*/
  • บินมูซา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-03-21
  • จำนวนเรื่อง : 571
  • จำนวนผู้ชม : 1106638
  • จำนวนผู้โหวต : 248
  • ส่ง msg :
  • โหวต 248 คน
โลกแห่งการเรียนรู้เด็กมุสลิมสามจังหวัดชายแดนใต้

จากรายการพันแสงรุ้ง

View All
<< ธันวาคม 2014 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 21 ธันวาคม 2557
Posted by บินมูซา , ผู้อ่าน : 1637 , 23:01:43 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

กาดงัวทุ่งฟ้าบด

"กาดงัวทุ่งฟ้าบด"อำเภอสันป่าตอง เชียงใหม่

444

         บ่ได้ไปแอ่ว กาดนัด โต้งฟ้าบด จาดเมิน   อ่านเจอ เรื่องกาด นัด นี้ ก่อ ใคร่เก็บ ข้อมูล มีโอกาส ไป แอ่ว ก่อ เก็บ ฮูป มาฝากปี่น้อง ฮูปตี้เห็น ไปแอ่วมาก็ได้ถ่ายมาหื้อเห็นบรรยากาศ เมือ  เฮาก่อมีข้อมูล ของกาดไว้แล้ว 

      ตลาดนัดวัวควาย ที่กาดทุ่งฟ้าบด บนเนื้อที่ 17 ไร่ ในอำเภอสันป่าตอง นับเป็นกาดวัวควาย ที่ใหญ่ที่สุดของภาคเหนือในปัจจุบัน มีนายอินสร ลอมศรี เป็นเจ้าของ นายอินสร เล่าว่า กาดทุ่งฟ้าบด ติดตลาดครั้งแรกเมื่อปี 2502 โดยก่อนหน้านั้น มักซื้อขายวัวควายกันตามใต้ถุนบ้านในหมู่บ้านเล็กๆ ไม่ได้รวมตัวกันเป็น ตลาดใหญ่เช่นปัจจุบัน
      ในแต่ละเสาร์ มีวัวควายมาจำหน่ายที่ตลาดแ
ห่งนี้ มากกว่า 700 ตัว และจะขายได้ในราวครึ่งหนึ่ง สนนราคาวัวควาย ตกอยู่ในตัวละ 6,000-10,000 ในแต่ละเสาร์จึงมีเงินไหลเวียน อยู่ในตลาดแห่งนี้ นับสิบล้านบาท ที่น่าสนใจก็คือ วัตถุประสงค์ในการซื้อวัวควาย นั้นเปลี่ยนแปลงไปแล้ว

       นายอินสรเล่าว่า สมัยก่อนคนมากาดวัวควายเพื่
อหาซื้อวัวควาย ไปใช้งานในไร่นา เป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นช่วงเวลาที่คึกคักที่สุด ก็คือช่วงเข้าฤดูทำนานั่นเอง หากแต่ในวันนี้ วัวควายส่วนใหญ่จะถูกส่งไปยังโรงฆ่าสัตว์ มารับซื้อครั้งหนึ่งๆ เป็นคันรถ ความคึกคักของกาด และราคา วัวควาย จึงมิได้ขึ้นอยู่กับฤดูกาล การทำนา แต่ขึ้นอยู่กับราคาเนื้อในตลาดเป็นสำคัญ

       แม้ว่าทุกวันนี้วัวควายใน ไร่นาในประเทศจะน้อยลง แต่กาดวัวควายยังคงคึกคัก อยู่เช่นเดิม เพราะพ่อค้าแม่ค้าจะนำเข้าว
ัวควาย มาจากฝั่งลาว 20 ปีมานี้ ไม่เพียงแต่มีวัวควาย เท่านั้น หากมีสินค้าหลากหลายชนิด ทั้งจักรยาน มอเตอร์ไซด์ ข้าวของเครื่องใช้ในครัวเรือน และในไร่นา เสื้อผ้า และ อาหาร ชาวบ้านบอกว่า กาดวัวความก็เปรียบเหมือน ห้างสรรพสินค้าของคนชนบทนั่นเอง ปัจจุบัน ภาคเหนือมีกาดวัวควาย อยู่ราว 10 กว่าแห่ง โดยจะติดตลาด สลับวันกันไป ครบทั้ง 7 วัน รองรับ ลูกค้าที่มาจาก ทั่วสารทิศ ในภาคเหนือ
: Report by Nortern Club
: From นิตยสาร สารคดี 
ฉบับที่ 135 ปีที่ 12 เดือนพฤษภาคม 2539

555


         คนเมืองหลวงอาจงุนงงหรือไม่ค่อยแน่ใจเมื่อได้ยินคำว่า "กาดงัว" ซึ่งเป็นสำเนียงการออกเสียงของคนเหนือหรือชาวล้านนาอันหมายถึง "ตลาดวัว" นั่นเอง
"กาด" ก็คือตลาด และ "งัว" ก็คือ วัว กาดงัวเกิดขึ้นจากการดำรงชีพของชาวล้านนา ซึ่งอาศัยอยู่ในเขตที่ราบเชียงใหม่ ลำพูน ในเขตนี้แต่เดิมมีคนอาศัยคละกันอยู่หลายเชื้อชาติ เช่น ลัวะ ไทยใหญ่ ไทยเขิน ไทยยอง ไทยลื้อ จีน มอญ ผสมปนเปและกลมกลืนกันจนต่อมากลายเป็นคนไทยมีบัตรประชาชนไทยและสามารถเลือกตั้งได้ตามกฎหมาย
      อาชีพหลักของคนกลุ่มนี้คือ เป็นชาวนาจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่มแบบหมู่บ้านในชนบทในระหว่างหมู่บ้านมีทางเดินเชื่อมถึงกันผ่านทุ่งนา ซึ่งทอดยาวไปตามลำเหมืองที่ใช้ทดน้ำเข้าสู่ทุ่งนา เป็นสังคมเล็กๆ กระจัดกระจายกันอยู่เป็นหย่อมๆ มีวิถีชีวิตเรียบง่ายจึงทำการผลิตเพื่อเพียงยังชีพมากกว่าทำเพื่อการค้าและใช้วิธีแลกเปลี่ยนสินค้าซึ่งกันและกันในระหว่างหมู่บ้านหรือเมืองชาวนาแท้ๆ จึงไม่ได้ร่ำรวยเงินทองแบบชาวเมือง ถึงกระนั้นชาวนาที่ดูมีฐานะดีหน่อยก็สามารถดูได้จากการชาวนาคนนั้นมีวัว ควาย กี่ตัว นากี่ไร่ และบ้านช่องใหญ่โตแค่ไหน
        สำหรับ "กาดงัวทุ่งฟ้าบด" เป็นตลาดนัดที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างไม่เคยพบมาก่อน มีเฉพาะวันเสาร์ อยู่ในเขตอำเภอสันป่าตองห่างจากตัวจังหวัดเชียวใหม่ไปประมาณ 22 กิโลเมตร ตัวกาดอยู่ห่างจากอำเภอ 3 กิโลเมตร ตั้งอยู่ริมถนนกินบริเวณทั้งสองฟาก ถ้าไม่อยากขับรถไปเองก็สามารถขึ้นรถเหลืองที่ประตูเชียงใหม่ ค่ารถแค่ 15 บาท เท่านั้น นั่งไปเพลินๆ ครึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้ว
ผู้คนจากอำเภอต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียง เช่น หางดง สารภี จอมทอง ป่าซาง บ้านโฮ่ง พอถึงวันเสาร์ก็จะเดินทางมาจับจ่ายใช่สอยเพราะระยะทางไม่ไกลนัก ประมาณ 10 กิโล กว่าๆ เท่านั้นเอง

      "กาดงัวทุ่งฟ้าบด" เกิดโดยความคิดของนายสม ลอมศรี นำพื้นที่นาที่ไม่ได้ใช้ทำอะไรมาทำเป็นกาดนัดให้เพื่อนบ้านนำวัว ควายมาซื้อขายแลกเปลี่ยนกันเมื่อปี 2502 แต่เปิดอยู่ได้แค่ 3 ปี ก็ต้องปิดเพราะขาดทุนอันเนื่องมาจากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับวัวควายที่ไม่มีหลักฐานแสดงการตรวจโรค หรือไม่มีใบขออนุญาตเคลื่อนย้ายสัตว์ ประกอบกับนายสม ได้เสียชีวิตในปี 2504 จึงไม่มีใครดูแล จนถึงปี 2507 นายอินสอน ลอมศรี ลูกชายของนายสม ได้ลองเปิดกาดงัวทั่งฟ้าบดใหม่อีกครั้ง และนับแต่นั้นมาก็เปิดมาตลอดจนถึงทุกวันนี้ โดยมีเพื่อนบ้านที่มีที่ดินอยู่ติดกันได้เข้าร่วมด้วย ทำให้กาดงัวทุ่งฟ้าบดขยายตัวออกไปเรื่อยๆจนเดี๋ยวนี้มีพื้นที่ทั้งหมดถึงกว่า 20 ไร่

      กาดเปิดตั้งแต่ตีสี่ ไปจนถึงช่วงสายๆแล้วจะวายราวสิบโมงเช้า แต่ปัจจุบันยืดเวลาออกไปอีกหน่อย เพราะมีชาวเมืองรอบๆกาดงัวเข้ามาจับจ่ายซื้อสินค้ากันมากขึ้น รวมถึงคนในตัวเมืองเชียงใหม่ด้วย ทำให้พ่อค้าแม่ค้านำชนิดสินค้ามาขายหลากหลายขึ้น เช่น มีการขายปลาหมอสี ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของผู้เลี้ยงปลาสวยงามชาวชนบทที่อาศัยอยู่ในละแวกนี้เป็นคนพื้นเมืองที่มีอาชีพทางเกษตรกรรม โดยเฉพาะปลูกข้าวเหนียว ซึ่งข้าวเหนียวของอำเภอสันป่าตองถือว่าเป็นข้าวเหนียวที่ดีที่สุดในประเทศไทย

      สำหรับสังคมชาวนาในภาคเหนือ วัว ควาย เป็นสัตว์สำคัญอย่างยิ่งยวด ชาวนาในภาคเหนือใช้วัวเทียมเกียน เป็นพาหนะในการขนส่งสินค้า ส่วนควายใช้กินเนื้อและไถนา ดังนั้น ความจำเป็นในการใช้สัตว์ทั้งสองชนิดนี้จึงมีขึ้นอย่างต่อเนื่อง การซื้อขายแลกเปลี่ยนมักเกิดขึ้นเมื่อใกล้ฤดูทำนา
     วัวส่วนใหญ่เป็นวัวพันธุ์เลือดผสม แต่ถ้าเป็นพันธุ์พื้นเมืองที่นิยมกันมากที่สุดก็ต้องเป็นโคขาวพันธุ์ลำพูน ซึ่งสีขาวทั้งตัว ตั้งแต่ เขา จมูก ปาก ขอบตา กีบ และพู่หาง แต่มีดวงตาสีดำ รูปร่างสูงใหญ่ มีคุณสมบัติอดทนเป็นเยี่ยม ทนแดดได้ดีกว่าวัวพันธุ์อื่น

       มีการพบบันทึกของนักสำรวจชาวตะวันตกบอกว่า ชาวนาเชียงใหม่มีความต้องการวัว ควายมาตั้งแต่อดีต โดยพบหลักฐานว่าช่วงปี พ.ศ. 24272430 ได้มีการนำเข้าควายจากนครหลวงพระบางมาจำหน่ายที่เชียงใหม่ถึงปีละ 5,0006,000 ตัว ในขณะเดียวกันก็มีวัวจากเชียงใหม่ส่งไปขายยังพม่าปีละประมาณ 3,000 ตัว โดยมีศูนย์กลางที่เมืองมะละแหม่ง ซึ่งนอกจากจะต้องการวัวควายจากไทยแล้ว ยังต้องการช้าง ม้า ผ้าไหม ผ้าฝ้าย โดยเลือกเป็นทองคำ ผ้าชนิดต่าง ๆ และหม้อทองแดง ที่น่าสนใจอีกอย่าง คือ สินค้าเกือบทั้งหมดที่วางขายอยู่ในกาดงัวทุ่งฟ้าบด ไม่ได้ผิดไปจากเมื่อครั้งอดีตเลย

     การเติบโตของกาดงัวทุ่งฟ้าบด เป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป สินค้าที่พ่อค้าแม่ค้านำมาขายก็มีวิวัฒนาการแบบค่อยเป็นค่อยไปเช่นกัน ในระยะเริ่มแรกมี ปี พ.ศ. 2490 ชาวนานำวัวควายมาแลกเปลี่ยนซื้อขายกันเพียง 20 ตัว บางนัดก็มีช้าง ม้า มาร่วมด้วย นอกจากนี้ก็มีเกวียน หมาก พลู เมี่ยง หอม กระเทียม ยาสูบ น้ำมันก๊าด ไม้ขีดไฟ ต่อมาก็เริ่มมีของใช้จำเป็นภายในบ้าน เสื้อผ้าสำเร็จรูปจากในเมือง ในปี พ.ศ. 2500 มีการนำรถจักรยานเข้ามาขายควบคู่ไปกับวัวควายด้วยเพราะหนุ่มสาวชาวนาชอบ เนื่องด้วยใช้สะดวดและรวดเร็วกว่าเดินหรือเอาวัวเทียมเกวียน พอถึงปี พ.ศ. 2510 รถจักรยานยนต์เริ่มเข้ามามีบทบาทในกาดวัดควายมากขึ้น จนถึงปี 2520 รถจักรยานยนต์ก็ครองตลาดแทนรถจักรยาน ปัจจุบันมีรถจักรยานยนต์มาร่วมขายจำนวนนัดละ 1,3001,500 คัน ส่วนจักรยานมีประมาณ 180200 คัน ในขณะที่รถไถนาก็เข้ามาแทนที่แรงงานวัวและควาย และกลุ่มพ่อค้ามุสลิมจากในเมืองเชียงใหม่ก็เริ่มเข้ามาซื้อวัวควายในกาดเพื่อนำไปชำแหละเนื้อขายในตลาดเชียงใหม่ กาดงัวที่มีเป้าหมายเดิมเพื่อการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนวัวควายเพื่อนำไปใช้แรงงานก็เริ่มเปลี่ยนวัตถุประสงค์ไปบ้าง
     ความที่เป็นสังคมเกษตรกรรม จึงมีสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรจำหน่ายคนเมืองจะได้ตื่นตากับเครื่องมือการเกษตรชนิดต่าง ๆ ได้เห็นเคียวที่ชาวนาใช้เกี่ยวข้าวทุกรุ่นทุกขนาด เครื่องจักรสาน เครื่องมือจับสัตว์น้ำ อาหารพื้นบ้านหน้าตาแปลก ๆ ยาเส้นพื้นเมือง สมุนไพร

       อย่างไรก็ตาม ชาวนาที่อาศัยกาดงัวเป็นทั้งที่ขายและที่ซื้อสินค้าจำเป็น อาจรู้สึกธรรมดากับสิ่งของประดาที่มีอยู่ในกาด แต่สำหรับผู้คนในสังคมเมืองใหญ่ค่อนข้างตื่นตาตื่นใจต่อบรรยากาศสดๆ ที่มีกลิ่นอายของความเป็นพื้นบ้าน การต่อรองสินค้าแทบไม่ต่อยมีเพราะราคาที่ขายในกาดงัวค่อนข้างถูกกว่าที่อื่น ราว 10 50 เปอร์เซ็นต์ทีเดียว ที่ทำได้อย่างนี้เพราะความสัมพันธ์ของเจ้าของตลาดกับพ่อค้าแม่ค้าที่มาเจอกันทุกนัดวันเสาร์ มีนิสัยแบบชาวชนบทที่มีความเอื้ออารีต่อกัน เจ้าของตลาดจึงเก็บค่าเช่าในราคาที่ไม่แพง บางวันอาจยกให้ฟรีๆ ด้วยซ้ำ หากวันนั้นแม่ค้าบอกกับเจ้าของตลาดว่าขายของได้น้อย ความถ้อยพีถ้อยอาศัยกันแบบนี้ก็เลยส่งผลมาถึงผู้ซื้อ ที่เป็นคนเมืองได้ของดีราคาถูกไปใช้ ทั้งๆที่เขาจงใจให้ชาวนาด้วยกันใช้ของดีราคาถูกต่างหากเล่า แถมยังได้สดชื่นรื่นรมย์กับการได้เห็นสไตล์การแต่งตัวของบรรดาชาวไร่ชาวนาที่อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 30 ปี ขึ้นไปถึง 60 ปี ที่มีวัฒนธรรมการแต่งกายด้วยผ้าพื้นเมือง ผู้ชายสวมหมวดที่ผลิตจากผ้าและวัสดุในท้องถิ่น มีกิริยาและการพูดที่ดูเนิบช้าแต่แฝงความเป็นผู้ดีอยู่ในความสะอาดและสุภาพทุกระเบียดนิ้ว เป็นวัฒนธรรมชั้นสูงที่ไม่ต้องบอกแต่สัมผัสได้

เครดิตโดยLady classic จากเว็บ www.siamclassiccar.com


555

 

กาดวัว

445

 

 

665

2254

5554

555

5587

444

555

558

656

44

558

665

225

554

55

555

555

555

555

555

 

555

 

555

 

555

666

444

665

4445

225

คลิกชมภาพถ่ายกาดงัวโดย ชุมพล ศรีสมบัติ

อัลบั้มทั้งหมด

https://www.facebook.com/media/set/?set=a.477788155564516.116646.100000000065230&type=3



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน