*/
  • นายเรียนรู้
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : boonlert.alert@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-14
  • จำนวนเรื่อง : 158
  • จำนวนผู้ชม : 282521
  • จำนวนผู้โหวต : 26
  • ส่ง msg :
  • โหวต 26 คน
flood protection by sand

วิธีการเรียงกระสอบทรายอย่างถูกต้อง แข็งแรง

View All
<< มีนาคม 2014 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 4 มีนาคม 2557
Posted by นายเรียนรู้ , ผู้อ่าน : 1365 , 17:12:01 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ปลุกสัญชาตญาณการเรียนรู้

บทความนี้ตีพิมพ์ลงในคอลัมน์ "Life is Learning" ในวารสารกายใจ หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม 2557 และได้นำหัวข้อนี้ไปขึ้นพูดในเวที Give&Take#8 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 09 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ผ่านมา เข้าไปชม clip vdo ได้ที่

http://www.youtube.com/watch?v=W75sxzcgoQM

ในช่วงที่ผู้เขียนได้มีโอกาสทำงานในธุรกิจกระดาษและบรรจุภัณฑ์ เครือซิเมนต์ไทย SCG-Paper ระหว่างปี 2540-2549 ผู้เขียนได้มีโอกาสทำงานในหลากหลายตำแหน่ง หนึ่งในนั้น คือ ตำแหน่ง Learning Facilitator  

ในช่วงนั้นผู้เขียนเรียนรู้ในการเป็น Learning Facilitator จากการไปเรียนรู้กระบวนการเรียนรู้ในแนวทาง Constructionism ที่โรงเรียนดรุณสิกขาลัย ที่คุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา นำมาใช้ที่โรงเรียนนี้เป็นแห่งแรก หลังจากการเรียนรู้กับเด็ก ๆ เป็นเวลา 1 ปี ก็กลับมาทำโครงการ C-PULP เพื่อพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้ให้กับพนักงานระดับต่ำกว่าปริญญาตรี ให้ผู้เรียนมีทักษะการคิด และทักษะการแก้ปัญหา

จากประสบการณ์ที่ผู้เขียนเองได้คลุกคลีสัมผัสกับผู้เรียนทั้ง 2 วัย คือ ที่โรงเรียนดรุณสิกขาลัย ผู้เรียนอายุจะอยู่ระหว่าง 6-12 ปี ส่วนโครงการ C-PULP นั้น ผู้เรียนอายุตั้งแต่ 30-42 ปี เลยทำให้ค้นพบว่า เด็กกับผู้ใหญ่ มีสไตล์การเรียนรู้ที่ต่างกัน ที่เห็นได้ชัด ๆ เลย มีอยู่ 2 ประเด็น

  1. ความอยากรู้อยากเห็น ความกล้าที่จะถาม
  2. ความคิดสร้างสรรค์ ความกล้าที่จะคิด

ความสามารถในการเรียนรู้แท้จริงแล้ว มีอยู่ในตัวแต่ละคนตั้งแต่เกิด หรืออาจกล่าวได้ว่ามันคือ สัญชาตญาณอย่างหนึ่งของมนุษย์ เฉกเช่นเดียวกับสัญชาตญาณในการเอาตัวรอด หรือ สัญชาตญาณในการดำรงเผ่าพันธุ์

แต่น่าแปลกที่สัญชาตญาณการเรียนรู้ของผู้ใหญ่น้อยกว่าเมื่อเทียบกับเด็ก อะไรที่ทำให้สัญชาตญาณการเรียนรู้เหล่านี้ที่มีอยู่อย่างล้นเปี่ยมในวัยเด็ก กลับหดหายไปเมื่อเราเติบโตขึ้น

หากเปรียบเทียบกับสัตว์ป่าอย่างเช่น เสือ สิงโต ซึ่งมีสัญชาตญาณในการเอาตัวรอด ดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยการไล่ล่าสัตว์อื่นเป็นอาหาร แต่พอมนุษย์จับเสือ สิงโต เข้ามาอยู่ในสวนสัตว์แล้วคอยป้อนอาหาร และน้ำ อย่างเป็นเวลา ก็จะทำให้ความสามารถในการไล่ล่าสัตว์อื่น ค่อย ๆ เลือนหายไป แต่แท้จริงแล้วก็ยังคงมีซ่อนอยู่

ใช่แล้วสัญชาตญาณการเรียนรู้ของมนุษย์ก็ค่อย ๆ เลือนหายไป เมื่อต้องเข้าไปเรียนรู้อยู่ในระบบที่ยึดผู้สอนเป็นศูนย์กลาง เน้นการป้อนข้อมูลต่าง ๆ ให้ผู้เรียนจดจำ คนเก่งในระบบนี้ คือ คนที่จดจำได้มากกว่า แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าจำไปทำไม จำแล้วเอาไปใช้อย่างไร เมื่อผู้เรียนเคยชินกับระบบการป้อนข้อมูลแบบนี้ตั้งแต่อนุบาล จนถึงปริญญาตรี ก็จะทำให้เคยชินกับการที่ต้องมีผู้อื่นมาป้อนข้อมูลให้ตลอดเวลา

หากต้องการปลุกสัญชาตญาณการเรียนรู้ให้ฟื้นคืนชีพมาอีกครั้ง ต้องเริ่มต้นจากแนวคิด

1. FACE TO FEAR

การเผชิญหน้ากับความกลัวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกลัวขายหน้า กลัวล้มเหลว เพื่อปลุกสัญชาตญาณความอยากรู้อยากเห็น ความกล้าที่จะถาม

2. FACE TO FRAME

การเผชิญหน้ากับการยึดติดกรอบ กฎระเบียบต่าง ๆ แนวคิดเดิม ๆ ทัศนคติเดิม ๆ เพื่อปลุกสัญชาตญาณความคิดสร้างสรรค์ ความกล้าที่จะคิด

 

“นายเรียนรู้”

บุญเลิศ คณาธนสาร

boonlert.alert@gmail.com


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน