื่องจากฐานะยากจน เบิกเงินไปสร้างบ้าน


         
         "ย่าน กำแพงดิน มักมีบ้านสาวสลับกับบ้านชาวบ้าน ซึ่งชาวบ้านก็ไม่ได้ตั้งข้อรังเกียจแต่อย่างใด มักอะลุ้มอล่วยกันไป ส่วนหนึ่งก็หารายได้จากการขายอาหารให้สาวบริการและคนที่มาเที่ยว ที่บ้านป้าก็ทำขนมขาย ส่งที่บ้านสาวด้วย 


         "ย่าน กำแพงดินด้านเหนือ คือ ย่านโรงแรมแม่ปิงและฝั่งสองข้างถนน มีบ้านสาวประมาณ ๕๐ บ้าน สมัยนั้นโรงแรมแม่ปิง พื้นเป็นที่ลุ่มน้ำขัง มีต้นฉำฉาใหญ่เป็นจุดๆ ปกติน้ำลึกประมาณหน้าแข้ง หากเป็นหน้าฝนก็ลึกประมาณสะโพก จากถนนกำแพงดินชาวบ้านจะทำสะพานไม้เป็นทางเดินเข้าบ้าน ริมถนนมักเป็นบ้านชาวบ้าน ส่วนด้านในมักเป็นบ้านสาว มีบ้านสาวย่านนี้ประมาณ ๒๐ บ้าน ที่จำได้คือ บ้านสาวของนายรุ่ง , บ้านนางน้อย ขาเป๋ , บ้านนายอินทร , บ้านนางฟอง , บ้านนายสำเร็จ ฝั่งตรงข้ามกับโรงแรมแม่ปิง จากด้านทิศใต้เป็นบ้านของยายศรีแก๊ง ยายศรีแก๊งชอบแต่งตัวเป็นทอม(ผู้ชาย) เป็นคนทางจังหวัดลำปาง พี่สาวมาซื้อที่แห่งนี้ไว้ ภายหลังนำที่ไปจำนองจนถูกยึดต้องเลิกกิจการไป บ้านเป็นบ้านไม้มีใต้ถุน บนบ้านแบ่งเป็นห้องๆ เด็กสาวประมาณ ๒๐-๓๐ คน แต่ละห้องจะเจาะพื้นเป็นช่องสี่เหลี่ยม สำหรับชำระล้าง 


         "หาก คืนไหนไม่มีแขกมาเที่ยวทำให้ขาดรายได้ เจ้าของกิจการมักมีเคล็ดเพื่อเรียกลูกค้า โดยใช้วิธีนำไม้กวาดมาปัดกวาดที่นอนและใช้ขันพลาสติกเคาะที่ประตูห้อง เชื่อว่าจะทำให้แขกมาเที่ยวมากขึ้น
         
         "ถัด จากบ้านยายศรี เป็นบ้านนายสมศรี ภรรยาชื่อ นางจันทร์ ถัดไปเป็นบ้านนางนำ , นายสม , นางศรีนวล , นายสมพร , นางแสงหล้า , นางนำ อยู่ตรงข้ามกับโรงแรมแม่ปิงในปัจจุบัน
         
         "บ้าน สาวเหล่านี้มักอยู่หลังกำแพงดิน โดยทางเข้าจะเจาะกำแพงดินเป็นช่องและมีประตูสังกะสีกรอบไม้ปิดไว้ มีคนอยู่ด้านนอก ๑ คน คอยดูแลความเรียบร้อย ด้านในมีคนคอยเปิดประตูอีก ๑ คน หากมีแขกมาเที่ยว คนด้านนอกจะเคาะให้สัญญาณเปิด แต่หากเป็นทหารเกณฑ์เมาเหล้ามามักไม่เปิดประตูให้เข้า
         
         "คน มาเที่ยวกันแยะทั้งกลางวันและกลางคืน โดยเฉพาะช่วงที่มาเที่ยวกันมากที่สุด คือ ช่วงลอยกระทง คนเดินกันขวักไขว่ ส่วนใหญ่เป็นคนอำเภอรอบนอก ช่วงสงกรานต์คนก็เยอะ คนที่มาจากต่างจังหวัดก็มาเที่ยวกัน สมัยนั้นป้าทำไข่ต้มไปขาย ช่วงเทศกาลขายได้ถึง ๔๐๐-๕๐๐ ฟอง ผู้หญิงหาเงินมักไม่มีเวลาออกมาซื้ออาหารจะสั่งอาหารไปกินในบ้าน ป้าจะทำอาหารไปส่งถึงบ้าน บางบ้านทันสมัยขึ้นไปบนบ้านเป็นตู้กระจกและมีที่นั่งเป็นชั้นๆ ให้คนมาเที่ยวเลือก ติดเบอร์ให้เลือกด้วย สมัยนั้นเที่ยวกันครั้งละ ๑๐ บาท ต่อมาขึ้นเป็น ๒๐ บาทและ ๓๐ บาท
         
         "บ้าน สาว" ย่านกำแพงดิน อาจถือว่าเป็น "บ้านสาว" ยุคที่สองของเมืองเชียงใหม่ โดยเกิดขึ้นและหนาแน่นเมื่อประมาณหลังปี พ.ศ.๒๕๐๔ และสิ้นสุดเมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๕๓๐ เมื่อทางรัฐบาลมีนโยบายให้จับกุมจริงและส่งไปสถานสงเคราะห์ฝึกอาชีพหญิงที่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี.
         พ.ต.อ.อนุ เนินหาด ผกก.สภ.พร้าว
         (มีข้อมูลเพิ่มเติมแจ้งได้ที่ anunernhard@yahoo.co.th)

   
   
       
   ภาพประกอบค้นจากอินเตอร์เน็ต
      ที่มา  
   


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 ลำชานบ้านบู ถูกใจสิ่งนี้ (1)
บินมูซา วันที่ : 16/01/2013 เวลา : 14.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naichumpol
น้ำแยงซี รี่ไหล ไปบรูพา คลื่นซัดกวาดพา วีรชน หล่นลับหาย ถูกผิดแพ้ชนะ วัฏจักร เวียนว่างดาย สิงขรยังคง ตะวันยังฉาย นานเท่านาน  

ยินดีครับที่ได้ส่งเรื่องราวแบ่งปัน ไปยังพี่น้องพร้องเพื่อน ขอบคุณ ความอุสาห ของท่าน อนุ เนินหาด ที่สืบเสาะเรืองราวดี ๆ มาให้เราได้รับรู้เรืองราวของเมืองเชียงใหม่ในอดีต

ความคิดเห็นที่ 2 บินมูซา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลำชานบ้านบู วันที่ : 16/01/2013 เวลา : 13.21 น.

สวัสดีครับ
ร่องรอยอดีตแห่งนี้ถูกกล่าวขานกันไกลถึงคนเมืองใต้

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
su วันที่ : 16/01/2013 เวลา : 12.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suwest

กำแพงนี้มีึเรื่องราว.

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน