*/
  • บินมูซา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-03-21
  • จำนวนเรื่อง : 637
  • จำนวนผู้ชม : 1322983
  • จำนวนผู้โหวต : 270
  • ส่ง msg :
  • โหวต 270 คน
โลกแห่งการเรียนรู้เด็กมุสลิมสามจังหวัดชายแดนใต้

จากรายการพันแสงรุ้ง

View All
<< ตุลาคม 2021 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 2 ตุลาคม 2564
Posted by บินมูซา , ผู้อ่าน : 991 , 14:12:02 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

พัฒนาการชุมชนช้างคลานเชียงใหม่ ประวัติความเป็นมาสู่วิถีปัจจุบัน
โดย Atree Mehmed (อัสรี มช.)
 
 
 
          ชุมชนมุสลิมช้างคลาน ก่อตั้งขึ้นโดยชาวมุสลิมอินเดียที่พลัดถิ่นเข้ามาตั้งรกรากในเมืองเชียงใหม่ ประมาณพ.ศ. 2410-2460 คนมุสลิมอินเดียเหล่านี้เข้ามาด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน บางคนมาในฐานะเจ้าหน้าที่อังกฤษ บางคนต้องหนีความขัดแย้งในอินเดีย แต่เมื่อต้องมาอยู่ในสังคมต่างบ้านต่างภาษา จึงมีการเกาะกลุ่มบนฐานชาติพันธุ์และศาสนาอิสลาม เกิดชุมชนจาก 3-4 ครอบครัวตั้งรกรากในพื้นที่หนองช้างคลานริมแม่น้ำปิง กลายเป็นต้นตระกูลชาวมุสลิมเชื้อสายอินเดียที่ก่อร่างสร้างชุมชนมุสลิมช้างคลาน
การสร้างชุมชนของมุสลิม หัวใจสำคัญคือการสร้างพื้นที่ศูนย์กลาง “มัสยิดอัลญาเมี๊ยะ หรือ มัสยิดกลางช้างคลาน” เกิดขึ้นมาในราวปีพ.ศ. 2410 ตั้งอยู่บริเวณท่าปู่ก้อนโดยสร้างทรงบ้านเรือนไม้แบบล้านนา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปฏิบัติศาสนกิจ และการสืบทอดวิถีปฏิบัติวัฒนธรรมของมุสลิมซุนหนี่สายฮานาฟีย์ ทั้งนี้ยังเป็นสถานที่ของการพบปะรวมกลุ่มกันระหว่างมุสลิม
 
อาจเป็นรูปภาพของ ข้อความ
 
        การสร้างมัสยิด จึงหมายถึง การปักหลักถาวร และเพื่อให้เกิดการรวมกลุ่มโดยเฉพาะ ดังที่มุสลิมเชื่อว่า “มัสยิด” หมายถึงบ้านของพระเจ้า ถ้ามีมัสยิดที่ใด ชุมชนมุสลิมจะเกิดขึ้นที่นั้น ยังเชื่อว่า บ้านของพระเจ้าจะเชื่อมโยงเข้ากับบ้านของสมาชิกในชุมชน มัสยิดจึงเป็นศูนย์กลางของชุมชน ที่ลูกหลานมุสลิมจะปลูกบ้านขึ้นรอบๆ อาณาบริเวณที่ใกล้เคียงมัสยิด เพราะทุกคนจะต้องเข้าร่วมทำพิธีและกิจกรรมทางศาสนาที่เกิดขึ้นในประจำวันและรอบปี แล้วยังเป็นพื้นที่ของการปกครองดูแลสมาชิกในชุมชนอีกด้วย มีผู้นำ อิหม่ามและคณะกรรมการ 12 ท่าน ที่ค่อยดูแลสมาชิก ดังนั้น การใช้ศาสนาในการสร้างชุมชนจึงเกิดขึ้นตั้งแต่แรกเริ่ม
 
อาจเป็นรูปภาพของ รถจักรยานยนต์
 
          มัสยิดยังเป็นสถาบันแรกที่ประกอบสร้างอัตลักษณ์ให้กับลูกหลานชาวอินเดีย หลังการปักหลักแต่งงานกับคนพื้นเมือง บรรพบุรุษชาวอินเดียที่เติบโตและเรียนรู้ศาสนา วัฒนธรรมอินเดีย ได้ถ่ายทอดกิจกรรมทางศาสนาให้แก่ลูกหลานของตนเองในชุมชน โดยมีกระบวนการถ่ายทอดที่เรียบง่ายเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น การเล่านิทานอิสลาม การสอนการละหมาด การถ่ายทอดคำสอนตามสำนักคิดแบบอินเดียสายฮานาฟีย์ การอ่านคัมภีร์ การทำพิธีกรรมและกิจกรรมต่างๆ รอบมัสยิดและร่วมดื่มกินเฉลิมฉลองกันในกลุ่มเครือญาติ ทำให้เป็นบรรยากาศที่ใกล้ชิด
 
        แต่ราวๆ พ.ศ.2460-2530 ความเปลี่ยนแปลงในจังหวัดเชียงใหม่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีผลต่อชาวมุสลิมในสังคมช้างคลานอยู่ 2 ด้านด้วยกัน คือ ปัจจัยที่เกิดจากการพัฒนาเศรษฐกิจและเมือง ได้เปลี่ยนพื้นที่ชุมชนมุสลิมช้างคลานเข้าสู่บริบทความเป็นเมืองและเพื่อสนองธุรกิจการท่องเที่ยว และการปฏิสัมพันธ์ระหว่างกลุ่ม เกิดการแต่งงานข้ามศาสนาชาติพันธุ์ กล่าวคือช่วงดังกล่าวนี้ได้เกิดการผสมผสานทางวัฒนธรรมระหว่างประเพณีศาสนาของอิสลามกับประเพณีวัฒนธรรมของคนเมือง หรืออาจเรียกว่า เป็นช่วงการกลืนกลาย (Assimilate) เป็นคนท้องถิ่น เห็นได้ชัดจากการใช้ภาษาคำเมืองเป็นหลัก ดังนั้นลูกหลานคนรุ่นที่ 2 และ 3 จึงกลายเป็นมุสลิมคนเมือง
 
อาจเป็นรูปภาพของ 4 คน, ผู้คนกำลังนั่ง และ สถานที่ในร่ม
 
          นอกจากผสมผสานทางวัฒนธรรมชาติพันธุ์แล้ว การพัฒนาเศรษฐกิจในเมืองเชียงใหม่ได้เปลี่ยนพื้นที่และผู้คนในบริเวณช้างคลานไปด้วย คือ จากที่มุสลิมถือครองที่ดินจำนวนมากในบริเวณช้างคลาน เมื่อรัฐลงนโยบายการพัฒนาพื้นที่ ทำให้ที่ดินมีราคาแพง ทำให้ลูกหลานมุสลิมได้อนิสงฆ์ร่ำรวยจากการขายที่ดิน ทำธุรกิจโรงแรมและหอพัก เปิดเช่าพื้นที่ให้กับธุรกิจบันเทิงร้านเหล้าบาร์ คาราโอเกะด้วยเช่นกัน และในวงจรธุรกิจการท่องเที่ยว ทำให้กลุ่มนี้มีบทบาทอิทธิพลเป็นที่รู้จักในเกือบทุกวงการ ธรุกิจ การเมือง นักเลง และช้างคลานถูกรู้จักในฐานะพื้นที่สีแดง จากการผสมผสานทางวัฒนธรรมเข้ากับวัฒนธรรมพื้นที่และการเปลี่ยนแปลงจากพัฒนาเศรษฐกิจ สภาวะดังกล่าวได้ดึงคนเหล่านี้เข้าสู่วจรของสังคมเมือง ที่มีวิถีชีวิตแบบสังคมสมัยใหม่และห่างไกลจากศาสนา
 
อาจเป็นรูปภาพของ 2 คน, ผู้คนกำลังยืน, ผู้คนกำลังนั่ง และ สถานที่ในร่ม
 
        อย่างไรก็ตามเมื่อปีพ.ศ.2525-2545 เป็นช่วงที่เศรษฐกิจในประเทศไทยกำลังเติบโตและการคมนาคมที่สะดวกมากขึ้น เป็นช่วงที่เกิดการฟื้นฟูอิสลามและการสร้างอัตลักษณ์มุสลิมทั่วโลกด้วย กระแสเหล่านี้ได้เข้ามาพร้อมกับคนมุสลิมต่างพื้นที่ที่เข้ามาสร้างผลกระทบและความเปลี่ยนแปลงต่อชุมชมมุสลิมช้างคลานอีกครั้ง
แต่ในช่วงดังกล่าว กลับพบว่ามี ชุมชนมีความพยายามสร้างและฟื้นฟูศาสนาอิสลามบนพื้นที่มุสลิมอีกครั้ง โดยเกิดขึ้นจากการเข้ามาของกลุ่มคนมุสลิมจากภาคใต้และกลุ่มดะวะห์ตับลีฆ เข้ามาสร้างบรรยากาศและเชิญชวนพี่น้องมุสลิมเข้าหาพื้นที่ศาสนา และด้วยการตอบรับของผู้นำมุสลิมในพื้นที่ ทำให้เกิดความตั้งใจผลิตสร้างมุสลิมใหม่ผ่านพื้นที่ทางศาสนา คือ มัสยิดและการสร้างโรงเรียนศาสนาอิสลาม
 
 
       เพื่อทำการสร้างสังคมใหม่ โดยการให้ความรู้ศาสนาต่อเด็กลูกหลานมุสลิม ดังที่มีกระบวนการที่น่าสนใจ เช่น การรวบรวมเด็กๆ ด้วยการอาสาไปรับไปส่ง การเชิญชวนอิหม่ามและผู้หลักผู้ใหญ่ให้มาช่วยงานสอนและกิจกรรมที่มัสยิด การเชิญผู้ปกครองให้มามัสยิดและทำกิจกรรมศาสนาร่วมกัน การดึงกลุ่มเยาวชนและวัยรุ่นให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมโรงเรียน การเยี่ยมบ้าน และการนำเด็กๆ นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรม พิธีกรรมทางศาสนาในพื้นที่ชุมชน กระบวนการภายของโรงเรียนได้สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมากต่อชาวมุสลิมช้างคลาน โดยเฉพาะเกิดการรวมกลุ่มบนพื้นที่มัสยิดเพื่อทำกิจกรรมทางสังคมและศาสนา ก่อให้เกิดสำนึกทางอัตลักษณ์มุสลิมมากขึ้นรู้จักคำสอนข้อปฏิบัติทางศาสนา จนกลายเป็นชุมชนมุสลิมที่มีอัตลักษณ์ศาสนาที่เด่นชัดขึ้นในบริบทที่แวดล้อมด้วยสังคมทันสมัย
 
 
 
           เมื่อเกิดการรวมกลุ่มบนพื้นที่ศาสนา ทำให้ชุมชนช้างคลานกลายเป็นพื้นที่เปิดสำหรับกิจกรรมทางศาสนา เช่น การเข้ามาของกลุ่มดะวะห์ตับลีฆ ได้สร้างบรรยากาศทางศาสนาที่มากขึ้น เมื่อกลุ่มเหล่านี้ทำการเชิญชวนผู้คนให้หันมาสู่การปฏิบัติศาสนกิจที่มัสยิด ยิ่งผลิตซ้ำความเป็นมุสลิมให้ชัดขึ้น เกิดการรวมกลุ่มเป็นเครือข่ายทางศาสนาที่กว้างขึ้น นอกจากนี้ความรู้ทางศาสนาที่แพร่กระจายนั้น เข้าไปเพิ่มความสำคัญต่อกิจกรรมทางสังคมเดิมที่ปฏิบัติกันในชุมชน ซึ่งเป็นพื้นที่เครือญาติ โดยเฉพาะศาสนาเข้าไปอธิบายว่าการเลี้ยงอาหาร คือ บุญกุศลมหาศาล เช่น งานเมาลิด งานศพ งานอีดดิ้ลอัฏฮา-ฟิตรี้ งานแต่งงาน การเลี้ยงอาหารช่วงเดือนรอมฎอน งานขึ้นบ้านใหม่และงานบุญต่างๆ ทำให้พื้นที่กิจกรรมเหล่านี้ยิ่งก่อให้เกิดการรวมกลุ่มทั้งในเครือญาติและดึงผนวกกลุ่มมุสลิมอื่นๆ ให้เข้าร่วมในกิจกรรมด้วย
 
ดังนั้นพื้นที่มัสยิดและกิจกรรมทางศาสนาในชุมชนมีบทบาทให้เกิดความสัมพันธ์ทางสังคม สร้างความรู้สึกร่วมต่อความเป็นมุสลิมที่ขยายออกจากความเป็นชุมชนเครือญาติ และก่อให้เกิดอัตลักษณ์ต่อพื้นที่อาณาบริเวณชุมชน เช่น ร้านอาหาร การแต่งกายมุสลิม ซึ่งที่เป็นภาพตัวแทนของมุสลิม
 
        ฉะนั้น ภาพสังคมมุสลิมช้างคลานในปัจจุบัน ที่พบเห็นความเป็นชุมชน ผู้คนและกิจกรรมทางศาสนาและสังคมนั้น เกิดขึ้นภายใต้กระบวนการประกอบสร้างขึ้นมา โดยใช้พื้นที่ทางศาสนา โรงเรียนและกระแสการฟื้นฟูอิสลามจากกลุ่มดะวะหืตับลีฆ จากปัจจัยดังกล่าวนี้ทำให้ชุมชนมุสลิมช้างคล้านสามารถแสดงและดำรงอัตลักษณ์มุสลิมอยู่ได้ภายใต้บริบทของสังคมเมืองที่ล้อมรอบด้วยสังคมพุทธและความทันสมัย
 
 
 
 
 

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน